กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

19/3/2568 • โดย Homeday
“โรงพยาบาลนวเวช” ก้าวสู่ปีที่ 5 อย่างมั่นคง เดินหน้ายุทธศาสตร์ปี 68 ผ่านแคมเปญ “สุขภาพดีเพราะมีหมอเป็นเพื่อนบ้าน” ยกระดับการให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุ กลุ่มแม่และเด็ก หัวใจ สมอง ตลอด 24 ชม.พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน Navavej Plus และแพ็กเกจตรวจสุขภาพเฉพาะบุคคล มุ่งสู่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เน้นกลุ่มเพื่อนบ้านที่อาศัยในรัศมีพื้นที่ 6 เขตรอบโรงพยาบาล พร้อมตั้งเป้าเติบโตไม่น้อยกว่า 30% นายณัฐพล เดชวิทักษ์ กรรมการ บริษัท นวเวช อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “โรงพยาบาลนวเวช วางเป้าหมายเป็นโรงพยาบาลที่ชุมชนไว้วางใจและให้ความเชื่อมั่น พร้อมตั้งเป้าหมายต่อไปในการเป็นโรงพยาบาลที่ช่วยดูแลและส่งเสริมสุขภาพให้กับเพื่อนบ้านแบบครบวงจรทั้งสามเจน คือ รุ่นเด็ก รุ่นพ่อแม่ และรุ่นปู่ย่าตายาย ที่ผ่านมาเราจึงเดินหน้าพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้นวเวชขับเคลื่อนสู่การเป็นโรงพยาบาลที่มีความเป็นเลิศในทุกด้าน สามารถตอบสนองความต้องการของคนในชุมชนด้านการดูแลสุขภาพและการรักษา โดยไม่ต้องเดินทางไกลไปที่อื่น” ปี 2568 ในโอกาสโรงพยาบาลก้าวสู่ปีที่ 5 ได้ประกาศแคมเปญ “Healthy Neighborhood by Navavej: สุขภาพดีเพราะมีหมอเป็นเพื่อนบ้าน” เพื่อตอกย้ำความพร้อมในการดูแลและส่งมอบบริการด้านสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวมที่เข้าใจผู้ใช้บริการมากขึ้น [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
การสอนให้สุนัขว่ายน้ำไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน แต่ยังเป็นทักษะสำคัญที่อาจช่วยชีวิตสุนัขของคุณในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ สุนัขหลายสายพันธุ์มีความสามารถในการว่ายน้ำโดยธรรมชาติ แต่ไม่ใช่ทุกตัวจะรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่ในน้ำ บทความนี้จะแนะนำวิธีการสอนสุนัขให้ว่ายน้ำอย่างปลอดภัย พร้อมทั้งเทคนิคและข้อควรระวังที่จำเป็นสำหรับเจ้าของสุนัข โดยเน้นความปลอดภัยและความสุขของสุนัขเป็นหลัก การเตรียมความพร้อมก่อนสอนสุนัขว่ายน้ำ การเตรียมความพร้อมเป็นขั้นตอนสำคัญในการสอนสุนัขว่ายน้ำอย่างปลอดภัย คุณต้องมั่นใจว่าสุนัขและสภาพแวดล้อมพร้อมสำหรับประสบการณ์ครั้งแรกในน้ำ การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับสุนัข ก่อนอื่น ควรพิจารณาสายพันธุ์ของสุนัข บางสายพันธุ์มีร่างกายที่เหมาะกับการว่ายน้ำมากกว่าสายพันธุ์อื่น สุนัขที่มีขาสั้น จมูกแบน หรือลำตัวหนัก เช่น บูลด็อก ปั๊ก หรือบาสเซ็ท ฮาวด์ อาจจะว่ายน้ำได้ไม่ดีเท่าสุนัขอื่น และอาจต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ นอกจากนี้ อายุและสุขภาพของสุนัขก็เป็นปัจจัยสำคัญ สุนัขที่ยังเล็กมากหรือสูงอายุ หรือมีปัญหาสุขภาพบางอย่าง อาจจะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษหรืออาจไม่เหมาะที่จะเรียนว่ายน้ำ การเลือกสถานที่ที่เหมาะสมก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน สระว่ายน้ำส่วนตัวที่มีบันไดหรือทางลาดสำหรับสุนัขขึ้นลงน้ำได้ง่าย หรือชายหาดที่มีคลื่นน้อยและความลาดชันที่ค่อยๆ ลึกขึ้น เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการเริ่มฝึก หลีกเลี่ยงแหล่งน้ำที่มีกระแสน้ำแรง มีคลื่นสูง หรือมีอันตรายใต้น้ำที่มองไม่เห็น อุปกรณ์ช่วยชีวิตสำหรับสุนัข เช่น เสื้อชูชีพที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เป็นสิ่งจำเป็นโดยเฉพาะในช่วงแรกของการฝึก เสื้อชูชีพจะช่วยให้สุนัขลอยตัวได้ง่ายขึ้น ลดความกังวล และให้ความมั่นใจในระหว่างการเรียนรู้ เลือกเสื้อชูชีพที่มีขนาดพอดีกับสุนัขและมีที่จับสำหรับช่วยยกสุนัขออกจากน้ำในกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ การเตรียมของรางวัล เช่น ขนมที่สุนัขชอบหรือของเล่นที่ชื่นชอบ จะช่วยในการเสริมแรงบวกระหว่างการฝึก และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประสบการณ์ในน้ำ ขั้นตอนการสอนสุนัขว่ายน้ำอย่างเป็นระบบ การสอนสุนัขว่ายน้ำควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเป็นระบบ ไม่ควรรีบร้อนหรือบังคับสุนัข เพราะอาจทำให้สุนัขเกิดความกลัวน้ำในระยะยาวได้ [...]

