กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

26/5/2568 • โดย Homeday
การเลือกของเล่นสำหรับน้องแมวถือเป็นสิ่งที่ทาสแมวทุกคนควรให้ความสำคัญ เพราะของเล่นไม่เพียงแต่ช่วยให้แมวได้ออกกำลังกายและใช้พลังงานส่วนเกิน แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาสติปัญญา กระตุ้นสัญชาตญาณธรรมชาติ และลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของแมวอีกด้วย ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามามีบทบาทในการดูแลสัตว์เลี้ยง ของเล่นแมวจึงมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ของเล่นแบบดั้งเดิมที่เน้นการโต้ตอบระหว่างเจ้าของกับแมว ไปจนถึงของเล่นอัจฉริยะที่สามารถทำงานได้อย่างอัตโนมัติ แมวเป็นสัตว์ล่าโดยธรรมชาติ จึงมีความต้องการที่จะไล่ล่า กระโดด ปีนป่าย และใช้กรงเล็บเป็นประจำ หากไม่ได้รับการตอบสนองความต้องการเหล่านี้อย่างเพียงพอ อาจส่งผลให้แมวเกิดความเครียด เบื่อหน่าย และแสดงพฤติกรรมทำลายสิ่งของในบ้าน การเลือกของเล่นที่เหมาะสมจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ทั้งในแง่ของสุขภาพจิตใจของแมวและการรักษาสภาพบ้านให้อยู่ในสภาพดี นอกจากนี้ ของเล่นยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะของเล่นประเภทที่ต้องมีการโต้ตอบร่วมกัน ปัจจุบันตลาดของเล่นแมวมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งในแง่ของวัสดุที่ใช้ผลิต รูปแบบการออกแบบ และฟังก์ชันการใช้งาน ตั้งแต่ของเล่นที่ทำจากวัสดุธรรมชาติเช่น ขนนกและไผ่ ไปจนถึงของเล่นไฮเทคที่มีเซ็นเซอร์และระบบอัตโนมัติ การเลือกซื้อของเล่นแมวจึงควรพิจารณาหลายปัจจัย เช่น อายุของแมว บุคลิกภาพ ความชอบส่วนบุคคล และพฤติกรรมที่ต้องการปรับปรุง เพื่อให้ได้ของเล่นที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด #ของเล่นแมว #รางบอลแมว #แคทนิป #อุโมงค์แมว #เครื่องนวดแมว #ลูกบอลล้มลุก #หนูไขลาน #บอลกรงหนู #ผ้าห่มแมว #ลูกบอลฝนเล็บ #shopzy

15/2/2568 • โดย Homeday
การอาบน้ำเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสัตว์เลี้ยง แต่หลายคนอาจสงสัยว่าควรอาบน้ำให้สัตว์เลี้ยงบ่อยแค่ไหนจึงจะเหมาะสม บทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคน ทำไมต้องอาบน้ำให้สัตว์เลี้ยง? การอาบน้ำไม่ได้เป็นเพียงเรื่องความสะอาดเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์หลายด้าน: กำจัดกลิ่นตัว ลดการสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรีย ป้องกันการเกิดโรคผิวหนัง ช่วยกำจัดขนที่หลุดร่วง เป็นโอกาสในการตรวจสอบสุขภาพผิวหนังและขน อย่างไรก็ตาม การอาบน้ำบ่อยเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อผิวหนังและขนของสัตว์เลี้ยงได้ ความถี่ในการอาบน้ำสำหรับสุนัข สุนัขแต่ละสายพันธุ์มีความต้องการในการอาบน้ำที่แตกต่างกัน: สุนัขขนสั้น อาบน้ำทุก 4-8 สัปดาห์ ขนบางและมีน้ำมันธรรมชาติที่ช่วยปกป้องผิวหนัง ตัวอย่างสายพันธุ์: บีเกิ้ล, ร็อตไวเลอร์, ปั๊ก สุนัขขนยาว อาบน้ำทุก 2-4 สัปดาห์ ต้องการการดูแลเป็นพิเศษเพื่อป้องกันขนพันกัน ตัวอย่างสายพันธุ์: ชิสุ, ยอร์คเชียร์ เทอร์เรียร์, โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ สุนัขที่มีผิวหนังบอบบาง อาบน้ำทุก 6-8 สัปดาห์ ใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนเท่านั้น ตัวอย่างสายพันธุ์: บูลด็อก, ชาร์เป้ ความถี่ในการอาบน้ำสำหรับแมว แมวเป็นสัตว์ที่รักความสะอาดและสามารถทำความสะอาดตัวเองได้ แต่บางครั้งก็จำเป็นต้องอาบน้ำ: แมวขนสั้น โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องอาบน้ำ อาบน้ำเมื่อเปื้อนมากหรือมีกลิ่นตัวแรง ควรแปรงขนสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แมวขนยาว อาบน้ำทุก 6-8 [...]

