
23/5/2568 • โดย Homeday
แลนดี้ โฮม สวนกระแสเศรษฐกิจ เปิดเกมรุกธุรกิจรับสร้างบ้าน ปักหมุดทำเลทอง เปิดสาขานครปฐม แลนด์มาร์กใหม่ของธุรกิจรับสร้างบ้านภาคกลาง พร้อมยกระดับสู่ผู้นำเทรนด์การออกแบบบ้านผ่านระบบ AI Design System โดยให้ความสำคัญกับโครงสร้างบ้านที่แข็งแรง ปลอดภัยและตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ด้วยนวัตกรรมบ้านป้องกันฝุ่น PM 2.5 หวังโกยยอดขาย 400 ล้านบาทในปีแรก ด้วยกลยุทธ์ “ลูกค้าแนะนำบอกต่อ” นางสาว พรรัตน์ มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจรับสร้างบ้านยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่ปริมณฑลและต่างจังหวัด โดยเฉพาะนครปฐม ถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ ด้วยทำเลใกล้กรุงเทพฯ และเชื่อมต่อสู่ภาคตะวันตกและภาคใต้ ทั้งเป็นเมืองที่มีความโดดเด่นด้านอาหาร การท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรม ทำให้มีผู้คนเข้ามาอาศัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อทำงาน และศึกษาในมหาวิทยาลัยชื่อดัง ทั้งนี้ จังหวัดนครปฐมมีรายได้ครัวเรือนสูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศ อยู่ที่ 38,700 บาท/เดือน ขณะที่ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) พบว่า ราคาที่ดินโซนจังหวัดนครปฐม เพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 22.7% จากการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ อาทิ ทางหลวงระหว่างเมือง ตลอด [...]

8/5/2568 • โดย Homeday
“บ้านที่แข็งแรง ทนทาน ปลอดภัย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยที่ดี” คือหัวใจสำคัญที่คนสร้างบ้านในไทยต้องการ โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเมียนมา ที่สร้างความเสียหายให้อาคารบ้านเรือนในไทยหลายจังหวัด นอกจากภัยแผ่นดินไหวแล้ว วิกฤตหรือปัญหาเดิม ๆ ทั้งเสียงรบกวน ความร้อน หรือฝุ่น PM 2.5 ก็ยังก่อกวนการใช้ชีวิตของคนไทยไม่จบ บ้าน SCG HEIM ได้ชื่อว่าเป็นบ้านระดับพรีเมียม ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของความแข็งแรงทนทาน สะอาด ปลอดภัย ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัย แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า บ้าน SCG HEIM เป็นบ้านที่สามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว หรือต้านทานความเร่งของการสั่นสะเทือนที่ปลอดภัยได้มากกว่า 1,200 แกล (gal)* จุดนี้ถือเป็นศักยภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยหลังประสบภัยแผ่นดินไหวเป็นอย่างยิ่ง คุณสมบัติที่โดดเด่นของบ้าน SCG HEIM เกิดจากการผสานความร่วมมือระหว่างเอสซีจี และ บริษัท เซกิซุย (Sekisui) ผู้ผลิตและผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างบ้านจากประเทศญี่ปุ่น ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2553 เซกิซุย ได้นำความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมเทคโนโลยีแบบโมดูลาร์ (Modular) ซึ่งเป็นการสร้างบ้านสำเร็จรูปที่ผลิตโดยหุ่นยนต์ในโรงงาน ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพการต่อ-เชื่อม-ประกอบได้ดี และคุมระยะเวลาก่อสร้างได้ตามแผน ด้วยระบบการสร้างบ้านที่สามารถปิดช่องว่างรอยต่อทุกส่วนของบ้าน ทั้งประตู หน้าต่าง [...]

