
13/11/2567 • โดย Homeday
แบบบ้าน : (N)COMBINED พื้นที่ใช้สอย 161 ตร.ม. 3 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ, 1 ห้องครัว พร้อมที่จอดรถ 3 คัน ภาพโครงการ แบบบ้าน : (N)COMBINED+ พื้นที่ใช้สอย 164 ตร.ม. 4 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ, 1 ห้องครัว พร้อมที่จอดรถ 3 คัน

25/6/2566 • โดย Homeday
บ้านสองชั้นหลังนี้ ตั้งอยู่ในย่านชานเมืองที่เงียบสงบ และร่มรื่นของ Norman Park, Australia เป็นบ้านที่ทำหลังคาเป็นทรงจั่ว หน้าบ้านภายนอกค่อนข้างดูปิดทึ

9/6/2568 • โดย Homeday
การจัดสวนหินข้างบ้านเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่สีเขียวที่ไม่ซับซ้อนในการดูแล แต่ยังคงความสวยงามและสร้างบรรยากาศผ่อนคลายได้ดี การออกแบบสวนหินสไตล์มินิมอลไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา แต่ยังสามารถสร้างพื้นที่พักผ่อนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างน่าประทับใจ จากข้อมูลที่รวบรวมได้พบว่า การจัดสวนหินในพื้นที่ 100 ตารางเมตร สามารถทำได้ด้วยงบประมาณไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งถือว่าประหยัดกว่าการเทพื้นคอนกรีตหรือการปูกระเบื้องทั่วไป ข้อดีของการจัดสวนหินที่หลายคนมองข้าม การจัดสวนหินมีประโยชน์หลากหลายมิติที่ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงามเท่านั้น ข้อดีแรกที่สำคัญคือการลดภาระในการดูแลรักษา เนื่องจากไม่ต้องตัดหญ้าบ่อยครั้งเหมือนการจัดสวนแบบดั้งเดิม ซึ่งช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาระยะยาว นอกจากนี้ สวนหินยังมีความทนทานต่อสภาพอากาศและไม่ต้องการการรดน้ำเป็นประจำ ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัดหรือต้องเดินทางบ่อยครั้ง สวนหินยังสามารถสร้างบรรยากาศที่หลากหลายได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์มินิมอลที่เน้นความเรียบง่าย หรือสไตล์ญี่ปุ่นที่มุ่งเน้นความสงบและการทำสมาธิ การเลือกสีและขนาดของหินที่แตกต่างกันยังช่วยสร้างมิติและความน่าสนใจให้กับพื้นที่ โดยเฉพาะการใช้หินสีขาวที่ให้ความรู้สึกสะอาดตาและทันสมัย วิธีการวางแผนและออกแบบสวนหินอย่างมีประสิทธิภาพ การเริ่มต้นจัดสวนหินต้องเริ่มจากการร่างแบบและวางแผนอย่างละเอียด ขั้นตอนแรกคือการสำรวจพื้นที่และกำหนดขอบเขตของสวนที่ต้องการ รวมถึงการพิจารณาทิศทางแสงแดดและการระบายน้ำของพื้นที่ การออกแบบควรคำนึงถึงการจัดวางหินในรูปแบบที่ดูเป็นธรรมชาติและไม่บีบบังคับตา โดยหลีกเลี่ยงการวางหินแบบสมมาตรเกินไปซึ่งอาจทำให้ดูแข็งกระด้าง การกำหนดจุดโฟกัสหรือจุดสนใจในสวนเป็นสิ่งสำคัญ อาจเป็นหินก้อนใหญ่ที่มีรูปทรงสวยงาม หรือการจัดวางต้นไม้ประดับในตำแหน่งที่เหมาะสม การวางแผนทางเดินภายในสวนก็มีความสำคัญไม่น้อย โดยควรมีระยะห่างที่เหมาะสำหรับการเดินและการใช้งาน นอกจากนี้ ควรพิจารณาถึงการเชื่อมโยงกับสวนส่วนอื่นของบ้านให้ดูเป็นเอกภาพ วัสดุที่จำเป็นและการคำนวณค่าใช้จ่ายอย่างแม่นยำ วัสดุหลักที่จำเป็นสำหรับการจัดสวนหินประกอบด้วยทรายหยาบสำหรับปรับพื้น แผ่นใยสังเคราะห์หรือจีโอเท็กไทล์เพื่อป้องกันวัชพืช แผ่นทางเดิน และหินสำหรับปูพื้นผิว สำหรับพื้นที่ 100 ตารางเมตร จะต้องใช้ทรายหยาบประมาณ 3 คิว ในราคา 1,650 บาท แผ่นจีโอเท็กไทล์ขนาด 100 [...]

