กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

17/6/2567 • โดย Homeday
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ หรือ ORI เดินหน้าโอนกรรมสิทธิ์ 3 คอนโดเสร็จใหม่ไตรมาส 2/2567 จาก 3 โซนฮอต 3 สายรถไฟฟ้า โซ ออริจิ้น เกษตร อินเตอร์เชนจ์-ออริจิ้น ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ นนทบุรี สเตชั่น-ออริจิ้น เพลย์ ศรีอุดม สเตชั่น แบ็คล็อกกว่า 80% มูลค่ากว่า 5,000 ล้าน จัดอีเวนท์โอนกรรมสิทธิ์ ดึงพันธมิตรธนาคาร เดิ

15/11/2567 • โดย Homeday
RML หรือ บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) เผยผลประกอบการ ม.ค.-ก.ย. 2567 ยอดขาย (Presales) และรายได้จากค่าเช่าและบริการ รวมประมาณ 800* ล้านบาท ได้แก่ คอนโดฯ อัลตร้าลักชัวรี่ ใจกลางสุขุมวิท ‘ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์’ (The Estelle Phrom Phong) มูลค่าโครงการ 5,200 ล้านบาท โอนกรรมสิทธิ์เต็ม 100% เป็นที่เรี

4/3/2569 • โดย Homeday
ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยภาพรวมการเปิดตัวโครงการใหม่ชะลอตัวลง ขณะที่ยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ปรับลดลงตามข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในภาพรวม การโอนกรรมสิทธิ์ยังคงเติบโต สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการที่อยู่อาศัยของคนไทยยังคงมีอยู่ เพียงแต่ผู้บริโภคหันไปเลือกซื้อบ้านมือสองในสัดส่วนที่มากขึ้น เนื่องจากมีระดับราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า ดังนั้นปีที่ผ่านมาบริษัทอสังหาฯ ต้องมีการปรับกลยุทธ์ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ซึ่งจากผลสำรวจพบว่า ทุกบริษัทมีรายได้และกำไรลดลงมากน้อยแตกต่างกันไป โดยแสนสิริสามารถสร้างผลงานได้อย่าง โดดเด่น คว้าอันดับ 1 ผู้ประกอบการที่ทำกำไรได้สูงสุด สะท้อนถึงการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และแบรนด์แข็งแกร่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค นอกจากนี้ ผู้พัฒนารายใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจ ผ่านวินัยทางการเงิน การควบคุมต้นทุน และการเลือกเปิดโครงการในทำเลที่มีดีมานด์ชัดเจน (Real Demand) โดยเฉพาะตลาดระดับบนในกรุงเทพฯ และภูเก็ต ซึ่งยังมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่งรองรับ อันดับ 1 แสนสิริ มีกำไรสุทธิ 4,513 ล้านบาท รายได้รวม 34,395 ล้านบาท มีพอร์ตการลงทุนที่สมดุล สามารถรักษาอัตรากำไร ควบคุม SG&A อย่างมีวินัย และการเร่งโอนโครงการพร้อมอยู่ในช่วงปลายปี ส่งผลให้กระแสเงินสดแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพในระยะยาว อันดับ 2 เอพี ไทยแลนด์ มีกำไรสุทธิ 4,317 ล้านบาท [...]

5/2/2567 • โดย Homeday
จับจริง แจกจริง! “พฤกษา” ฉลองความสำเร็จ แคมเปญ ‘โปรแร๊งส์…ทะลุโลก’ มอบรางวัลรถยนต์ Tesla 2 คันสุดท้าย จากแคมเปญ ‘โปรแร๊งส์…ทะลุโลก’ ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าร่วมสนุก ลุ้นรับโชคครั้งใหญ่ด้วยการแจกรถยนต์ไฟฟ้า Tesla รวม 3 คัน สำหรับลูกค้าที่จองและโอนกรรมสิทธิ์ช่วงวันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2566 ซึ่ง

28/8/2568 • โดย Homeday
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เผยข้อมูลสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย ไตรมาส 2 ปี 2568 ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน สะท้อนจากยอดการโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 (QoQ) ทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า โดยจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 18.5% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 15.7% โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยแนวราบจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 24.2% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 24.8% ปัจจัยบวกจากมาตรการของรัฐบาล ทั้งการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท และการผ่อนเกณฑ์ LTV ชั่วคราวของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และปริมาณการซื้อขายบ้านมือสองขยายตัวเพิ่มขึ้น คาดการณ์แนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัย ไตรมาส 3 และ ไตรมาส 4 ปรับตัวดีขึ้น ดันยอดการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งปี 2568 ขยายตัวใกล้เคียงปีก่อน นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลประกาศใช้มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ การลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองเหลือ [...]

