กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

12/2/2568 • โดย Homeday
หลายคนที่เลี้ยงแมวคงเคยประสบปัญหาแมวชอบทำของตก ไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำ กรอบรูป หรือของตกแต่งต่างๆ บนโต๊ะหรือชั้นวาง พฤติกรรมนี้อาจทำให้เจ้าของหงุดหงิดและกังวลเรื่องความเสียหายของทรัพย์สิน แต่รู้หรือไม่ว่า การที่แมวชอบทำของตกนั้นมีเหตุผลทางธรรมชาติและสัญชาตญาณของพวกเขา สัญชาตญาณนักล่าที่ซ่อนอยู่ในแมวบ้าน แม้ว่าแมวบ้านจะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีและไม่ต้องออกล่าเหยื่อเพื่อการอยู่รอด แต่สัญชาตญาณการล่าเหยื่อยังคงฝังอยู่ในพฤติกรรมของพวกเขา การทำของตกเป็นการแสดงออกถึงทักษะการล่าที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ในธรรมชาติ แมวจะใช้อุ้งเท้าแตะเหยื่อเพื่อตรวจสอบว่ามีชีวิตอยู่หรือไม่ และเพื่อทดสอบว่าเหยื่อนั้นมีอันตรายหรือไม่ พฤติกรรมการทำของตกจึงเป็นการจำลองการล่าเหยื่อในรูปแบบหนึ่ง โดยแมวจะสังเกตการเคลื่อนไหวของวัตถุที่ตกลงมาเหมือนกับการดูเหยื่อที่พยายามหนี ความอยากรู้อยากเห็นและการเรียนรู้ผ่านการทดลอง แมวเป็นสัตว์ที่มีความอยากรู้อยากเห็นสูง การทำของตกเป็นวิธีหนึ่งที่พวกเขาใช้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เมื่อแมวเห็นวัตถุบนโต๊ะหรือชั้นวาง พวกเขาจะอยากรู้ว่า: วัตถุนั้นเคลื่อนที่ได้อย่างไร เสียงที่เกิดขึ้นเมื่อวัตถุกระทบพื้น ปฏิกิริยาของมนุษย์ต่อการกระทำของพวกเขา การทดลองเช่นนี้ช่วยให้แมวเข้าใจกฎพื้นฐานของฟิสิกส์และความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล การดึงดูดความสนใจจากเจ้าของ บางครั้งแมวทำของตกเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเจ้าของ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่พวกเขารู้สึกว่าไม่ได้รับการใส่ใจเท่าที่ควร เช่น: ตอนเจ้าของกำลังทำงาน ช่วงที่เจ้าของใช้โทรศัพท์มือถือ เวลาที่เจ้าของกำลังพักผ่อน เมื่อของตก เจ้าของมักจะรีบเข้ามาดูและเก็บของ ซึ่งเป็นการตอบสนองที่แมวต้องการ การออกกำลังกายและคลายความเบื่อ แมวเป็นสัตว์ที่ต้องการการกระตุ้นทางกายภาพและจิตใจอย่างสม่ำเสมอ การทำของตกอาจเป็นวิธีที่พวกเขาใช้คลายความเบื่อและออกกำลังกาย โดยเฉพาะแมวที่อยู่ในบ้านตลอดเวลาและไม่มีกิจกรรมที่น่าสนใจเพียงพอ วิธีแก้ไขพฤติกรรมชอบทำของตก แม้ว่าจะเป็นพฤติกรรมธรรมชาติ แต่เราสามารถช่วยลดพฤติกรรมการทำของตกได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้ 1. จัดพื้นที่ปลอดภัย เก็บของมีค่าและของแตกง่ายให้พ้นจากบริเวณที่แมวเข้าถึงได้ จัดวางของตกแต่งให้มั่นคง หรือใช้กาวตะกั่วยึดติด สร้างพื้นที่เฉพาะสำหรับแมวที่พวกเขาสามารถปีนป่ายและเล่นได้อย่างปลอดภัย 2. เพิ่มกิจกรรมและของเล่น จัดหาของเล่นที่เหมาะสมให้แมว สร้างกิจกรรมที่ท้าทายความสามารถ ใช้เวลาเล่นกับแมวอย่างสม่ำเสมอ [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