22/5/2568 • โดย Homeday
ต้นเคราฤาษี นอกจากจะมีความสวยงามเป็นไม้ประดับที่นิยมแล้ว ยังเป็นพืชที่มีคุณสมบัติพิเศษในการฟอกอากาศและดูดซับมลพิษได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยเพิ่มคุณภาพอากาศภายในบ้านและรอบๆ บริเวณที่ปลูก โดยเฉพาะในยุคที่มลพิษทางอากาศอย่าง PM 2.5 เป็นปัญหาสำคัญ ต้นไม้ชนิดนี้จึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ลักษณะและถิ่นกำเนิดของเคราฤาษี เคราฤาษี หรือมีชื่อเรียกอื่นๆ อย่าง หนวดฤาษี หนวดตาแป๊ะ และ Spanish Moss มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tillandsia usneoides อยู่ในวงศ์ Bromeliaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับสับปะรด มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ปัจจุบันพบได้ทั่วไปในหลายประเทศทั่วโลก ลักษณะเด่นของเคราฤาษีคือมีลักษณะเป็นเส้นสีเขียวเทา ห้อยลงคล้ายเคราของฤาษี มีความพิเศษตรงที่มีขนเล็กๆ หรือที่เรียกว่า “ไตรโคม” (Trichome) สีเงินหรือสีขาวจำนวนมากกระจายอยู่ตามใบ ทำหน้าที่ดูดซับความชื้นและธาตุอาหารจากอากาศ รากของเคราฤาษีมีไว้เพียงเพื่อยึดเกาะเท่านั้น ไม่ได้ใช้ดูดสารอาหารเหมือนพืชทั่วไป เคราฤาษีสามารถออกดอกได้ แต่ดอกมีขนาดเล็กมากและมีอายุสั้นเพียง 2-3 วันเท่านั้น ลำต้นสามารถเจริญเติบโตและทอดยาวได้ถึง 30 เมตร กลไกการฟอกอากาศของเคราฤาษี คุณสมบัติพิเศษที่ทำให้เคราฤาษีเป็นพืชฟอกอากาศชั้นเยี่ยมคือ ไตรโคมหรือขนเล็กๆ ที่ปกคลุมทั่วลำต้นและใบ ทำหน้าที่ดูดซับฝุ่นละอองและสารพิษในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการศึกษาวิจัย พบว่าเคราฤาษีสามารถดูดซับโลหะหนักและมลพิษในอากาศได้ดี โดยงานวิจัยหนึ่งพบว่าห้องที่มีเคราฤาษีสามารถลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้มากกว่าห้องที่ไม่มีเคราฤาษีถึง [...]

27/2/2568 • โดย Homeday
กำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อคนทั้งประเทศ สำหรับ “ฝุ่น PM 2.5” ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่มีขนาดเพียง 2.5 ไมครอน ซึ่งสามารถฝังตัวลงไปในปอด จนกลายเป็นหนึ่งในมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์มากที่สุด โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีการคมนาคมหนาแน่นและอุตสาหกรรมต่างๆ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องของ “ฝุ่น PM 2.5” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภายในร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อ “เส้นผม” และ “หนังศีรษะ” และเป็นปัญหาใหญ่ที่เข้าไปทำลายเซลล์ผมได้โดยตรง เมื่อฝุ่น PM 2.5 สัมผัสกับเส้นผมและหนังศีรษะ จะก่อให้เกิดปัญหาที่ส่งผลต่อความแข็งแรงของเส้นผม โดยสามารถส่งผลเสียต่อทั้งสุขภาพของเส้นผม และสภาพผิวหนังศีรษะได้อย่างรุนแรง ไม่สามารถทำความสะอาดออกได้ง่ายจากการล้างทั่วไป ด้วยเหตุนี้การสะสมของฝุ่นจะส่งผลให้เกิด “การอุดตัน” ที่รูขุมขนบนหนังศีรษะ ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดและสารอาหารไปยังรากผมถูกขัดขวาง ผลที่ตามมาคือทำให้รากผมอ่อนแอลงและเกิดปัญหา “ผมร่วง” มากขึ้น และเมื่อฝุ่นสะสมบนหนังศีรษะเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการระคายเคืองหรือการอักเสบ คันหนังศีรษะและเกิดรังแค ผมแห้งและกรอบ: ฝุ่น PM 2.5 ทำให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้นและความเงางาม เนื่องจากฝุ่นจะสะสมบนผมและทำให้ผมแห้ง กรอบ การที่เส้นผมขาดความชุ่มชื้นทำให้ชี้ฟูและขาดความมีชีวิตชีวา การทำลายชั้นเคลือบเส้นผม: การสะสมของฝุ่น PM 2.5 สามารถทำลายชั้นเคลือบเส้นผม (cuticle) ซึ่งเป็นชั้นที่ปกป้องเส้นผมจากการเสียหาย [...]

14/2/2568 • โดย Homeday
แอสเซทไวส์ และพันธมิตร ชวน “ทำบุญวิถีใหม่ เวียนเทียนด้วยต้นไม้ ลดฝุ่น” เนื่องในโอกาสวันมาฆบูชา 2568 เพื่อสนับสนุนการสร้างค่านิยมการทำบุญด้วยการปลูกต้นไม้เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียว พร้อมกับลดขยะและ PM 2.5 ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยมีนายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW นำทีมผู้บริหาร พนักงาน และพันธมิตรกลุ่มธุรกิจธนาคาร และกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง รวม 18 องค์กร ร่วมเป็นจิตอาสาเชิญชวนเวียนเทียนด้วยไม้ยืนต้น ไม้ประดับ ไม้สวนครัว และร่วมเวียนเทียน ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2568 ที่ผ่านมา นอกจากนั้นแอสเซทไวส์ยังได้ร่วมกับเขตบางเขน ด้วยการสนับสนุนต้นไม้ฟอกอากาศ และเชิญชวนให้ประชาชนนำต้นไม้มาสมทบเพื่อเวียนเทียนสำหรับ 4 วัดในเขตบางเขน ได้แก่ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร, วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต, วัดบางบัว และวัดไตรรัตนาราม โดยผู้ที่นำต้นไม้มาบริจาค 1 ต้น จะได้รับ [...]

