พบ 72 บทความ

13/3/2568 • โดย Homeday
INETREIT สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ประกาศจ่ายปันผลรายเดือนเป็นกองแรกในไทย ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงิน และศักยภาพ “กองทรัสต์นวัตกรรมดิจิทัล” มุ่งมั่นสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไอเน็ต หรือ INETREIT ประกาศนโยบายจ่ายปันผลจากรายไตรมาส เป็นจ่ายรายเดือนกองแรกและกองเดียวในประเทศไทย สร้างมาตรฐานใหม่แก่กองทรัสต์เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ ตอกย้ำฐานะการเงินแข็งแกร่ง ตอบสนองความมุ่งมั่นที่จะเป็นกองทรัสต์นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ฟากบอร์ดเคาะจ่ายปันผลรายเดือนครั้งแรก 9 เมษายนนี้ ที่อัตรา 0.0666 บาทต่อหน่วย เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 มีนาคม 2568 นายสุตกานต์ แน่นหนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเน็ต รีท แมเนจเม้นท์ จํากัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เปิดเผยว่า INETREIT เป็นกองทรัสต์กองแรกและกองเดียวในประเทศไทยที่เข้าลงทุนตรงในทรัพย์สินเกี่ยวกับเมกะเทรนด์ด้านเทคโนโลยีทั้งหมด และมีนโยบายมุ่งเน้นลงทุนในทรัพย์สินประเภทศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอื่นๆ ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง ล่าสุด บริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนนโยบายการจ่ายปันผลของกองทรัสต์ฯ เป็นรายเดือน จากเดิมที่จ่ายเป็นรายไตรมาส ซึ่งนับเป็นทรัสต์กองแรกในประเทศไทยที่มีนโยบายจ่ายปันผลในรูปแบบรายเดือน เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอให้แก่นักลงทุน และสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงินของ INETREIT ตลอดจนความมั่นใจในศักยภาพการสร้างรายได้ของทรัพย์สินที่ลงทุน [...]

31/3/2568 • โดย Homeday
บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและผู้ให้บริการโซลูชันสีเขียวอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย IoT ประกาศเปิดตัว Vari°ROW ไมโครดาต้าเซ็นเตอร์แบบโมดูลาร์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อปฏิวัติการติดตั้งระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในพื้นที่จำกัดและพื้นที่ปฏิบัติการ ด้วยการผสานรวมของระบบ IT ระบบพลังงาน และระบบทำความเย็นไว้ในที่เดียว ทำให้ Vari°ROW มอบทั้งประสิทธิภาพ การประหยัดพลังงาน และความยืดหยุ่นที่ตอบโจทย์กับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคปัจจุบัน นายศักดิ์ดา แซ่อึ้ง ผู้อำนวยการฝ่ายแพลตฟอร์มดาต้าเซ็นเตอร์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า “Vari°ROW เป็นเทคโนโลยีที่ตอบสนองความต้องการของธุรกิจยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป เพราะเมื่อธุรกิจเหล่านี้ต้องทำงานในพื้นที่ที่จำกัดและต้องใกล้ชิดกับผู้ใช้งานมากขึ้น เจ้าของธุรกิจจึงต้องการโซลูชันที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีความยืดหยุ่น เทคโนโลยี Vari°ROW ของเราจึงไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ทั่วไป แต่เป็นโซลูชันที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมนำพาธุรกิจยุคใหม่ไปสู่การเติบโตด้านดิจิทัลอย่างยั่งยืน” ในขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว องค์กรต่าง ๆ กำลังเผชิญกับความท้าทายในการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ในพื้นที่ที่มีลักษณะต่างไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็น อาคารสำนักงาน ร้านค้าปลีก คลินิก หรือสถานีโทรคมนาคม โดยข้อมูลจาก IDC พบว่า ภายในปี 2568 [...]

