
18/11/2565 • โดย Homeday
โคมไฟอุ่นเทียนหอมสวย ๆ ซื้อได้ที่ไหน อยากรู้กันใช่ไหมคะ วันนี้ Homeday จะมาแนะนำ 9 ดีไซน์ ไฟอุ่นเทียนหอมน่าซื้อ พร้อมแปะพิกัดให้เพื่อน ๆ ได้ตามไปสอยมา

3/6/2568 • โดย Homeday
การจัดแสงไฟในสวนเป็นโปรเจ็กต์ DIY ที่สามารถเปลี่ยนบรรยากาศสวนที่มืดทึมตอนกลางคืนให้กลายเป็นพื้นที่สวยงามและใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง การออกแบบระบบไฟในสวนด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยากหากเข้าใจหลักการพื้นฐานและมีการวางแผนที่ดี ผู้ที่สนใจสามารถเริ่มต้นด้วยงบประมาณตั้งแต่หลายพันบาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และความซับซ้อนของการออกแบบ การส่องไฟต้นไม้ใหญ่ควรวางตำแหน่งโคมอย่างไร? การส่องไฟต้นไม้ใหญ่เป็นหัวใจสำคัญของการจัดแสงไฟในสวน เทคนิคการวางตำแหน่งโคมไฟจะขึ้นอยู่กับลักษณะของต้นไม้แต่ละชนิด สำหรับต้นไม้ผอมหรือลำต้นเรียว ควรปักโคมไฟให้ห่างจากโคนต้นไม่มากนัก แต่หากเป็นต้นไม้ที่มีลำต้นใหญ่และใบไม้หนาแน่น ควรปักโคมออกมาให้ห่างพอสมควรเพื่อให้แสงไฟสามารถส่องไปถึงกิ่งก้านด้านบนได้อย่างทั่วถึง การใช้สปอตไลท์ทรงพาร์เป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับการส่องต้นไม้ใหญ่ เนื่องจากให้ลำแสงที่มีทิศทางชัดเจน สามารถส่องไปถึงกิ่งก้านด้านบนและสร้างบรรยากาศลึกลับน่าค้นหา การติดตั้งแต่ละจุดควรใช้โคมจำนวน 2 ดวงเพื่อให้แสงกระจายอย่างสม่ำเสมอ โดยการติดตั้งนั้นทำได้ง่ายเพราะหลอดไฟแบบนี้สามารถหมุนเกลียวใส่โคมได้เลย ส่วนที่เหลือเป็นเพียงการต่อสายไฟและปรับองศาการส่องให้เหมาะสม สำหรับต้นไม้ขนาดกลางที่มีความสูง 5-6 เมตร สามารถเลือกใช้การติดตั้งไฟแบบทำมุม 45 องศา โดยติดตั้งทั้ง 2 ฝั่งของต้นไม้เพื่อให้แสงไฟกระจายทั่วถึงและดูมีความสมดุลมากกว่าการส่องจากฝั่งเดียว ในขณะที่ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่สูงประมาณ 15 เมตรขึ้นไป ควรให้แสงจาก 3-4 จุด โดยติดตั้งไฟที่ด้านข้าง 2 ฝั่งด้วยมุม 45 องศา และด้านหน้าด้วยมุม 15 องศาเพื่อส่องส่วนล่างของลำต้น การจัดไฟแนวพุ่มไม้และกำแพงต้องใช้โคมแบบไหน? การจัดไฟเพื่อส่องแนวพุ่มไม้ตรงกำแพงต้องเลือกใช้โคมไฟที่เหมาะสมกับลักษณะของพืชและพื้นที่ โคมฮาโลเจนเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยม แต่ในปัจจุบันแนะนำให้เปลี่ยนหลอดภายในเป็นแบบ LED เพื่อประหยัดค่าไฟในระยะยาว แม้ว่าจะต้องลงทุนแพงในตอนแรก แต่จะไม่ช็อกกับค่าไฟฟ้าทีหลัง การติดตั้งโคมฮาโลเจนต้องใช้ความระมัดระวังเพราะต้องไขนอตและแงะกระจกออกมาก่อน [...]