อาการกลัวการแยกจากเป็นปัญหาทางพฤติกรรมที่พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมว สภาวะนี้เกิดจากความวิตกกังวลอย่างรุนแรงเมื่อสัตว์เลี้ยงถูกทิ้งไว้ตามลำพัง ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และความเครียดทั้งตัวสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ สัญญาณบ่งชี้อาการกลัวการแยกจาก สำหรับสุนัข การเห่าหอนอย่างต่อเนื่องเมื่อถูกทิ้งไว้ การทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน ปัสสาวะหรืออุจจาระในที่ไม่เหมาะสม พฤติกรรมก้าวร้าวหรือวิตกกังวล การตามติดเจ้าของตลอดเวลา สำหรับแมว การส่งเสียงร้องมากผิดปกติ การขีดข่วนเฟอร์นิเจอร์ การถ่ายนอกกระบะทราย การเลียขนมากเกินไป การหลบซ่อนตัวหรือซึมเศร้า สาเหตุของอาการกลัวการแยกจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม การย้ายบ้านหรือเปลี่ยนแวดล้อมที่อยู่อาศัยสามารถกระตุ้นความวิตกกังวลได้ การขาดการฝึกฝนที่ถูกต้อง สัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้รับการฝึกให้คุ้นเคยกับการอยู่คนเดียวมักมีปัญหามากขึ้น ประสบการณ์ในอดีต สัตว์เลี้ยงที่ถูกทอดทิ้งหรือมีประสบการณ์ที่ไม่ดีในอดีตจะมีแนวโน้มเกิดอาการนี้สูง การพึ่งพิงสูง สัตว์เลี้ยงที่ติดเจ้าของมากเกินไปจะยากต่อการแยกออกมา เทคนิคการจัดการอาการกลัวการแยกจาก การฝึกฝนขั้นพื้นฐาน เริ่มจากการทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้เป็นเวลาสั้นๆ ค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาทีละน้อย สร้างพื้นที่ปลอดภัยภายในบ้าน การสร้างความรู้สึกปลอดภัย จัดเตรียมของเล่นที่น่าสนใจ ใช้กลิ่นหรือเสียงที่คุ้นเคย เตรียมพื้นที่พักผ่อนสบาย เทคนิคการให้รางวัล ให้รางวัลเมื่อสัตว์เลี้ยงอยู่อย่างสงบ หลีกเลี่ยงการตำหนิเมื่อเกิดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ สร้างความผูกพันผ่านกิจกรรมร่วมกัน วิธีการป้องกันและแก้ไข การออกกำลังกายและกระตุ้นสมอง เดินเล่นหรือวิ่งเล่นก่อนออกจากบ้าน เตรียมของเล่นกระตุ้นสมอง สลับของเล่นเพื่อความน่าสนใจ การใช้เทคโนโลยีช่วย กล้องติดตามพฤติกรรม อุปกรณ์ให้อาหารอัตโนมัติ เครื่องบันเทิงสำหรับสัตว์เลี้ยง เมื่อต้องพบสัตวแพทย์ หากอาการรุนแรงและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเฉพาะทาง บางกรณีอาจต้องใช้ยาหรือการบำบัดพิเศษ สรุป การจัดการอาการกลัวการแยกจากต้องอาศัยความเข้าใจ [...]

