กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

14/3/2568 • โดย Homeday
บริษัทหลักทรัพย์ เคพีเอ็ม จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่าย ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้และนายทะเบียนหุ้นกู้ เปิดเผยว่า การจัดจำหน่ายหุ้นกู้ของบริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RML ในครั้งนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพและความสามารถในการบริหารธุรกิจของบริษัทในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่และอัลตร้าลักชัวรี่ โดยเฉพาะหลังการชำระคืนหนี้หุ้นกู้ชุดเดิม RML253A ที่ครบกำหนดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568 ช่วยตอกย้ำความมีวินัยทางการเงินและความรับผิดชอบในการบริหารภาระหนี้ของบริษัท นายสุรศักดิ์ บุณยะชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคพีเอ็ม จำกัด กล่าวว่า การจัดจำหน่ายหุ้นกู้ของ RML ในครั้งนี้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ โดยนักลงทุนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ทั้งในด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาโครงการ และแผนการเติบโตในระยะยาว สำหรับหุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้มีทั้งหมด 4 ชุด ประกอบด้วย หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 1 ปี 4 เดือน 21 วัน อัตราดอกเบี้ย 7.30% ต่อปี หุ้นกู้ชุดที่ 2 [...]

5/3/2568 • โดย Homeday
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ต่อปี สอดคล้องกับมติ กนง. เพื่อลดภาระทางการเงินให้กับลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง และให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป พร้อมย้ำดูแลลูกค้าภายใต้หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า จากการที่เศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวไม่สูงนัก อันเนื่องมาจากปัจจัยท้าทายทางด้านเศรษฐกิจจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ทางการค้า รวมถึงการตีตลาดของสินค้าจากต่างประเทศ อีกทั้งลูกค้ารายย่อยยังมีปัญหาหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ทีทีบีมีความห่วงใยลูกค้าทุกกลุ่ม จึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ต่อปี สอดคล้องกับมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 2.25% เหลือ 2.00% ต่อปี เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินของลูกค้าและเพิ่มสภาพคล่อง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไป ทั้งนี้ ธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท ได้แก่ อัตราดอกเบี้ย MOR ลดลง 0.25% ต่อปี ส่วนอัตราดอกเบี้ย MLR และอัตราดอกเบี้ย MRR ลดลง 0.10% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ [...]

5/9/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ตอบแทนลูกค้าในโอกาสครบ 6 รอบ 72 ปี จัดแคมเปญ “สินเชื่อบ้าน 72 ปี ธอส.” กรอบวงเงิน 27,000 ล้านบาท ครอบคลุมทุกวัตถุประสงค์การกู้ อัตราดอกเบี้ย 6 เดือนแรกเริ่มต้นเพียง 0.72% ต่อปี, เดือนที่ 7 – 24 อยู่ที่ 2.72% ต่อปี, ปีที่ MRR-2.525% ต่อปี (3.72% ต่อปี) เฉลี่ย 3 ปีแรก 2.72% ต่อปี ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา สำหรับลูกค้าสวัสดิการ MRR-1.00% ต่อปี ลูกค้ารายย่อย MRR-0.50% ต่อปี กรณีชำระหนี้ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR (ปัจจุบัน MRR ธอส. เท่ากับ 6.245% ต่อปี) [...]

24/2/2568 • โดย Homeday
บมจ. สแกน อินเตอร์ หรือ SCN เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่จำนวน 2 ชุด คือ ชุดที่ 1 หุ้นกู้ระยะยาว ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีประกัน มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนด โดยกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2569 อายุ 1 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 7.00% ต่อปี วงเงิน 50 ล้านบาท และชุดที่ 2 หุ้นกู้ระยะยาว ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนด ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2569 อายุ 11 เดือน อัตราดอกเบี้ย 7.25% ต่อปี วงเงิน 100 ล้านบาท รวมวงเงินทั้งสิ้น 150 ล้านบาท เสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ ในระหว่างวันที่ 26-27 [...]