26/3/2568 • โดย Homeday
การออกแบบห้องนอนให้ดูหรูหราและน่าพักผ่อนเสมือนห้องพักในโรงแรมระดับ 5 ดาว ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ด้วย 10 ไอเดียที่จะเปลี่ยนห้องนอนธรรมดาให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนสุดหรูที่สร้างความรู้สึกผ่อนคลายและหรูหราได้อย่างง่ายดาย 1. การเลือกสีสันที่เป็นกลาง: พื้นฐานแห่งความหรูหรา การเลือกโทนสีที่เป็นกลางเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างบรรยากาศโรงแรมหรู เฉดสีเทา ขาว เบจ และครีมเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด สีเหล่านี้ช่วยสร้างความรู้สึกสงบและหรูหราให้กับห้องนอน ควรเลือกใช้สีที่ให้ความรู้สึกสบายตาและผ่อนคลาย โดยเน้นความเรียบง่ายแต่มีระดับ เทคนิคการเลือกสี เลือกสีผนังที่เป็นโทนอ่อน ใช้เฉดสีที่ใกล้เคียงกัน เน้นความกลมกลืนของสีในห้อง 2. การจัดวางเตียงอย่างพิถีพิถัน ตำแหน่งการวางเตียงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างบรรยากาศโรงแรม ควรวางเตียงให้เป็นจุดเด่นของห้อง โดยจัดวางในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนเมื่อเข้าห้อง เลือกเตียงที่มีหัวเตียงสูงหรือมีดีไซน์เรียบหรู เคล็ดลับการจัดวางเตียง เว้นพื้นที่โดยรอบเตียงอย่างเหมาะสม เน้นความสมมาตรของห้อง เลือกเตียงที่มีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ 3. การเลือกชุดเครื่องนอนคุณภาพสูง เครื่องนอนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดในการสร้างความรู้สึกเหมือนพักในโรงแรม เลือกชุดเครื่องนอนที่มีคุณภาพสูง ใช้สีขาวหรือสีเบจ เน้นความเรียบหรู ใช้ผ้าปูที่นอนเนื้อดี หมอนที่มีความนุ่มพอดี และผ้าห่มที่ให้ความรู้สึกหรูหรา วิธีเลือกเครื่องนอน เลือกผ้าฝ้ายคุณภาพสูง ใช้สีขาวหรือสีเบจ เน้นความเรียบง่ายแต่มีสไตล์ 4. การให้แสงที่นุ่มนวล แสงมีบทบาทสำคัญในการสร้างบรรยากาศ เลือกโคมไฟที่ให้แสงนุ่มนวล มีไฟเปลี่ยนสีได้ หรือใช้แสงวอร์มโทน เพิ่มโคมไฟข้างเตียง โคมไฟตั้งพื้น หรือไฟ LED [...]

13/5/2568 • โดย Homeday
สำหรับคนรักการอ่านหนังสือ การมีมุมส่วนตัวที่สงบเงียบและออกแบบมาเพื่อการอ่านโดยเฉพาะเป็นสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝันอยากมี การสร้างมุมอ่านหนังสือที่สมบูรณ์แบบไม่เพียงแต่ช่วยให้มีพื้นที่พักผ่อนส่วนตัว แต่ยังเป็นการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการจดจ่อกับเนื้อหาและเพิ่มความเพลิดเพลินในการอ่าน บทความนี้จะแนะนำวิธีสร้างมุมอ่านหนังสือในบ้านที่ทั้งสวยงามและใช้งานได้จริง ตั้งแต่การเลือกพื้นที่ การจัดแสง การเลือกเฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงการสร้างบรรยากาศที่ช่วยส่งเสริมการอ่าน การเลือกพื้นที่มุมอ่านหนังสือควรพิจารณาอะไรบ้าง? การเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างมุมอ่านหนังสือ พื้นที่ที่ดีควรมีความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เนื่องจากสมาธิเป็นปัจจัยสำคัญในการอ่าน ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีผู้คนเดินผ่านไปมาบ่อยๆ หรือพื้นที่ที่มีเสียงรบกวนจากภายนอกหรือจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ หากบ้านของคุณมีมุมที่แยกออกมาเป็นสัดส่วน เช่น มุมใต้บันได มุมระเบียง หรือมุมห้องที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่าน ก็สามารถปรับให้เป็นมุมอ่านหนังสือได้อย่างดี บางคนอาจเลือกปรับพื้นที่ในห้องนอนหรือห้องทำงานที่มีความเป็นส่วนตัวสูง แต่หากมีพื้นที่มากพอ การจัดห้องเฉพาะสำหรับการอ่านหนังสือก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด นอกจากความเงียบสงบแล้ว ควรพิจารณาถึงการเข้าถึงแสงธรรมชาติด้วย มุมที่ได้รับแสงธรรมชาติอย่างเพียงพอจะช่วยให้การอ่านหนังสือสะดวกและถนอมสายตา แต่ต้องระวังไม่ให้แสงจ้าเกินไปจนทำให้เกิดแสงสะท้อนที่รบกวนการอ่าน แสงไฟแบบใดที่เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือโดยไม่ทำร้ายสายตา? แสงเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างยิ่งในมุมอ่านหนังสือ การมีแสงที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยให้อ่านได้สะดวก แต่ยังเป็นการถนอมสายตาในระยะยาวอีกด้วย แสงที่ดีที่สุดสำหรับการอ่านหนังสือคือแสงธรรมชาติ ซึ่งให้ความสว่างที่สม่ำเสมอและความรู้สึกสดชื่น อย่างไรก็ตาม แสงธรรมชาติมีข้อจำกัดทั้งในแง่เวลาและความเข้มของแสง ในกรณีที่ต้องอาศัยแสงไฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านแสงสว่างแนะนำให้เลือกหลอดไฟที่ให้แสงสีวอร์มไวท์ (Warm White) หรือสีนวล ซึ่งมีความใกล้เคียงกับแสงธรรมชาติมากที่สุด และทำให้สบายตาเวลาอ่านเป็นเวลานาน ควรหลีกเลี่ยงหลอดไฟที่ให้แสงสีขาวจัด (Cool Daylight) เพราะอาจทำให้เกิดความเมื่อยล้าของสายตาได้ง่าย โคมไฟสำหรับอ่านหนังสือควรเป็นประเภทที่สามารถปรับทิศทางได้ เพื่อให้แสงตกกระทบที่หน้าหนังสือโดยตรงโดยไม่เกิดเงาหรือแสงสะท้อน โคมไฟตั้งพื้นหรือโคมไฟตั้งโต๊ะที่มีแขนยืดหยุ่นเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะสามารถปรับองศาได้ตามความต้องการ นอกจากนี้ ยังควรเลือกใช้หลอดไฟที่ให้แสงนิ่ง ไม่กะพริบ เพราะแสงกะพริบจะรบกวนประสาทตาและทำให้เกิดความเครียดระหว่างการอ่าน [...]

21/3/2568 • โดย Homeday
การทำงานที่บ้านได้กลายเป็นวิถีชีวิตใหม่ของคนยุคปัจจุบัน พื้นที่ทำงานที่ดีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสุขในการทำงาน การออกแบบพื้นที่ทำงานอย่างเหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม 1. เลือกตำแหน่งพื้นที่ทำงานอย่างชาญฉลาด การเลือกตำแหน่งพื้นที่ทำงานมีความสำคัญอย่างยิ่ง ควรเลือกบริเวณที่มีแสงธรรมชาติเพียงพอ และห่างจากพื้นที่พักผ่อนหรือเสียงรบกวน แสงธรรมชาติช่วยกระตุ้นสมองและเพิ่มความกระปรี้กระเปร่า โดยควรวางโต๊ะทำงานใกล้หน้าต่างแต่ไม่ถึงกับถูกแสงแดดส่องกระทบโดยตรง 2. การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสม เลือกโต๊ะทำงานที่มีขนาดพอเหมาะกับพื้นที่และการใช้งาน โต๊ะควรมีความสูงที่เหมาะสมกับสรีระ เก้าอี้ทำงานควรมีพนักพิงและที่วางแขนที่ปรับระดับได้ เพื่อสนับสนุนการนั่งทำงานอย่างถูกสุขลักษณะ ป้องกันอาการปวดหลังและเมื่อยล้า 3. จัดระเบียบพื้นที่การทำงาน ความเป็นระเบียบเรียบร้อยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ใช้อุปกรณ์จัดเก็บต่างๆ เช่น ลิ้นชักข้างโต๊ะ ชั้นวางของ หรือกล่องเก็บอุปกรณ์ กำจัดสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกจากพื้นที่ทำงาน จัดวางอุปกรณ์ให้เป็นระเบียบและเข้าถึงง่าย 4. สร้างบรรยากาศแห่งแรงบันดาลใจ ตกแต่งพื้นที่ทำงานด้วยสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจ อาจเป็นภาพถ่าย งานศิลปะ หรือคำคมที่ให้กำลังใจ เลือกสีสันที่ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ โทนสีเขียวและฟ้าช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและกระตุ้นสมอง 5. การควบคุมแสงสว่างอย่างมีประสิทธิภาพ แสงสว่างมีบทบาทสำคัญต่อการทำงาน ใช้แสงธรรมชาติให้มากที่สุด และติดตั้งไฟส่องสว่างเสริมในจุดที่จำเป็น โคมไฟตั้งโต๊ะที่ปรับแสงได้จะช่วยลดความเมื่อยล้าของดวงตา 6. การจัดการเสียงและสิ่งรบกวน สร้างพื้นที่ทำงานที่เงียบสงบ ใช้หูฟังตัดเสียงรบกวน หรือเปิดเพลงเบาๆ ที่ช่วยกระตุ้นสมอง หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงเสียงรบกวนได้ ให้ใช้ฉากกั้นเสียงหรือพื้นที่ทำงานแบบปิด 7. เทคโนโลยีและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ลงทุนกับอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น จอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ แป้นพิมพ์และเมาส์ตัวที่ถนัด [...]

18/3/2568 • โดย Homeday
การเลือกโคมไฟที่เหมาะสมไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มแสงสว่างให้กับพื้นที่ แต่ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างบรรยากาศและเอกลักษณ์ของการตกแต่งภายใน โคมไฟที่ถูกเลือกอย่างเหมาะสมสามารถเปลี่ยนโฉมห้องได้อย่างน่าทึ่ง 1. เข้าใจประเภทของแสงสว่าง แสงทั่วไป (Ambient Lighting) แสงทั่วไปคือแสงหลักที่ให้ความสว่างทั่วห้อง โคมไฟแบบเพดานหรือโคมไฟตั้งพื้นเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับแสงประเภทนี้ ควรเลือกโคมไฟที่ให้แสงกระจายอย่างทั่วถึง และสามารถปรับความเข้มแสงได้ แสงเฉพาะจุด (Task Lighting) แสงเฉพาะจุดมุ่งเน้นการส่องสว่างบริเวณพื้นที่ทำงานหรือกิจกรรมเฉพาะ โคมไฟข้างเตียง โคมไฟทำงาน หรือโคมไฟอ่านหนังสือเป็นตัวอย่างที่ดี ควรเลือกโคมไฟที่สามารถปรับทิศทางแสงได้ แสงประดับ (Accent Lighting) แสงประดับใช้เพื่อเน้นจุดเด่นในห้อง เช่น งานศิลปะ ชั้นวางหนังสือ หรือสถาปัตยกรรมพิเศษ โคมไฟติดผนัง สปอตไลท์ หรือไฟ LED เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ 2. คำนึงถึงสไตล์การตกแต่ง สไตล์มินิมอล เลือกโคมไฟทรงเรียบง่าย มีเส้นสายกระชับ ใช้วัสดุเช่นโลหะ กระจก หรือพลาสติกเงา โทนสีขาว เทา หรือดำเป็นตัวเลือกที่ดี สไตล์วินเทจ โคมไฟด้วยวัสดุทองเหลือง ทองแดง หรือเหล็กหล่อ รูปทรงคลาสสิก มีลวดลายประดับ จะช่วยเพิ่มความคลาสสิกให้กับพื้นที่ สไตล์โมเดิร์น เน้นรูปทรงเรขาคณิต วัสดุสมัยใหม่ เช่น [...]