7/4/2568 • โดย Homeday
การมีแมวอ้วนในบ้านอาจดูน่ารักและน่ากอด แต่ความจริงแล้วภาวะน้ำหนักเกินในแมวเป็นปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและอายุขัยของสัตว์เลี้ยงที่เรารัก การออกกำลังกายที่เหมาะสมจึงเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมน้ำหนัก เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับแมวอ้วน บทความนี้จะนำเสนอวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสม ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสำหรับแมวที่มีน้ำหนักเกิน เข้าใจปัญหาแมวอ้วน ภาวะอ้วนในแมวไม่ได้เป็นเพียงปัญหาทางกายภาพ แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพของพวกเขาในระยะยาว แมวที่มีน้ำหนักเกินมักเผชิญกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อโรคเบาหวาน โรคข้อเสื่อม โรคหัวใจ และมีอายุขัยที่สั้นลง สาเหตุหลักของภาวะอ้วนในแมวมาจากการได้รับแคลอรี่มากเกินไปและการเคลื่อนไหวที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในแมวที่อาศัยอยู่ในบ้านหรืออพาร์ตเมนต์ซึ่งมีพื้นที่จำกัด นอกจากนี้ การตอนหรือการทำหมันยังส่งผลต่อการเผาผลาญของแมว ทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะเพิ่มน้ำหนักได้ง่ายขึ้น แมวที่อ้วนมักจะแสดงอาการเฉื่อยชา เคลื่อนไหวน้อยลง และอาจมีปัญหาในการทำความสะอาดตัวเอง ซึ่งนำไปสู่ปัญหาผิวหนังและขนหมอง สังเกตได้ว่าแมวที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานจะมีรูปร่างที่กลมมากขึ้น ไม่สามารถมองเห็นเอวหรือซี่โครงได้เมื่อมองจากด้านบน และมีไขมันสะสมที่ท้อง การประเมินสภาพร่างกายของแมวโดยสัตวแพทย์จะช่วยให้เจ้าของเข้าใจสถานะน้ำหนักของแมวและวางแผนการออกกำลังกายที่เหมาะสมได้ หลักการสำคัญในการออกกำลังกายสำหรับแมวอ้วน การเริ่มต้นอย่างช้าๆ และค่อยเป็นค่อยไป การออกกำลังกายสำหรับแมวอ้วนควรเริ่มต้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรบังคับให้แมวออกกำลังกายอย่างหนักทันที เนื่องจากอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือความเครียดได้ เริ่มต้นด้วยกิจกรรมเบาๆ วันละ 5-10 นาที แล้วค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาและความเข้มข้นตามความเหมาะสม การสังเกตพฤติกรรมของแมวระหว่างการออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ หากแมวแสดงอาการเหนื่อยล้า หอบ หรือไม่สนใจที่จะเล่นต่อ ควรให้พักและลองใหม่ในภายหลัง แมวแต่ละตัวมีระดับความสามารถและความสนใจที่แตกต่างกัน ดังนั้นการปรับแผนการออกกำลังกายให้เหมาะกับแมวแต่ละตัวจึงเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนี้ ควรจัดตารางการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอ โดยแบ่งเป็นช่วงสั้นๆ หลายครั้งต่อวัน แทนที่จะเป็นการออกกำลังกายครั้งเดียวเป็นเวลานาน แมวมักมีช่วงเวลาตื่นตัวตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงเช้าและเย็น [...]

26/3/2568 • โดย Homeday
ในวันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2568 ณ ห้องประชุม ชั้น 3 อาคาร C … นพ.ดุสิต ศรีสกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลานนา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน Mother Class “คุณแม่ยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ” ประจำปี 2568 ของโรงพยาบาลลานนา โดยศูนย์สูตินรีเวชกรรม และแผนกห้องคลอด-ทารกแรกเกิด โรงพยาบาลลานนา ได้จัดกิจกรรมการอบรมให้ความรู้ในกลุ่มคุณแม่ตั้งครรภ์ ในหัวข้อเรื่อง “คุณแม่ยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ” … คุณแม่แข็งแรง ลูกปลอดภัย เพราะสุขภาพที่ดีของแม่ คือจุดเริ่มต้นของลูกที่สมบูรณ์แข็งแรง โดยมีหัวข้อการบรรยายเรื่อง การเตรียมตัวระหว่างตั้งครรภ์ , สุขภาพของคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์ , การออกกำลังกายสำหรับสตรีตั้งครรภ์ และคำถามที่พบบ่อยในพ่อแม่มือใหม่ วิทยากรโดย พญ.สุพัชรี พัวพันธ์ และพญ.หทัยรัตน์ เรืองเดชณรงค์ สูตินรีแพทย์ ประจำศูนย์สูตินรีเวชกรรม รวมทั้งมี WORK SHOP การสาธิตวิธีการอาบน้ำทารก , การห่อตัวทารก และการดูแลทารกแรกเกิด จากทีมวิทยากรจากแผนกห้องคลอด-ทารกแรกเกิด มาบรรยายให้ความรู้ [...]