4/3/2569 • โดย Homeday
วัน แบงค็อก คว้ารางวัล Technology Leadership Award (Neighbourhood) สาขา “Feel Connected” จากเวที WiredScore Leadership Awards 2026 นับเป็นโครงการพัฒนาในระดับ Neighbourhood แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับรางวัลนี้ รางวัลดังกล่าวมอบให้แก่โครงการที่แสดงถึงความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาระบบดิจิทัลที่เชื่อมต่อกันอย่างครบวงจร ครอบคลุมโครงข่ายที่มีเสถียรภาพ การใช้งานที่ต่อเนื่องระหว่างอาคารและพื้นที่สาธารณะ ตลอดจนบริการดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้คน วัน แบงค็อก ให้ความสำคัญกับการวางระบบเมืองตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบมาสเตอร์แพลน การก่อสร้าง ไปจนถึงการบริหารจัดการโครงการ โดยโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลถูกออกแบบโดยคำนึงถึงความยืดหยุ่นและการเข้าถึงของผู้อยู่อาศัยภายในโครงการฯ เพื่อสนับสนุนการใช้งานที่ราบรื่นทั้งพื้นที่สาธารณะและอาคารต่าง ๆ ภายในโครงการฯ เพื่อรองรับการอยู่อาศัย การทำงาน และการใช้ชีวิตในทุกวัน

19/3/2568 • โดย Homeday
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น สำหรับการบริหารจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ เปิดเผยถึงความสำเร็จของเส้นทางในการพัฒนา EcoStruxure IT ในปีที่ผ่านมา พร้อมแผนงานปี 2025 ว่ายังคงมุ่งเน้นที่การช่วยให้ลูกค้าใช้ซอฟต์แวร์ Data Center Infrastructure Management (DCIM) อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานด้านไอที มีความยืดหยุ่น ปลอดภัย และยั่งยืนมากที่สุด ในทุกที่ ท่ามกลางความท้าทายที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนของการใช้งานไฮบริดไอที นับเป็นโอกาสดีที่จะหันมาทบทวนว่า EcoStruxure IT ช่วยให้องค์กรลูกค้าเติบโตอย่างไรบ้าง และระบบของเราช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานไอทีมีความยืดหยุ่น ปลอดภัยและยั่งยืนอย่างไรบ้าง การอัปเดตและพัฒนาต่อเนื่องเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้ระบบมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างความสำเร็จบางส่วนในการดำเนินการปีที่ผ่านมา ซึ่งทีมงาน EcoStruxure IT ได้มีการปรับปรุงและเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์ทั้งสำหรับการใช้งานแบบ On-Premise และ Cloud-Based เพื่อช่วยให้การดำเนินงานของลูกค้าง่ายขึ้น ยืดหยุ่นมากขึ้น ได้แก่ นโยบายในการแจ้งเตือน (alarm threshold policies) ใน IT Expert สามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนโดยใช้เงื่อนไขขั้นสูง เช่น กำหนดให้แจ้งเตือนหากอุณหภูมิสูงเกิน 25 องศาจากค่าปกตินานเกิน 30 นาที ช่วยลดจำนวนการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็นและทำให้มีความแม่นยำมากขึ้น วิดเจ็ต “Service Contracts and Visits” บนแดชบอร์ดของ IT Expert ช่วยให้องค์กรดูภาพรวมของอุปกรณ์ทั้งหมดได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว พร้อมแจ้งให้ทราบว่าอุปกรณ์ใดอยู่ภายใต้สัญญาบริการ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะได้รับการอัปเดตทุกสัปดาห์ การบันทึกเหตุการณ์ (Windows event logging) สำหรับ PowerChute ช่วยให้สามารถบันทึกทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระบบได้ โดยจะรวบรวมข้อมูลไว้ที่ส่วนกลางเพื่อให้สามารถติดตามเหตุการณ์เหล่านั้นได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังรองรับ Syslog สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการส่งบันทึกเหตุการณ์ไปที่ Syslog Server ส่วนกลางได้ด้วย ขยายการรองรับ PowerChute vCLS สำหรับทุกการตั้งค่า UPSช่วยให้เลือกปิดระบบเฉพาะส่วนที่จำเป็นได้อย่างยืดหยุ่น รองรับ LDAP (Lightweight Directory [...]