12/2/2568 • โดย Homeday
การฉีดวัคซีนเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสัตว์เลี้ยง เพื่อป้องกันโรคร้ายแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต บทความนี้จะแนะนำวัคซีนที่จำเป็นสำหรับสุนัขและแมว พร้อมคำแนะนำเรื่องระยะเวลาที่เหมาะสมในการฉีด ความสำคัญของการฉีดวัคซีนในสัตว์เลี้ยง วัคซีนช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ โดยการฉีดเชื้อโรคที่ถูกทำให้อ่อนแรงลงหรือตายแล้วเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโดยไม่ต้องป่วยจริง การฉีดวัคซีนจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการป้องกันโรคร้ายแรง สัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้รับวัคซีนมีความเสี่ยงสูงที่จะติดโรคร้ายแรง ซึ่งบางโรคสามารถติดต่อถึงคนได้ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า นอกจากนี้การฉีดวัคซีนยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคในกลุ่มสัตว์เลี้ยง วัคซีนที่จำเป็นสำหรับสุนัข วัคซีนพื้นฐานที่สุนัขทุกตัวต้องได้รับ วัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) ฉีดครั้งแรกเมื่ออายุ 12 สัปดาห์ กระตุ้นซ้ำหลังฉีดเข็มแรก 1 ปี หลังจากนั้นฉีดทุก 1-3 ปีตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ วัคซีนรวม (DHPP) ป้องกันโรคไข้หัดสุนัข พาร์โวไวรัส ตับอักเสบติดต่อ และไข้หวัดสุนัข เริ่มฉีดเมื่ออายุ 6-8 สัปดาห์ ฉีดกระตุ้นทุก 3-4 สัปดาห์จนอายุ 16 สัปดาห์ กระตุ้นซ้ำเมื่ออายุ 1 ปี และทุก 3 ปีหลังจากนั้น วัคซีนเสริมตามความเสี่ยง วัคซีนโรคเลปโตสไปโรซิส แนะนำสำหรับสุนัขที่อาศัยในพื้นที่ชื้นแฉะ ฉีดครั้งแรก 2 เข็มห่างกัน 2-4 [...]

14/3/2568 • โดย Homeday
บ้านหอม สดชื่น ไร้กลิ่นกวนใจ สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ด้วย Maison Berger Paris สำหรับเจ้าของบ้านที่เป็น Pet Lover นอกจากการดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพแข็งแรงแล้ว การดูแลบ้านให้มีกลิ่นหอม สะอาด สดชื่น ไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพราะบ้านที่มีกลิ่นหอม ไม่เพียงช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี แต่ยังสะท้อนรสนิยมของเจ้าของบ้าน และช่วยให้การอยู่อาศัยร่วมกับสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่ลงตัวมากขึ้น กลิ่นในบ้านเป็นสิ่งที่มีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย รวมถึงแขกที่มาเยือน โดยเฉพาะบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง มักจะต้องเจอกับปัญหากลิ่นเฉพาะตัวที่เกิดขึ้นจากสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นขน กลิ่นอาหาร หรือกลิ่นอับที่สะสมอยู่ การเลือกใช้เครื่องหอมสำหรับบ้านที่มีคุณสมบัติในการกำจัดกลิ่นเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นสิ่งที่คนรักสัตว์เลี้ยงควรคำนึงถึง Maison Berger Paris ทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง Maison Berger Paris ผู้นำด้านเครื่องหอมสำหรับบ้านระดับพรีเมียมจากฝรั่งเศส นำเสนอ Diffuser สูตร Anti Odour ที่ได้รับการคิดค้นขึ้นเป็นพิเศษสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง โดยมีคุณสมบัติเด่น ช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ด้วยโมเลกุลสูตรเฉพาะที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ซึ่งสามารถกำจัดกลิ่นได้แบบเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่เพียงแค่กลบกลิ่น แต่ช่วยดับกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยงและผู้อยู่อาศัย ด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง ก้านหอมผลิตจากโพลีเมอร์คุณภาพสูง ซึมซับน้ำหอมได้ดี กระจายกลิ่นได้อย่างสม่ำเสมอ [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