16/6/2568 • โดย Homeday
บ้านที่ดีสำหรับนักอ่าน ไม่จำเป็นต้องมีห้องสมุด แต่ต้องมี “มุมที่พอดี” กับใจที่อยากเปิดหนังสือเสมอ การอ่านหนังสือไม่ใช่แค่กิจกรรม…แต่มันคือการหลบเข้าไปในโลกอีกใบ ซึ่งจะทำให้รู้สึกดีขึ้นมาก ถ้าเราได้อ่านใน “บรรยากาศที่ใช่” บทความนี้ Homeday ขอแนะนำไอเทมเด็ด 5 อย่าง ที่คนรักการอ่านควรมีติดบ้านไว้ เพื่อเสริมประสบการณ์การอ่านให้อบอุ่นและรื่นรมย์ 1. โคมไฟอ่านหนังสือดี ๆ ควรเลือกโคมที่สามารถปรับความสูง หรือปรับมุมได้ แสงที่แนะนำ: Warm White (3000K) — ให้ความสว่างพอเหมาะและไม่แสบตา วางไว้ตรงมุมอ่าน หรือหัวเตียงก็เหมาะ 2. เก้าอี้ที่นั่งสบายสุด ๆ ลองเก้าอี้ Bean Bag, เก้าอี้โยก, หรือ Recliner ที่พิงได้เต็มตัว ถ้าห้องเล็ก ใช้เก้าอี้พับนุ่ม ๆ ร่วมกับหมอนรองหลังก็ได้ สิ่งสำคัญคือ “ต้องไม่เมื่อย” เมื่อนั่งนานเกิน 30 นาที 3. ชั้นวางหนังสือที่เข้าถึงง่าย การมองเห็นหนังสือเล่มโปรด ช่วยกระตุ้นให้หยิบมาอ่านบ่อยขึ้น แนะนำจัดเรียงตามหมวดหมู่ หรือสลับวางเล่มใหม่กับเล่มเก่า ถ้าพื้นที่น้อย [...]

19/1/2568 • โดย Homeday
การเลือกโคมไฟนั้นไม่ใช่เพียงแค่การตกแต่งบ้านให้สวยงามเท่านั้น แต่ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว โคมไฟยังมีความสำคัญต่อการไหลเวียนของพลังงานและความเจริญรุ่งเรืองขอ

29/4/2568 • โดย Homeday
การตกแต่งบ้านสไตล์วินเทจ คือการสร้างบรรยากาศย้อนยุคที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยรวมเอากลิ่นอายของการออกแบบในช่วงยุค 20-90 มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่อยู่อาศัยสมัยใหม่ สไตล์นี้มีความพิเศษตรงที่สามารถผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ทำให้บ้านมีเรื่องราวและจิตวิญญาณที่ไม่เหมือนใคร ทำไมสไตล์วินเทจจึงไม่เคยตกเทรนด์? เพราะเป็นการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น มีเสน่ห์ และสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น แต่ละชิ้นของตกแต่งล้วนมีประวัติศาสตร์และเรื่องราวของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า โคมไฟโบราณ หรือของสะสมที่มีคุณค่าทางจิตใจ การนำสิ่งเหล่านี้มาผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างมีศิลปะจะสร้างบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่มีวันล้าสมัย บ้านสไตล์วินเทจมักมีลักษณะเด่นคือ โครงสร้างที่มีความซับซ้อน การใช้สีสันที่กลมกลืนกัน บันไดบ้านที่มีดีไซน์สวยงาม ห้องโถงกว้างโปร่งโล่ง และห้องนอนที่กว้างขวาง ทั้งหมดนี้ประกอบกันเป็นบรรยากาศของความคลาสสิกที่ไม่เหมือนบ้านสมัยใหม่ทั่วไป เทคนิคการเลือกโทนสีและวัสดุอย่างไรให้บ้านดูวินเทจอย่างแท้จริง? การเลือกโทนสีที่เหมาะสมเป็นพื้นฐานสำคัญของการตกแต่งบ้านสไตล์วินเทจ สีที่นิยมใช้มักเป็นสีในกลุ่มเอิร์ธโทน (Earth tone) เช่น สีน้ำตาลอ่อน สีเบจ สีครีม หรือสีขาวนวล สีเหล่านี้ช่วยสร้างความอบอุ่นและความสงบให้กับบ้าน นอกจากนี้ ยังสามารถหยิบเอาการผสมผสานสีแบบย้อนยุคมาใช้ได้ เช่น สีทอง สีเขียวมรกต หรือสีน้ำเงินคราม ซึ่งเป็นที่นิยมในยุค 60-70s หรือจะเป็นการใช้สีพาสเทลอ่อนๆ ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและเป็นมิตร สีเหล่านี้เมื่อนำมาใช้ร่วมกันอย่างลงตัวจะช่วยสร้างบรรยากาศย้อนยุคได้อย่างมีเสน่ห์ สำหรับวัสดุ ไม้คือหัวใจหลักของการตกแต่งสไตล์วินเทจ ไม่ว่าจะเป็นพื้นไม้ เฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือเครื่องประดับตกแต่งที่ทำจากไม้ วัสดุธรรมชาติอื่นๆ เช่น หวาย ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน [...]