6/7/2566 • โดย Homeday
พฤกษาฯ หวนลุยคอนโดล้านต้น ยึดบางใหญ่ เปิดตัว พลัมคอนโด นิวเวสต์ ราคา 1.59 ล้าน หลังปิดการขาย และโอนกรรมสิทธิ์หมดทุกโครงการมูลค่ากว่า 6,300 ล้านบาท นายภัคริน ทัตติพงศ์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อ 8 ปีก่อน พฤกษาได้เปิดตัวโครงการ พลั

25/3/2567 • โดย Homeday
บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด เชื่อมั่นศักยภาพตลาดแนวราบในจังหวัดเมืองรอง “ราชบุรี” หลังมีตัวเลขโอนกรรมสิทธิ์โตต่อเนื่อง เตรียมเดินหน้าเต็มสูบรุกขยายพอร์ตบ้านลักซ์ชัวรี่ขนาดใหญ่ ลุยเปิดตัวโครงการใหม่ “เดอะพราว เพรสทีจ บายพาส-ราชบุรี” นิยามใหม่ของการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแต่หรูหราอย่างมีระดับ ผ่านการออกแ

24/4/2568 • โดย Homeday
สัญญาจะซื้อจะขายเป็นเอกสารสำคัญในกระบวนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เพราะเป็นหลักฐานทางกฎหมายที่ผูกมัดทั้งสองฝ่ายและช่วยคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของทุกฝ่าย บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับสัญญาจะซื้อจะขาย รายละเอียดสำคัญที่ควรมีในสัญญา และสิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนทำสัญญาประเภทนี้ ความหมายของสัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย หรือ คำมั่นในการซื้อขาย คือรูปแบบของสัญญาการซื้อขายที่เกิดขึ้นระหว่างคู่สัญญาในวันทำสัญญา โดยมีการตกลงกันว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ หรือซื้อขายอย่างถูกกฎหมายให้จบสิ้นในอนาคต เพื่อรอให้ถึงวัน-เวลาที่เหมาะสม เช่น เงินอนุมัติผ่าน คอนโด บ้านหรืออาคารที่ตกลงจะซื้อนั้นสร้างเสร็จเรียบร้อย กล่าวง่ายๆ คือสัญญาที่ผู้ซื้อยังไม่มีกรรมสิทธิ์ครอบครอง แต่แจ้งไว้ก่อนว่าจะมีการซื้อขายเกิดขึ้นในอนาคตแน่นอน การทำสัญญาจะซื้อจะขายเป็นสัญญาที่ยังไม่มอบกรรมสิทธิ์ให้กับผู้ซื้อ แต่มีเจตนาที่จะซื้อขาย หรือโอนกรรมสิทธิ์ในอนาคตต่อไป ซึ่งสัญญารูปแบบนี้สามารถใช้เพียงการตกลงกันแบบไม่เป็นลายลักษณ์อักษรได้ แต่การมีหนังสือสัญญาจะเป็นหลักฐานที่สำคัญในกรณีที่มีฝ่ายใดผิดสัญญา สัญญาจะซื้อจะขายแตกต่างจากสัญญาซื้อขายอย่างไร สัญญาจะซื้อจะขายและสัญญาซื้อขายมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่ของเวลาที่เกิดขึ้น ผลทางกฎหมาย และเจตนาในการทำสัญญา สัญญาจะซื้อจะขาย เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของกระบวนการซื้อขาย เมื่อผู้ซื้อสนใจในทรัพย์สินและต้องการจับจองไว้ แต่ยังไม่พร้อมทำการโอนกรรมสิทธิ์ ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น รอการอนุมัติสินเชื่อ หรือรอให้การก่อสร้างแล้วเสร็จ สัญญานี้มีผลทางกฎหมายแม้ตกลงด้วยปากเปล่า แต่การทำเป็นลายลักษณ์อักษรจะช่วยเป็นหลักฐานที่ชัดเจนกว่า สัญญาซื้อขาย หรือที่เรียกว่า “สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด” เป็นสัญญาที่เกิดขึ้นเมื่อทั้งสองฝ่ายพร้อมโอนกรรมสิทธิ์แล้ว และจะมีผลทางกฎหมายต่อเมื่อมีการจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดินเท่านั้น ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ ผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องใช้หนังสือสัญญาทั้ง 2 ฉบับ คือทั้งสัญญาจะซื้อจะขาย และสัญญาซื้อขาย ร่วมกัน ยกเว้นกรณีที่ตกลงซื้อขายแล้วไปสำนักงานที่ดินพร้อมกัน เพื่อจ่ายเงินสดและโอนกรรมสิทธิ์ให้กันในทันที [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สนับสนุนคนไทยให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ฉลองเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 จัดทรัพย์เด่น ทำเลดี ราคาสุดคุ้มถึง 1,375 รายการทั่วประเทศ ร่วม “งานประมูลขายบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 3/2568 ประจำเดือนเมษายน” วันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2568 เวลา 12.00 – 12.30 น. ผ่าน Application : GHB ALL HOME พิเศษ!! รับส่วนลดสูงสุดถึง 35% จากราคาปกติ และรับส่วนลด On top เพิ่มอีก 15% หากทำนิติกรรมและโอนกรรมสิทธิ์ภายในวันที่ 2 มิถุนายน 2568 นายวิทยา แสนภักดี รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานปรับโครงสร้างหนี้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 [...]

