กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
ผลการค้นหาสำหรับ "ความมั่งคั่ง" พบทั้งหมด 81 บทความ

25/4/2568 • โดย Homeday
การเป็นหนี้อาจฟังดูน่ากลัวสำหรับหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่าหนี้ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป เพราะในความเป็นจริงแล้วหนี้มีทั้งด้านที่ดีและไม่ดี การเข้าใจความแตกต่างระหว่างหนี้ดีและหนี้เสียจะช่วยให้เราวางแผนการเงินได้อย่างชาญฉลาด เพิ่มโอกาสในการสร้างความมั่งคั่ง และหลีกเลี่ยงกับดักทางการเงินที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางการเงินในอนาคต หนี้ดีคืออะไร? มีประเภทใดบ้าง? หนี้ดี หมายถึง หนี้ที่เมื่อก่อขึ้นแล้วสามารถสร้างรายได้หรือผลตอบแทนในอนาคต เป็นหนี้ที่เมื่อลงทุนแล้วมีโอกาสงอกเงย หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้กู้ในระยะยาว โดยทั่วไปหนี้ดีมักแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้ หนี้เพื่อการลงทุนและประกอบอาชีพ หนี้ประเภทนี้เป็นการกู้ยืมเพื่อนำเงินไปลงทุนหรือประกอบธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสเงินสดเข้ามาในอนาคต เช่น การกู้เงินเพื่อขยายกิจการ ซื้อเครื่องมือหรืออุปกรณ์สำหรับประกอบอาชีพ หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า หนี้เหล่านี้มีศักยภาพในการสร้างรายได้ที่เพียงพอต่อการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย พร้อมทั้งอาจมีกำไรเหลือเก็บอีกด้วย หนี้เพื่อการศึกษา การกู้ยืมเพื่อการศึกษาถือเป็นการลงทุนในตัวเอง เพราะการศึกษาจะช่วยพัฒนาความรู้และทักษะที่สามารถนำไปประกอบอาชีพที่มั่นคงและมีรายได้ที่ดีในอนาคต การกู้ยืมเพื่อเรียนต่อในสาขาที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงาน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานที่มีรายได้สูงขึ้น ทำให้สามารถชำระหนี้คืนได้ในระยะเวลาอันสมควร หนี้เพื่อความมั่นคงในระยะยาว หนี้ประเภทนี้มักเกี่ยวข้องกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าและอาจเพิ่มค่าในระยะยาว เช่น สินเชื่อบ้าน ซึ่งนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ยังสามารถเพิ่มมูลค่าตามเวลาที่ผ่านไป และอาจสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าหรือขายเมื่อราคาสูงขึ้นในอนาคต การผ่อนบ้านยังเป็นการบังคับออมและสร้างความมั่นคงทางที่อยู่อาศัยในระยะยาว หนี้เสียคืออะไร? สาเหตุการเกิดหนี้เสียมีอะไรบ้าง? หนี้เสีย หมายถึง หนี้ที่เมื่อก่อขึ้นแล้วไม่สามารถสร้างรายได้หรือมูลค่าเพิ่มในอนาคต รวมถึงหนี้ที่ผู้กู้ไม่สามารถชำระคืนได้ตามกำหนด จนกลายเป็นหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน ซึ่งเรียกว่า NPL (Non-Performing Loan) หนี้เสียมีหลายรูปแบบและเกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้ ประเภทของหนี้เสีย [...]