15/3/2568 • โดย Homeday
เส้นทางสู่การเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ การเป็นเจ้าของบ้านเป็นความฝันของใครหลายคน แต่กระบวนการทางการเงินที่เกี่ยวข้องมักสร้างความสับสนให้กับผู้ที่กำลังเริ่มต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการจำนองและการค้ำประกัน ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดอยู่บ่อยครั้ง บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างอย่างชัดเจน และสามารถตัดสินใจทางการเงินได้อย่างมั่นใจ การจำนอง: หลักประกันทางกฎหมายสำหรับสินเชื่อ การจำนองเป็นกระบวนการทางกฎหมายที่ผู้กู้โอนสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ให้กับสถาบันการเงินเพื่อเป็นหลักประกันเงินกู้ ในขณะที่ผู้กู้ยังคงครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้นได้ หลักการสำคัญของการจำนองประกอบด้วย: สิทธิในทรัพย์สิน: เมื่อทำการจำนอง สถาบันการเงินจะมีสิทธิในทรัพย์สินที่ใช้ค้ำประกัน หากผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ สถาบันการเงินมีสิทธิยึดทรัพย์สินเพื่อชดใช้หนี้ เงื่อนไขการกู้: สัญญาจำนองจะระบุรายละเอียดต่างๆ เช่น วงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาการกู้ และเงื่อนไขการชำระคืน การประเมินมูลค่า: สถาบันการเงินจะทำการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อกำหนดวงเงินกู้ที่เหมาะสม โดยทั่วไปจะให้กู้ไม่เกิน 80-90% ของมูลค่าทรัพย์สิน การค้ำประกัน: การรับผิดชอบร่วมกันในหนี้ การค้ำประกันมีความแตกต่างจากการจำนองอย่างสิ้นเชิง เป็นกระบวนการที่บุคคลอื่นยอมรับผิดชอบหนี้แทนผู้กู้หากผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ลักษณะสำคัญของการค้ำประกันประกอบด้วย: ความรับผิดชอบร่วม: ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดชอบการชำระหนี้ทั้งหมดหากผู้กู้ไม่สามารถชำระได้ ความเสี่ยงส่วนบุคคล: ผู้ค้ำประกันจะต้องมีความมั่นคงทางการเงินและมีความน่าเชื่อถือ สถาบันการเงินจะประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ค้ำประกัน ขอบเขตความรับผิดชอบ: การค้ำประกันอาจครอบคลุมเฉพาะเงินต้นหรือรวมถึงดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ขึ้นอยู่กับข้อตกลง ความแตกต่างหลักระหว่างการจำนองและการค้ำประกัน ด้านหลักประกัน การจำนอง: ใช้ทรัพย์สินเป็นหลักประกัน การค้ำประกัน: ใช้บุคคลเป็นหลักประกัน สิทธิในทรัพย์สิน การจำนอง: สถาบันการเงินมีสิทธิในทรัพย์สิน การค้ำประกัน: ไม่มีสิทธิในทรัพย์สิน ความเสี่ยง การจำนอง: [...]

30/3/2568 • โดย Homeday
ทำความเข้าใจพื้นฐานการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์เป็นการลงทุนที่มีความน่าสนใจและซับซ้อนมากกว่าที่หลายคนคิด การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่แค่การซื้อบ้านหรือที่ดิน แต่เป็นกลยุทธ์ทางการเงินที่ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จจะต้องมีความรู้รอบด้าน ตั้งแต่การวิเคราะห์ตลาด การประเมินมูลค่า ไปจนถึงการบริหารความเสี่ยง การลงทุนอสังหาริมทรัพย์มีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การซื้อเพื่ออยู่อาศัย การลงทุนระยะยาว การซื้อเพื่อปล่อยเช่า ไปจนถึงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย แต่ละรูปแบบมีความเสี่ยงและผลตอบแทนที่แตกต่างกัน การเลือกรูปแบบที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงิน ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และสถานการณ์ส่วนตัว การวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างมืออาชีพ การวิเคราะห์ตลาดเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนต้องศึกษาปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อราคาและความต้องการของตลาด ประกอบด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง การติดตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็น ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา ได้แก่ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย การขยายตัวของเมือง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และแนวโน้มประชากร นักลงทุนที่มีประสบการณ์จะใช้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ในการตัดสินใจลงทุน การประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์อย่างแม่นยำ การประเมินมูลค่าที่ถูกต้องเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดสำหรับนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ มีหลายวิธีในการประเมินมูลค่า เช่น วิธีเปรียบเทียบราคาตลาด วิธีรายได้ และวิธีต้นทุนทดแทน แต่ละวิธีมีความเหมาะสมกับประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่แตกต่างกัน นักลงทุนต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น ทำเลที่ตั้ง สภาพแวดล้อม คุณภาพการก่อสร้าง สาธารณูปโภค และแนวโน้มการพัฒนาในพื้นที่ การเปรียบเทียบราคาจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายจะช่วยให้การประเมินมีความแม่นยำมากขึ้น กลยุทธ์การเงินสำหรับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ การวางแผนทางการเงินเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนต้องคำนวณผลตอบแทนที่คาดหวัง (Return on Investment [...]

