Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

Line
DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

บทความ

พบ 46 บทความ

เรียงตาม:
กำลังค้นหา:
คำค้น: อุปกรณ์ไฟฟ้า
1234
หม้อหุงข้าวดิจิทัลรุ่นไหนดี สำหรับครัวยุคใหม่?
ทั่วไป

หม้อหุงข้าวดิจิทัลรุ่นไหนดี สำหรับครัวยุคใหม่?

12/6/2568 • โดย Homeday

ในยุคที่การใช้ชีวิตเร่งรีบและเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกด้าน หม้อหุงข้าวดิจิทัลได้กลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขาดไม่ได้ในครัวของครอบครัวสมัยใหม่ เนื่องจากไม่เพียงแต่จะช่วยในการหุงข้าวเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้เป็นหม้อไฟฟ้าอเนกประสงค์ในการปรุงอาหารหลายประเภทได้อีกด้วย การเลือกหม้อหุงข้าวดิจิทัลที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การทำอาหารในแต่ละวันเป็นไปอย่างสะดวกและได้ข้าวที่อร่อยสมบูรณ์แบบ หม้อหุงข้าวดิจิทัลแตกต่างจากหม้อหุงข้าวธรรมดาตรงที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิและเวลาที่แม่นยำกว่า ส่วนใหญ่มาพร้อมกับโปรแกรมการทำอาหารหลากหลาย ตั้งแต่การหุงข้าวประเภทต่างๆ ไปจนถึงการทำโจ๊ก ซุป และขนมเค้ก นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันการตั้งเวลาล่วงหน้าและระบบอุ่นอาหารอัตโนมัติ ทำให้ผู้ใช้สามารถเตรียมอาหารได้อย่างสะดวกและประหยัดเวลา #หม้อหุงข้าว #หม้อหุงข้าวดิจิทัล #เครื่องใช้ไฟฟ้า #อุปกรณ์ครัว #ข้าวสุก #โจ๊ก #หม้อไฟฟ้า #อาหาร #ครัว #shopzy

วิธีเลือกทำเลคอนโดใกล้ชายหาด อย่างไรให้รอดพ้นปัญหาเกลือ?
ทั่วไป

วิธีเลือกทำเลคอนโดใกล้ชายหาด อย่างไรให้รอดพ้นปัญหาเกลือ?

15/3/2568 • โดย Homeday

การเลือกคอนโดริมชายหาดเป็นความฝันของใครหลายคน แต่การตัดสินใจเลือกทำเลที่เหมาะสมไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาเกลือที่สามารถทำลายทรัพย์สินได้อย่างรวดเร็ว บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับเทคนิคการเลือกทำเลคอนโดใกล้ชายหาดที่จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงปัญหาเกลือและความเสื่อมโทรมของอสังหาริมทรัพย์ ทำความเข้าใจกับผลกระทบของเกลือต่ออสังหาริมทรัพย์ เกลือจากบรรยากาศชายฝั่งเป็นภัยร้ายแรงต่ออาคารและอุปกรณ์ต่างๆ โดยมีกลไกการทำลายที่สำคัญ ดังนี้ การกัดกร่อนโครงสร้าง อนุภาคเกลือมีคุณสมบัติกัดกร่อนที่รุนแรง โดยเฉพาะกับวัสดุก่อสร้างประเภทโลหะ คอนกรีต และอลูมิเนียม เมื่อเกลือสะสมบนพื้นผิว จะทำให้โครงสร้างเกิดการผุกร่อนอย่างช้าๆ แต่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออายุการใช้งานของอาคาร ผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าและเครื่องใช้ ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีความเสี่ยงสูงจากการกัดกร่อนของเกลือ วงจรไฟฟ้าจะเกิดการลัดวงจรได้ง่าย อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องใช้ไฟฟ้ามีอายุการใช้งานที่สั้นลง เทคนิคการเลือกทำเลคอนโดที่ปลอดภัยจากปัญหาเกลือ การวิเคราะห์ระยะห่างจากชายหาด ระยะห่างจากชายหาดเป็นปัจจัยสำคัญในการลดผลกระทบจากเกลือ โดยทั่วไปแนะนำให้เลือกคอนโดที่อยู่ห่างจากชายหาดประมาณ 500 เมตรขึ้นไป พื้นที่นี้จะได้รับผลกระทบจากเกลือน้อยกว่าบริเวณใกล้ชายฝั่ง พิจารณาทิศทางลม ทิศทางลมเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการกระจายตัวของอนุภาคเกลือ ควรเลือกคอนโดที่มีการออกแบบและวางตำแหน่งอาคารที่สามารถลดผลกระทบจากลมทะเลได้ เช่น มีการปลูกต้นไม้กันลม หรือมีการออกแบบอาคารที่ลดการสะสมของเกลือ คุณภาพวัสดุก่อสร้าง เลือกโครงการที่ใช้วัสดุก่อสร้างทนทานต่อการกัดกร่อน เช่น สแตนเลส วัสดุคอมโพสิต หรือมีการเคลือบผิวพิเศษ วัสดุเหล่านี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของอาคารและลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา การบำรุงรักษาเพื่อป้องกันปัญหาเกลือ การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ การทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันการสะสมของเกลือ ควรใช้น้ำจืดชำระล้างพื้นผิวต่างๆ เพื่อขจัดเกลือที่เกาะติด การตรวจสอบและบำรุงรักษา ดำเนินการตรวจสอบสภาพอาคารและระบบต่างๆ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการกัดกร่อน เช่น ระเบียง อุปกรณ์ไฟฟ้า [...]