14/3/2568 • โดย Homeday
สุนัขพันธุ์เล็กเป็นที่นิยมในฐานะสัตว์เลี้ยงคู่บ้าน แต่พวกเขามักเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพหัวใจที่แตกต่างจากสุนัขพันธุ์ใหญ่ การเข้าใจและตระหนักถึงปัญหาสุขภาพหัวใจจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเจ้าของสุนัขพันธุ์เล็ก โครงสร้างหัวใจของสุนัขพันธุ์เล็ก: ความเปราะบางที่มองข้ามไม่ได้ สุนัขพันธุ์เล็กมีโครงสร้างหัวใจที่แตกต่างจากสุนัขพันธุ์ใหญ่อย่างสิ้นเชิง ความแตกต่างทางกายวิภาคนี้ทำให้พวกเขามีความเสี่ยงต่อปัญหาโรคหัวใจสูงกว่า ลักษณะพิเศษของระบบไหลเวียนเลือด หัวใจขนาดเล็กแต่ทำงานหนักกว่า ความดันโลหิตที่มีแนวโน้มผันผวนง่าย การกระจายเลือดที่ต้องอาศัยประสิทธิภาพสูง สาเหตุหลักของปัญหาโรคหัวใจในสุนัขพันธุ์เล็ก 1. พันธุกรรมและการถ่ายทอดทางพันธุศาสตร์ บางสายพันธุ์มีความเสี่ยงสูงติดตัวมาแต่กำเนิด เช่น เชิห์วาวา ปอมเมอเรเนียน มอลทีส 2. ภาวะหัวใจวายเรื้อรัง กลไกสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาโรคหัวใจในสุนัขพันธุ์เล็ก ประกอบด้วย การทำงานของลิ้นหัวใจผิดปกติ กล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม การอุดตันของหลอดเลือด 3. ปัจจัยแวดล้อมที่เพิ่มความเสี่ยง ภาวะอ้วน การขาดการออกกำลังกาย ความเครียด อาหารที่ไม่ได้มาตรฐาน อาการเตือนที่ต้องระวัง สัญญาณบ่งชี้ปัญหาหัวใจเริ่มแรก หอบเหนื่อยง่าย เหนื่อยล้าระหว่างการออกกำลังกาย ไอเรื้อรัง อาเจียนบ่อย น้ำหนักลด ซึมเศร้า การเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ลดการเคลื่อนไหว เบื่ออาหาร นอนมากขึ้น ตอบสนองช้าลง การป้องกันและดูแลสุขภาพหัวใจ การตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ทรวงอก การตรวจเลือดเฉพาะทาง โภชนาการที่เหมาะสม อาหารที่มีคุณภาพสูง ควบคุมปริมาณแคลอรี สารอาหารที่บำรุงหัวใจ การออกกำลังกายอย่างถูกวิธี [...]