ครั้งแรกของการฉลองวันสตรีสากลผ่านกิจกรรม ฮีลใจและสร้างสมดุลทางอารมณ์ ไปพร้อมกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก ด้วยบรรยากาศที่ดีต่อใจที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 กับงาน “PET PARQ PLAY DAY VOL.2” ที่ เดอะ ปาร์ค (The PARQ) ร่วมกับ บ้านและสวน PETS จัดงานนี้ขึ้นเพื่อให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคนพร้อมเพื่อนตัวน้อยได้หยุดพัก ฟื้นฟูพลังใจ และเชื่อมโยงกับตัวเองอีกครั้ง ท่ามกลางพื้นที่สีเขียว ดนตรีเพราะ ๆ และกิจกรรมที่เติมเต็มความสุขบน PET PARQ ที่เป็นมิตรกับทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ภายใต้แนวความคิดที่เน้นถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงและสัตว์เลี้ยง ทั้งในบทบาทของเพื่อนคู่ใจ และแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพกายและเติมเต็มความสุขร่วมกัน เมื่อวันที่ 8 – 9 มีนาคมที่ผ่านมา กิจกรรม Sound Healing with Furry Friends by FOREO เป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงทุกคนได้สัมผัสศาสตร์บำบัดผ่านเสียง ด้วยคลื่นความถี่ที่ช่วยคืนสมดุลให้ร่างกายและจิตใจ รวมถึงน้องๆสัตว์เลี้ยงได้รับความสงบและความรักไปพร้อมกัน รวมไปถึงเทคนิคในการดูแลสัตว์เลี้ยงตัวโปรดกับกิจกรรม Prep Food 101 by Storge เวิร์กชอปให้สาวๆ [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
เท้าของสัตว์เลี้ยงเปรียบเสมือนดัชนีชี้วัดสุขภาพและความสะอาดที่มักถูกมองข้าม การเดินเล่นนอกบ้านทำให้เท้าสัตว์เลี้ยงสัมผัสกับสิ่งสกปรกนานาชนิด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพทั้งของสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ พื้นผิวที่สกปรกบนเท้าสัตว์เลี้ยง เมื่อสัตว์เลี้ยงเดินเล่นภายนอก เท้าจะสัมผัสกับแหล่งสะสมเชื้อโรคต่างๆ ได้แก่: สารเคมีจากพื้นถนน เศษขยะและสิ่งปฏิกูล แบคทีเรียและเชื้อโรค สารตกค้างจากการกำจัดวัชพืช เกลือละลายน้ำแข็งในฤดูหนาว ผลกระทบต่อสุขภาพจากเท้าที่ไม่สะอาด ความเสี่ยงต่อสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มที่จะเลียเท้าของตนเอง ทำให้สารพิษและเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น ประกอบด้วย: การระคายเคืองผิวหนังและอาการอักเสบ การติดเชื้อทางเดินอาหาร ปัญหาภูมิแพ้ การติดเชื้อราและแบคทีเรีย ความเสี่ยงต่อมนุษย์ เท้าสกปรกของสัตว์เลี้ยงสามารถนำเชื้อโรคเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัย ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น: การแพร่กระจายของแบคทีเรีย การปนเปื้อนของเชื้อโรคบนพื้นบ้าน ความเสี่ยงต่อการติดโรคจากสัตว์สู่คน เทคนิคการเช็ดเท้าที่ถูกต้อง อุปกรณ์ที่จำเป็น ผ้าเช็ดทำความสะอาดพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยง กระป๋องน้ำยาเช็ดทำความสะอาด ผ้าเช็ดเท้าแบบพกพา ถาดรองเท้าสำหรับสัตว์เลี้ยง ขั้นตอนการเช็ดเท้า เตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดไว้ใกล้ประตูทางเข้า ใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชูเช็ดเท้าทันทีหลังกลับจากข้างนอก เช็ดซอกเล็บและพื้นเท้าอย่างละเอียด ทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช็ดให้แห้งสนิท ประโยชน์ของการเช็ดเท้าสัตว์เลี้ยง ด้านสุขอนามัย ลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค ป้องกันการติดโรคจากสิ่งแวดล้อมภายนอก รักษาความสะอาดภายในบ้าน ด้านการดูแลสัตว์เลี้ยง ตรวจสอบสภาพเท้าและเล็บ ป้องกันการระคายเคือง สร้างความคุ้นเคยและความผูกพัน ข้อควรระวังเพิ่มเติม สำหรับสัตว์เลี้ยงที่แพ้ง่าย เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ทดสอบปฏิกิริยาการแพ้ก่อนใช้ ปรึกษาสัตวแพทย์หากมีอาการระคายเคือง [...]