วิธีเลือกซื้อบ้านสำหรับผู้พิการ อย่างไรให้เหมาะสม?
ทั่วไป

วิธีเลือกซื้อบ้านสำหรับผู้พิการ อย่างไรให้เหมาะสม?

18/3/2568 • โดย Homeday

การเลือกซื้อบ้านสำหรับผู้พิการไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากเข้าใจหลักการและคำนึงถึงความต้องการเฉพาะบุคคล จะช่วยให้การอยู่อาศัยมีความสุขและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะแนะนำแนวทางการเลือกซื้อบ้านที่เหมาะสมสำหรับผู้พิการ โดยคำนึงถึงความสะดวกสบายและคุณภาพชีวิต การประเมินความต้องการเฉพาะบุคคล การเลือกซื้อบ้านสำหรับผู้พิการเริ่มต้นจากการประเมินความต้องการส่วนบุคคลอย่างละเอียด แต่ละบุคคลมีข้อจำกัดและความสามารถที่แตกต่างกัน ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงลักษณะความพิการ ระดับการเคลื่อนไหว และความจำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวันจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ เช่น: ประเภทและระดับความพิการ อุปกรณ์ช่วยเหลือที่ใช้ประจำ ความสามารถในการเคลื่อนไหว กิจวัตรประจำวันที่ต้องปฏิบัติ การประเมินอย่างรอบด้านจะช่วยให้สามารถเลือกบ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกแบบและดัดแปลงบ้านเพื่อการเข้าถึง พื้นที่ทางเข้าและทางสัญจร การออกแบบพื้นที่ทางเข้าและการสัญจรภายในบ้านมีความสำคัญอย่างยิ่ง ควรคำนึงถึงรายละเอียดดังต่อไปนี้: ทางลาดที่มีความชันไม่เกิน 1:12 ประตูทางเข้าที่มีความกว้างอย่างน้อย 90 เซนติเมตร พื้นที่ราบเรียบปราศจากธรณีประตูกีดขวาง ราวจับตามจุดต่างๆ เพื่อความปลอดภัย พื้นผิวที่ไม่ลื่นและมีความต่อเนื่อง ห้องน้ำและห้องสุขา ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่ต้องออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อความปลอดภัยและการใช้งานที่สะดวก: โถสุขภัณฑ์สูงจากพื้นประมาณ 45-50 เซนติเมตร ราวจับโดยรอบห้องน้ำ พื้นที่ว่างสำหรับการเคลื่อนย้ายวีลแชร์ อ่างล้างหน้าที่สามารถเข้าใต้ได้ ฝักบัวแบบนั่งราดหรือติดตั้งที่นั่งอาบน้ำ ห้องครัวและพื้นที่ใช้สอย การออกแบบห้องครัวต้องคำนึงถึงการเข้าถึงและการใช้งานอย่างเป็นอิสระ: เคาน์เตอร์ครัวที่มีความสูงหลากหลาย อุปกรณ์ไฟฟ้าที่สามารถควบคุมได้ง่าย พื้นที่ว่างเพียงพอสำหรับการเคลื่อนไหว ลิ้นชักและชั้นวางของที่สามารถดึงออกมาได้ เทคโนโลยีและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ปัจจุบันมีเทคโนโลยีและอุปกรณ์มากมายที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการ ควรพิจารณาติดตั้งหรือเตรียมพื้นที่สำหรับ: ระบบควบคุมบ้านอัจฉริยะ กริ่งประตูและระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้งานง่าย อุปกรณ์ช่วยเปิด-ปิดประตู ระบบแสงสว่างอัตโนมัติ เครื่องทำความร้อนและปรับอากาศที่ควบคุมได้ง่าย [...]