28/6/2566 • โดย Homeday
บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล-มูจิหลังนี้ อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นผลงานของ Muji Homu รูปทรงของบ้านออกแบบเป็นสไตล์โมเดิร์น แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่นำมาตก

17/3/2568 • โดย Homeday
คู่มือสำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านในสไตล์ที่ใช่ การออกแบบบ้านเป็นศิลปะที่สะท้อนถึงรสนิยมและวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัย สำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านใหม่ การเข้าใจความแตกต่างระหว่างสไตล์การออกแบบจะช่วยให้ตัดสินใจเลือกบ้านที่ตรงกับความต้องการได้อย่างลงตัว วันนี้เราจะมาสำรวจความแตกต่างระหว่างบ้านสไตล์โมเดิร์นและคอนเทมโพรารีกัน รากฐานทางประวัติศาสตร์และความเป็นมา สไตล์โมเดิร์น: ความเรียบง่ายแห่งการออกแบบ สถาปัตยกรรมโมเดิร์นเกิดขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยมีแนวคิดหลักคือ “Form Follows Function” ซึ่งหมายถึงการออกแบบที่เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก นักออกแบบชาวเยอรมัน Walter Gropius และสถาปนิกชาวสวิส Le Corbusier เป็นผู้บุกเบิกสไตล์นี้ ด้วยการสร้างสรรค์อาคารที่มีโครงสร้างเรียบง่าย ปราศจากการตกแต่งที่ฟุ่มเฟือย สไตล์คอนเทมโพรารี: ความยืดหยุ่นแห่งการออกแบบร่วมสมัย คอนเทมโพรารีเป็นสไตล์ที่วิวัฒนาการมาจากโมเดิร์น แต่มีความยืดหยุ่นและผสมผสานมากกว่า เริ่มเป็นกระแสหลังจากยุค 1970 โดยเน้นการผสมผสานระหว่างสไตล์ต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้มีความหลากหลายและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามแนวโน้มการออกแบบที่เปลี่ยนไป องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม โครงสร้างและรูปทรงของโมเดิร์น เส้นตรงคมชัด รูปทรงเรขาคณิต วัสดุโปร่งใส เช่น กระจก เหล็ก คอนกรีต หน้าต่างขนาดใหญ่ พื้นที่เปิดโล่ง โครงสร้างและรูปทรงของคอนเทมโพรารี เส้นโค้งนุ่มนวล รูปทรงที่หลากหลาย การผสมผสานวัสดุ การออกแบบที่ไม่เป็นทางการ พื้นที่ใช้สอยที่ยืดหยุ่น การตกแต่งภายใน การตกแต่งสไตล์โมเดิร์น การตกแต่งภายในบ้านสไตล์โมเดิร์นเน้นความเรียบง่าย สีขาว เทา [...]

22/1/2569 • โดย Homeday
MCM เปิดตัวคอนเซ็ปต์ร้านรีเทลรูปแบบใหม่ล่าสุด ณ EmQuartier กรุงเทพฯ ถ่ายทอดการผสานงานออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจาก Bauhaus เข้ากับความหรูหราทันสมัยอย่างลงตัว โดยร้านโฉมใหม่นี้มาพร้อม MCM Café ภายในร้าน เพื่อสร้างประสบการณ์และจุดเชื่อมต่อกับผู้บริโภคในรูปแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมนิยามใหม่ของการช้อปปิ้งเชิงไลฟ์สไตล์ ผ่านการหลอมรวมอัตลักษณ์ระดับโลกของ MCM เข้ากับบริบททางวัฒนธรรมท้องถิ่น การออกแบบร้านก้าวข้ามกรอบแนวคิด Bauhaus แบบดั้งเดิม สู่มุมมองที่กล้าและโดดเด่นยิ่งขึ้น โดยเน้นความโมเดิร์น ฟังก์ชันการใช้งาน และความเรียบง่าย หัวใจสำคัญที่สะท้อนปรัชญาแบรนด์ของ MCM อย่างชัดเจน จุดศูนย์กลางของพื้นที่คือเคาน์เตอร์บาร์ดีไซน์เฉพาะที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ MCM ผ่านลงลวดลาย Visetos แบบ debossed ผสานกับโคมไฟ Clepsydra และสตูลบาร์บุด้วยหนัง Cognac Visetos อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ สร้างบรรยากาศแสนอบอุ่น พร้อมมอบประสบการณ์ที่ถูกคัดดสรรมาอย่างพิถีพิถัน บรรยากาศโดยรวมของร้านถูกขับเน้นด้วยโทนสีเบจอ่อน เสริมมิติด้วยวัสดุและพื้นผิวแบบ tone-on-tone ไฮไลต์ด้วยเคาน์เตอร์แคชเชียร์หินเทอร์ราซโซสีเขียว แท่นวางสินค้าโทนสี accent พรมลวดลายเรขาคณิต และกลุ่มที่นั่งซึ่งเปรียบเสมือนงานศิลป์ ทุกองค์ประกอบสะท้อนแนวคิด Modern Luxury ของ MCM ได้อย่างชัดเจน