10/3/2568 • โดย Homeday
กายภาพบำบัดไม่ใช่เพียงแค่การรักษาสำหรับมนุษย์ แต่ยังเป็นวิธีการดูแลสุขภาพที่ทรงพลังสำหรับสัตว์เลี้ยงอีกด้วย กระบวนการนี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง ลดอาการปวด และปรับปรุงการเคลื่อนไหวให้กับสัตว์เลี้ยงที่ประสบปัญหาทางร่างกาย ประโยชน์ของกายภาพบำบัดสำหรับสัตว์เลี้ยง 1. บรรเทาอาการปวด กายภาพบำบัดช่วยลดความเจ็บปวดจากโรคข้ออักเสบ การบาดเจ็บ หรือการผ่าตัด โดยใช้เทคนิคนวด การประคบ และการเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบ 2. ฟื้นฟูสมรรถภาพหลังบาดเจ็บ สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ผ่านการผ่าตัด หรือประสบอุบัติเหตุ กายภาพบำบัดช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และระบบการเคลื่อนไหวให้กลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ 3. เพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่น การออกกำลังกายเฉพาะทางช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ปรับปรุงความยืดหยุ่น และป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ 4. การจัดการโรคเรื้อรัง สำหรับสัตว์เลี้ยงที่เป็นโรคข้ออักเสบ โรคกระดูก หรือปัญหาระบบประสาท กายภาพบำบัดช่วยบรรเทาอาการและเพิ่มคุณภาพชีวิต เทคนิคกายภาพบำบัดที่สำคัญ การนวดทางการแพทย์ การนวดอย่างมืออาชีพช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดอาการเกร็ง และบรรเทาความเครียดในกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายเฉพาะทาง นักกายภาพบำบัดจะออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและปัญหาของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว เทคโนโลยีการรักษาพิเศษ การใช้คลื่นอัลตราซาวด์ การกระตุ้นไฟฟ้า และการบำบัดด้วยความร้อนช่วยเร่งกระบวนการฟื้นฟู เวลาที่เหมาะสมในการทำกายภาพบำบัด หลังการผ่าตัด กรณีมีอาการบาดเจ็บทางกายภาพ สำหรับสัตว์เลี้ยงสูงอายุ สัตว์เลี้ยงที่มีโรคเรื้อรัง ข้อควรระวัง ควรปรึกษาสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มการกายภาพบำบัด เนื่องจากแต่ละสัตว์มีความต้องการที่แตกต่างกัน สรุป กายภาพบำบัดเป็นวิธีการดูแลสุขภาพที่มีประสิทธิภาพสำหรับสัตว์เลี้ยง ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต บรรเทาอาการปวด [...]

21/10/2568 • โดย Homeday
กรุงเทพมหานคร – ทุกวันนี้ การออกกำลังกายของคนรุ่นใหม่ จะไม่เพียงแค่เรื่องของสุขภาพ แต่กระแส การเดิน-วิ่ง-ปั่น “กลายเป็นชีวิตวิถีใหม่ของคนไทยและต่างชาติไปแล้ว เนื่องจากการวิ่ง ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในสนาม แต่ยังต่อยอดสู่การท่องเที่ยว เชิงกีฬา (Sport Tourism) ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นและจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทุกวัย และประเทศไทย ก็ถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายยอดนิยมของนักวิ่งทั่วโลก ด้วยเสน่ห์ของเส้นทางธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่น และกิจกรรมชุมชนที่ผสานความสนุกกับการออกกำลังกายได้อย่างลงตัว ล่าสุด บริษัท เรด ซี๊ด ครีเอชั่น จำกัด จัดงานแถลงข่าว กิจกรรมวิ่งแห่งปี ยกทัพรัน มันส์ยกทีม ครั้งที่ 2 (Yoktub Run 2) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ทีมลิง ทีมยักษ์ รักการวิ่ง” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายแทนไท สกุลวิจิตร์สินธุ ผู้บริหาร บริษัท เรด ซี๊ด ครีเอชั่น [...]

21/2/2568 • โดย Homeday
การออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุนัขทุกพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่ต้องการการเคลื่อนไหวและกิจกรรมทางกายมากกว่าสุนัขพันธุ์เล็ก บทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญของการออกกำลังกายและวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่ ทำไมสุนัขพันธุ์ใหญ่ต้องออกกำลังกายทุกวัน? สุนัขพันธุ์ใหญ่มีความต้องการพลังงานและการเคลื่อนไหวสูงตามธรรมชาติ การออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยในด้านต่างๆ ดังนี้: สุขภาพร่างกาย: ช่วยควบคุมน้ำหนักและป้องกันโรคอ้วน เสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระดูกให้แข็งแรง เพิ่มความยืดหยุ่นและความคล่องตัว ช่วยระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดี สุขภาพจิตใจ: ลดความเครียดและความวิตกกังวล ป้องกันพฤติกรรมก้าวร้าว สร้างความมั่นใจ กระตุ้นการเรียนรู้และพัฒนาการทางสังคม ประเภทของการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสุนัขพันธุ์ใหญ่ การเดินและวิ่ง: เริ่มต้นด้วยการเดินวันละ 30-45 นาที แบ่งเป็น 2-3 ครั้งต่อวันหากจำเป็น เพิ่มความเร็วและระยะทางตามความแข็งแรง หลีกเลี่ยงการวิ่งบนพื้นแข็งเป็นเวลานาน การว่ายน้ำ: เป็นการออกกำลังกายแบบ low-impact เหมาะสำหรับสุนัขที่มีปัญหาข้อต่อ ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบด้าน ควรเริ่มต้นในน้ำตื้นและมีการดูแลอย่างใกล้ชิด การเล่นเกมและกิจกรรม: เล่นขว้างและรับของเล่น เล่นชักเย่อด้วยเชือก ฝึกวิ่งตามคำสั่ง การเล่นซ่อนหาของรางวัล ข้อควรระวังในการออกกำลังกาย สภาพอากาศ: หลีกเลี่ยงช่วงอากาศร้อนจัด ให้น้ำดื่มเพียงพอ สังเกตอาการเหนื่อยล้า เตรียมร่มเงาสำหรับพัก การเริ่มต้น: เริ่มจากเบาไปหนัก เพิ่มความเข้มข้นทีละน้อย สังเกตการตอบสนอง ปรึกษาสัตวแพทย์หากมีข้อสงสัย อุปกรณ์และความปลอดภัย: ใช้สายจูงที่แข็งแรง สวมปลอกคอที่พอดี เลือกพื้นที่ปลอดภัย มีไฟส่องสว่างในเวลากลางคืน การวางแผนการออกกำลังกาย [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
ลูกสุนัขมีพฤติกรรมการกัดสิ่งของเป็นเรื่องปกติในช่วงการเจริญเติบโต ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัยที่สำคัญ การเข้าใจสาเหตุเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการพฤติกรรมนี้อย่างมีประสิทธิภาพ รากเหง้าของพฤติกรรมการกัด 1. สัญชาตญาณการสำรวจ ลูกสุนัขสำรวจโลกรอบตัวผ่านการกัด เป็นวิธีธรรมชาติในการเรียนรู้และทำความเข้าใจสิ่งแวดล้อม กระบวนการนี้คล้ายกับเด็กเล็กที่ใช้มือสัมผัสและสำรวจสิ่งของ 2. กระบวนการขึ้นฟัน ช่วงการขึ้นฟันเป็นระยะที่ลูกสุนัขรู้สึกคันและปวดตามเหงือก การกัดช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้และทำให้รู้สึกดีขึ้น เป็นเสมือนการนวดเหงือกด้วยวัตถุแข็งๆ 3. การระบายพลังงาน ลูกสุนัขที่ขาดการกระตุ้นทางร่างกายและอารมณ์มักหันไปกัดสิ่งของเพื่อระบายพลังงานและความเบื่อหน่าย 4. การเรียนรู้ทางสังคม การกัดเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ทางสังคมและพัฒนาทักษะการควบคุมพลังในการกัด ซึ่งเริ่มต้นจากการปฏิสัมพันธ์กับแม่และพี่น้องสุนัข กลยุทธ์การจัดการพฤติกรรมการกัด การเตรียมสภาพแวดล้อม 1. การจัดการพื้นที่ เก็บสิ่งของมีค่าและเสี่ยงต่อการถูกกัด ใช้กล่องกั้นหรือประตูกั้นเพื่อจำกัดพื้นที่ จัดวางของเล่นที่เหมาะสมในบริเวณที่ลูกสุนัขอยู่ 2. การเลือกของเล่น เลือกของเล่นที่แข็งแรงและปลอดภัย มีความหลากหลายทั้งวัสดุและรูปทรง สลับของเล่นเพื่อกระตุ้นความสนใจ เทคนิคการฝึกอบรม 1. การสอนวิธีการกัด ใช้เสียงดังเพื่อแสดงความไม่พอใจเมื่อกัดผิด หยุดเล่นทันทีเมื่อลูกสุนัขกัดมือหรือเสื้อผ้า ชมเชยเมื่อใช้ของเล่นอย่างถูกต้อง 2. การลดทอนพฤติกรรมการกัด แสดงให้เห็นว่าการกัดทำให้กิจกรรมยุติลง ค่อยๆ สอนให้ใช้ของเล่นแทนการกัดสิ่งของ ใช้สเปรย์รสขมบนวัตถุที่ไม่ต้องการให้กัด การดูแลสุขภาพและความต้องการพื้นฐาน 1. การออกกำลังกาย จัดเวลาเล่นและเดินเป็นประจำ กระตุ้นทั้งร่างกายและสมอง ใช้เกมที่ต้องใช้สมองเพื่อระบายพลังงาน 2. การตรวจสุขภาพ ตรวจสอบว่าการกัดไม่ได้เกิดจากปัญหาสุขภาพ สังเกตอาการผิดปกติระหว่างการขึ้นฟัน [...]