10/3/2568 • โดย Homeday
ภัยพิบัติเป็นเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้ และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตมนุษย์และสัตว์เลี้ยง การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนควรตระหนัก การมีชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินที่เหมาะสมจะช่วยปกป้องและดูแลสัตว์เลี้ยงในยามวิกฤต องค์ประกอบหลักของชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินสำหรับสัตว์เลี้ยง 1. อาหารและน้ำ เก็บอาหารแห้งหรืออาหารกระป๋องสำรอง อย่างน้อย 3-7 วัน น้ำดื่มสะอาด วันละ 30-60 มิลลิลิตรต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัมของสัตว์เลี้ยง ภาชนะบรรจุอาหารและน้ำแบบพกพา ที่เปิดกระป๋องอาหารสำรอง 2. เอกสารและการระบุตัวตน เอกสารการฉีดวัคซีน รูปถ่ายสัตว์เลี้ยงปัจจุบัน ข้อมูลการติดต่อสถานพยาบาลสัตว์ ป้ายคอลำลองพร้อมข้อมูลการติดต่อ 3. ยาและเวชภัณฑ์ ยาประจำตัวสัตว์เลี้ยง ยาต้านการอักเสบ ยาแก้ปวด แอลกอฮอล์ล้างแผล ผ้าพันแผล กรรไกรตัดไหม ถุงมือทางการแพทย์ คีมคีบ 4. อุปกรณ์ความปลอดภัย สายจูงสำรอง ปลอกคอ เชือกผูกสัตว์ กรงขนาดเล็กพกพา ผ้าคลุมกรง หมวกกันน็อคสำหรับสัตว์เลี้ยง วัสดุกันความร้อน/กันหนาว 5. อุปกรณ์อำนวยความสะดวก ที่นอนพกพา ของเล่นเล็กๆ ถุงขยะ กระดาษทิชชู เจลทำความสะอาดมือ น้ำยาทำความสะอาด แปรงสางขนเล็ก 6. อุปกรณ์สื่อสารและตรวจสอบ [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
ภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ แต่เราสามารถเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ได้ การรู้จักวิธีป้องกันตัวและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและสูญเสียได้อย่างมาก บทความนี้จะแนะนำ 10 วิธีในการเตรียมความพร้อมและรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวอย่างปลอดภัย ตั้งแต่การเตรียมการล่วงหน้า การปฏิบัติตัวขณะเกิดเหตุ ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ 1. การเตรียมพร้อมที่อยู่อาศัยให้แข็งแรง การเตรียมบ้านเรือนให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการรับมือกับแผ่นดินไหว เริ่มต้นจากการตรวจสอบโครงสร้างของบ้านว่ามีความมั่นคงเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะบ้านเก่าหรืออาคารที่ก่อสร้างมานาน ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเพื่อประเมินความแข็งแรงและทำการเสริมความมั่นคงให้กับตัวอาคาร การติดตั้งระบบเสริมความมั่นคงให้กับบ้านมีหลายวิธี เช่น การเสริมเสาและคานให้แข็งแรง การติดตั้งระบบต้านแรงแผ่นดินไหว หรือการใช้วัสดุก่อสร้างที่มีความยืดหยุ่น ที่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี นอกจากนี้ ยังควรตรวจสอบและซ่อมแซมรอยแตกร้าวของกำแพงหรือฐานรากอาคารอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้ที่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรืออาคารสูง ควรสอบถามนิติบุคคลอาคารชุดถึงมาตรฐานการก่อสร้างและระบบป้องกันแผ่นดินไหวของอาคาร รวมถึงแผนอพยพในกรณีฉุกเฉิน การเลือกที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานการก่อสร้างตามหลักวิศวกรรมแผ่นดินไหวจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสียหายเมื่อเกิดภัยพิบัติได้อย่างมาก 2. การจัดเตรียมพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัย เฟอร์นิเจอร์และสิ่งของภายในบ้านอาจกลายเป็นอันตรายได้เมื่อเกิดแผ่นดินไหว การจัดการพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ เริ่มจากการยึดเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ เช่น ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ หรือตู้หนังสือเข้ากับผนังอย่างมั่นคง เพื่อป้องกันไม่ให้ล้มทับเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน ควรจัดวางของหนักไว้บนชั้นล่างของชั้นวางของ และไม่วางสิ่งของที่แตกง่ายหรือมีน้ำหนักมากไว้เหนือเตียงนอนหรือโซฟา ติดตั้งอุปกรณ์ล็อคสำหรับตู้และลิ้นชักเพื่อป้องกันการเปิดออกระหว่างเกิดแผ่นดินไหว นอกจากนี้ ยังควรใช้แผ่นกันลื่นหรือตีนตุ๊กแกรองใต้เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหรือชั้นวาง การจัดเตรียมเส้นทางอพยพภายในบ้านให้โล่งและปราศจากสิ่งกีดขวางก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรกำหนดพื้นที่ปลอดภัยในแต่ละห้องสำหรับหลบภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรง หรือบริเวณมุมห้องที่ไม่มีสิ่งของหนักตั้งอยู่เหนือศีรษะ และให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนทราบถึงตำแหน่งเหล่านี้ 3. การจัดเตรียมถุงยังชีพและแผนอพยพฉุกเฉิน การจัดเตรียมถุงยังชีพสำหรับภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกครัวเรือนควรมี ถุงยังชีพควรบรรจุของใช้ที่จำเป็นอย่างน้อยสำหรับ 3-7 วัน ได้แก่ [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า การเตรียมความพร้อมของที่อยู่อาศัยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายและการบาดเจ็บ แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวรุนแรง แต่เรายังคงสามารถรับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในประเทศเพื่อนบ้านได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดบ้านให้ปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยเน้นที่ 5 จุดสำคัญที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้าน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้านอย่างเหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกันอันตรายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากขณะเกิดแรงสั่นสะเทือน วัตถุหนักอาจล้มหรือเคลื่อนที่จนเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย การยึดติดเฟอร์นิเจอร์กับผนังหรือพื้น เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้หนังสือ หรือชั้นวางของ ควรได้รับการยึดติดกับผนังหรือพื้นอย่างแน่นหนา สามารถใช้อุปกรณ์ยึดเฟอร์นิเจอร์ (Furniture Anchor) หรือสายรัดกันล้ม (Anti-tip Straps) ซึ่งมีจำหน่ายตามร้านอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป การยึดติดจะช่วยป้องกันไม่ให้เฟอร์นิเจอร์ล้มทับผู้อยู่อาศัยขณะเกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะในห้องนอนเด็กหรือห้องที่มีการใช้งานเป็นประจำ การจัดวางของหนักในระดับต่ำ ควรวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไว้ในชั้นล่างของชั้นวางของหรือตู้ เช่น หนังสือเล่มใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของสะสมที่มีน้ำหนัก ส่วนของเบาควรจัดเก็บไว้ในชั้นบน เพื่อลดความเสี่ยงที่ของหนักจะตกลงมาทำให้เกิดการบาดเจ็บ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการวางของหนักบนหัวเตียงหรือเหนือที่นั่งที่ใช้งานเป็นประจำ การจัดเตรียงทางหนีไฟ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่กีดขวางทางออกฉุกเฉิน ประตู หน้าต่าง หรือเส้นทางการอพยพ ควรมีเส้นทางอพยพอย่างน้อย 2 เส้นทางในแต่ละห้อง โดยไม่มีสิ่งกีดขวางที่อาจล้มขวางทางได้ขณะเกิดแผ่นดินไหว การจัดให้มีพื้นที่ว่างที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับหลบภัยเฉพาะหน้า เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรงหรือใกล้เสาบ้าน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม 2. การตรวจสอบโครงสร้างอาคารและจุดเสี่ยง บ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรงย่อมปลอดภัยกว่าเมื่อเกิดแผ่นดินไหว [...]

