Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

Line
DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

บทความ

พบ 18 บทความ

เรียงตาม:
กำลังค้นหา:
คำค้น: อุปสงค์อุปทาน
12
บางจากฯ ร่วมผลักดันการตระหนักรู้ด้านวิกฤตสภาพภูมิอากาศในห่วงโซ่อุปทาน
ข่าวสาร

บางจากฯ ร่วมผลักดันการตระหนักรู้ด้านวิกฤตสภาพภูมิอากาศในห่วงโซ่อุปทาน

21/2/2568 • โดย Homeday

เสริมความพร้อมของภาคธุรกิจด้วยเครื่องมือประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์และกลไกตลาดคาร์บอน นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ย้ำความเร่งด่วนของการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ และความจำเป็นที่ภาคธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานต้องเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตคาร์บอนต่ำ ในเวทีด้านความยั่งยืน 2 เวที โดยได้แบ่งปันแนวทางของบางจากฯ ในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ผ่านแผน BCP 316 NET ที่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนให้ธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมส่งเสริมการใช้เครื่องมือประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรที่พัฒนาโดย Carbon Markets Club เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถวัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นำไปสู่การบริหารจัดการต่อไป รวมถึงโอกาสในการนำกลไกตลาดคาร์บอนมาช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยใน งานสัมมนา Collaborating for Sustainability ร่วมมือมุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืน จัดโดยบริษัท อินทรี อีโคไซเคิล จำกัด นางกลอยตา ร่วมบรรยายในหัวข้อ Green Energy Transition and Sustainability Journey – Action Toward Net [...]

อลิอันซ์ เปิดบทวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกหลังนโยบายทรัมป์ ชี้ทุกประเทศยังคงเผชิญแรงสั่นสะเทือน คาดไทยได้รับผลกระทบปานกลาง
ข่าวสาร

อลิอันซ์ เปิดบทวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกหลังนโยบายทรัมป์ ชี้ทุกประเทศยังคงเผชิญแรงสั่นสะเทือน คาดไทยได้รับผลกระทบปานกลาง

18/4/2568 • โดย Homeday

กลุ่มอลิอันซ์ เปิดเผยบทวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกหลังนโยบายทรัมป์ ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เข้มข้นขึ้น หลังจากสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวาระที่สอง ประกาศใช้มาตรการภาษีแบบตอบโต้ (reciprocal tariffs) โดยตั้งเป้าเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนสูงสุดถึง 130% ซึ่งถือเป็นระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1890 ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ต้นทุนการค้าระหว่างประเทศพุ่งสูงขึ้นทันที โดยเฉพาะในภาคยานยนต์ อุตสาหกรรมการผลิต และอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณว่าจะใช้มาตรการภาษีกับประเทศอื่นเพิ่มเติม เช่น กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เม็กซิโก และยุโรปตะวันออก นำไปสู่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่แผ่ขยายไปทั่วโลก ส่งผลให้ธนาคารกลางและนักลงทุนต่างเริ่มประเมินความเสี่ยงใหม่อีกครั้ง ประเทศไทยถูกคาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบในระดับปานกลางจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยมีการปรับลดคาดการณ์ GDP เหลือ 2% ในปี 2025 และ 2.1% ในปี 2026 จาก 2.5% ในปี 2024 โดยประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงปานกลาง ซึ่งจะมีแรงกดดันจากภาคการส่งออกและห่วงโซ่อุปทาน แม้จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ เหมือนบางประเทศในภูมิภาค แต่ก็ยังเผชิญกับผลกระทบทางอ้อมจากความไม่แน่นอนทางการค้า ทั้งนี้ ธนาคารกลางมีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ขณะที่การพึ่งพานโยบายภายในประเทศและการกระจายความเสี่ยงทางการค้าจะมีบทบาทสำคัญในการรองรับแรงสั่นสะเทือนจากภายนอกในระยะต่อไป. ผลกระทบจากสงครามการค้าครั้งนี้ทำให้องค์กรต่างๆ ลดการลงทุนและชะลอแผนขยายธุรกิจ โดยอัตราการเติบโตของ GDP [...]

การ์ทเนอร์เปิด 6 เทรนด์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ต้องจับตาในปี 2568
ข่าวสาร

การ์ทเนอร์เปิด 6 เทรนด์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ต้องจับตาในปี 2568