19/2/2568 • โดย Homeday
ตอกย้ำพันธกิจของบริษัทในการลดคาร์บอนในโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล พร้อมช่วยให้ลูกค้าสามารถติดตั้งโซลูชั่นดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยั่งยืนและพร้อมรองรับ AI ทุกจุดได้อย่างครอบคลุม GB200 NVL72รุ่นใหม่ เป็นการออกแบบอ้างอิง ที่พัฒนาร่วมกับ NVIDIA หลอมรวมเป็นสถาปัตยกรรมที่ผ่านการทดสอบและพิสูจน์แล้วว่าให้ประสิทธิภาพพลังงานสูงเพื่อรองรับชิป Blackwell รุ่นใหม่ของ NVIDIA เปิดตัว Galaxy VXL UPSขนาดกะทัดรัดที่สุดในอุตสาหกรรม ให้ระบบปกป้องพลังงานแบบ high-density สำหรับ AI ดาต้าเซ็นเตอร์ และเวิร์กโหลดไฟฟ้าขนาดใหญ่ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ด้านการบริหารจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ เร่งผลักดันโซลูชั่นดาต้าเซ็นเตอร์ที่พร้อมรองรับ AI ได้ครบวงจร ด้วยการเปิดตัวโซลูชั่นใหม่เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายเร่งด่วนด้านพลังงานและความยั่งยืน ที่เกิดจากความต้องการด้านระบบ AI ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด ประกาศเรื่องแรกคือการเปิดตัวการออกแบบอ้างอิงใหม่สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ (New data center reference design) ซึ่งเป็นการพัฒนาร่วมกับ NVIDIA รองรับการระบายความร้อนด้วยของเหลว และคลัสเตอร์ AI ที่มี high-density ได้สูงสุดถึง 132 กิโลวัตต์ต่อแร็ค การออกแบบใหม่นี้ มีการประยุกต์ให้เหมาะกับชิป GB200 NVL72 และ Blackwell ของ NVIDIA โดยช่วยลดความซับซ้อนในกระบวนการวางแผนและการติดตั้ง ด้วยสถาปัตยกรรมที่ผ่านการพิสูจน์และรับรอง ซึ่งตอบโจทย์ความท้าทายเฉพาะในการใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวในสเกลใหญ่ นอกจากนี้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังเปิดตัว ยูพีเอสรุ่นใหม่ Galaxy VXL มี high-density สูง ในรูปทรงที่กะทัดรัดที่สุดในอุตสาหกรรม โดยยูพีเอสแบบ high-density ตัวนี้ ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งาน AI ดาต้าเซ็นเตอร์และเวิร์กโหลดไฟฟ้าขนาดใหญ่ ซึ่ง Galaxy VXL นี้ช่วยให้สามารถประหยัดพื้นที่ได้ถึง 52% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรม และด้วยความหนาแน่นด้านพลังงานที่สูงถึง 1,042 กิโลวัตต์ ต่อตารางเมตร จึงเป็นยูพีเอสแบบโมดูลาร์ที่ปรับขยายได้ถึง 1.25 เมกะวัตต์ โดยออกแบบมาเพื่อให้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในพื้นที่ขนาดเล็กที่มีความหนาแน่นสูง ทั้งสองนวัตกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโซลูชั่นดาต้าเซ็นเตอร์ที่รองรับ AI แบบครบวงจรของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่มุ่งเน้น 3 [...]

10/4/2568 • โดย Homeday
เพื่อปกป้องอนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย LIMIX IT Solutions (LIMIX) และศูนย์ธุรกิจดิจิทัลและการเงินระหว่างประเทศแห่งประเทศไทย (TIDC) ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นในการต่อสู้กับภัยคุกคามที่เติบโตอย่างรวดเร็วในโลกบล็อกเชนและคริปโต: การหลอกลวงกระเป๋าเงินคริปโตและการฉ้อโกงตัวตนในโลกดิจิทัล ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้มุ่งเน้นในการพัฒนาและนำระบบตรวจจับการฉ้อโกงและการตรวจสอบตัวตนดิจิทัลที่ใช้ AI ขั้นสูงมาใช้ เพื่อลดความเสี่ยงในระบบกระเป๋าเงินคริปโตที่กำลังเติบโตในประเทศไทย และสนับสนุนความมุ่งมั่นของชาติในการเป็นศูนย์กลางทางบล็อกเชนและการเงินดิจิทัลในภูมิภาค เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในทุกภาคส่วน กระเป๋าเงินคริปโตได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้บริโภคและธุรกิจในการทำธุรกรรมระหว่างบุคคล การเงินแบบกระจายอำนาจ (DeFi) และการเข้าถึงสินทรัพย์ที่เป็นโทเค็น แต่อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานตกเป็นเป้าหมายของการหลอกลวงที่ซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงกลยุทธ์การฟิชชิ่ง การโจมตีทางสังคม และการปลอมแปลงตัวตน เมื่อพิจารณาถึงความท้าทายที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้ LIMIX และ TIDC กำลังร่วมกันพัฒนาโครงสร้างที่แข็งแกร่งเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวทั้งในระดับเทคโนโลยีและระบบนิเวศน์ หลักสำคัญในการแก้ปัญหาคือการผสมผสานระหว่าง KYC Identity Engine ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ LIMIX และระบบตรวจจับการฉ้อโกงแบบเรียลไทม์ที่ใช้ AI ซึ่งจะร่วมกันสร้างเกราะป้องกันที่มีพลังสำหรับผู้ใช้งานและผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล บทบาทของ LIMIX: เทคโนโลยีเพื่อความไว้วางใจ LIMIX บริษัทเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเทพมหานคร นำเสนอความเชี่ยวชาญลึกซึ้งในด้าน AI, บล็อกเชน, ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล โดยเป็นที่รู้จักในการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถขยายได้ทั้งในส่วนภาครัฐและเอกชน LIMIX กำลังเป็นผู้นำในการออกแบบสถาปัตยกรรมทางเทคนิคของโซลูชั่นนี้ หัวใจสำคัญของการมีส่วนร่วมของ LIMIX คือ LIMIX KYC Identity Engine ซึ่งเป็นโซลูชั่นตัวตนดิจิทัลขั้นสูงที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับโลกการเงินดิจิทัลและบล็อกเชนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แตกต่างจากระบบการตรวจสอบแบบดั้งเดิม แพลตฟอร์ม KYC ของ LIMIX ผสมผสานการจดจำลักษณะทางชีวมิติ การตรวจจับการมีชีวิต การวิเคราะห์พฤติกรรม และการเข้ารหัสข้อมูลที่ยึดตามบล็อกเชน เพื่อให้มั่นใจในกระบวนการลงทะเบียนที่ปลอดภัย, แม่นยำ และสอดคล้องกับข้อกำหนดสำหรับผู้ใช้กระเป๋าเงินคริปโต โซลูชั่น KYC นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการขยายตัวและความสอดคล้องกับข้อบังคับ โดยช่วยให้การแลกเปลี่ยนแพลตฟอร์มฟินเทค และผู้ให้บริการกระเป๋าเงินสามารถผสานการตรวจสอบตัวตนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งตรงตามข้อกำหนดท้องถิ่น (เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย [...]