20/2/2568 • โดย Homeday
สัตว์เลี้ยงเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัว การสังเกตอาการผิดปกติจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาได้รับการรักษาทันท่วงที บทความนี้จะแนะนำสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าต้องพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์โดยด่วน อาการฉุกเฉินที่ต้องพบสัตวแพทย์ทันที การหายใจผิดปกติเป็นสัญญาณอันตรายอันดับต้นๆ หากสังเกตว่าสัตว์เลี้ยงหายใจเร็วผิดปกติ หายใจลำบาก หอบ หรือมีเสียงผิดปกติขณะหายใจ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดจากโรคหัวใจ ปอดอักเสบ หรือมีสิ่งแปลกปลอมอุดตันทางเดินหายใจอาการชัก การสูญเสียการทรงตัว หรือเดินโซเซ เป็นอีกสัญญาณที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยด่วน เพราะอาจเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท การได้รับสารพิษ หรือเนื้องอกในสมองการอาเจียนหรือท้องเสียรุนแรง โดยเฉพาะหากมีเลือดปน หรือเกิดต่อเนื่องนานเกิน 24 ชั่วโมง อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำรุนแรงได้ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ต้องเฝ้าระวัง บาดแผลเปิด กระดูกหัก หรือการบาดเจ็บที่เห็นได้ชัด ต้องได้รับการรักษาทันที เช่นเดียวกับอาการบวมผิดปกติ ก้อนเนื้อที่โตขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงของสีผิวหนังการเปลี่ยนแปลงของสีเหงือกจากชมพูเป็นซีดหรือเขียวคล้ำ อาจบ่งชี้ถึงปัญหาการไหลเวียนเลือดหรือภาวะช็อก ส่วนอาการตาแดง มีน้ำตาไหล หรือมีสิ่งคัดหลั่งผิดปกติ ก็ต้องได้รับการตรวจรักษา การป้องกันและเฝ้าระวัง การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรค ควรสังเกตพฤติกรรมปกติของสัตว์เลี้ยง เพื่อจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเมื่อเกิดความผิดปกติการเก็บบันทึกประวัติการรักษาและการสังเกตอาการผิดปกติจะช่วยให้สัตวแพทย์วินิจฉัยโรคได้แม่นยำขึ้น สรุป การสังเกตอาการผิดปกติและพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ทันทีเมื่อพบสัญญาณอันตราย จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายได้ #สัตว์เลี้ยง #สาระ #สุขภาพสัตว์เลี้ยง #การดูแลสัตว์เลี้ยง #สัตวแพทย์ #ฉุกเฉินสัตว์เลี้ยง #โรคสัตว์เลี้ยง

9/4/2568 • โดย Homeday
การตัดสินใจเลือกซื้อบ้านถือเป็นก้าวสำคัญในชีวิตที่ต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้าน ทำเลที่ตั้งเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว การเลือกซื้อบ้านใกล้โรงพยาบาลอาจเป็นทางเลือกที่หลายคนมองข้าม แต่กลับมีประโยชน์มากกว่าที่คิด นอกเหนือจากความสะดวกในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ยังมีข้อดีอีกหลายประการที่ควรพิจารณา บทความนี้จะพาทุกท่านสำรวจข้อดีของการเลือกซื้อบ้านใกล้โรงพยาบาล ซึ่งนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว ความปลอดภัยทางสุขภาพและการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่รวดเร็ว