23/4/2568 • โดย Homeday
ภาษีมรดกเป็นหนึ่งในภาษีที่หลายคนอาจยังไม่คุ้นเคยมากนัก แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการวางแผนทางการเงินและการส่งต่อทรัพย์สินให้แก่ทายาท โดยในประเทศไทยได้มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 กำหนดให้ผู้ที่ได้รับมรดกที่มีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไปต้องเสียภาษีในอัตรา 5% หรือ 10% ตามประเภทของความสัมพันธ์ บทความนี้จะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีมรดกอย่างละเอียด ทั้งนิยาม ผู้ที่ต้องเสีย ประเภททรัพย์สินที่เข้าข่าย วิธีการคำนวณ และเทคนิคการวางแผนเพื่อประโยชน์สูงสุดของทายาท ภาษีมรดกคืออะไร? และทำไมรัฐถึงต้องจัดเก็บ? ภาษีมรดก หรือ Inheritance Tax คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากผู้รับมรดกแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นทายาททางสายเลือดหรือบุคคลอื่นที่ได้รับการระบุในพินัยกรรม โดยตามกฎหมายไทยจะเรียกเก็บเฉพาะกรณีที่ได้รับมรดกมูลค่าเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป และเป็นการเก็บภาษีจากผู้รับมรดก ไม่ใช่จากกองมรดกหรือเจ้ามรดกผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ มีการออกแบบมาเพื่อกระจายความมั่งคั่งในสังคมและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ รวมถึงเป็นการสร้างรายได้ให้กับรัฐ ภาษีมรดกมีหลักการพื้นฐานว่า ผู้ที่ได้รับทรัพย์สินมูลค่าสูงโดยไม่ต้องลงแรงเอง ควรมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศผ่านการจ่ายภาษี ซึ่งแนวคิดนี้สอดคล้องกับระบบภาษีอากรทั่วโลกที่มุ่งเน้นความเป็นธรรมทางสังคม โดยการจัดเก็บภาษีมรดกในประเทศไทยเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการหลังจากมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีมรดก? กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร? การพิจารณาว่าใครต้องเสียภาษีมรดกนั้น มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนตามกฎหมาย โดยครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ดังนี้: บุคคลธรรมดา บุคคลธรรมดาที่ต้องเสียภาษีมรดกประกอบด้วย 3 [...]

22/4/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่การออมเงินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับเป้าหมายทางการเงินในอนาคต การลงทุนกลายเป็นทางเลือกสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงิน โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่ที่ต้องการวางแผนระยะยาว ปี 2025 เป็นปีที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทายในการลงทุน บทความนี้จะแนะนำ 7 ประเภทการลงทุนที่น่าสนใจในปี 2025 พร้อมข้อมูลเชิงลึกที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น การลงทุนระยะสั้นและระยะยาวต่างกันอย่างไร? การลงทุนสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักคือ การลงทุนระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งในแง่ของระยะเวลา ผลตอบแทน และความเสี่ยง การลงทุนระยะสั้นมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนในช่วงเวลาไม่เกิน 3 เดือนถึง 3 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสภาพคล่องและอาจต้องการใช้เงินในระยะเวลาอันใกล้ ตัวอย่างการลงทุนระยะสั้น ได้แก่ ตราสารหนี้ระยะสั้น หุ้นกู้ระยะสั้น การซื้อขายหุ้นแบบรายวัน การซื้อขายใบจองอสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนในค่าเงินหรือค่าเงินดิจิทัล ส่วนการลงทุนระยะยาว คือการวางแผนลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนและบรรลุเป้าหมายในระยะเวลาตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป หรือบางกรณีอาจนานถึง 5-10 ปี หรือมากกว่านั้น การลงทุนแบบนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการสะสมความมั่งคั่ง เช่น การเตรียมเงินเพื่อเกษียณ หรือการสะสมทรัพย์สินขนาดใหญ่ ตัวอย่างการลงทุนระยะยาว ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ หุ้นสามัญ อสังหาริมทรัพย์ และของมีค่า เช่น ทองคำ ตราสารหนี้และพันธบัตร: ทางเลือกที่มั่นคงสำหรับนักลงทุนมือใหม่? ตราสารหนี้และพันธบัตรเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความปลอดภัยของเงินต้น [...]

9/4/2568 • โดย Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว โดยเฉพาะการลงทุนในห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมที่กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่ทุกห้องชุดที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ การเลือกประเภทห้องชุดที่เหมาะสมจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการลงทุน บทความนี้จะแนะนำ 5 แบบห้องชุดที่มีศักยภาพในการขายต่อได้ง่าย เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว ห้องสตูดิโอ: ขนาดเล็กแต่ประสิทธิภาพสูง ห้องสตูดิโอเป็นห้องชุดขนาดเล็กที่มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 25-30 ตารางเมตร ออกแบบในลักษณะเป็นห้องโล่งเพียงห้องเดียว ไม่มีการแบ่งกั้นห้องนอน โดยจะรวมพื้นที่นั่งเล่น นอน และทำอาหารไว้ในพื้นที่เดียวกัน ยกเว้นห้องน้ำที่แยกออกมาต่างหาก ห้องสตูดิโอเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนเนื่องจากมีราคาต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับห้องชุดประเภทอื่นในโครงการเดียวกัน ทำให้มีกลุ่มผู้ซื้อที่กว้างกว่า ข้อดีของการลงทุนในห้องสตูดิโอคือมีอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าที่สูงเมื่อเทียบกับเงินลงทุน เนื่องจากค่าเช่าไม่ได้ลดลงตามสัดส่วนของพื้นที่ นอกจากนี้ ยังเป็นที่ต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เริ่มต้นทำงาน นักศึกษา หรือผู้ที่ต้องการที่พักอาศัยในเมือง แต่มีงบประมาณจำกัด รวมถึงนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการซื้อเพื่อปล่อยเช่า อย่างไรก็ตาม การเลือกทำเลที่ตั้งสำหรับห้องสตูดิโอมีความสำคัญมาก ควรเลือกทำเลที่ใกล้สถานศึกษา แหล่งงาน หรือระบบขนส่งมวลชน เพื่อให้สามารถดึงดูดผู้เช่าได้ง่าย และเมื่อต้องการขายต่อก็จะมีกลุ่มลูกค้าที่สนใจมากขึ้น นอกจากนี้ การตกแต่งให้ดูทันสมัย ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับห้องสตูดิโอได้อีกด้วย ห้อง 1 ห้องนอน: ความลงตัวระหว่างราคาและความเป็นส่วนตัว ห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 30-45 ตารางเมตร ประกอบด้วยห้องนอน 1 ห้องที่แยกเป็นสัดส่วน มีพื้นที่นั่งเล่น ห้องครัวเล็กๆ [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
อัญมณีไม่เพียงเป็นเครื่องประดับที่สวยงามเท่านั้น แต่ในหลักความเชื่อตามศาสตร์โบราณ อัญมณียังมีพลังงานพิเศษที่สามารถส่งเสริมพลังงานที่ดีให้กับบ้านและผู้อยู่อาศัยได้ รัตนสูตรเป็นศาสตร์โบราณที่ว่าด้วยการใช้อัญมณีเพื่อปรับสมดุลพลังงานและสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับที่อยู่อาศัย การเลือกวางอัญมณีในตำแหน่งที่เหมาะสมสามารถเสริมสร้างบรรยากาศที่ดี เพิ่มความมั่งคั่ง ส่งเสริมสุขภาพ และสร้างความสงบสุขให้กับบ้านของคุณ บทความนี้จะแนะนำ 5 ตำแหน่งสำคัญในการวางอัญมณีตามหลักรัตนสูตรที่จะช่วยยกระดับพลังงานและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยให้ดียิ่งขึ้น ความสำคัญของอัญมณีในการจัดพลังงานบ้านตามหลักรัตนสูตร รัตนสูตรเป็นศาสตร์โบราณที่ผสมผสานความรู้เกี่ยวกับพลังงานของอัญมณีเข้ากับหลักการจัดวางพื้นที่อยู่อาศัย โดยเชื่อว่าอัญมณีแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะที่สามารถดึงดูดพลังงานที่ดีและป้องกันพลังงานที่ไม่พึงประสงค์ได้ อัญมณีมีองค์ประกอบของแร่ธาตุที่มีความถี่และการสั่นสะเทือนเฉพาะ ซึ่งสามารถส่งผลต่อพลังงานโดยรอบ ในบ้านที่อยู่อาศัย พลังงานสามารถไหลเวียนและสะสมในรูปแบบต่างๆ บางครั้งอาจเกิดการติดขัดหรือไม่สมดุล ส่งผลให้เกิดความตึงเครียด ความไม่ลงรอย หรือปัญหาสุขภาพแก่ผู้อยู่อาศัย การวางอัญมณีในตำแหน่งที่เหมาะสมจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของพลังงานที่ดี ฟอกพลังงานที่ไม่ดี และสร้างสมดุลให้กับบ้านทั้งหลัง นอกจากนี้ ตามหลักรัตนสูตร อัญมณีแต่ละชนิดยังมีความสัมพันธ์กับธาตุต่างๆ เช่น ดิน น้ำ ลม ไฟ และอากาศ รวมถึงทิศทางต่างๆ การเลือกอัญมณีที่มีความสอดคล้องกับธาตุประจำทิศนั้นๆ จะช่วยเสริมพลังงานให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน อัญมณียังสามารถแก้ไขจุดอ่อนหรือพลังงานด้านลบที่อาจเกิดจากการออกแบบบ้านที่ไม่สมบูรณ์ได้อีกด้วย ตำแหน่งที่ 1: ประตูทางเข้าบ้าน – ประตูสู่พลังงานแห่งความมั่งคั่ง ประตูทางเข้าบ้านถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดในการจัดการพลังงานตามหลักรัตนสูตร เพราะเป็นช่องทางหลักที่พลังงานทั้งดีและไม่ดีจะไหลเข้าสู่บ้าน การวางอัญมณีที่เหมาะสมบริเวณประตูจะช่วยกรองพลังงานและดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามา อัญมณีที่แนะนำสำหรับตำแหน่งนี้ได้แก่ ซิทริน (Citrine) ที่มีสีเหลืองทองอร่าม ถือเป็นอัญมณีแห่งความมั่งคั่งที่มีพลังในการดึงดูดโชคลาภและความสำเร็จ การวางผลึกซิทรินขนาดกลางถึงใหญ่ไว้บริเวณใกล้ประตูทางเข้า เช่น [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
แนะธีมลงทุน “GO GLOBAL” และ “Diversification” ฝ่าความผันผวนเศรษฐกิจโลก ธนาคารกสิกรไทย จัดสัมมนาใหญ่แห่งปี K WEALTH Forum หัวข้อ “Five for 2025: FIVE Themes That Will Shape Global Investment Strategies” เจาะลึก 5 ปัจจัยหลักที่กำลังจะเปลี่ยนฉากทัศน์สำคัญของโลกด้านการเงินและการลงทุน นำโดย K WEALTH ศูนย์รวมความเชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์บริหารความมั่งคั่งครบทุกมิติ ร่วมกับบริษัทด้านการลงทุนชั้นนำระดับโลก J.P. Morgan Asset Management และ Lombard Odier ชี้เศรษฐกิจโลกปีนี้ ยังไปต่อได้ เทคโนโลยี AI ยังมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง จับตานโยบาย America First โดยเฉพาะมาตรการทางการค้าที่ไม่เพียงจะส่งผลต่อประเทศคู่ค้าแต่อาจส่งผลกระทบกับ GDP ของสหรัฐฯ ด้วย พร้อมคาดการณ์ Fed อาจปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้อีก 1-2 ครั้ง [...]

31/3/2568 • โดย Homeday
ประเทศไทยอนุมัติปรับเกณฑ์วีซ่าพิเศษ Long-Term Resident (LTR) ล่าสุด ซึ่ง LTR เป็นวีซ่าสำหรับผู้ที่พำนักอยู่ในประเทศไทยระยะยาว โดยวีซ่าดังกล่าวเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่จะช่วยดึงดูดกลุ่มบุคลากรชาวต่างชาติผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง นักลงทุน และผู้บริหารชาวต่างชาติเข้าสู่ประเทศไทยมากยิ่งขึ้น เพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตอบสนองนโยบายของรัฐที่เอื้อต่อการลงทุนและประกอบธุรกิจ และถือเป็นก้าวสำคัญเพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจการลงทุน และศูนย์กลางบุคลากรที่มีศักยภาพสูงระดับโลก การเพิ่มเติมหลักเกณฑ์วีซ่า LTR ในครั้งนี้ มอบสิทธิประโยชน์ในการพำนักอาศัยระยะยาวในประเทศไทยได้ถึง 10 ปี พร้อมใบอนุญาตทำงานดิจิทัล และสิทธิพิเศษลดหย่อนภาษีเงินได้ส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย โดยขยายประเภทสาขาที่เกี่ยวข้องสำหรับกลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษและยกเลิกข้อกำหนดอันซ้ำซ้อน วีซ่า LTR จึงครอบคลุมบุคคลในวงกว้างขึ้น สามารถเข้าถึงและดึงดูดผู้สมัครได้หลากหลายมากขึ้น ปรับเกณฑ์ใหม่ ให้ความสำคัญกับมูลค่ารวมของทรัพย์สินที่ถือครอง ในหมวดประชากรโลกผู้มีความมั่งคั่งสูง (Wealthy Global Citizen) การตัดสินใจปรับเกณฑ์การประเมินจากทรัพย์สินมูลค่ารวมและจำนวนเงินการลงทุนแทนรายได้ขั้นต่ำ โดยยกเว้นข้อกำหนดด้านรายได้ขั้นต่ำต่อปีนั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดี อีกทั้งการปรับหลักเกณฑ์นี้ยิ่งเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับโครงการบ้านพักตากอากาศสุดหรูอย่าง คิอารา รีเซิร์ฟ ซึ่งเป็นที่พักตากอากาศสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล ที่ได้รับการพัฒนาร่วมกับ คาจิมา คอร์ปอเรชั่น (Kajima) คิอารา รีเซิร์ฟ ตั้งอยู่ ณ อ่าวลายันของภูเก็ต ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘Millionaire’s [...]