18/3/2568 • โดย Homeday

การ์ทเนอร์ อิงค์ เผยเทรนด์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สำคัญในปี 2568 โดยเทรนด์เหล่านี้เป็นผลมาจากวิวัฒนาการของ generative AI, การกระจายศูนย์ทำงานดิจิทัล, การพึ่งพากันในห่วงโซ่อุปทาน, การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ, การขาดบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และภูมิทัศน์ภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  Alex Michaels นักวิเคราะห์อาวุโสของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “ผู้นำด้านความปลอดภัยและการจัดการความเสี่ยง หรือ Security and risk management (SRM) กำลังเผชิญกับความท้าทายและโอกาสที่หลากหลายพร้อมกันในปีนี้ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเปลี่ยนผ่านและสร้างความยืดหยุ่นให้เกิดขึ้นในองค์กร ความพยายามเพื่อบรรลุเป้าหมายทั้งสองด้านนี้ขององค์กรมีความสำคัญมากกว่าแค่การสร้างนวัตกรรม แต่เพื่อให้มั่นใจว่านวัตกรรมเหล่านั้นมีความปลอดภัยและยั่งยืนในโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว”  6 เทรนด์สำคัญต่อไปนี้ส่งผลกระทบวงกว้างครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม:  เทรนด์ 1: GenAI มีผลต่อการพัฒนาโปรแกรมความปลอดภัยข้อมูล (GenAI Driving Data Security Programs) ความพยายามและงบประมาณส่วนใหญ่ด้านความปลอดภัยมักมุ่งเน้นไปที่การป้องกันข้อมูลที่มีโครงสร้าง (Structured Data) เช่น ฐานข้อมูล อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ GenAI กำลังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับการพัฒนาโปรแกรมความปลอดภัยข้อมูล โดยเปลี่ยนไปเน้นปกป้องข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Data) มากขึ้น อาทิ ข้อความ รูปภาพและวิดีโอ  “หลายองค์กรปรับกลยุทธ์การลงทุนไปอย่างสิ้นเชิง [...]

‘OCC’ ขึ้นแท่นฮับออฟฟิศใหม่แห่งเอเชีย ล่าสุดดึง ‘KEX’ เช่าพื้นที่  ตอกย้ำศักยภาพอาคารสำนักงานเกรด A+ ที่องค์กรระดับโลกไว้วางใจ
ข่าวสาร

‘OCC’ ขึ้นแท่นฮับออฟฟิศใหม่แห่งเอเชีย ล่าสุดดึง ‘KEX’ เช่าพื้นที่ ตอกย้ำศักยภาพอาคารสำนักงานเกรด A+ ที่องค์กรระดับโลกไว้วางใจ

13/5/2568 • โดย Homeday

อุปสงค์ในตลาดอาคารสำนักงานเกรด A+ ในเขตศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในทำเลเพลินจิตกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากบริษัทข้ามชาติจากญี่ปุ่น ยุโรป และจีน ที่กำลังมองหาออฟฟิศทางเลือกใหม่แทนประเทศสิงคโปร์ที่มีราคาค่าเช่าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรุงเทพฯ จึงกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจที่น่าจับตา ด้วยจุดแข็งด้านต้นทุน ค่าครองชีพ และคุณภาพชีวิตที่สมดุล ขณะเดียวกันองค์กรระดับโลกยังให้ความสำคัญกับการเลือกอาคารที่ออกแบบอย่างมีมาตรฐาน ตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนและสุขภาวะ ซึ่งสะท้อนผ่านมาตรฐานระดับสากลอย่าง Fitwel และ LEED ที่กลายเป็นเกณฑ์สำคัญในการตัดสินใจเช่าพื้นที่สำนักงาน โครงการ ‘OCC’  (One City Centre) คือตัวอย่างที่ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ในฐานะอาคารสำนักงานเกรด A+ ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งพัฒนาโดย RML หรือ บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท (ประเทศไทย) จำกัด โดย ‘OCC’ ตั้งอยู่บนทำเลใจกลางเพลินจิต ได้รับการออกแบบตามมาตรฐานสากล และเป็นอาคารแห่งแรกในไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน Fitwel ทั้งในด้านการออกแบบและการก่อสร้าง รวมถึงได้รับการรับรอง LEED Gold จากสภาอาคารเขียวแห่งสหรัฐอเมริกา [...]