13/5/2568 • โดย Homeday
การอาศัยอยู่ในคอนโดขนาดเล็กกลางเมืองเป็นทางเลือกของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกในการเดินทาง แต่พื้นที่จำกัดมักทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัด คับแคบ และไม่สบายใจ ทว่าด้วยเทคนิคการจัดห้องและตกแต่งที่ถูกต้อง คุณสามารถสร้างความรู้สึกโปร่งโล่งและเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กับคอนโดขนาดเล็กของคุณได้ บทความนี้รวบรวมเทคนิคการแต่งคอนโดให้ดูกว้างขวางและน่าอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องต่อเติมหรือทุบกำแพงใด ๆ เพียงปรับเปลี่ยนการจัดวางและเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสม จัดระเบียบและลดความรกรุงรังได้อย่างไร? ความรกรุงรังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พื้นที่ดูแคบลง สิ่งของที่วางกระจัดกระจายบนพื้นจะทำให้ห้องดูอึดอัดและไร้ระเบียบ วิธีแก้ปัญหานี้คือการจัดเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบและเลือกเก็บเฉพาะสิ่งที่จำเป็น คุณควรจัดหาตู้เก็บของที่มีฝาปิดมิดชิดหรือใช้พื้นที่ใต้เตียงซึ่งเป็นจุดอับสายตาในการเก็บของ นอกจากนี้ ควรหมั่นทำความสะอาดและจัดเก็บสิ่งของที่ไม่ได้ใช้อยู่เสมอ ลองพิจารณาว่าสิ่งของใดที่คุณไม่ได้ใช้เป็นเวลานานและกำจัดมันออกไป การลดจำนวนสิ่งของลงจะช่วยให้พื้นที่โล่งและดูกว้างขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ เฟอร์นิเจอร์มัลติฟังก์ชันช่วยประหยัดพื้นที่ได้อย่างไร? การใช้เฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็กหลายชิ้นอาจทำให้ห้องดูรกและแคบลง ทางเลือกที่ดีกว่าคือการใช้เฟอร์นิเจอร์มัลติฟังก์ชันที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย เช่น เตียงที่มีลิ้นชักเก็บของด้านล่าง โซฟาเบดที่ปรับเป็นเตียงนอนได้ โต๊ะกินข้าวพับเก็บได้ หรือเก้าอี้ที่มีช่องเก็บของ เฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้จะช่วยให้คุณใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า โดยไม่ต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้น การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถพับเก็บหรือซ้อนกันได้ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี เช่น โต๊ะที่สามารถพับเก็บได้เมื่อไม่ได้ใช้งาน หรือเก้าอี้ที่ซ้อนเก็บไว้ใต้โต๊ะได้ จะช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างในยามที่ไม่ต้องการใช้งาน เฟอร์นิเจอร์ที่ยกสูงจากพื้น เช่น เตียงยกสูงที่มีพื้นที่ใช้สอยด้านล่างก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เมื่อพื้นที่บนพื้นมีจำกัด การใช้พื้นที่ในแนวตั้งจึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด ผนังห้องเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการเพิ่มพื้นที่เก็บของและลดความรกรุงรังบนพื้น คุณสามารถติดตั้งชั้นวางของบนผนัง ตะขอแขวน หรือแผ่นแม่เหล็กในครัวเพื่อเก็บมีด ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของแล้ว ยังช่วยตกแต่งห้องให้มีลูกเล่นน่าสนใจอีกด้วย การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ทรงสูงก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่แนวตั้ง เช่น ตู้สูงจรดเพดาน ชั้นวางหนังสือสูง หรือเตียงยกระดับที่มีพื้นที่ใช้สอยด้านล่าง การติดตั้งไฟดาวน์ไลท์บนเพดานแทนการใช้โคมไฟตั้งพื้นก็ช่วยประหยัดพื้นที่และเพิ่มแสงสว่างให้กับห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระจกและการสะท้อนมีบทบาทอย่างไรในการทำให้ห้องดูกว้าง? กระจกเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญในการสร้างภาพลวงตาให้ห้องดูกว้างขึ้น เนื่องจากกระจกสามารถสะท้อนทั้งภาพและแสงสว่าง ทำให้เกิดมิติและความรู้สึกโปร่งโล่ง [...]