5 เคล็ดลับป้องกันอันตรายจากปลั๊กไฟ ที่ทุกคนในบ้านควรเรียนรู้
ทั่วไป

5 เคล็ดลับป้องกันอันตรายจากปลั๊กไฟ ที่ทุกคนในบ้านควรเรียนรู้

17/3/2568 • โดย Homeday

ปลั๊กไฟเป็นอุปกรณ์จำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่หากใช้งานโดยขาดความระมัดระวัง อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตและทรัพย์สินได้ การเรียนรู้และตระหนักถึงความปลอดภัยจากปลั๊กไฟจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนในบ้านควรทำความเข้าใจ 1. การตรวจสอบสภาพปลั๊กไฟอย่างสม่ำเสมอ การตรวจสอบสภาพปลั๊กไฟเป็นประจำช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ สังเกตสิ่งผิดปกติต่อไปนี้: รอยแตก รอยร้าว หรือความเสียหายทางกายภาพของปลั๊ก สายไฟที่ชำรุด หรือมีการลอกหุ้มฉนวน รอยไหม้ หรือรอยดำคล้ำบริเวณปลั๊ก การเสื่อมสภาพของวัสดุ 2. การใช้ปลั๊กไฟอย่างถูกวิธี การใช้ปลั๊กไฟอย่างถูกต้องเป็นหลักประกันความปลอดภัย: หลีกเลี่ยงการต่อปลั๊กซ้อนกันหลายชั้น ไม่ใช้ปลั๊กไฟเกินพิกัดกำลังไฟฟ้าที่กำหนด ถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน วางปลั๊กให้ห่างจากแหล่งความร้อนและน้ำ 3. การเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร เพิ่มความปลอดภัยด้วยอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า: ติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่วในบ้าน ใช้ปลั๊กไฟที่มีระบบป้องกันไฟกระชาก เลือกใช้รางปลั๊กไฟที่มีระบบนิรภัย ติดตั้งระบบไฟฟ้าโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ 4. การดูแลและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า การบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าอย่างถูกต้อง: ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้านอย่างน้อยปีละครั้ง เปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งานนาน ทำความสะอาดปลั๊กไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีสัญญาณความผิดปกติ 5. การให้ความรู้และสร้างความตระหนักในครอบครัว สร้างความปลอดภัยผ่านความเข้าใจ: อบรมสมาชิกในครอบครัวเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไฟฟ้า สอนวิธีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง วางแผนรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางไฟฟ้า จัดเก็บอุปกรณ์ไฟฟ้านอกเขตการเข้าถึงของเด็กเล็ก สรุป ความปลอดภัยจากปลั๊กไฟเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนในบ้านควรให้ความสนใจ การตรวจสอบ ดูแล และใช้งานอย่างระมัดระวังจะช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ #ความปลอดภัยทางไฟฟ้า #เคล็ดลับป้องกันอันตรายจากปลั๊กไฟ #การใช้ปลั๊กไฟอย่างถูกวิธี #ระบบไฟฟ้าในบ้าน #การป้องกันอุบัติเหตุจากไฟฟ้า [...]

7 วิธีประหยัดค่าไฟในบ้านที่ไม่ต้องลงทุนเยอะ แต่เห็นผลชัดเจนภายใน 1 เดือน?
ทั่วไป

7 วิธีประหยัดค่าไฟในบ้านที่ไม่ต้องลงทุนเยอะ แต่เห็นผลชัดเจนภายใน 1 เดือน?