21/5/2567 • โดย Homeday
W9 Wellness Center เผยฝุ่นพิษ PM 2.5 ภัยเงียบสะสม คร่าชีวิตประชากรโลก 7 ล้านคนต่อปี พบประเทศไทยเผชิญฝุ่นพิษ อากาศแย่ติดอันดับ 5 ของเอเชีย และอันดับที่ 36 ของโลก ค่า PM 2.5 เฉลี่ย 23.3 ไมโครกรัม สูงกว่าค่าอากาศมาตรฐาน 4.7 เท่า WHO ชี้ค่า PM 2.5 อยู่ในกลุ่มฝุ่นพิษสารก่อมะเร็ง เป็นฉนวนกระตุ้นเกิดโรคภูม

15/1/2567 • โดย Homeday
ในวันที่ฝุ่น PM 2.5 ปกคลุมเมือง พื้นที่สีเขียวเป็นสิ่งที่ทุกคนถามหาและอยากให้มีมากที่สุดในเวลานี้ เพราะเชื่อว่าจำนวนต้นไม้มีผลต่อสุขภาพของคนที่อาศัยอยู่ในเมือง งานศึกษาความสัมพันธ์ของพื้นที่สีเขียวและฝุ่นละอองในอากาศก็สะท้อนถึงประเด็นนี้ไว้เพราะจากข้อมูลสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศทั้ง 24 สถานีของสำนักสิ

10/4/2568 • โดย Homeday
พื้นที่สีเขียวกับสุขภาพกายและจิตใจที่ดีขึ้น ธรรมชาติมีพลังในการเยียวยาที่ไม่อาจมองข้าม งานวิจัยจำนวนมากบ่งชี้ว่าการได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่พบบ่อยในสังคมปัจจุบัน เพียงแค่ได้มองเห็นต้นไม้และสวนสวยผ่านหน้าต่าง หรือได้เดินเล่นในสวนเป็นเวลาเพียง 20-30 นาที สามารถช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอลได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ พื้นที่สีเขียวยังส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยมีกิจกรรมทางกายมากขึ้น เช่น การเดิน การวิ่ง หรือการออกกำลังกายกลางแจ้ง ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายโดยตรง ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง โครงการที่มีพื้นที่สวนที่ออกแบบอย่างเหมาะสมจะช่วยกระตุ้นให้ผู้อยู่อาศัยใช้เวลาทำกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น คุณภาพอากาศเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ได้รับอิทธิพลจากพื้นที่สีเขียว ต้นไม้ทำหน้าที่เสมือนเครื่องกรองอากาศธรรมชาติ ช่วยดักจับฝุ่นละออง PM 2.5 และมลพิษทางอากาศอื่นๆ ที่เป็นปัญหาหนักในเขตเมือง อีกทั้งยังช่วยลดอุณหภูมิโดยรอบผ่านกระบวนการคายน้ำ ทำให้บริเวณที่มีต้นไม้มากมักจะเย็นกว่าพื้นที่โล่งทั่วไป 2-8 องศาเซลเซียส ช่วยลดการใช้เครื่องปรับอากาศและประหยัดพลังงานได้ในระยะยาว ผลกระทบต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยในระยะยาว พื้นที่สีเขียวไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังมีผลโดยตรงต่อมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย การศึกษาในหลายประเทศพบว่า บ้านที่ตั้งอยู่ใกล้กับสวนสาธารณะหรือพื้นที่สีเขียวมีมูลค่าสูงกว่าบ้านในลักษณะเดียวกันที่ไม่มีพื้นที่สีเขียวโดยรอบประมาณ 5-20% โดยเฉพาะในเขตเมืองที่พื้นที่สีเขียวมีจำกัด โครงการที่ให้ความสำคัญกับการจัดสวนอย่างมีคุณภาพมักจะได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว สะท้อนถึงมาตรฐานการบริหารจัดการโครงการโดยรวม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการพิจารณาซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยในระยะยาว หรือเพื่อการลงทุน นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใส่ใจในรายละเอียดของภูมิทัศน์มักจะให้ความสำคัญกับคุณภาพโดยรวมของโครงการด้วยเช่นกัน อีกประเด็นสำคัญคือการประหยัดพลังงานในระยะยาว การจัดวางต้นไม้ที่เหมาะสมรอบตัวบ้านสามารถช่วยลดการใช้พลังงานได้ถึง 25% โดยต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกจะช่วยบังแสงแดดในช่วงเช้าและบ่าย ในขณะที่ต้นไม้ผลัดใบที่ปลูกทางทิศใต้จะให้ร่มเงาในหน้าร้อนและยอมให้แสงแดดส่องผ่านในหน้าหนาว นอกจากนี้ การมีพื้นที่สีเขียวโดยรอบยังช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง [...]