4/3/2568 • โดย Homeday
“บมจ.สโตนวัน หรือ STX” ขยายอาณาจักรเหมืองหิน เดินหน้าซื้อเหมืองใหม่ที่ จ.เพชรบุรี เพิ่มปริมาณสำรองหินอุตสาหกรรม รองรับดีมานด์ก่อสร้างจากเมกะโปรเจกต์ภาครัฐ-โครงการ EEC ที่ขยายตัวในอัตราเร่ง ดันศักยภาพเติบโตระยะยาว จากปี 67 ประกาศผลงานทุบสถิติรายได้-กำไรในรอบ 5 ปี โดยกำไรสุทธิอยู่ที่เกือบ 52 ล้านบาท โตแรง 36% รายได้รวมเกือบ 457 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% ด้าน ESG โดดเด่น ปลื้มคว้ารางวัล Green Mining Award ตอกย้ำผู้นำมาตรฐานเหมืองสีเขียว พร้อมแจกปันผล 0.10 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 14 มี.ค. 68 นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโตนวัน จำกัด (มหาชน) หรือ STX ผู้นำในอุตสาหกรรมเหมืองหินและแร่ เปิดเผยว่า ในปี [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
จากการเปิดตัว AWS Region ในประเทศไทยเมื่อเร็ว ๆ นี้ องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถใช้บริการคลาวด์ของ AWS เต็มรูปแบบ สำหรับองค์กรภาครัฐที่มีข้อกังวลด้านอธิปไตยข้อมูล (Data Sovereignty) โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของ AWS ที่อยู่ภายในประเทศนี้จะช่วยให้องค์กรภาครัฐสามารถจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลภายใต้กฎหมายและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของไทย ช่วยผลักดันการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพื่อเสริมศักยภาพการทำงานขององค์กรภาครัฐ ให้สามารถพัฒนาบริการต่าง ๆ เพื่อประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที (NT) พาร์ทเนอร์ในระดับ Advanced Tier ของ Amazon Web Service (AWS) มีความยินดีที่จะแนะนำบริการ AWS Migration Assessment and Deployment Service ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรภาครัฐสามารถย้ายโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที รวมถึงข้อมูล แอปพลิเคชั่นและฐานข้อมูล ไปใช้บริการด้านคลาวด์ของ Amazon Web Services (AWS) ได้อย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่าต่อการลงทุน ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีความสำคัญมากในปัจจุบัน หน่วยงานภาครัฐหลายองค์กรกำลังปรับตัวสู่ระบบคลาวด์เพื่อเพิ่มความคล่องตัว ความสามารถในการขยายระบบ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน รวมถึงการเตรียมความพร้อมตอบรับกับนโยบาย Cloud [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
“เศรษฐา” นายกฯ คนที่ 30 และ Co-Founder หลักสูตร The NEXT Real แนะแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทย ด้วยการเดินหน้าลงทุนเมกะโปรเจ็กต์โครงสร้างพื้นฐานประเทศ หวังดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ-แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งระยะยาว-ขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจสู่เมืองน่าเที่ยว-เพิ่มระยะเวลาพำนักและปริมาณการใช้จ่ายนักท่องเที่ยว พร้อมชี้ 3 แหล่งเงินทุนสำคัญ ขณะที่แนะภาคอสังหาฯบริหารสภาพคล่องลุยตลาดปี 68 พร้อมเตรียมปรับตัว รับความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร เหลือ 37 ล้านคน นายเศรษฐา ทวีสิน Co-Founder หลักสูตร The NEXT Real และนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดงาน Real Connext 2025 ว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในอัตราเฉลี่ยเพียง 1.9% ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ต่างมีอัตราการเติบโตมากกว่าไทยถึง 2 เท่า ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยมาอย่างยาวนาน แนวทางที่ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญ จึงเป็นเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดย 20 [...]