สรุปตลาดคอนโดมิเนียมไตรมาสที่ 2 ปี 2568
ข่าวสาร

สรุปตลาดคอนโดมิเนียมไตรมาสที่ 2 ปี 2568

28/8/2568 • โดย Homeday

ภาพรวมตลาด (Market Overview) ในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ตลาดคอนโดมิเนียมยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 2 โครงการ สะท้อนความระมัดระวังของผู้ประกอบการในการลงทุนใหม่ ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยหลายด้าน นอกจากนี้ เหตุการณ์แผ่นดินไหวในช่วงที่ผ่านมาได้สร้างแรงกระทบเชิงจิตวิทยาต่อตลาดคอนโดฯ โดยเฉพาะโครงการที่สร้างเสร็จและเหลือขาย ส่งผลให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ลดลงอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่จำนวนโครงการเปิดใหม่ก็ลดลงตามไปด้วย ผู้ประกอบการหลายรายจึงจำเป็นต้องยืดระยะเวลาในการระบายสต็อกออกไป ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนในการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้น อีกทั้ง ปัญหาการชำระหนี้ของผู้ประกอบการบางรายในไตรมาสนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินโดยรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นำไปสู่การลดราคาขายหรือออก       กลยุทธ์พิเศษเพื่อเร่งยอดขายและรายได้ เพื่อให้สามารถบริหารกระแสเงินสดและภาระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายด้าน แต่ผู้ประกอบการยังคงเดินหน้าปรับตัวและวางแผนเชิงรุก เพื่อรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2568 นี้ อุปทาน (Supply) แนวโน้มของอุปทานแสดงทิศทางลดลงอย่างชัดเจน สะท้อนภาวะตลาดที่ยังมีความระมัดระวังของผู้พัฒนาในการเปิดตัวโครงการใหม่ของไตรมาส 2 ปี 2568 ต่ำสุดในรอบ 15 ปี โดยมีการเปิดตัวเพียง 405 ยูนิต ซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองตอนเหนือของกรุงเทพฯ จากการเปิดตัวในไตรมาสนี้มีการเปิดตัวโครงการซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563 และลดลงอย่างมากจากค่าเฉลี่ยปกติในช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะช่วง Q2 ของปี 2565 [...]

ทำไมราคาคอนโดบางทำเลถึงตก? บทเรียนสำหรับนักลงทุน
ทั่วไป

ทำไมราคาคอนโดบางทำเลถึงตก? บทเรียนสำหรับนักลงทุน

7/4/2568 • โดย Homeday

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นหนึ่งในการลงทุนที่มีความมั่นคงและได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ที่หลายคนเชื่อว่าราคาจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา แต่ความจริงแล้ว มีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาคอนโดในบางทำเลกลับตกลงอย่างน่าใจหาย เป็นบทเรียนสำคัญที่นักลงทุนทั้งหน้าใหม่และมืออาชีพควรศึกษาให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาคอนโดตก ราคาคอนโดมิเนียมไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของตัวอาคารเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยภายนอกอีกมากมาย การเข้าใจถึงปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินความเสี่ยงและโอกาสได้อย่างแม่นยำมากขึ้น 1. อุปทานล้นตลาด: เมื่อคอนโดมากเกินความต้องการ ปัญหาอุปทานล้นตลาดเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาคอนโดตกในหลายพื้นที่ เมื่อผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายเห็นศักยภาพในทำเลเดียวกัน และต่างรีบเร่งพัฒนาโครงการเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด ผลที่ตามมาคือจำนวนห้องชุดในตลาดมีมากเกินกว่าความต้องการที่แท้จริงของผู้ซื้อ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นปรากฏการณ์นี้ในหลายทำเล โดยเฉพาะพื้นที่รอบนอกของกรุงเทพมหานคร ที่มีการพัฒนาคอนโดมิเนียมจำนวนมากตามแนวรถไฟฟ้าสายใหม่ ทั้งที่ยังไม่มีการเปิดให้บริการหรือเพิ่งเปิดให้บริการไม่นาน ซึ่งกว่าโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศของย่านนั้นจะพัฒนาให้เอื้อต่อการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์ก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปี ในขณะที่อุปทานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่อุปสงค์หรือความต้องการซื้อจากผู้อยู่อาศัยจริงและนักลงทุนกลับเติบโตช้ากว่า ส่งผลให้เกิดภาวะห้องว่างจำนวนมาก เจ้าของห้องที่ต้องการขายต่อจึงต้องลดราคาเพื่อแข่งขันกับโครงการอื่นๆ ในทำเลเดียวกัน รวมถึงแข่งกับโครงการใหม่ที่ยังคงเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการซื้อคอนโดเพื่อเก็งกำไรในช่วงที่ตลาดเติบโต เมื่อถึงเวลาที่นักลงทุนหลายรายต้องการขายพร้อมกัน แต่ผู้ซื้อมีไม่เพียงพอ ราคาในตลาดรองจึงตกลงอย่างรวดเร็ว สร้างความเสียหายแก่นักลงทุนที่เข้ามาช้า หรือขาดการวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดที่รอบคอบ 2. ความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและรูปแบบการทำงาน ความเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภคและรูปแบบการทำงานส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต้องการที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในช่วงหลังเกิดสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้รูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ การทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) กลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมและหลายองค์กรยังคงใช้รูปแบบการทำงานแบบผสมผสาน (Hybrid) ทำให้ความจำเป็นในการพักอาศัยใกล้ที่ทำงานลดลง ผู้คนจำนวนมากหันไปมองหาที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่กว้างขวางมากขึ้น มีพื้นที่สำหรับทำงานที่บ้าน หรืออยู่ในทำเลที่มีสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า แม้จะไกลจากใจกลางเมืองก็ตาม ขณะเดียวกัน ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ยังเปลี่ยนไป [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday Tiktok
Homeday TOP
Homeday Tiktok