24/3/2568 • โดย Homeday
ใครบ้างคะ…ที่ช่วงนี้กำลังอินกับพระเอกหนุ่มใหญ่ซีรีส์เกาหลี แม้อายุจะเข้าเลข 4 แต่ก็ยังหล่อโอปป้า ทำสาวไทยใจละลายโดนตกกันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่สาวไหนที่กำลังจะใกล้หลักสี่ อย่างพึ่งน้อยใจ สาวๆ วัยนี้ก็ดูดีได้ไม่แพ้กัน ความลับของการดูอ่อนกว่าวัยไม่ได้อยู่ที่ยาวิเศษ หรือการศัลยกรรม แต่อยู่ที่การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอค่ะ พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) มาบอกคู่มือดูแลตัวเองในวัย 40 ว่า วัยนี้ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเกี่ยวกับผิวพรรณที่เริ่มมีริ้วรอย เมแทบอลิซึมที่ช้าลง และฮอร์โมนที่เริ่มแปรปรวน ดังนั้นถ้าอยากดูอ่อนกว่าวัย ต้องดูแลตั้งแต่ผิวพรรณ การปรับอาหารการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน ไปจนถึงการดูแลสุขภาพจิตใจ 1.ใส่ใจเรื่องการบำรุงผิว ผู้หญิงวัย 40 ต้องการบำรุงผิวมากขึ้น เนื่องจากผิวสูญเสียคอลลาเจนและความยืดหยุ่น ส่งผลให้เกิดริ้วรอยความหย่อนคล้อยได้ง่าย คุณหมอแนะนำดังนี้ ใช้ครีมกันแดดทุกวัน ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และมีค่า PA+++ [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
ความสวยไม่ใช่แค่พรสวรรค์ แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนพัฒนาได้ด้วยการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการดูแลตัวเองจากภายในอย่างการปรับโภชนาการ การออกกำลังกาย หรือการดูแลตัวเองจากภายนอก เช่น การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา การแต่งหน้า บทความนี้จึงจะมาแนะนำ 5 วิธีทำให้ตัวเองสวยขึ้นที่ทำได้จริงและเห็นผลชัดเจน ทำไมใครๆ ก็อยากสวยขึ้น? การดูแลตัวเองให้สวยช่วยเพิ่มความมั่นใจและส่งผลดีต่อสุขภาพจิตได้ เมื่อเรารู้สึกดีกับตัวเอง ชีวิตประจำวันก็จะมีความสุขมากขึ้น แม้ว่าโซเชียลมีเดียจะสร้างมาตรฐานความงามที่ทำให้ใครหลายคนรู้สึกกดดัน แต่ความสวยที่แท้จริงนั้นไม่ได้จำกัดแค่เรื่องหน้าตาภายนอก แต่ยังรวมถึงบุคลิกภาพ การดูแลตัวเอง และความมั่นใจด้วย เพราะการดูแลตัวเองคือการแสดงความรักต่อร่างกาย ไม่ใช่การพยายามเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรา 5 วิธีทำอย่างไรให้ตัวเองสวยขึ้น การทำให้ตัวเองสวยขึ้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงเริ่มจากการดูแลตัวเองทั้งภายในและภายนอก เราลองมาดู 5 วิธีทำให้ตัวเองสวยขึ้นง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้ และเห็นผลจริงกัน 1. ปรับโภชนาการเพื่อผิวสวยและสุขภาพดี พื้นฐานของความสวยเริ่มต้นจากภายใน อาหารที่เรารับประทานส่งผลโดยตรงต่อผิวพรรณและสุขภาพโดยรวม ดังนั้น การปรับโภชนาการก็คือการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าที่สุด ตัวอย่างอาหารที่ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งขึ้น เช่น ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปลาที่มีโอเมก้า 3 สูง เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิว ถั่วและเมล็ดพืชที่อุดมไปด้วยวิตามินอี ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายจากแสงแดด และอโวคาโดกับน้ำมันมะกอกที่ให้ไขมันดี ช่วยบำรุงผิว นอกจากนี้ การดื่มน้ำให้เพียงพอ (8-10 แก้วต่อวัน) จะช่วยล้างสารพิษออกจากร่างกายและรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวได้ [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