การมีที่อยู่อาศัยใกล้โรงพยาบาลมอบความอุ่นใจด้านสุขภาพอย่างเหนือชั้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ทุกวินาทีมีความสำคัญ ระยะทางที่สั้นลงหมายถึงเวลาในการเดินทางที่น้อยลง ส่งผลให้ได้รับการช่วยเหลือทางการแพทย์ได้อย่างทันท่วงที การอยู่ใกล้โรงพยาบาลช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนในกรณีฉุกเฉินอย่างโรคหัวใจ อุบัติเหตุรุนแรง หรือภาวะหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นโรคที่ต้องการความเร่งด่วนในการรักษา นอกจากนี้ ยังสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ต้องพบแพทย์เป็นประจำ การอยู่ใกล้โรงพยาบาลยังหมายถึงการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่หลากหลายครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพประจำปี การรับวัคซีน หรือการปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง โดยไม่ต้องวางแผนการเดินทางล่วงหน้าหรือเสียเวลาเดินทางนาน อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและความเครียดจากการจราจรติดขัด นอกเหนือจากบริการทางการแพทย์แล้ว บริเวณใกล้โรงพยาบาลมักมีร้านขายยาที่มีเภสัชกรให้คำปรึกษา คลินิกเฉพาะทาง และศูนย์ดูแลสุขภาพอื่นๆ ที่ช่วยสนับสนุนการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทำให้ครอบครัวมีทางเลือกในการดูแลสุขภาพที่ครบถ้วนและเข้าถึงได้ง่าย การเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์และโอกาสการลงทุนในระยะยาว อสังหาริมทรัพย์ใกล้โรงพยาบาลมีแนวโน้มรักษามูลค่าและเพิ่มมูลค่าได้ดีกว่าพื้นที่อื่น เนื่องจากโรงพยาบาลเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นและมีแนวโน้มขยายตัวเพื่อรองรับความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสังคมผู้สูงอายุ ทำให้อสังหาริมทรัพย์บริเวณใกล้เคียงได้รับอานิสงส์จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง จากการศึกษาตลาดอสังหาริมทรัพย์พบว่า บ้านที่อยู่ใกล้โรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือศูนย์การแพทย์ครบวงจรมักมีราคาซื้อขายและค่าเช่าสูงกว่าบ้านในพื้นที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน ความต้องการที่อยู่อาศัยในบริเวณนี้มีอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องการความสะดวกในการเดินทางไปทำงาน ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาเป็นประจำ รวมถึงญาติผู้ป่วยที่ต้องการที่พักระหว่างการดูแลผู้ป่วย นอกจากนี้ พื้นที่รอบโรงพยาบาลมักได้รับการพัฒนาให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ทำให้มีความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน อีกทั้งโรงพยาบาลยังถือเป็นหน่วยงานที่มีความมั่นคง ไม่มีความเสี่ยงในการย้ายหรือปิดกิจการเหมือนธุรกิจอื่น ส่งผลให้มูลค่าอสังหาริมทรัพย์มีความมั่นคงในระยะยาว สำหรับนักลงทุน บ้านหรือคอนโดใกล้โรงพยาบาลมีศักยภาพในการปล่อยเช่าสูง [...]