28/3/2568 • โดย Homeday

การประหยัดพลังงานไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หากรู้จักเทคนิคและวิธีการที่ถูกต้อง บทความนี้จะเปิดเผยเคล็ดลับ 7 วิธีที่จะช่วยลดค่าไฟฟ้าในบ้านได้อย่างเห็นผลชัดเจนภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน โดยไม่ต้องลงทุนมาก 1. ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าให้หมดเมื่อไม่ใช้งาน การตัดไฟอย่างถูกวิธีเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการประหยัดพลังงาน อุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชนิดยังคงใช้ไฟฟ้าแม้ปิดเครื่องแล้ว เรียกว่า Stand-by Power หรือไฟรั่ว ซึ่งสามารถสิ้นเปลืองพลังงานได้โดยไม่รู้ตัว วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง ถอดปลั๊กทุกครั้งหลังใช้งานอุปกรณ์ ใช้ปลั๊กพ่วงที่มีสวิตช์ปิด-เปิด เพื่อตัดไฟอย่างสมบูรณ์ ระมัดระวังอุปกรณ์ชาร์จต่างๆ เช่น ที่ชาร์จโทรศัพท์ แท็บเล็ต 2. ใช้แสงธรรมชาติให้คุ้มค่า การใช้แสงธรรมชาติช่วยลดการใช้ไฟฟ้าจากหลอดไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงกลางวันที่มีแสงสว่างเพียงพอ เทคนิคการใช้แสงธรรมชาติ เปิดม่านหน้าต่างในตอนเช้า จัดวางโต๊ะทำงานใกล้หน้าต่าง เลือกใช้ม่านโปร่งแสงเพื่อให้แสงธรรมชาติผ่านเข้ามา 3. ทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่สกปรกจะสิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศและตู้เย็น จุดที่ควรทำความสะอาด แผ่นกรองเครื่องปรับอากาศ คอยล์เย็นและคอยล์ร้อนของแอร์ ขดลวดหลังตู้เย็น พัดลมระบายอากาศ 4. ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม การตั้งอุณหภูมิที่เหมาะสมช่วยประหยัดไฟได้มาก โดยไม่ต้องทำให้รู้สึกอึดอัด อุณหภูมิที่เหมาะสม ตั้งอุณหภูมิที่ 25-26 องศาเซลเซียส ใช้พัดลมร่วมกับแอร์เพื่อกระจายอากาศ หลีกเลี่ยงการปรับอุณหภูมิขึ้นลงบ่อย 5. เลือกใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน การเปลี่ยนหลอดไฟเป็นหลอด [...]

ตู้แช่แข็งรุ่นไหนเหมาะกับการใช้งานในบ้านและธุรกิจของคุณ?
ทั่วไป

ตู้แช่แข็งรุ่นไหนเหมาะกับการใช้งานในบ้านและธุรกิจของคุณ?

18/5/2568 • โดย Homeday

ตู้แช่แข็งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความสำคัญสำหรับการถนอมอาหารในระยะยาว ช่วยให้วัตถุดิบคงความสด รสชาติ และคุณค่าทางโภชนาการได้นานขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในครัวเรือน ร้านอาหาร หรือธุรกิจขนาดเล็ก ตู้แช่แข็งมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบฝาเปิดด้านบน แบบตั้ง หรือแบบหลายประตู และมีฟังก์ชันการทำงานที่แตกต่างกันไป บางรุ่นสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการทำงานได้ ทั้งโหมดแช่เย็นและแช่แข็ง ทำให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานมากขึ้น การเลือกตู้แช่แข็งที่เหมาะสมนั้นต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งขนาดความจุ ฟังก์ชันการทำงาน ระดับอุณหภูมิที่สามารถทำได้ ค่าไฟฟ้า และพื้นที่ในการติดตั้ง โดยทั่วไปตู้แช่แข็งจะสามารถทำความเย็นได้ตั้งแต่ประมาณ 10 องศาเซลเซียสไปจนถึง -30 องศาเซลเซียส ซึ่งลักษณะการใช้งานก็จะแตกต่างกันไป เช่น ถ้าต้องการแช่เครื่องดื่มหรืออาหารที่ต้องการความเย็นแต่ไม่ถึงกับต้องแช่แข็ง อุณหภูมิ 0 ถึง 10 องศาเซลเซียสก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องการเก็บรักษาเนื้อสัตว์ อาหารทะเล หรือวัตถุดิบที่ต้องแช่แข็ง ควรใช้อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีตู้แช่แข็งได้มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในแง่ของการประหยัดพลังงาน การกระจายความเย็นอย่างทั่วถึง และการรักษาอุณหภูมิให้คงที่แม้ในกรณีที่ไฟดับ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเก็บรักษาอาหารให้มีคุณภาพดีอยู่เสมอ #ตู้แช่แข็ง #ตู้แช่เย็น #ตู้แช่แข็งยี่ห้อไหนดี #ตู้แช่แข็งราคา #อุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน #ระบบทำความเย็น #ถนอมอาหาร #ฉนวนกันความร้อน #ตู้แช่แข็ง2ระบบ #แช่แข็งอาหาร