30/3/2568 • โดย Homeday
การประเมินราคาที่ดินเป็นศาสตร์ที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน ซึ่งต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยที่มีความเชื่อมโยงกัน นักลงทุนและผู้สนใจอสังหาริมทรัพย์ควรทำความเข้าใจถึงแนวทางการกำหนดราคาประเมินที่ดินอย่างรอบด้าน ทำเลที่ตั้ง: หัวใจสำคัญของการประเมินราคาที่ดิน ทำเลที่ตั้งถือเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาประเมินที่ดิน นักลงทุนจำเป็นต้องเข้าใจองค์ประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทำเลอย่างลึกซึ้ง ความสำคัญของทำเลที่ตั้ง การประเมินทำเลมีหลักเกณฑ์ที่ซับซ้อนกว่าที่คิด นักลงทุนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ประกอบด้วย: การเข้าถึงระบบคมนาคม ความใกล้เคียงกับแหล่งชุมชน สภาพแวดล้้อมโดยรอบ ระดับการพัฒนาของพื้นที่ ปัจจัยเชิงภูมิศาสตร์ ลักษณะทางกายภาพของที่ดินเป็นองค์ประกอบสำคัญในการกำหนดราคา ได้แก่: ระดับความสูงของพื้นที่ ความลาดชัน คุณภาพดิน การระบายน้ำ สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก สาธารณูปโภคมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดมูลค่าที่ดิน การมีระบบสาธารณูปโภคที่ครบครันจะส่งผลให้ราคาที่ดินสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ องค์ประกอบสำคัญของสาธารณูปโภค ระบบไฟฟ้า ระบบประปา การสื่อสารโทรคมนาคม ถนนและระบบคมนาคม ระบบบำบัดน้ำเสีย มูลค่าเพิ่มจากสาธารณูปโภค การพัฒนาสาธารณูปโภคส่งผลโดยตรงต่อราคาประเมินที่ดิน พื้นที่ที่มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคอย่างสมบูรณ์จะมีมูลค่าสูงกว่าพื้นที่ที่ขาดแคลน กฎระเบียบและข้อบังคับการใช้ที่ดิน กฎหมายและข้อกำหนดเกี่ยวกับที่ดินมีอิทธิพลอย่างมากต่อการประเมินราคา นักลงทุนจำเป็นต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ประเภทของข้อกำหนดการใช้ที่ดิน เขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน ข้อจำกัดการก่อสร้าง สิทธิการใช้ที่ดิน ระเบียบผังเมือง ผลกระทบจากกฎระเบียบ ข้อจำกัดทางกฎหมายสามารถลดทอนหรือเพิ่มมูลค่าที่ดินได้อย่างมีนัยสำคัญ การศึกษาและทำความเข้าใจอย่างละเอียดจึงเป็นสิ่งจำเป็น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ สภาพเศรษฐกิจมีอิทธิพลโดยตรงต่อราคาประเมินที่ดิน การวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจจะช่วยคาดการณ์มูลค่าที่ดินได้อย่างแม่นยำ ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย การลงทุนในพื้นที่ การขยายตัวของอุตสาหกรรม ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ [...]