7/4/2568 • โดย Homeday
การเลือกซื้อบ้านถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต ทำให้ผู้ซื้อต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้านประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้ง การคมนาคม สภาพแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้ซื้อบ้านโดยเฉพาะครอบครัวที่มีบุตรหลานมักให้ความสำคัญ คือ การเลือกซื้อบ้านที่ใกล้สถานศึกษาหรือโรงเรียน แม้หลายคนอาจมองเห็นข้อดีเบื้องต้นเช่นความสะดวกในการเดินทางไปโรงเรียน แต่ความจริงแล้ว การเลือกซื้อบ้านใกล้โรงเรียนนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่คิด ทั้งในด้านคุณภาพชีวิต การเติบโตของบุตรหลาน และยังรวมถึงมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดีอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงข้อดีที่มากกว่าที่คิดของการซื้อบ้านใกล้โรงเรียน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของครอบครัว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดความเครียดในชีวิตประจำวัน การซื้อบ้านที่ตั้งอยู่ใกล้โรงเรียนมอบประโยชน์ที่ชัดเจนในด้านการประหยัดเวลาเดินทางอย่างมีนัยสำคัญ ในสังคมเมืองที่การจราจรติดขัดเป็นปัญหาหลัก การมีบ้านที่ตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษาช่วยลดระยะเวลาการเดินทางไปโรงเรียนจากอาจใช้เวลาเป็นชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที สำหรับครอบครัวที่มีบุตรหลานในวัยเรียน การลดเวลาเดินทางไปโรงเรียนจะส่งผลดีในหลายมิติ เด็กๆ จะมีเวลาพักผ่อนเพียงพอมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องตื่นแต่เช้าเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่คับคั่ง ส่งผลให้มีคุณภาพการนอนที่ดีและมีความพร้อมในการเรียนรู้มากขึ้น ผู้ปกครองเองก็ไม่ต้องกังวลกับการเร่งรีบในช่วงเช้า ลดความเครียดจากการต้องเผื่อเวลาเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วน ทำให้บรรยากาศในครอบครัวเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างผ่อนคลายมากขึ้น นอกจากการประหยัดเวลาแล้ว การมีบ้านใกล้โรงเรียนยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมันรถ ค่าบำรุงรักษารถยนต์ที่ลดลงจากการใช้งานน้อยลง หรือค่าเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ หากสามารถเดินหรือปั่นจักรยานไปโรงเรียนได้ ยิ่งเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายและส่งเสริมการออกกำลังกายไปในตัว การลดระยะเวลาเดินทางยังส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวมีเวลาคุณภาพร่วมกันมากขึ้น ผู้ปกครองสามารถใช้เวลาที่ประหยัดได้จากการเดินทางมาทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว หรือมีเวลาพูดคุยรับประทานอาหารเช้าร่วมกันอย่างไม่เร่งรีบ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว หากเกิดเหตุฉุกเฉินที่โรงเรียน การอยู่ใกล้สถานศึกษาทำให้ผู้ปกครองสามารถเดินทางไปรับบุตรหลานได้อย่างรวดเร็ว ลดความกังวลและสามารถจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันท่วงที เป็นความอุ่นใจที่มอบให้ทั้งเด็กและผู้ปกครอง สร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดีและโอกาสพัฒนาทักษะทางสังคม การเลือกบ้านที่ตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษาไม่เพียงแต่มอบความสะดวกในการเดินทาง แต่ยังสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และพัฒนาการทางสังคมของเด็กๆ อย่างมีนัยสำคัญ ย่านที่มีโรงเรียนตั้งอยู่มักเป็นชุมชนที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาและมีสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ทำให้เกิดบรรยากาศที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน เมื่อบ้านอยู่ใกล้โรงเรียน เด็กๆ จะมีโอกาสร่วมกิจกรรมหลังเลิกเรียนได้มากขึ้น [...]