เลือกปลั๊กพ่วงที่ใช่ยังไง ให้ปลอดภัย ไร้กังวลไฟช็อต
ทั่วไป

เลือกปลั๊กพ่วงที่ใช่ยังไง ให้ปลอดภัย ไร้กังวลไฟช็อต

15/5/2568 • โดย Homeday

ในยุคที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราอย่างขาดไม่ได้ ปัญหาหนึ่งที่มักพบบ่อยคือจำนวนเต้ารับไฟฟ้าภายในบ้านไม่เพียงพอ การเลือกใช้ ปลั๊กพ่วง จึงกลายเป็นทางออกที่สะดวกและง่ายดาย อย่างไรก็ตาม การเลือกปลั๊กพ่วงที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ได้มาตรฐาน อาจนำมาซึ่งอันตรายร้ายแรง เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้ หรือแม้กระทั่งการถูกไฟฟ้าดูด Homeday ขอนำเสนอแนวทางการเลือก “ปลั๊กพ่วงที่ควรมีติดบ้าน” เพื่อให้คุณมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย สะดวกสบายในการใช้งาน และไม่ต้องกังวลกับปัญหาไฟช็อตอีกต่อไป 5 สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกซื้อปลั๊กพ่วง มาตรฐานความปลอดภัย มอก. (TIS Standard): สิ่งแรกและสำคัญที่สุดคือการตรวจสอบว่าปลั๊กพ่วงที่คุณสนใจนั้นได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือไม่ เครื่องหมาย มอก. เป็นเครื่องยืนยันว่าผลิตภัณฑ์นั้นได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนดไว้ ทำให้คุณมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าปลั๊กพ่วงนั้นมีคุณภาพและปลอดภัยต่อการใช้งาน ระบบป้องกันไฟกระชาก (Surge Protection): อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านของเรามีความเสี่ยงที่จะได้รับความเสียหายจากปัญหาไฟกระชาก ไฟตก หรือไฟเกิน การเลือกปลั๊กพ่วงที่มีระบบป้องกันไฟกระชากจะช่วยปกป้องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาแพงของคุณ เช่น คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ หรือเครื่องเสียง ให้ปลอดภัยจากความเสียหายที่ไม่คาดคิด วัสดุและการออกแบบ: วัสดุที่ใช้ในการผลิตปลั๊กพ่วงควรเป็นวัสดุที่ไม่ลามไฟ มีความแข็งแรงทนทานต่อการใช้งานในระยะยาว การออกแบบเต้ารับก็มีความสำคัญ ควรเลือกเต้ารับที่มีความแน่นหนา ไม่หลวมคลอนขณะเสียบปลั๊ก เพื่อป้องกันการเกิดประกายไฟซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ได้ สวิตช์ควบคุมการทำงาน: ปลั๊กพ่วงที่มีสวิตช์เปิด-ปิดแยกแต่ละจุด จะช่วยเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้งาน คุณสามารถควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชิ้นได้โดยไม่ต้องถอดปลั๊ก นอกจากนี้ [...]