24/4/2568 • โดย Homeday
Yield หรืออัตราผลตอบแทนเป็นตัวแปรสำคัญในระบบเศรษฐกิจที่นักลงทุนควรให้ความสนใจ ไม่น้อยไปกว่าปัจจัยอื่นๆ อย่างเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ บทความนี้จะอธิบายความหมาย ประเภท และวิธีการคำนวณ Yield ที่ถูกต้อง เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างชาญฉลาดและได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ความหมายของ Yield ที่นักลงทุนต้องทำความเข้าใจ Yield คือ อัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยแสดงผลในรูปของเปอร์เซ็นต์ต่อปี ผลตอบแทนนี้อาจหมายถึงผลตอบแทนที่แน่นอนหรือผลตอบแทนที่คาดการณ์ว่าจะได้รับ ขึ้นอยู่กับความผันผวนของสินทรัพย์ที่ลงทุน ผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภทจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป เช่น การลงทุนในหุ้นจะได้รับผลตอบแทนในรูปของ “เงินปันผล” การลงทุนในตราสารหนี้จะได้รับ “ดอกเบี้ย” และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จะได้รับ “ค่าเช่า” นอกจากนี้ Yield ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยในอนาคตได้ เช่น ในช่วงที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก อาจบ่งชี้ถึงภาวะเงินเฟ้อและแนวโน้มที่ธนาคารกลางอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ประเภทของ Yield ที่นักลงทุนควรรู้จัก การทำความเข้าใจประเภทของ Yield จะช่วยให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์และเปรียบเทียบการลงทุนได้อย่างเหมาะสม Yield มีหลายประเภทที่สำคัญ ดังนี้ อัตราผลตอบแทนปัจจุบัน (Current Yield) Current Yield คือ อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างง่าย คำนวณจากผลตอบแทนต่อปีที่ได้รับเทียบกับราคาในตลาดหรือต้นทุนที่ซื้อมา สูตรคำนวณคือ: อัตราผลตอบแทนปัจจุบัน [...]
![แสนสิริ เตรียมออกหุ้นกู้ชุดใหม่ รุกแผนธุรกิจครึ่งหลังปี 68 ชูดอกเบี้ยระหว่าง [3.60 – 3.90]% ต่อปี คาดเสนอขาย 2 – 3 และ 6 ตุลานี้’](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fapi.homeday.co.th%2Fstorage%2Fv1%2Fobject%2Fpublic%2Farticle_images%2Fwp-migration%2Fsansiri-20250902%2F1cdeefc3-2421-417e-bcd9-0bebbf6515cb-2-1.png&w=3840&q=75)
2/9/2568 • โดย Homeday
นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)] เปิดเผยว่า บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ “SIRI” เตรียมออกหุ้นกู้ประเภทชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ชุดใหม่ ให้แก่ ผู้ลงทุนทั่วไป โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายด้วยเงินจองซื้อขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท ทวีคูณครั้งละ 1,000 บาทโดยมี 9 สถาบันการเงินชั้นนำเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย หุ้นกู้แบ่งออกเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.60% ต่อปี และหุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย [3.80 – 3.90]% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ ทั้งนี้สำหรับหุ้นกู้ชุดที่ 2 [...]

21/1/2568 • โดย Homeday
บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI พร้อมเสนอขายหุ้นกู้ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป และผู้ลงทุนสถาบัน จำนวน 3 รุ่น อัตราดอกเบี้ย 4.50 – 5.15%

4/5/2567 • โดย Homeday
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ หรือ ORI เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ล็อตใหม่ 3 รุ่นแก่ผู้ลงทุนทั่วไปและผู้ลงทุนสถาบัน อายุ 1 ปี 10 เดือน 8 วัน อัตราดอกเบี้ย 4.25% ต่อปี อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.85% ต่อปี และอายุ 3 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 5.00% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เสนอขายวันที่ 9-10 และ 13 พฤษภาคมนี้ ผ่า

30/7/2567 • โดย Homeday
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ หรือ ORI เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ล็อตใหม่ 3 รุ่นแก่ผู้ลงทุนทั่วไปและผู้ลงทุน สถาบัน อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.85% ต่อปี อายุ 3 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 5.00% ต่อปี และอายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 5.15% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เสนอขายวันที่ 6-8 สิงหาคมนี้ ผ่าน 12 สถาบันการเงินชั้น
