กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

4/9/2566 • โดย Homeday
หนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญของบ้าน คือ ‘หลังคา’ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะท้อนถึงรสนิยมและตัวตนของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี ทั้งยังสามารถสร้างควา

20/3/2568 • โดย Homeday
น้ำเป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่งกว่าทองคำ แต่เรากลับใช้กันอย่างไม่รู้คุณค่า Rainwater Harvesting หรือระบบการเก็บกักน้ำฝนจึงเป็นนวัตกรรมที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและการใช้น้ำของเราอย่างสิ้นเชิง การนำน้ำฝนมาใช้ประโยชน์ไม่ใช่เรื่องยาก หากเราเข้าใจหลักการและความสำคัญ ความหมายของ Rainwater Harvesting: มากกว่าแค่การเก็บน้ำ Rainwater Harvesting คือระบบการรวบรวมและกักเก็บน้ำฝนจากพื้นผิวต่างๆ เช่น หลังคา ลานบ้าน หรือพื้นที่โดยรอบอาคาร ระบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดน้ำประปา แต่ยังเป็นการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ กระบวนการทำงานเริ่มจากการรวบรวมน้ำฝนผ่านระบบท่อ กรอง และเก็บกักในถังเก็บน้ำที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน องค์ประกอบพื้นฐานของระบบ Rainwater Harvesting พื้นที่รวบรวมน้ำ: หลังคาบ้าน ลานคอนกรีต หรือพื้นผิวที่สามารถรับน้ำฝนได้ ระบบท่อและรางน้ำ: ช่วยนำน้ำฝนจากพื้นที่รวบรวมสู่ถังเก็บ ระบบกรองน้ำ: กำจัดสิ่งสกปรกและตะกอน ถังเก็บน้ำ: ออกแบบเพื่อความสะอาดและป้องกันการปนเปื้อน ระบบกระจายน้ำ: สำหรับนำน้ำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมต่างๆ ประโยชน์ที่มากกว่าการประหยัดค่าน้ำ ด้านสิ่งแวดล้อม ลดการพึ่งพาแหล่งน้ำหลัก บรรเทาปัญหาน้ำท่วมในเขตเมือง ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศท้องถิ่น ด้านเศรษฐกิจ ลดค่าใช้จ่ายค่าน้ำประปา เพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ สร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในระยะยาว เทคโนโลยีสมัยใหม่ในระบบ Rainwater Harvesting ปัจจุบันระบบ Rainwater Harvesting ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเก็บน้ำฝนธรรมดา แต่ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย [...]

18/3/2569 • โดย Homeday
กรุงเทพฯ – บริษัท เบเยอร์ จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมสีเพื่อสิ่งแวดล้อมของไทย ประกาศความร่วมมือกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จของนวัตกรรมสี “BegerCool” ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นผลงานอันดับ 1 จากเวทีนวัตกรรมระดับประเทศเพียงหนึ่งเดียวในรอบ 20 ปี สู่การพัฒนาโครงการวิจัย “Cooler Bangkok” มุ่งสร้างต้นแบบ “เมืองเย็น” (Urban Cool Zone) เพื่อรับมือกับปัญหาอุณหภูมิเมืองที่สูงขึ้น และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองอย่างยั่งยืน ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนก้าวสำคัญของการนำ “นวัตกรรมระดับผลิตภัณฑ์” สู่ “นวัตกรรมระดับเมือง” โดยใช้เทคโนโลยีการสะท้อนความร้อนและการจัดการพลังงานของอาคาร มาประยุกต์ใช้ในบริบทของเมืองอย่างเป็นระบบ เพื่อลดผลกระทบจากปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island) ซึ่งกำลังทวีความรุนแรงในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โครงการ “Cooler Bangkok” มีเป้าหมายศึกษาการใช้วัสดุสะท้อนความร้อนในหลากหลายมิติ ทั้งอาคารที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ และพื้นผิวเมือง เช่น หลังคา ผนัง และพื้นที่ภายนอกอาคาร เพื่อช่วยลดอุณหภูมิพื้นผิว ลดการสะสมความร้อน และลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากระบบปรับอากาศ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองสู่ความยั่งยืนในยุคสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง หนึ่งในเทคโนโลยีหลักที่ถูกนำมาใช้ในโครงการ คือ “Beger [...]