บิทิชิโน เปิดตัว “Nexy” สวิตช์ปลั๊กสัญชาติอิตาเลียน-ไทย ดีไซน์ล้ำ ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์บ้านยุคใหม่ในราคาที่เข้าถึงได้
ข่าวสาร

บิทิชิโน เปิดตัว “Nexy” สวิตช์ปลั๊กสัญชาติอิตาเลียน-ไทย ดีไซน์ล้ำ ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์บ้านยุคใหม่ในราคาที่เข้าถึงได้

20/7/2568 • โดย Homeday

กรุงเทพฯ –  เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท บิทิชิโน (ประเทศไทย) จำกัด   ในเครือ Legrand Group ผู้นำด้านโซลูชันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “Nexy” สวิตช์ปลั๊กสัญชาติอิตาเลียน-ไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Time to Switch” ชูจุดเด่นด้านดีไซน์เรียบหรู ฟังก์ชันการทำงานครบครัน พร้อมแนวคิดรักษ์โลก ตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับบ้านสมัยใหม่ในราคาที่เข้าถึงได้ นำโดย คุณคารีน อัลคิเยร์-กาโร รองประธานประจำประเทศในเอชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มบริษัทเลอแกรนด์ พร้อมด้วย คุณนพมาศ ปิยะธำรงชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิทิชีโน (ไทยแลนด์) จำกัด และ คุณเอมานูเอลา ฟิลโยซซี ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ไฟฟ้าระดับนานาชาติประจำบิทิชีโน ร่วมงานเปิดตัวและให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การเปิดตัวครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ชื่องาน “A Night at the Movies: Product Launch Premiere” ณ โรงภาพยนตร์ [...]

เครื่องลดความชื้นยี่ห้อไหนดีที่สุดสำหรับบ้านคุณในปี 2025?
ทั่วไป

เครื่องลดความชื้นยี่ห้อไหนดีที่สุดสำหรับบ้านคุณในปี 2025?

21/5/2568 • โดย Homeday

ในช่วงหน้าฝนหรือพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เชื้อราและกลิ่นอับมักเป็นปัญหาที่หลายครัวเรือนต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความชื้นสะสมในบ้านไม่เพียงส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของบ้านและเฟอร์นิเจอร์ แต่ยังอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเช่นภูมิแพ้ โรคผิวหนัง และปัญหาทางเดินหายใจได้อีกด้วย เครื่องลดความชื้นจึงกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญที่หลายบ้านเลือกใช้เพื่อควบคุมระดับความชื้นให้เหมาะสม โดยเครื่องลดความชื้นทำหน้าที่ดูดซับความชื้นจากอากาศและเปลี่ยนให้กลายเป็นน้ำที่เก็บไว้ในถัง ช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านแห้งสบายและปลอดภัยจากเชื้อรา ปัจจุบันมีเครื่องลดความชื้นหลากหลายรุ่นให้เลือกตามความเหมาะสมของพื้นที่การใช้งาน ตั้งแต่ห้องขนาดเล็กไปจนถึงพื้นที่ขนาดใหญ่ บางรุ่นยังมาพร้อมฟังก์ชันพิเศษ เช่น ระบบฟอกอากาศ โหมดตากผ้า หรือแม้กระทั่งการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อควบคุมการทำงานจากระยะไกล เราไม่ควรมองข้ามอุปกรณ์ชิ้นนี้โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันความเสียหายของทรัพย์สินแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย #เครื่องลดความชื้น #เครื่องดูดความชื้น #ป้องกันเชื้อรา #แก้ปัญหากลิ่นอับ #ตากผ้าในบ้าน #สมาร์ทโฮม #แก้ปัญหาหน้าฝน #อุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน #ความชื้นในบ้าน #สุขภาพในบ้าน

กระทะไฟฟ้ายี่ห้อไหนคุ้มที่สุดในปี 2025 เหมาะกับการทำอาหารหลากหลายเมนู?
ทั่วไป

กระทะไฟฟ้ายี่ห้อไหนคุ้มที่สุดในปี 2025 เหมาะกับการทำอาหารหลากหลายเมนู?

