กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

17/2/2568 • โดย Homeday
มารู้จัก! โครงการช้อปลดหย่อนภาษี “Easy e-Receipt 2.0” ปี 2568 ให้มากขึ้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศของรัฐบาล ซึ่งขยายผลจาก “Easy e-Receipt” ของปี 2567ยิ่งซื้อมากก็ยิ่งได้ลดหย่อนมากที่โดนใจสายช้อปปิ้ง และเป็นหนึ่งในตัวช่วยของคนที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงต้นปี 2569 fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ จะพาไปรู้จักโครงการและเงื่อนไข พร้อมแนะนำวิธีใช้สิทธิประโยชน์ให้คุ้มค่า โครงการ Easy e-Receipt 2.0 เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2568 โดยผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการซื้อสินค้าและบริการตามเงื่อนไขที่ได้จ่ายจริงสูงสุด 50,000 บาท มาใช้ลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งหลักฐานที่ใช้ต้องเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) ของกรมสรรพากรเท่านั้น เงื่อนไขการช้อปลดหย่อนภาษีปี 2568 มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม ดังนี้ ค่าใช้จ่ายในร้านค้าทั่วไป ซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือจากผู้มิได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท ค่าใช้จ่ายในวิสาหกิจชุมชนหรือร้านค้าOTOP ซื้อสินค้าหรือบริการที่หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท ในกรณีที่ใช้จ่ายตามเงื่อนไข ดังนี้ ซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว ซื้อสินค้าหรือรับบริการจากวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนต่อกรมส่งเสริมการเกษตร ซื้อสินค้าหรือรับบริการจากวิสาหกิจเพื่อสังคมที่จดทะเบียนต่อสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม สินค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ Easy e-Receipt 2.0 มีอะไรบ้าง อะไรใช้ลดหย่อนได้ สินค้าและบริการทั่วไป เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือของใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงค่าซื้อหนังสือ หนังสือพิมพ์ นิตยสารทั้งแบบเล่มและอีบุ๊ก ซึ่งซื้อจากร้านค้า ห้างสรรพสินค้า หรือซูเปอร์มาร์เก็ตที่ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ ผ่านระบบ e-Tax Invoice หรือ e-Receipt ของกรมสรรพากรเท่านั้น หากเป็นร้านค้าอื่น ๆ [...]

2/6/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว สมาร์ทโฟนได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสาร การทำงาน การดูความบันเทิง หรือการใช้งานโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนจะต้องการหรือมีงบประมาณสำหรับสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมที่มีราคาแพง สำหรับผู้ที่มองหามือถือที่มีประสิทธิภาพดี ใช้งานได้ครบครัน แต่มีราคาที่เข้าถึงได้ การเลือกมือถือในช่วงราคาไม่เกิน 3,000 บาท ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง มือถือในกลุ่มนี้ไม่ได้หมายความว่าจะมีสเปกหรือฟีเจอร์ที่ด้อยกว่า แต่ผู้ผลิตต่างๆ ได้พัฒนาเทคโนโลยีและปรับปรุงกระบวนการผลิตให้สามารถนำเสนอสมาร์ทโฟนที่มีคุณภาพดีในราคาที่ย่อมเยา โดยยังคงรักษาฟีเจอร์สำคัญต่างๆ ไว้ครบครัน เช่น หน้าจอขนาดใหญ่ที่แสดงผลชัดเจน ระบบกล้องที่ถ่ายภาพได้คุณภาพดี แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน และระบบปฏิบัติการที่ทันสมัย การเลือกซื้อมือถือในช่วงราคานี้ เหมาะสำหรับผู้ใช้หลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เริ่มต้นใช้สมาร์ทโฟน ผู้ที่ต้องการมือถือสำรอง หรือผู้ที่ใช้งานเบื้องต้นเช่น การโทร การส่งข้อความ การดูสื่อความบันเทิง และการใช้แอปพลิเคชันทั่วไป #มือถือราคาไม่เกิน3000 #สมาร์ทโฟนราคาประหยัด #มือถือคุ้มค่า #มือถือราคาถูก #โทรศัพท์มือถือ #สมาร์ทโฟน2024 #มือถือเครื่องสำรอง #มือถือใช้งานทั่วไป #แนะนำมือถือ #shopzy