22/1/2568 • โดย Homeday
ตั้งแต่ต้นปี 2568 ปัญหาฝุ่น PM 2.5 มีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเทพฯ และหลายจังหวัด โดยเฉพาะช่วงตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าฝุ่น PM 2.5 ใ

2/11/2564 • โดย Homeday
การออกแบบบ้าน ให้ตอบโจทย์กับการใช้ชีวิต หรือความสะดวกสบาย อาจยังไม่พอ เพราะปัจจุบันหลายๆ พื้นที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 ค่อนข้างสูง ซึ่งส่งผลไม่ดีต่อระบบทางเ

24/4/2568 • โดย Homeday
LPP เดินเกมรุกขยายพอร์ตธุรกิจ Sole Agent ต่อเนื่อง ล่าสุดรับบริหารงานขายและการตลาดโครงการบ้านเดี่ยวสุดหรู 2-3 ชั้น ‘B-Yan Pool & Residence’ มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท บนทำเลศักยภาพย่านเกษตร–นวมินทร์ ชูไลฟ์การอยู่อาศัยอย่างเหนือระดับ พร้อมระบบกรอง PM 2.5 และนวัตกรรมเพิ่มออกซิเจนภายในบ้าน ราคาเริ่มต้น 49 ล้านบาท มั่นใจในศักยภาพโครงการและทีมงาน Sole Agent ที่จะผลักดันให้โครงการสำเร็จตามเป้าหมาย นางสาวสมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด หรือ LPP ผู้ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า ล่าสุด LPP ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ บริษัท เอลลิแฟนส์ คิง จํากัด ผู้พัฒนา โครงการ B-Yan Pool [...]

13/2/2568 • โดย Homeday
แลนดี้ โฮม ประกาศวิสัยทัศน์ปี 2568 ปฏิวัติอุตสาหกรรมรับสร้างบ้านของประเทศไทย ส่งเสริมนวัตกรรมบ้านป้องกันฝุ่น PM 2.5 ตั้งมาตรฐานใหม่ ที่ทุกบ้านในเมืองไทยต้องมี รับมือวิกฤตฝุ่นพิษ พร้อมเดินหน้าสร้าง Ecosystem ธุรกิจรับสร้างบ้านอย่างสมบูรณ์ยกระดับการใช้ชีวิตของคนไทย ปรับกลยุทธ์ ชู 3 แบรนด์เรือธงรุกตลาดปีนี้ ผลักดันยอดขายปี 2568 ทะยานสู่ 2,700 ล้านบาท ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปี 2567 ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์โดยรวม แต่สำหรับ แลนดี้ โฮม ผู้นำตลาดรับสร้างบ้านของเมืองไทย ยังคงรักษาทิศทางการเติบโตและตอกย้ำความเป็นเบอร์ 1 ด้วยการสร้างความแตกต่างเหนือคู่แข่ง ด้วยนวัตกรรมบ้านป้องกันฝุ่น PM 2.5 ที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัย พร้อมเดินหน้าสร้าง Ecosystem ธุรกิจรับสร้างบ้านอย่างครบวงจร ตั้งแต่ธุรกิจโรงงานผลิตโครงสร้างสำเร็จรูป,ธุรกิจ Interior ภายใต้แบรนด์ “Rudolf”,ธุรกิจพลังงานสะอาด และธุรกิจระบบเติมอากาศ Fresh Air สร้างบ้านแรงดันบวกป้องกัน PM 2.5 เข้าบ้าน ภายใต้แบรนด์ CAP+ (แคพ พลัส) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสร้างความแตกต่างจากบริษัทรับสร้างบ้านทั่วไป พร้อมยกระดับการใช้ชีวิตของคนไทย ให้มีบ้านที่อยู่อาศัยที่ส่งเสริมสุขภาพที่ดี นางสาว พรรัตน์ มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปี 2567 ที่ผ่านมา ธุรกิจรับสร้างบ้านในภาพรวมได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง แต่บริษัทยังสามารถรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง ด้วยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง และความสามารถในการปรับตัว ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน โดยบริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมที่ 2,200 ล้านบาทในปี 2567 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจและความไว้วางใจจากลูกค้า โดยมีสัดส่วนยอดขายในแต่ละแบรนด์ ดังนี้ Landy Grand (บ้านระดับ Luxury ราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป) คิดเป็น 30% ของยอดขาย [...]