20/3/2568 • โดย Homeday
การทำงานจากบ้านได้กลายเป็นรูปแบบการทำงานที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น การเลือกบ้านที่เหมาะสมสำหรับการทำ Home Office จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ บทความนี้จะแนะนำแนวทางการเลือกซื้อบ้านที่เอื้ออำนวยต่อการทำงานที่บ้านอย่างมีประสิทธิภาพ พื้นที่ทำงานที่เหมาะสม: หัวใจสำคัญของ Home Office การออกแบบพื้นที่ทำงานที่เหมาะสมเป็นปัจจัยหลักในการสร้างประสิทธิภาพการทำงาน พื้นที่ Home Office ควรมีคุณสมบัติสำคัญดังนี้ ขนาดและความเป็นส่วนตัว พื้นที่ทำงานควรมีขนาดเพียงพอสำหรับการวางอุปกรณ์สำนักงาน และสามารถแยกออกจากพื้นที่พักผ่อนได้อย่างชัดเจน ควรเลือกบ้านที่มีห้องพิเศษหรือมุมที่สามารถจัดสรรเป็นพื้นที่ทำงานได้โดยเฉพาะ การมีพื้นที่ส่วนตัวช่วยลดสิ่งรบกวนและเพิ่มสมาธิในการทำงาน แสงสว่างและการระบายอากาศ แสงธรรมชาติมีความสำคัญต่อสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงาน เลือกบ้านที่มีหน้าต่างขนาดใหญ่ หรือมีช่องแสงเพียงพอ การระบายอากาศที่ดีช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สดชื่นและกระปรี้กระเปร่า โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับ Home Office ระบบอินเทอร์เน็ตและการเชื่อมต่อ เทคโนโลยีการสื่อสารเป็นหัวใจหลักของการทำงานในปัจจุบัน การเลือกบ้านควรคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้: ความเร็วอินเทอร์เน็ตที่เสถียร จุดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตครอบคลุมทั่วบ้าน ระบบไฟฟ้าที่รองรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชิ้น การออกแบบพื้นที่ทำงาน การจัดวางพื้นที่ทำงานที่เหมาะสมประกอบด้วย: โต๊ะทำงานที่มีขนาดเหมาะสม เก้าอี้ที่รองรับสรีระและถนอมสุขภาพ พื้นที่เก็บอุปกรณ์และเอกสาร การออกแบบที่ช่วยลดความเมื่อยล้าและเพิ่มความสะดวกสบาย การเลือกทำเลที่เหมาะสม สภาพแวดล้อมโดยรอบ การเลือกทำเลที่เหมาะสมสำหรับ Home Office ควรพิจารณา: ความเงียบสงบ ระยะทางจากสถานที่สำคัญ ระบบสาธารณูปโภคที่ครบครัน ความปลอดภัยของชุมชน การเดินทางและการเชื่อมต่อ แม้จะทำงานที่บ้าน แต่การเดินทางก็ยังมีความสำคัญ ควรเลือกทำเลที่: ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ [...]

29/3/2568 • โดย Homeday
เขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลกำหนดขึ้นเพื่อกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยการสร้างแรงจูงใจพิเศษให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการ พื้นที่เหล่านี้ได้รับการออกแบบอย่างเฉพาะเจาะจงเพื่อดึงดูดการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี มาตรการสนับสนุน และโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 1. โครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานถือเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดมูลค่าที่ดิน ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ การพัฒนาระบบคมนาคมที่ครอบคลุมและทันสมัยส่งผลโดยตรงต่อราคาที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นถนนหลัก ทางด่วน ระบบรถไฟ ท่าเรือ หรือสนามบิน สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและขนส่ง ทำให้พื้นที่มีความน่าสนใจมากขึ้น นักลงทุนและผู้ประกอบการมักให้ความสำคัญกับการเข้าถึงที่สะดวก ส่งผลให้ราคาที่ดินในบริเวณใกล้เคียงกับโครงสร้างพื้นฐานหลักมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด 2. นโยบายและมาตรการจูงใจของภาครัฐ รัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการกำหนดราคาที่ดินผ่านนโยบายและมาตรการต่างๆ สิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น การลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล การยกเว้นอากรขาเข้า หรือเงินสนับสนุนการลงทุน ล้วนเป็นปัจจัยดึงดูดการลงทุนและส่งผลต่อมูลค่าที่ดิน นโยบายที่ชัดเจนและต่อเนื่องจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ทำให้ความต้องการที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มสูงขึ้น 3. การพัฒนาอุตสาหกรรมและคลัสเตอร์เศรษฐกิจ การรวมกลุ่มของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกันในพื้นที่เดียวกัน หรือที่เรียกว่าคลัสเตอร์เศรษฐกิจ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาที่ดินเพิ่มสูงขึ้น เมื่อมีการพัฒนาอุตสาหกรรมเฉพาะทาง เช่น เขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง เขตนวัตกรรม หรือเขตอุตสาหกรรมการเกษตรมูลค่าสูง จะดึงดูดบริษัทและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเข้ามาลงทุน ส่งผลให้ความต้องการที่ดินเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย 4. ทำเลที่ตั้งและความใกล้ชิดกับตลาด ทำเลที่ตั้งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่มีอิทธิพลต่อราคาที่ดิน ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ดินที่มีทำเลใกล้กับเส้นทางการค้า ชายแดน ท่าเรือ หรือสนามบิน จะมีมูลค่าสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ ความสามารถในการเข้าถึงตลาดทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศอย่างรวดเร็วเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญ 5. [...]