18/2/2568 • โดย Homeday
เมื่อสัตว์เลี้ยงของเราเข้าสู่วัยชรา พวกเขาต้องการการดูแลเป็นพิเศษมากขึ้น เช่นเดียวกับมนุษย์ที่มีอายุมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและพฤติกรรมจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลให้เหมาะสมกับช่วงวัยที่เปลี่ยนไป เมื่อไหร่ที่สัตว์เลี้ยงจะเข้าสู่วัยชรา? สุนัขและแมวจะเข้าสู่วัยชราในช่วงอายุที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปสุนัขพันธุ์เล็กจะมีอายุยืนกว่าพันธุ์ใหญ่ สำหรับสุนัขพันธุ์เล็กจะเริ่มเข้าสู่วัยชราเมื่ออายุประมาณ 10-12 ปี ในขณะที่สุนัขพันธุ์ใหญ่อาจเริ่มแสดงอาการของวัยชราตั้งแต่อายุ 6-8 ปี สำหรับแมว โดยทั่วไปจะเริ่มเข้าสู่วัยชราเมื่ออายุประมาณ 11 ปีขึ้นไป แต่แมวที่อาศัยอยู่ในบ้านและได้รับการดูแลอย่างดีอาจมีอายุยืนถึง 20 ปี การสังเกตพฤติกรรมและการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายจะช่วยให้เราทราบว่าสัตว์เลี้ยงของเรากำลังเข้าสู่วัยชรา การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่พบได้ในสัตว์เลี้ยงวัยชรา สัตว์เลี้ยงวัยชรามักจะมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่สังเกตได้ชัดเจน เช่น: ขนเปลี่ยนสี โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าจะเริ่มมีขนสีขาวมากขึ้น ผิวหนังบางลงและมีความยืดหยุ่นน้อยลง กล้ามเนื้อลีบลง ทำให้ดูผอมลงแม้จะกินอาหารปกติ การเคลื่อนไหวช้าลง อาจมีอาการข้อเสื่อม การมองเห็นและการได้ยินเริ่มถดถอย สิ่งสำคัญคือต้องสังเกตการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้และปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสม อาหารและโภชนาการสำหรับสัตว์เลี้ยงวัยชรา อาหารเป็นปัจจัยสำคัญในการดูแลสัตว์เลี้ยงวัยชรา เนื่องจากระบบย่อยอาหารและการเผาผลาญที่เปลี่ยนไป ควรเลือกอาหารที่: มีโปรตีนคุณภาพสูงแต่ย่อยง่าย มีไขมันในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากเกินไป มีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นครบถ้วน มีเส้นใยอาหารที่ช่วยในการย่อย มีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงข้อและกระดูก ควรแบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ วันละ 3-4 มื้อ และให้น้ำสะอาดตลอดเวลา การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวัย แม้จะเข้าสู่วัยชรา การออกกำลังกายยังคงมีความสำคัญ แต่ต้องปรับให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย: ลดระยะเวลาและความหนักของการออกกำลังกาย เน้นการเดินเบาๆ [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานและการรวมตัวของครอบครัว แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงแล้ว ช่วงเวลานี้อาจเต็มไปด้วยความเครียดและอันตรายที่ไม่คาดคิด ทั้งเสียงดัง น้ำ ความร้อน และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ล้วนส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงของเรา บทความนี้จะแนะนำวิธีดูแลสัตว์เลี้ยงในช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างเหมาะสม เพื่อให้พวกเขาปลอดภัยและมีความสุขไปพร้อมกับเจ้าของ การเตรียมความพร้อมก่อนถึงเทศกาลสงกรานต์ การวางแผนล่วงหน้าเป็นกุญแจสำคัญในการดูแลสัตว์เลี้ยงช่วงสงกรานต์ ควรเริ่มเตรียมตัวอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนเทศกาลจะมาถึง โดยเฉพาะหากสัตว์เลี้ยงของคุณมีอาการกลัวเสียงดังหรือไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่วุ่นวาย การเตรียมความพร้อมเริ่มจากการตรวจสอบป้ายชื่อและไมโครชิพของสัตว์เลี้ยง ให้แน่ใจว่าข้อมูลการติดต่อทั้งหมดเป็นปัจจุบัน เนื่องจากช่วงเทศกาลมีความเสี่ยงที่สัตว์เลี้ยงอาจหลงทางหรือตื่นกลัวจนวิ่งหนีออกจากบ้าน การมีป้ายชื่อพร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้จะช่วยให้ผู้พบเห็นสามารถส่งสัตว์เลี้ยงกลับบ้านได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ควรเตรียมพื้นที่ปลอดภัยภายในบ้านสำหรับสัตว์เลี้ยง เลือกห้องที่เงียบสงบและห่างไกลจากความวุ่นวาย จัดเตรียมที่นอน น้ำสะอาด อาหาร และของเล่นที่คุ้นเคย สร้างบรรยากาศผ่อนคลายด้วยการเปิดเพลงเบาๆ หรือโทรทัศน์เพื่อกลบเสียงภายนอก สำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีอาการกังวลรุนแรง การปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอยาคลายเครียดอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม การฝึกให้สัตว์เลี้ยงคุ้นเคยกับเสียงและสถานการณ์คล้ายเทศกาลก็มีความสำคัญ ลองเปิดเสียงน้ำสาดหรือเสียงเฉลิมฉลองในระดับเบาๆ และค่อยๆ เพิ่มความดังขึ้น พร้อมให้รางวัลเมื่อสัตว์เลี้ยงแสดงพฤติกรรมสงบ การฝึกเช่นนี้จะช่วยลดความกังวลเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์จริง การป้องกันความร้อนและการดูแลในวันสงกรานต์ สงกรานต์มักตรงกับช่วงที่อากาศร้อนที่สุดของประเทศไทย ความร้อนสะสมเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่มีขนหนา หรือสัตว์เลี้ยงที่มีหน้าสั้น เช่น ปั๊ก บูลด็อก และเปอร์เซีย ซึ่งมีระบบหายใจที่อ่อนแอกว่าสายพันธุ์อื่น การป้องกันภาวะลมแดดเริ่มจากการจัดพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทและมีร่มเงาให้สัตว์เลี้ยงตลอดเวลา ติดตั้งพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศในบริเวณที่สัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่ จัดเตรียมน้ำสะอาดหลายจุดทั่วบ้าน และเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ เพื่อให้น้ำเย็นอยู่เสมอ สำหรับสัตว์เลี้ยงที่อยู่นอกบ้าน ควรสร้างที่กำบังแดดและฝน และหมั่นตรวจสอบอุณหภูมิพื้นผิวก่อนให้สัตว์เลี้ยงเดิน [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
การเลี้ยงสัตว์เป็นความสุขที่มีค่า แต่การดูแลสุขภาพของพวกเขาอาจสร้างภาระทางการเงินที่ไม่คาดคิด ประกันสุขภาพสัตว์เลี้ยงจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงในยุคปัจจุบัน ต้นทุนทางการแพทย์ที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์สำหรับสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การรักษาโรคซับซ้อนหรือการผ่าตัดฉุกเฉินสามารถสร้างภาระทางการเงินที่มหาศาล ตัวอย่างเช่น: การรักษาโรคมะเร็งในสุนัขอาจมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 100,000 – 500,000 บาท การผ่าตัดกระดูกหักอาจสูงถึง 50,000 – 150,000 บาท การรักษาโรคไตหรือโรคหัวใจมีค่าใช้จ่ายประมาณ 