31/3/2568 • โดย Homeday
ทับทิมเป็นอัญมณีที่ได้รับความนิยมและได้รับการยกย่องทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ด้วยสีแดงล้ำลึกที่โดดเด่นและความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรือง ในตลาดจีน ความนิยมของทับทิมได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากรายงานล่าสุดของ Gemfields พบว่า 61% ของผู้บริโภคชาวจีนมองว่าทับทิมเป็นอัญมณีที่ควรค่าแก่การครอบครอง และ 55% ของผู้บริโภคเหล่านี้เคยซื้อทับทิมภายในปีที่ผ่านมา รายงานยังแสดงให้เห็นอีกว่าทับทิมได้รับความนิยมมากกว่าไพลินถึงสองเท่าในแง่ของการรับรู้ และเป็นที่ต้องการมากกว่ามรกตถึงสามเท่าในแง่ของความน่าสนใจและการซื้อ ความหลงใหลในทับทิมนี้มีรากฐานลึกซึ้งในความงามตามอุดมคติทางวัฒนธรรมของจีน โดยทับทิมถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมดั้งเดิม และสะท้อนถึงความงามตามแนวคิด “ความเป็นจีนยุคใหม่” ที่ทำให้ทับทิมเป็นอัญมณีที่เหมาะสำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ความนิยมในทับทิมยังสะท้อนให้เห็นในงานบางกอกเจมส์ ครั้งที่ 71 ซึ่งทับทิมได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากทั้งผู้ซื้อและผู้จัดแสดงสินค้า ภายในงานได้มีการจัดแสดงเครื่องประดับทับทิมหลากหลายรูปแบบ ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของอัญมณีชนิดนี้ทั้งในด้านการออกแบบที่เน้นความคลาสสิกและสไตล์ที่ทันสมัย และคาดว่านับจากนี้ไป ทับทิมจะเป็นที่นิยมยิ่งขึ้นแน่นอน

27/3/2568 • โดย Homeday
พร้อมสนับสนุนให้ผู้หญิงก้าวเป็นผู้นำในวงการเทคโนโลยี และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย มหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ (Singapore Management University: SMU) ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนระบบนิเวศของธุรกิจสตาร์ทอัพ (Startup) ในประเทศไทย โดยมุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจข้ามพรมแดน และผลักดันการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของสตาร์ทอัพไทยสู่ตลาดอาเซียนขณะที่เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีส่วนสำคัญต่อการขยายตัวของตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 นอกจากนี้แล้ว ทางมหาวิทยาลัยยังได้มุ่งเน้นส่งเสริมบทบาทของผู้หญิงในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีซึ่งเพิ่มความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน โดยได้จัดงานเสวนาและบรรยายในหัวข้อ “Leadership in Tech: AI Ethics, Data Governance, and the Power of Community” ซึ่งเป็นเวทีที่มุ่งเน้นการเฉลิมฉลองความสำเร็จ และเสริมศักยภาพให้กับผู้นำหญิงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศไทย การขยายความร่วมมือของ SMU เพื่อสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพในประเทศไทย การขยายการดำเนินงานของ SMU ในประเทศไทยนั้นสอดคล้องกับกลยุทธ์ในการเป็นเป็นศูนย์กลางด้านความเป็นผู้นำทางความคิดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมหาวิทยาลัยฯ มุ่งเน้นการฝึกอบรมทักษะในสาขาการศึกษาที่มีความสำคัญ เช่น ความปลอดภัยทางไซเบอร์ การบริหารความมั่งคั่ง และการจัดหาเงินทุนสำหรับการสร้างธุรกิจ (Venture Financing) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถ และเพิ่มความสามารถให้ธุรกิจด้านเทคโนโลยีประเทศไทย โดยในปี 2567 [...]