ร่วมฉลองวันสตรีสากลปี 2025 นี้ ภายใต้ธีม “Accelerating Action” เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังในการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ในมือของเราทุกคนที่ยิ่งใหญ่กว่าครั้งไหน ๆ เฮอร์บาไลฟ์ขอร่วมชื่นชมศักยภาพของผู้หญิงทั่วโลก พร้อมส่งเสริมความสำคัญของการดูแลสุขภาพของผู้หญิงไปด้วยกัน เนื่องจากผู้หญิงต้องรับมือกับหลากหลายบทบาทในชีวิต ทั้งอาชีพ หน้าที่ในครอบครัว และเป็นคนดูแลความเรียบร้อยในบ้าน ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงความเครียดสะสมที่อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ฮอร์โมนแปรปรวน นอนหลับไม่สนิท เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ และโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (autoimmune diseases) ไปจนถึงภาวะซึมเศร้า นอกจากนี้ ยังมีโรคที่ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เช่น ภาวะสมองเสื่อม (dementia) และภาวะกล้ามเนื้อพร่อง (sarcopenia) ดังนั้น การทำความเข้าใจความซับซ้อนของร่างกายและดูแลสุขภาพให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ดร. วิภาดา แซ่เล่า หัวหน้าฝ่ายการศึกษาและฝึกอบรมด้านโภชนาการ เฮอร์บาไลฟ์ เอเชียแปซิฟิก ร่วมฉลองวันสตรีสากล ด้วยการมอบเคล็ดลับการดูแลสุขภาพให้เฮลตี้ฉบับเพื่อนหญิงพลังหญิง เพื่อสร้างโอกาสและความสุขในชีวิตที่ดีกว่าเดิม อย่าลืมดูแลหัวใจให้สตรอง โรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD) เป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของผู้หญิงในเอเชีย คิดเป็น 35% ของการเสียชีวิตทั้งหมดในปี 2019 และข้อมูลยังชี้ว่าภูมิภาคเอเชียมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจสูงที่สุดในโลก โดยอยู่ที่ 467.2 ต่อประชากร 100,000 คน และถึงแม้ว่าจะเป็นโรคที่พบได้ในทุกช่วงวัยของผู้หญิง แต่กลับถูกวินิจฉัยและได้รับการรักษาน้อยกว่าที่ควร เนื่องจากความเข้าใจผิดและการขาดความตระหนักรู้ทั้งในหมู่แพทย์และประชาชน ซึ่งการตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อตรวจหาปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง โรคอ้วน หรือเบาหวาน เป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันโรคหัวใจ นอกจากนี้ การออกกำลังกายเป็นประจำ การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และการรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม จะช่วยให้หัวใจแข็งแรง รวมถึงการเล่นโยคะและการทำสมาธิยังช่วยลดระดับความเครียด ซึ่งส่งผลดีต่อความดันโลหิตและระดับคอเลสเตอรอล การออกกำลังกายยังช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อหัวใจ ส่วนด้านโภชนาการ มีอาหารที่ช่วยเสริมสุขภาพหัวใจ ได้แก่ ผักและผลไม้สด โปรตีนไม่ติดมัน [...]