30,000 – 200,000 บาท ประเภทของประกันสุขภาพสัตว์เลี้ยง ประกันพื้นฐาน ครอบคลุมค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลทั่วไป รวมถึงการตรวจสุขภาพประจำปี วัคซีน และการรักษาโรคเบื้องต้น ประกันขั้นสูง ให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากขึ้น รวมถึง: การผ่าตัดฉุกเฉิน โรคร้ายแรง การรักษาโรคเรื้อรัง ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลต่อเนื่อง ข้อดีของการทำประกันสุขภาพสัตว์เลี้ยง การวางแผนทางการเงิน ลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่ไม่คาดคิด สามารถวางแผนงบประมาณการดูแลสัตว์เลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดูแลสุขภาพที่ดีขึ้น กระตุ้นให้เจ้าของพาสัตว์เลี้ยงไปตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพโดยไม่กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ปัจจัยในการเลือกประกันสุขภาพ อายุและสายพันธุ์ สัตว์เลี้ยงบางสายพันธุ์มีความเสี่ยงต่อโรคเฉพาะ อายุยิ่งมากขึ้น ค่าเบี้ยประกันและความเสี่ยงจะสูงขึ้น ความคุ้มครองและข้อยกเว้น ตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครองอย่างละเอียด ทำความเข้าใจข้อยกเว้นที่บริษัทประกันกำหนด การคำนวณความคุ้มค่า การพิจารณาความคุ้มค่าขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ: งบประมาณส่วนตัว สภาพสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ความเสี่ยงทางพันธุกรรม [...]

6/10/2568 • โดย Homeday
ครั้งแรกในประเทศไทยกับการยกระดับมาตรฐานการดูแลสัตว์เลี้ยงด้วยสเต็มเซลล์ PetGeneX ธนาคารสเต็มเซลล์สำหรับสัตว์เลี้ยง และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA ร่วมกับ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” จัดงานเสวนา “ครั้งแรกของนวัตกรรมสเต็มเซลล์ในสัตว์เลี้ยง PetGeneX Future Health, Forever Love” นำเสนอองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีศักยภาพในการฟื้นฟูและยืดอายุขัยของสัตว์เลี้ยง ตอบรับเทรนด์ Pet Parenting ที่เติบโตต่อเนื่องทั้งในไทยและต่างประเทศ สอดคล้องกับข้อมูลจากเคทีซีที่พบว่าสมาชิกมีการใช้จ่ายในหมวดสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มียอดรวมกว่า 730 ล้านบาทในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่าความรักต่อสัตว์เลี้ยงวันนี้ถูกยกระดับจากการดูแลทั่วไป สู่การลงทุนด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน น.สพ.ชัยยศ ธารรัตนะ อาจารย์ประจำคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ร่วมก่อตั้ง PetGeneX กล่าวว่า อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ปัจจุบันคนไทยกว่า 1 ใน 3 ของครัวเรือน มีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในบ้าน และมีการใช้จ่ายเฉลี่ยด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงปีละหลายหมื่นบาท ทำให้ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยมีมูลค่ามากกว่า 6–7 หมื่นล้านบาทต่อปี สิ่งที่ตามมาพร้อมกับอายุที่ยืนยาวขึ้นของสัตว์เลี้ยง คือการเพิ่มขึ้นของโรคเรื้อรังและโรคเสื่อมตามวัย ซึ่งต้องอาศัยการรักษาอย่างต่อเนื่อง [...]