19/2/2568 • โดย Homeday
คอนติเนนทอล ไทร์ส ร่วมกับ MMS ส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการรับมือเหตุฉุกเฉิน ด้วยการบริจาคยางรถยนต์ ให้กับหน่วยรถพยาบาลการแพทย์ฉุกเฉินและส่งต่อ โรงพยาบาลรามาธิบดี คอนติเนนทอล ไทร์ส (ประเทศไทย) ผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านยางรถยนต์ระดับโลกจากเยอรมนี จัดโครงการร่วมกับโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนผ่านการให้ความรู้และโครงการเชิงรุก ในฐานะส่วนหนึ่งของพันธกิจบริษัท ความมุ่งมั่นนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉินซึ่งเป็นภารกิจของหน่วยรถพยาบาลการแพทย์ฉุกเฉินและส่งต่อ พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉิน เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพสูงสุด คอนติเนนทอล ไทร์ส ประเทศไทย โดยได้ร่วมมือกับ MMS คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ในส่วนของบริการเปลี่ยนยางให้กับรถพยาบาลฉุกเฉินของทางโรงพยาบาลในโครงการครั้งนี้ด้วย มร. คาเรล คูเซรา (Mr. Karel Kucera) กรรมการผู้จัดการ คอนติเนนทอล ไทร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า “คอนติเนนทอล ไทร์ส รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ริเริ่มโครงการอันเป็นประโยชน์นี้ซึ่งมีเป้าหมายในการช่วยชีวิตคน เราตั้งใจมอบยางรถยนต์รุ่นพรีเมียมให้กับหน่วยรถพยาบาลการแพทย์ฉุกเฉินและส่งต่อของโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ที่รองรับผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก โครงการนี้ได้ร่วมมือกับทาง MMS คาร์ เซอร์วิส แอนด์ ไทร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของเราด้วย เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในเรื่องการตระหนักถึงความปลอดภัยบนท้องถนนซึ่งเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คอนติเนนทอล [...]

10/4/2568 • โดย Homeday
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เตรียมความพร้อมให้บริการน้ำประปาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 แนะประชาชนตรวจสอบระบบประปาภายในบ้านก่อนออกเดินทาง เชิญชวนสืบสานสงกรานต์ไทยแบบใจรักษ์โลก เล่นน้ำอย่างพอเหมาะ ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นวันหยุดยาวต่อเนื่องระหว่างวันที่ 12 – 16 เมษายน 2568 กปภ. ทั้ง 234 สาขาทั่วประเทศ ได้เตรียมความพร้อมในการดูแลระบบผลิตและจ่ายน้ำอย่างเต็มที่ รวมถึงการเฝ้าระวังคุณภาพแหล่งน้ำดิบ เพื่อให้บริการน้ำประปาที่สะอาด ปลอดภัยและเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำอุปโภคบริโภคในครัวเรือนและการท่องเที่ยว อีกทั้งยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า กปภ. พร้อมให้บริการน้ำประปาได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ กปภ. ยังได้มอบน้ำดื่มบรรจุขวดตราสัญลักษณ์ กปภ. ให้แก่ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนและหน่วยบริการประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนเดินทางไปท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นอกจากนี้ ลูกค้าประชาชนสามารถกดน้ำดื่มสะอาดจากแท่นน้ำประปาดื่มได้ของ กปภ. ซึ่งให้บริการฟรี กระจายอยู่ทั่วประเทศในพื้นที่สาธารณะ ทั้งนี้ ขอเชิญชวนลูกค้าประชาชนร่วมสืบสานเทศกาลสงกรานต์ตามแบบวิถีไทย ควบคู่กับการตระหนักถึงคุณค่าของน้ำ ใช้น้ำอย่างคุ้มค่า ด้วยการสรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ เล่นน้ำอย่างสุภาพและพอเหมาะ ใช้น้ำน้อยก็สนุกได้ ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า กปภ. ห่วงใยประชาชน ขอแนะนำให้ตรวจสอบระบบประปาภายในบ้าน ก๊อกน้ำ ปั๊มน้ำ และปิดวาล์วน้ำบริเวณมาตรวัดน้ำให้แน่นสนิทก่อนออกจากบ้านเพื่อลดความเสี่ยงน้ำรั่วไหลซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ค่าน้ำประปาสูงผิดปกติ นอกจากนี้ เพื่อความสะดวกในวันหยุดยาว ลูกค้าสามารถชำระค่าน้ำประปาผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ของ กปภ. อาทิ PWA [...]