29/4/2568 • โดย Homeday
การพบเจองูในบ้านเป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนตกใจและรู้สึกไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ ยิ่งในช่วงฤดูฝนหรือพื้นที่ใกล้แหล่งธรรมชาติ โอกาสที่งูจะเข้ามาในบ้านก็ยิ่งมีมากขึ้น บทความนี้จะแนะนำวิธีป้องกันและไล่งูออกจากบ้านที่ได้ผลจริง พร้อมเคล็ดลับที่ช่วยให้บ้านของคุณปลอดภัยจากงูและสัตว์ไม่พึงประสงค์อื่นๆ ทำไมงูถึงเข้ามาในบ้าน? สาเหตุที่ควรทราบ งูเข้ามาในบ้านไม่ใช่เพราะต้องการมาทำร้ายผู้อยู่อาศัย แต่มีสาเหตุหลักๆ จากธรรมชาติและสภาพแวดล้อมของบ้านเอง การเข้าใจสาเหตุเหล่านี้จะช่วยให้สามารถวางแผนป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีแหล่งอาหารเป็นสาเหตุหลักที่ดึงดูดงูเข้ามาในบ้าน งูกินสัตว์ตัวเล็กอย่างหนู กบ เขียด และแมลงต่างๆ หากบริเวณบ้านมีสัตว์เหล่านี้ชุกชุม ก็เท่ากับว่าคุณกำลังดึงดูดงูให้มาเยือน นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมบริเวณรอบบ้านที่รกทึบ มีพงหญ้า พุ่มไม้รก หรือกองเศษวัสดุ ก็เป็นที่หลบซ่อนอันเหมาะสมสำหรับงู บ้านที่มีมุมอับหรือช่องว่างต่างๆ ก็เป็นที่ชื่นชอบของงู เพราะเป็นพื้นที่ปลอดภัย มีอุณหภูมิคงที่ และเหมาะแก่การวางไข่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่งูมักแสวงหาที่เย็นเพื่อหลบร้อน หรือในฤดูฝนที่งูต้องหนีน้ำขึ้นมาบนพื้นที่สูง งูยังสามารถเข้ามาในบ้านได้โดยไม่ตั้งใจ ในบางครั้งอาจเป็นเพียงการผ่านทางหรือเดินทางหาอาหาร แต่แล้วกลับเข้ามาติดอยู่ในบ้านและหาทางออกไม่ได้ ทำให้กลายเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญในบ้านของคุณ งูเข้าบ้านได้ทางไหนบ้าง? ช่องทางและวิธีสกัดกั้น งูมีความสามารถในการเลื้อยเข้าช่องเล็กๆ ได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้สามารถเข้าบ้านได้จากหลายช่องทาง คุณควรรู้ช่องทางเหล่านี้เพื่อป้องกันไม่ให้งูเข้ามาได้ ชักโครกเป็นช่องทางเข้าบ้านที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง งูสามารถเลื้อยผ่านระบบท่อและโผล่ขึ้นมาจากชักโครกได้ โดยเฉพาะในกรณีที่ระบบท่อเชื่อมต่อกับภายนอกไม่มีการปิดกั้นที่ดี หรือฝาบ่อพักสิ่งปฏิกูลเสียหาย การติดตั้งอุปกรณ์กันงูสำหรับชักโครกหรือฝากันกลับจะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้ ประตูและหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้เป็นช่องทางหลักที่งูเข้ามาในบ้านได้ง่ายที่สุด หลายบ้านมักเปิดประตูหรือหน้าต่างทิ้งไว้เพื่อระบายอากาศ โดยเฉพาะในช่วงกลางวัน ควรติดตั้งมุ้งลวดที่มีตาข่ายถี่พอที่จะกันงูได้ หรือใช้ประตูมุ้งจีบที่ปิดได้สนิท ช่องโหว่รอบบ้านเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่งูสามารถเลื้อยเข้ามาได้ บ้านที่สร้างมานานมักมีรอยร้าวตามกำแพง รูที่หลังคา [...]