18/5/2568 • โดย Homeday

กระทะไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ทำอาหารอเนกประสงค์ที่ช่วยให้คุณประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นการต้ม ผัด ทอด นึ่ง หรือแม้แต่ทำชาบูและหมูกระทะในที่พักอาศัยที่มีพื้นที่จำกัด หรือบริเวณที่ไม่สามารถใช้เตาแก๊สได้ เช่น หอพัก คอนโดมิเนียม เป็นต้น กระทะไฟฟ้ามีจุดเด่นในเรื่องของความสะดวกในการใช้งาน สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ง่ายผ่านปุ่มปรับระดับความร้อน ใช้พลังงานไฟฟ้าแทนแก๊ส ทำให้ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ กระทะไฟฟ้ารุ่นใหม่ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติพิเศษที่หลากหลาย เช่น ระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อความร้อนสูงเกินไป การเคลือบสารกันติด และตะแกรงสำหรับนึ่งอาหาร แต่ในท้องตลาดมีกระทะไฟฟ้าหลากหลายยี่ห้อและรุ่น ทำให้ผู้บริโภคอาจตัดสินใจเลือกซื้อได้ยาก บทความนี้จะแนะนำกระทะไฟฟ้าคุณภาพดีจากหลากหลายแบรนด์ที่คุ้มค่ากับการลงทุนในปี 2025 #กระทะไฟฟ้า #อุปกรณ์ทำอาหาร #หม้อต้มอเนกประสงค์ #แนะนำกระทะไฟฟ้า #ประหยัดไฟเบอร์5 #กระทะไฟฟ้าร้อนไว #อุปกรณ์ทำอาหารคอนโด #หม้อไฟฟ้า

วิธีตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้าง อย่างไรให้ได้มาตรฐาน?
ทั่วไป

วิธีตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้าง อย่างไรให้ได้มาตรฐาน?

17/3/2568 • โดย Homeday

การตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อบ้านหรือก่อสร้างอาคาร เพราะจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าโครงสร้างมีความแข็งแรง ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด บทความนี้จะแนะนำวิธีการตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างอย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถประเมินคุณภาพได้ด้วยตนเอง การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน โครงสร้างพื้นฐานถือเป็นหัวใจสำคัญของอาคาร การตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนจะช่วยให้คุณมั่นใจในความแข็งแรงและความปลอดภัยของบ้าน เริ่มจากการตรวจสอบโครงสร้างหลัก ได้แก่ เสา คาน และรากฐาน ซึ่งมีความสำคัญต่อความมั่นคงของอาคารโดยตรง นักวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ตรวจสอบความสมบูรณ์ของโครงสร้างดังนี้: ตรวจสอบความเรียบร้อยของคอนกรีต ไม่มีรอยแตกร้าว สังเกตตำแหน่งเหล็กเสริมว่าอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ตรวจวัดขนาดและความหนาของโครงสร้างให้ตรงตามแบบก่อสร้าง ใช้เครื่องมือพิเศษวัดความแน่นหนาของคอนกรีต การตรวจสอบเหล่านี้ช่วยให้มั่นใจว่าโครงสร้างมีความแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักและแรงกระทำจากภายนอกได้อย่างปลอดภัย การตรวจสอบระบบไฟฟ้าและประปา ระบบไฟฟ้าและประปาเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่อาศัย การติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานอาจก่อให้เกิดอันตรายและสร้างความไม่สะดวกในชีวิตประจำวัน การตรวจสอบอย่างละเอียดจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง วิธีการตรวจสอบระบบไฟฟ้า: ตรวจสอบความเรียบร้อยของการเดินสายไฟ สังเกตตำแหน่งและจำนวนปลั๊กไฟให้เพียงพอกับการใช้งาน ตรวจสอบระบบกราวด์และระบบป้องกันไฟรั่ว ทดสอบการทำงานของสวิตช์และอุปกรณ์ไฟฟ้า การตรวจสอบระบบประปา: ตรวจสอบการวางท่อน้ำประปาและท่อน้ำทิ้ง ทดสอบแรงดันน้ำและการรั่วซึม ตรวจสอบคุณภาพวาล์วและอุปกรณ์ประปา สังเกตการเชื่อมต่อของท่อว่ามีความแน่นหนาหรือไม่ การตรวจสอบวัสดุก่อสร้าง คุณภาพของวัสดุก่อสร้างส่งผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานและความปลอดภัยของอาคาร การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งที่ควรตรวจสอบในวัสดุก่อสร้าง: คุณภาพของปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างหลัก ความสม่ำเสมอของวัสดุมุงหลังคา คุณภาพของกระเบื้องและวัสดุปูพื้น การเลือกใช้สีและวัสดุตกแต่งที่มีคุณภาพ การใช้วัสดุที่ได้มาตรฐานจะช่วยยืดอายุการใช้งานของบ้านและลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมในอนาคต การตรวจสอบการระบายอากาศและความชื้น ระบบการระบายอากาศที่ดีมีความสำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ การควบคุมความชื้นช่วยป้องกันปัญหาเชื้อราและกลิ่นอับภายในอาคาร จุดที่ควรตรวจสอบ: ช่องลมและช่องระบายอากาศตามจุดต่างๆ ระบบระบายอากาศในห้องน้ำและห้องครัว การออกแบบช่องแสงและการไหลเวียนของอากาศ ระดับความชื้นภายในอาคาร การตรวจสอบรอยต่อและการเชื่อมประสาน [...]