9/5/2567 • โดย Homeday
ท่ามกลางวิถีชีวิตที่เร่งรีบของคนเมือง การแต่งบ้านที่ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย กับดีไซน์เรียบง่าย อบอุ่น คือสิ่งหนึ่งที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจ หลีกหนีจากความวุ่นวายของชีวิต จึงเป็นที่มาของดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ไม้จริง “WASABI SERIES” (วาซาบิ) by อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เป็นการผสานเสน่ห์งานไม้ด้วยดีไซน์ที่เ

8/4/2566 • โดย Homeday
บ้านสองชั้นสไตล์มินิมอลหลังนี้ ตั้งอยู่ที่เมือง Matsuyama ประเทศญี่ปุ่น ออกแบบโดย Takashi Okuno อย่างเรียบง่าย เน้นการเลือกใช้วัสดุไม้สีอ่อนเป็นหลัก จ

4/5/2567 • โดย Homeday
แบบบ้าน : TYPE IDO บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ห้องพักผ่อน ที่จอดรถ 2 คัน (ในร่ม) แบบบ้าน : TYPE NAMI บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 175 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ห้องพักผ่อน ที่จอดรถ 2 คัน (ในร่ม)

25/8/2565 • โดย Homeday
4. ร้านเฟอร์นิเจอร์มือสอง secondhand.furnishings ร้านเฟอร์นิเจอร์มือสอง secondhand.furnishings เป็นร้านที่มีทั้งงานหวาย งานไม้ และงานมินิมอลเรียบ ๆ แต่ดีเทลเก๋ ใครที่ชอบความเรียบง่าย อยากให้ห้องดูคลี

8/5/2568 • โดย Homeday
การตกแต่งบ้านสไตล์สแกนดิเนเวียนเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในวงการออกแบบตกแต่งภายใน ด้วยความเรียบง่ายที่ลงตัว ความรู้สึกอบอุ่น และการใช้งานที่ครบถ้วนเหมาะสม ทำให้สไตล์นี้เป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่ต้องการพื้นที่พักผ่อนที่แท้จริงภายในบ้าน บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเสน่ห์ของการตกแต่งบ้านสไตล์สแกนดิเนเวียน พร้อมเคล็ดลับและไอเดียที่จะช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นน่าอยู่ให้กับบ้านของคุณ ปรัชญาฮุกกะ: จิตวิญญาณแห่งความสุขที่ซ่อนอยู่ในการตกแต่งบ้านสแกนดิเนเวียน สไตล์สแกนดิเนเวียนมีรากฐานมาจากประเทศในกลุ่มนอร์ดิก ได้แก่ เดนมาร์ก นอร์เวย์ และสวีเดน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีช่วงฤดูหนาวยาวนานและแสงธรรมชาติน้อย จุดเริ่มต้นของสไตล์นี้มีความเชื่อมโยงกับปรัชญา “ฮุกกะ” (Hygge) ซึ่งเป็นแนวคิดเกี่ยวกับความสุขที่เรียบง่ายของชาวเดนมาร์ก ฮุกกะ เป็นศิลปะในการสร้างความใกล้ชิดผูกพัน ความรู้สึกผ่อนคลายในจิตวิญญาณ และการหาความสุขจากสิ่งรอบตัวในปัจจุบัน คำนี้มีรากศัพท์มาจากภาษานอร์เวย์โบราณที่แปลว่า “ความเป็นอยู่ที่ดี” หรือจาก “hugr” ในภาษานอร์สเก่าซึ่งหมายถึง “จิตวิญญาณ” หรือ “ความคิด” พจนานุกรม Oxford ได้นิยามคำว่า “ฮุกกะ” ไว้ว่าเป็น “คุณภาพของความน่าสบายและความสุขสบายที่มักมาพร้อมกับความรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ” ซึ่งแนวคิดนี้ได้กลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เดนมาร์กถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง การตกแต่งบ้านสไตล์สแกนดิเนเวียนได้นำเอาแนวคิดฮุกกะนี้มาประยุกต์ใช้ ด้วยการสร้างพื้นที่ที่เรียบง่าย อบอุ่น และเอื้อต่อการใช้เวลาคุณภาพกับครอบครัวและเพื่อนฝูง การตกแต่งจึงมุ่งเน้นที่ความสบายและฟังก์ชันการใช้งานมากกว่าความหรูหราหรือความซับซ้อน โทนสีสไตล์สแกนดิเนเวียน: ความลับของห้องที่สว่างและสงบ โทนสีเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้การตกแต่งสไตล์สแกนดิเนเวียนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจากประเทศในแถบสแกนดิเนเวียมีช่วงฤดูหนาวยาวนานและมีแสงธรรมชาติน้อย การเลือกใช้โทนสีที่สว่างและสะท้อนแสงจึงเป็นสิ่งสำคัญ โทนสีหลักในสไตล์สแกนดิเนเวียนประกอบด้วย: สีขาว – เป็นโทนสีพื้นฐานที่พบได้มากที่สุด ช่วยให้พื้นที่ดูกว้าง สว่าง และสะอาดตา [...]