6/6/2568 • โดย Homeday
สานต่อแคมเปญ “ปัญหาบ้านเยอะ…จระเข้เยอะกว่า” แก้ไขทุกปัญหาคลอบคลุมทั้งงานพื้น ผนัง หลังคา ดาดฟ้า ของบ้านด้วยโซลูชันที่ตอบโจทย์ เคยเป็นไหม ตอนซื้อบ้านหรือคอนโดใหม่ๆ ทุกอย่างดูดีไปหมด ผนังเรียบไร้รอยแตก ไม่มีจุดรั่วซึม แต่ผ่านไปไม่กี่ปี กลับเริ่มเห็นปัญหา ทั้งรอยร้าวตามผนัง น้ำหยดจากเพดาน สีลอกล่อน หรือพื้นห้องเริ่มแอ่น เรื่องเหล่านี้คือปัญหาของบ้านที่ต้องเจอเมื่อใช้งานจริง วันนี้ “จระเข้” ตัวจริงนวัตกรรมก่อสร้างครบวงจร มาเปิด ปัญหาบ้านยอดฮิตที่คนไทยเจอบ่อยที่สุด ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงแต่เกิดจากการเสื่อมสภาพของวัสดุ แต่ยังเกี่ยวข้องกับการติดตั้งที่ไม่ถูกต้อง และวัสดุที่ไม่ได้คุณภาพ พร้อมมาบอกวิธีแก้ไขจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อปกป้องบ้านให้ใช้งานได้อย่างสบายใจไปนาน ๆ พื้นผิวคอนกรีตร้าว ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม ปัญหาพื้นผิวคอนกรีตร้าวอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งการหดตัวของวัสดุ การใช้วัสดุที่มีคุณภาพต่ำ หรือการใช้งานไม่ถูกวิธี รอยร้าวบนพื้นผิวคอนกรีต มีหลายรูปแบบที่แตกต่างกัน รอยร้าวที่ไม่อันตรายแต่ควรซ่อม ได้แก่ รอยแตกร้าวลายงา พื้นผิวขรุขระไม่เรียบ พื้นผิวแตกลอกล่อน ที่เกิดจากการหดตัวของคอนกรีต หรือการใช้งานที่หนักเกินไป ในขณะที่รอยร้าวที่อันตรายและส่งผลกระทบต่อโครงสร้าง ได้แก่ รอยร้าวที่มีความกว้างเกิน 5 มม. หรือรอยร้าวที่เป็นแนวเฉียง อาจเกิดจากการทรุดตัวของฐานรากหรือเสา ต้องให้วิศวกรผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์และนำเสนอขั้นตอนซ่อมแซมอย่างถูกวิธี สำหรับรอยร้าวบนพื้นผิวคอนกรีต รอยแตกร้าวลายงา พื้นผิวขรุขระไม่เรียบ [...]

27/6/2566 • โดย Homeday
บ้านสองชั้นหลังนี้ ออกแบบโดยทีมของ SHAUN LOCKYER ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองบริสเบน ออสเตรเลีย เป็นบ้านสไตล์ลอฟท์-โมเดิร์น โทนเข้ม หลังคาสีขาวให้ความสุขุม ดู

21/8/2566 • โดย Homeday
ต้องยอมรับว่าเทรนด์การแต่งบ้านยุคใหม่ เน้นไปที่ความเรียบง่ายดูสบายตา หรือที่คุ้นเคยกัน “บ้านสไตล์มินิมอล” ซึ่งการแต่งบ้านแนวนี้จะเน้นไปที่ความเป็น Les