7 พื้นที่เสี่ยงที่มักเกิดอุบัติเหตุในบ้าน และวิธีแก้ปัญหาอย่างได้ผล
ทั่วไป

7 พื้นที่เสี่ยงที่มักเกิดอุบัติเหตุในบ้าน และวิธีแก้ปัญหาอย่างได้ผล

19/3/2568 • โดย Homeday

การออกแบบบ้านที่ปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกครอบครัว การตระหนักถึงพื้นที่เสี่ยงและวิธีป้องกันอุบัติเหตุจะช่วยสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับทุกคนในบ้าน 1. บริเวณห้องน้ำ: แหล่งอันตรายที่มักถูกมองข้าม พื้นลื่นและการลื่นล้ม ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากพื้นที่มักเปียกชื้นและลื่น วิธีแก้ปัญหา: ติดตั้งพรมกันลื่นที่มีความหนาและมีความหยาบผิว เพิ่มราวจับตามจุดต่างๆ เพื่อช่วยพยุงตัว ใช้สติกเกอร์กันลื่นติดตามพื้นและขอบอ่างอาบน้ำ การป้องกันอุบัติเหตุสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ ติดตั้งฝาปิดชักโครก วางอุปกรณ์ไฟฟ้าห่างจากแหล่งน้ำ ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิ 2. ครัว: พื้นที่อันตรายจากอุปกรณ์และความร้อน ความเสี่ยงจากอุปกรณ์ไฟฟ้า ครัวเป็นพื้นที่ที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าหลากหลายและมีความร้อนสูง วิธีป้องกัน: จัดวางสายไฟให้เป็นระเบียบ ตรวจสอบสภาพปลั๊กและสายไฟอย่างสม่ำเสมอ ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร การป้องกันอุบัติเหตุจากของมีคม เก็บมีดและอุปกรณ์มีคมให้พ้นมือเด็ก ใช้ที่ครอบเตาแก๊สเพื่อป้องกันเด็ก จัดวางอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ห่างจากแหล่งน้ำ 3. บันได: จุดเสี่ยงหลักของการหกล้ม การออกแบบบันไดที่ปลอดภัย บันไดเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการหกล้มโดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็ก วิธีแก้ปัญหา: ติดตั้งราวจับทั้งสองข้าง ใช้เทปกันลื่นติดบันได ตรวจสอบสภาพบันไดและซ่อมแซมส่วนที่ชำรุด เพิ่มแสงสว่างบริเวณบันได การป้องกันเด็ก ติดตั้งประตูกั้นบันได เก็บสิ่งของที่อาจทำให้สะดุดออกจากบริเวณบันได 4. ระเบียงและพื้นที่สูง: ความเสี่ยงจากการตก การเสริมความปลอดภัยบริเวณระเบียง ตรวจสอบความแข็งแรงของราวกันตก ติดตั้งตาข่ายนิรภัยสำหรับเด็ก ตรวจสอบสภาพพื้นระเบียงอย่างสม่ำเสมอ การป้องกันอุบัติเหตุ ห้ามวางเก้าอี้หรือสิ่งของใกล้ราวกันตก สอนเด็กให้ระมัดระวังเมื่ออยู่ในพื้นที่สูง 5. พื้นที่เก็บของ: [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday Tiktok
Homeday Tiktok
Homeday TOP