4/6/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่เทคโนโลยีสมาร์ทโฟนก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การเลือกซื้อมือถือที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณกลายเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Apple ได้เปิดตัว iPhone 16 Series ในปี 2024 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Apple Intelligence และฟีเจอร์ใหม่ๆ มากมาย ทำให้หลายคนเริ่มสงสัยว่า iPhone รุ่นก่อนหน้าอย่าง iPhone 14 Series ที่เปิดตัวในปี 2022 ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในปัจจุบันหรือไม่ iPhone 14 Series ถือเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากของ Apple โดยนำเสนอการปรับปรุงที่สำคัญหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นระบบกล้องที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จอภาพที่คมชัดและสีสันสวยงาม รวมถึงประสิทธิภาพการทำงานที่เร็วขึ้นด้วยชิปประมวลผลรุ่นใหม่ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยอย่างการตรวจจับการชนกันที่สามารถช่วยเหลือผู้ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ หลังจากการเปิดตัว iPhone 16 Series ราคาของ iPhone 14 ทั้งสี่รุ่นได้รับการปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น การตัดสินใจเลือกซื้อ iPhone 14 Series ในปี 2025 จึงควรพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งรูปแบบการใช้งาน ความต้องการฟีเจอร์ใหม่ๆ และงบประมาณที่มีอยู่ ซึ่งบทความนี้จะช่วยวิเคราะห์และแนะนำทุกรุ่นใน iPhone [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
การตัดสินใจซื้อบ้านถือเป็นหนึ่งในการลงทุนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคนเรา การเลือกที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมไม่เพียงแต่มอบพื้นที่ส่วนตัวให้เรา แต่ยังเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มในระยะยาว บ้านในหมู่บ้านจัดสรรเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยที่มีความสะดวกสบายและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบถึงข้อดีที่แท้จริงของการอยู่อาศัยในหมู่บ้านจัดสรร บทความนี้จะพาทุกท่านไปสำรวจข้อดีของการซื้อบ้านในหมู่บ้านจัดสรรที่หลายคนอาจมองข้าม ระบบการบริหารจัดการหมู่บ้านที่เป็นระบบและมีมาตรฐาน การเลือกซื้อบ้านในหมู่บ้านจัดสรรมีข้อได้เปรียบที่สำคัญคือการที่มีระบบบริหารจัดการที่เป็นระบบและมีมาตรฐาน ซึ่งช่วยรับประกันคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้อาศัย หมู่บ้านจัดสรรมักมีนิติบุคคลหมู่บ้านที่ทำหน้าที่ดูแลและบริหารพื้นที่ส่วนกลาง ตั้งแต่ระบบรักษาความปลอดภัย การดูแลสวนสาธารณะ สระว่ายน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ภายในโครงการ นิติบุคคลหมู่บ้านช่วยกำกับดูแลให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎระเบียบที่วางไว้ เช่น การรักษาความสะอาด การซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน และการปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลางให้อยู่ในสภาพดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษามูลค่าของบ้านในระยะยาว หากเปรียบเทียบกับการซื้อบ้านเดี่ยวหรือที่ดินเปล่าและสร้างบ้านเอง ผู้อยู่อาศัยต้องรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวเอง ทั้งการดูแลรักษาและการต่อเติมซ่อมแซม ซึ่งอาจทำให้มีค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ หมู่บ้านจัดสรรยังมีการเก็บค่าส่วนกลางจากผู้อยู่อาศัยเพื่อนำไปบริหารจัดการระบบต่างๆ ภายในโครงการ ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมโดยรวมของหมู่บ้าน และยังมีโอกาสแสดงความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะผ่านการประชุมนิติบุคคลที่จัดขึ้นเป็นประจำ อีกทั้งข้อกำหนดและกฎระเบียบของหมู่บ้านยังช่วยควบคุมไม่ให้มีการดัดแปลงหรือต่อเติมอาคารที่ผิดแบบ ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมของโครงการและมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว ความปลอดภัยและระบบรักษาความปลอดภัยที่ครบครัน หนึ่งในข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของการซื้อบ้านในหมู่บ้านจัดสรรคือระบบรักษาความปลอดภัยที่ครบครัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้อยู่อาศัยให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ หมู่บ้านจัดสรรมักมีการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง เช่น รปภ. ประจำหมู่บ้าน ระบบกล้องวงจรปิด ระบบควบคุมการเข้า-ออกด้วยบัตรหรือรหัส และระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน การมีจุดเข้า-ออกที่ชัดเจนและมีการควบคุมโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงจากบุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาในพื้นที่ ระบบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งตามจุดต่างๆ ในหมู่บ้านช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัย และเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังมีระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินที่เชื่อมโยงกับสถานีรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน ทำให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ ความปลอดภัยและความอุ่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง [...]