28/3/2568 • โดย Homeday
แนวคิดพื้นฐานของการออกแบบที่อยู่อาศัยสมัยใหม่ การออกแบบบ้านในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่ความสวยงามหรือความคงทน แต่ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและความกลมกลืนกับธรรมชาติมากขึ้น Eco Modern และ Bio Design เป็นสองแนวคิดที่กำลังได้รับความนิยมในวงการออกแบบสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายใน แต่มีความแตกต่างกันอย่างน่าสนใจ Eco Modern: นวัตกรรมแห่งความยั่งยืน Eco Modern เป็นแนวคิดการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัยและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีหลักการสำคัญดังนี้: การใช้เทคโนโลยีสีเขียวเพื่อลดการใช้พลังงาน เช่น แผงโซลาร์เซลล์ ระบบกักเก็บน้ำฝน และระบบระบายอากาศอัจฉริยะ เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ไม้รีไซเคิล คอนกรีตมวลเบา และวัสดุรีไซเคิลอื่นๆ การออกแบบที่คำนึงถึงประสิทธิภาพพลังงาน ด้วยการวางแผนการใช้แสงธรรมชาติ และระบบฉนวนความร้อนที่มีประสิทธิภาพ การนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาควบคุมระบบต่างๆ ภายในบ้าน เพื่อลดการสูญเสียพลังงานและเพิ่มความสะดวกสบาย Bio Design: การออกแบบที่มีชีวิต Bio Design มุ่งเน้นการสร้างความกลมกลืนระหว่างมนุษย์และธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยมีแนวคิดหลักที่แตกต่างจาก Eco Modern: การผสานพื้นที่ธรรมชาติเข้ากับโครงสร้างอาคาร เช่น สวนแนวตั้ง หลังคาเขียว และผนังที่ปกคลุมด้วยพืชพรรณ ใช้วัสดุธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยเน้นวัสดุที่มีชีวิต สามารถย่อยสลายได้ และฟื้นฟูระบบนิเวศ การออกแบบที่เลียนแบบระบบนิเวศ (Biomimicry) โดยนำแรงบันดาลใจจากธรรมชาติมาใช้ในการออกแบบ สร้างระบบนิเวศขนาดเล็กภายในพื้นที่อยู่อาศัย [...]

30/11/2567 • โดย Homeday
บริษัท สมาร์ท เซอร์วิส แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SMART) ผู้นำด้านการบริหารจัดการนิติบุคคลอันดับหนึ่ง ในประเทศไทย ที่มีประสบการณ์บริหารยาวนานมากกว่า 28 ปี ดูแลโครงการกว่า 495 แห่งทั่วประเทศ หรือดูแลลูกบ้านถึง 225,000 หลังคาเรือน ได้เปิดตัวแคมเปญ SMART Eco Challenge ภายใต้โครงการ “SMART Eco Caring Comm