1/4/2568 • โดย Homeday
บริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) “SNPS” ร่วมเปิดตัวสินค้าใหม่ ประเภทกลุ่มอาหารสัตว์และอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพสูงกับบริษัทคู่ค้า ได้รับผลตอบรับจากตลาดมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นผลจากแนวโน้มการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ ดร.ธีรญา กฤษฎาพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “ในมุมมองภาพรวมของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และสัตว์เลี้ยงกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมการบริโภคโดยผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการดูแลสัตว์เลี้ยงในบ้าน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง SNPS เข้ามาศึกษาตลาด โดยทำงานร่วมกับ Partner ทีมีประสบการณ์ในอุสาหกรรมอาหารสัตว์ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน และเป็นจุดเริ่มต้นอันสำคัญในการสร้างแรงขับเคลื่อนให้กับธุรกิจในอนาคต” ที่ผ่านมาบริษัทได้มีความร่วมมือระหว่าง SNPS และ บริษัทคู่ค้าระดับโลก เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง (Premium) ผ่านการวิจัยพัฒนา และ นวัตกรรมการผลิต การเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่สามารถตอบสนองต่อแนวโน้มตลาดที่มีการเติบโตและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน “เรามุ่งมั่นที่จะขยายพันธมิตรที่มีศักยภาพเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เราเชื่อว่าการลงทุนในนวัตกรรมและคุณภาพจะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในอนาคต” ดร. ธีรญากล่าวเพิ่มเติม

26/2/2568 • โดย Homeday
หน้าร้อนเป็นช่วงเวลาท้าทายสำหรับการดูแลสัตว์เลี้ยง อุณหภูมิที่สูงขึ้นไม่เพียงสร้างความอึดอัดแต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยงในช่วงอากาศร้อน เพื่อให้สัตว์เลี้ยงของคุณปลอดภัยและมีความสุขตลอดฤดูร้อน อันตรายจากความร้อนที่สัตว์เลี้ยงเผชิญ โรคลมร้อน (Heat Stroke) เป็นภาวะฉุกเฉินที่คุกคามชีวิตสัตว์เลี้ยง และเกิดขึ้นได้เร็วกว่าที่คิด สัตว์เลี้ยงมีกลไกการระบายความร้อนที่แตกต่างจากมนุษย์ สุนัขระบายความร้อนผ่านการหอบและเหงื่อออกที่อุ้งเท้าเท่านั้น ขณะที่แมวใช้วิธีเลียขนเพื่อให้น้ำลายระเหยช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย อาการของโรคลมร้อนที่ควรเฝ้าระวัง: การหอบหรือหายใจเร็วผิดปกติ น้ำลายไหลมากกว่าปกติ เหงือกและลิ้นมีสีแดงเข้มหรือม่วง การทรงตัวไม่ดี เดินโซเซ อาเจียนหรือท้องเสีย ชัก หมดสติ สัตว์เลี้ยงกลุ่มเสี่ยงมีหลายประเภท โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์หน้าสั้น (เช่น ปั๊ก บูลด็อก) สัตว์เลี้ยงที่มีน้ำหนักเกิน สูงอายุ หรือมีโรคประจำตัว การทำความเข้าใจความเสี่ยงและการเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับภาวะลมร้อนมีความสำคัญอย่างยิ่ง การจัดการสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย การควบคุมอุณหภูมิในพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันปัญหาจากความร้อน โดยมีแนวทางแยกตามประเภทของที่อยู่อาศัย: สำหรับสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในบ้าน: ควรมีเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมให้อยู่ในระดับที่สบาย ติดตั้งม่านกันแสงช่วยลดความร้อนจากแสงแดด จัดเตรียมที่นอนแบบเย็น (Cooling Bed) หรือแผ่นเจลเย็น จัดหาพื้นที่เย็นหลายจุดในบ้านให้สัตว์เลี้ยงเลือกพักผ่อน สำหรับสัตว์เลี้ยงที่อยู่นอกบ้าน: สร้างร่มเงาที่เพียงพอในบริเวณที่สัตว์เลี้ยงอยู่ ยกพื้นกรงหรือที่นอนขึ้นจากพื้นที่ร้อน ติดตั้งพัดลมละอองน้ำหรือระบบพ่นหมอกเพื่อลดอุณหภูมิ หลีกเลี่ยงการล่ามสัตว์เลี้ยงไว้กลางแจ้งในช่วงอากาศร้อน สำหรับกรงสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก: ย้ายกรงให้ห่างจากแสงแดด ใช้ขวดน้ำแช่แข็งห่อผ้าวางใกล้กรง ใช้แผ่นหินเย็นหรือเซรามิกในกรงให้สัตว์เลี้ยงนอนทับ โดยทั่วไป อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 20-25 องศาเซลเซียส [...]