14/5/2568 • โดย Homeday
เทรนด์การออกแบบและตกแต่งห้องนอนสไตล์มินิมอลกำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากจะสร้างความรู้สึกสงบ เรียบง่าย และสบายตาแล้ว ยังช่วยให้จิตใจผ่อนคลายและเหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง แนวคิด “Less is More” หรือ “น้อยแต่มาก” ที่เริ่มต้นจากลุดวิค มิส ฟานเดอโรห์ สถาปนิกผู้เป็นบิดาแห่งความเรียบง่าย (Minimalism) สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการจัดห้องนอนได้อย่างลงตัว บทความนี้จะพาทุกท่านไปสำรวจแนวทางการสร้างห้องนอนมินิมอลที่ทั้งสวยงามและใช้งานได้จริง ด้วยหลักการที่เข้าใจง่ายและทำตามได้ไม่ยาก ทำความเข้าใจแนวคิด Less is More ในการออกแบบห้องนอน แนวคิด Less is More ไม่ใช่เพียงการลดทอนสิ่งของเท่านั้น แต่เป็นการกลั่นกรองให้เหลือแต่สิ่งที่มีความหมายและจำเป็นอย่างแท้จริง การทำให้น้อยลงกลับสร้างคุณค่าที่มากขึ้น ในการออกแบบห้องนอน หลักการนี้หมายถึงการคัดสรรเฉพาะสิ่งที่สำคัญและมีประโยชน์ต่อการพักผ่อน โดยตัดสิ่งฟุ่มเฟือยหรือไม่จำเป็นออกไป ความเรียบง่ายที่ว่านี้ ไม่ได้หมายถึงความขี้เกียจหรือการลดทอนแบบง่ายๆ แต่เป็นการวางแผนและออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพราะกว่าจะทำให้บางสิ่งดูน้อยลงแต่มากด้วยคุณค่า ต้องผ่านการคิดวิเคราะห์และใส่ใจในรายละเอียด พื้นที่ว่างที่เกิดขึ้นในห้องนอนมินิมอลไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เป็นพื้นที่ที่ถูกออกแบบอย่างตั้งใจให้ช่วยเสริมความโดดเด่นและสร้างความรู้สึกโปร่งสบาย เฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญสำหรับห้องนอนมินิมอล เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์? การเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องนอนมินิมอลควรเริ่มต้นด้วยการพิจารณาเตียงนอนเป็นอันดับแรก เพราะเป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญที่สุดในห้อง เตียงนอนที่ดีสำหรับสไตล์มินิมอลควรมีรูปทรงเรียบง่าย ไม่มีลวดลายหรือการตกแต่งที่ซับซ้อน โดยมีตัวเลือกที่น่าสนใจคือ: เตียงญี่ปุ่นมินิมอล ความเรียบง่ายที่กลมกลืนธรรมชาติ เตียงญี่ปุ่นเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับห้องนอนมินิมอล ด้วยคุณสมบัติเด่นคือมีความสูงน้อยกว่าเตียงทั่วไป ทำให้เพดานห้องดูสูงขึ้น และห้องโดยรวมดูโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น วัสดุที่ใช้มักเป็นไม้ธรรมชาติซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่น [...]