15/3/2568 • โดย Homeday
นิคมอุตสาหกรรมไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่รวมโรงงานอุตสาหกรรม แต่เป็นเขตเศรษฐกิจที่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยพื้นที่อุตสาหกรรม พื้นที่พักอาศัย และสาธารณูปโภคต่างๆ การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในปัจจุบันให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยมากขึ้น ด้วยการออกแบบชุมชนที่ครอบคลุมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐาน: หัวใจสำคัญของการอยู่อาศัย การเลือกบ้านในนิคมอุตสาหกรรมต้องพิจารณาสภาพแวดล้อมอย่างรอบคอบ โครงสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์เป็นปัจจัยหลัก ระบบสาธารณูปโภคที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบประปา ไฟฟ้า ระบบกำจัดของเสีย และการคมนาคม ล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยตรง นิคมอุตสาหกรรมชั้นนำมักมีการวางแผนระบบสาธารณูปโภคที่ได้มาตรฐาน มีความพร้อมและเสถียรภาพสูง ระบบความปลอดภัย: ความมั่นใจในการอยู่อาศัย ระบบรักษาความปลอดภัยเป็นองค์ประกอบสำคัญ นิคมอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยการติดตั้งกล้องวงจรปิด จุดตรวจรักษาความปลอดภัย และระบบควบคุมการเข้าออก ซึ่งช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับผู้พักอาศัย ข้อดีและข้อควรระวังในการซื้อบ้านนิคมอุตสาหกรรม ข้อดีที่น่าสนใจ ทำเลยุทธศาสตร์ที่เอื้อต่อการทำงาน การอยู่ใกล้แหล่งงานช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง และประหยัดค่าใช้จ่าย มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากการพัฒนาของพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ระบบสาธารณูปโภคที่ครบครัน การวางแผนผังเมืองที่เป็นระเบียบ ข้อควรระวัง มลภาวะจากโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งมลพิษทางอากาศ เสียง และของเสีย ข้อจำกัดในการตกแต่งและดัดแปลงบ้าน เนื่องจากต้องปฏิบัติตามระเบียบของนิคมอุตสาหกรรม ความหนาแน่นของประชากรและการจราจรในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน กฎหมายและเอกสารสำคัญ: สิ่งที่ต้องรู้ก่อนซื้อ การซื้อบ้านในนิคมอุตสาหกรรมมีความซับซ้อนทางกฎหมายมากกว่าการซื้อบ้านทั่วไป ต้องตรวจสอบเอกสารสิทธิ์อย่างละเอียด ได้แก่ โฉนดที่ดิน เอกสารสิทธิ์การครอบครอง ใบอนุญาตปลูกสร้าง การตรวจสอบเอกสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นขั้นตอนที่สำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายในอนาคต [...]