30/3/2568 • โดย Homeday
การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศเป็นโอกาสที่น่าดึงดูดสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและแสวงหาผลตอบแทนใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในต่างแดนย่อมมาพร้อมความท้าทายและความเสี่ยงที่ซับซ้อนกว่าการลงทุนในประเทศ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจและบริหารความเสี่ยงในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศอย่างมืออาชีพ ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องพิจารณาในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ 1. ความเสี่ยงทางกฎหมายและข้อบังคับ กฎหมายอสังหาริมทรัพย์ในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันอย่างมาก การลงทุนจำเป็นต้องทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงระเบียบข้อบังคับต่างๆ ครอบคลุมประเด็นสำคัญดังนี้: สิทธิการถือครองกรรมสิทธิ์สำหรับชาวต่างชาติ ข้อจำกัดในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ กฎระเบียบด้านภาษีเงินได้และภาษีทรัพย์สิน ขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์ ข้อกำหนดด้านการเงินและการโอนเงินระหว่างประเทศ นักลงทุนควรปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศเพื่อทำความเข้าใจรายละเอียดอย่างครบถ้วน การละเลยขั้นตอนทางกฎหมายอาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่ร้ายแรงและสูญเสียเงินลงทุน 2. ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงทางการเงินที่สำคัญคือความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อมูลค่าการลงทุนและผลตอบแทน แนวทางการบริหารความเสี่ยง: ติดตามแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด พิจารณาใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง เช่น สัญญาซื้อขายล่วงหน้า กระจายการลงทุนในหลายสกุลเงิน คำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนโดยพิจารณาอัตราแลกเปลี่ยนควบคู่กัน 3. สภาพเศรษฐกิจและการเมือง เสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศเป้าหมายมีผลกระทบโดยตรงต่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนควรวิเคราะห์: ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจ เช่น อัตราการเติบโต เงินเฟ้อ อัตราการว่างงาน เสถียรภาพทางการเมือง นโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างชาติ แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว 4. การบริหารทรัพย์สินจากระยะไกล การบริหารอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศมีความท้าทายเฉพาะตัว ต้องพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้: ค่าใช้จ่ายในการบริหารและดูแลทรัพย์สิน การหาผู้จัดการทรัพย์สินที่น่าเชื่อถือ ระบบการสื่อสารและติดตามผล ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อตรวจสอบทรัพย์สิน 5. ความเสี่ยงด้านการตลาดและสภาพคล่อง การประเมินตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศเป้าหมายมีความสำคัญอย่างยิ่ง ควรวิเคราะห์: อุปสงค์และอุปทานในตลาดอสังหาริมทรัพย์ แนวโน้มการเติบโตของราคา โอกาสในการขายคืนหรือปล่อยเช่า [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
การซื้อคอนโดมิเนียมถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญสำหรับหลายคน แต่คำถามที่มักพบบ่อยคือ “ควรวางเงินดาวน์เท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม?” การตัดสินใจเรื่องเงินดาวน์ไม่ใช่เพียงแค่การปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางแผนทางการเงินที่ส่งผลต่อภาระผ่อนในระยะยาวอีกด้วย บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการคำนวณเงินดาวน์อย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยแบบคอนโดสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักการพื้นฐานในการคำนวณเงินดาวน์คอนโด เงินดาวน์คือจำนวนเงินที่ผู้ซื้อต้องชำระให้กับผู้ขายหรือโครงการล่วงหน้าก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ โดยทั่วไปแล้ว โครงการคอนโดมิเนียมมักกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำไว้ที่ประมาณ 10-20% ของราคาขาย อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าควรวางเงินดาวน์เท่าไหร่นั้น ไม่ควรดูเพียงแค่เงื่อนไขขั้นต่ำที่โครงการกำหนดเท่านั้น แต่ควรพิจารณาจากปัจจัยหลายประการร่วมกัน การวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงขึ้นมีข้อดีหลายประการ ประการแรกคือ สามารถลดยอดเงินกู้และภาระการผ่อนรายเดือน ทำให้มีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารมากขึ้น ประการที่สองคือ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาเงินกู้จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น หากคอนโดราคา 3 ล้านบาท การวางดาวน์ 10% (3 แสนบาท) เทียบกับ 20% (6 แสนบาท) อาจทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญากู้ต่างกันนับแสนบาท อย่างไรก็ตาม การวางเงินดาวน์มากเกินไปอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมเสมอไป เนื่องจากอาจทำให้เงินสดสำรองที่มีไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือรับมือกับเหตุฉุกเฉินลดลง นอกจากนี้ ในบางกรณีการนำเงินไปลงทุนในช่องทางอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ดังนั้น การหาจุดสมดุลระหว่างการวางเงินดาวน์กับการรักษาสภาพคล่องทางการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญ วิธีคำนวณเงินดาวน์ที่เหมาะสมกับกำลังซื้อ การคำนวณเงินดาวน์ที่เหมาะสมนั้น ควรวิเคราะห์จากสถานะทางการเงินส่วนบุคคล ซึ่งสามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้: วิเคราะห์สถานะทางการเงินปัจจุบัน: เริ่มต้นด้วยการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตรวจสอบว่ามีเงินออมเท่าไหร่ มีภาระหนี้อื่นๆ หรือไม่ และมีค่าใช้จ่ายประจำเท่าไหร่ การเข้าใจกระแสเงินสดส่วนบุคคลจะช่วยให้ประเมินได้ว่าสามารถจัดสรรเงินดาวน์ได้มากน้อยเพียงใด ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ: [...]

23/5/2568 • โดย Homeday
SC Asset ตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาดที่อยู่อาศัยคุณภาพพรีเมียม โชว์ยอดขายรวมจากงาน SC Days #โปรแรงแซงแดด สูงถึง 1,238 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อแบรนด์ SC Asset อย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้ากระตุ้นตลาด ต่อยอดความสำเร็จด้วยโปรโมชันสุดคุ้มผ่านแคมเปญ “SC DAYs #โปรแรงแซงแดด” ณ สำนักงานขายทุกโครงการทั่วกรุงเทพฯ กับข้อเสนอสุดพิเศษตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ นายณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานตลาดและนวัตกรรม บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ขอขอบคุณลูกค้า และ นักลงทุน ที่ให้ความเชื่อมั่นในแบรนด์ SC ทำให้สามาถกวาดยอดขายจากงาน SC DAYs #โปรแรงแซงแดด ได้ถึง 1,238 ล้านบาท SC ไม่ใช่เพียงแค่ในฐานะแบรนด์ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย แต่เราตั้งใจจะส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกครอบครัวผ่านบ้านทุกหลังที่เราสร้าง” นอกจากนี้ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้การตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น มาจากมาตรการของภาครัฐที่ลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนอง 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยในระดับราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท [...]