31/3/2568 • โดย Homeday
INDECA Living (อินเดก้า ลิฟวิ่ง) ผู้นำเข้าและจัดหน่ายเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ชั้นนำระดับโลก เผยเทรนด์การแต่งบ้านที่กำลังมาแรง “Luxury with Personality” ความหรูหราที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสานกับแนวคิด “Timeless Elegance” ที่เน้นความสวยงามเหนือกาลเวลา เพราะบ้านไม่ใช่แค่พื้นที่อยู่อาศัย แต่เป็นงานศิลปะที่สะท้อนรสนิยมของเจ้าของ พร้อมแนะนำ 3 ไอเทมสุดไอคอนิกจาก Timothy Oulton แบรนด์เฟอร์นิเจอร์หรูจากอังกฤษ ตั้งแต่โซฟาสไตล์เชสเตอร์ฟิลด์ คอลเลกชันโคมไฟ Rex ไปถึง The Aviator Series ที่ผสมผสานความหรูหรากับงานฝีมือที่ประณีตอย่างลงตัว ไม่ตกยุค และคงความเป็นเอกลักษณ์ในทุกชิ้นงาน นางสาวพิรพรรณ ภูมิวสนะ กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท อินเดก้า ลิฟวิ่ง จำกัด กล่าวว่า เทรนด์การแต่งบ้านในปัจจุบันไม่เพียงตอบสนองการใช้งาน แต่ยังสะท้อนรสนิยมและบุคลิกของเจ้าของบ้าน โดยเฉพาะ ‘Luxury with Personality’ หรือ ‘ความหรูหราที่สะท้อนเอกลักษณ์ส่วนตัว’ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในวงการออกแบบตกแต่งบ้าน เน้นการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่เหมือนใครและสามารถบ่งบอกถึงตัวตนของเจ้าของบ้านได้อย่างชัดเจน ในขณะเดียวกัน แนวคิด ‘Timeless Elegance’ หรือ [...]

28/3/2568 • โดย Homeday
INDECA Living (อินเดก้า ลิฟวิ่ง) ผู้นำเข้าและจัดหน่ายเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ชั้นนำระดับโลก เผยจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์หรูระดับโลก “Timothy Oulton” สัญชาติอังกฤษในประเทศไทยมากว่า 5 ปี ตลาดเฟอร์นิเจอร์หรูไทยมีแนวโน้มเติบโตรับการขยายตัวของเมือง โดยมีปัจจัยบวกจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมระดับไฮเอนด์ในไทยที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แย้มแผนการตลาดในไทย เล็งจับมือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และผู้ให้บริการออกแบบภายในระดับไฮเอนด์ เจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม ขยายตลาดเฟอร์นิเจอร์หรู ชู 3 ไอเทมยอดนิยมจากแบรนด์ Timothy Oulton ได้แก่ โซฟาสไตล์เชสเตอร์ฟิลด์ คอลเลกชันโคมไฟ Rex และ The Aviator Series ที่ผสมผสานความหรูหรากับงานฝีมือที่ประณีตอย่างลงตัว ไม่ตกยุค และคงความเป็นเอกลักษณ์ในทุกชิ้นงาน ขณะที่แบรนด์ “Timothy Oulton” มองตลาดในไทยเป็น “โอกาส” โดยเฉพาะกลุ่มลักซ์ชัวรี่ที่มีกำลังซื้อสูงและต้องการสินค้าดีไซน์เฉพาะตัว นางสาวพิรพรรณ ภูมิวสนะ กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท อินเดก้า ลิฟวิ่ง จำกัด เปิดเผยว่า แบรนด์ Timothy Oulton เปิดตัวในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2561 ได้รับการตอบรับดีจากตลาดเฟอร์นิเจอร์หรูอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์และกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม นอกจากนี้ [...]