1/4/2568 • โดย Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ย่านเมืองเก่านั้นมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ดึงดูดนักลงทุนมากมาย ด้วยมนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมดั้งเดิม วัฒนธรรมท้องถิ่น และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในพื้นที่เหล่านี้มาพร้อมกับความเสี่ยงที่แตกต่างจากการลงทุนในโครงการพัฒนาใหม่ บทความนี้จะนำเสนอความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนควรพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ย่านเมืองเก่า เพื่อให้คุณสามารถวางแผนและรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อจำกัดด้านกฎหมายและกฎระเบียบการอนุรักษ์ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในย่านเมืองเก่ามักมาพร้อมกับข้อจำกัดด้านกฎหมายและกฎระเบียบการอนุรักษ์ที่เข้มงวด ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาและปรับปรุงทรัพย์สิน ในหลายพื้นที่ อาคารในย่านประวัติศาสตร์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานหรืออยู่ภายใต้ข้อบังคับพิเศษเพื่อการอนุรักษ์ ซึ่งหมายความว่าเจ้าของไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายนอก เพิ่มเติมพื้นที่ใช้สอย หรือแม้แต่เปลี่ยนวัสดุบางประเภทได้โดยอิสระ การดำเนินการใดๆ ต้องผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศิลปากรหรือสำนักงานเขตพื้นที่นั้นๆ ซึ่งกระบวนการขออนุญาตมักใช้เวลานานและมีขั้นตอนซับซ้อน นอกจากนี้ ย่านเมืองเก่าบางแห่งยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้งานจากที่อยู่อาศัยเป็นเชิงพาณิชย์ หรือจากร้านค้าเป็นร้านอาหารได้โดยง่าย นักลงทุนควรทำการวิจัยอย่างละเอียดเกี่ยวกับกฎระเบียบเฉพาะในพื้นที่เป้าหมาย และอาจจำเป็นต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ย่านประวัติศาสตร์ การเพิกเฉยต่อข้อกำหนดเหล่านี้อาจนำไปสู่ค่าปรับที่สูง การระงับโครงการ หรือแม้กระทั่งการบังคับให้รื้อถอนส่วนที่ต่อเติมและคืนสภาพอาคารให้เหมือนเดิม ซึ่งส่งผลให้การลงทุนเกิดความเสียหายอย่างมาก ต้นทุนการบำรุงรักษาและการซ่อมแซมที่สูง อสังหาริมทรัพย์ในย่านเมืองเก่ามักมีอายุหลายสิบปีหรือแม้กระทั่งเป็นร้อยปี ซึ่งนำมาสู่ความเสี่ยงด้านต้นทุนการบำรุงรักษาและการซ่อมแซมที่สูงกว่าอาคารใหม่อย่างมีนัยสำคัญ โครงสร้างเก่าแก่มักประสบปัญหาหลายประการ เช่น ระบบไฟฟ้าล้าสมัยที่ไม่รองรับการใช้งานในปัจจุบัน ท่อประปาเก่าที่เสี่ยงต่อการรั่วซึมหรือแตกหัก หลังคารั่ว ปัญหาความชื้น รากฐานที่ทรุดตัว และโครงสร้างไม้ที่ถูกปลวกทำลาย การซ่อมแซมอาคารเก่าไม่เพียงแต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่ยังต้องใช้ช่างฝีมือเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญในการทำงานกับอาคารโบราณ ซึ่งหายากและมีค่าแรงสูง วัสดุที่ใช้ในการซ่อมแซมก็มีราคาแพงกว่าวัสดุทั่วไป เนื่องจากต้องเลือกใช้วัสดุที่มีลักษณะใกล้เคียงกับของเดิมเพื่อรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ หรือต้องสั่งทำพิเศษให้เข้ากับสไตล์ดั้งเดิมของอาคาร นอกจากนี้ อาคารเก่ามักไม่มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ทำให้มีค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคสูงกว่าอาคารสมัยใหม่ที่ออกแบบตามมาตรฐานการประหยัดพลังงาน การปรับปรุงระบบเหล่านี้ให้ทันสมัยมักมีต้นทุนสูงและอาจถูกจำกัดโดยกฎระเบียบการอนุรักษ์ ดังนั้น นักลงทุนควรประเมินสภาพอาคารอย่างละเอียด และวางแผนงบประมาณสำรองสำหรับการซ่อมแซมฉุกเฉินและการบำรุงรักษาตามกำหนดเวลา [...]

28/1/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของหลังคาบ้านตามหลักฮวงจุ้ย หลังคาบ้านเปรียบเสมือนร่มที่ปกป้องผู้อยู่อาศัย ในหลักฮวงจุ้ย หลังคาสื่อถึงความมั่นคงและความอุดมสมบูรณ์ของครอบครัว การเลือกวัสดุและการออกแบบหลังคาที่เห

12/5/2568 • โดย Homeday
การต่อเติมครัวหลังบ้านเป็นเรื่องที่เจ้าของบ้านหลายคนต้องการทำ โดยเฉพาะในบ้านทาวน์โฮมที่มีพื้นที่ครัวภายในตัวบ้านจำกัด แต่การต่อเติมที่ไม่ถูกหลักวิศวกรรมอาจนำมาซึ่งปัญหาโครงสร้างและการทรุดตัวในระยะยาว ซึ่งแก้ไขได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง บทความนี้จะรวบรวมเทคนิคสำคัญและข้อควรรู้เกี่ยวกับการต่อเติมครัวหลังบ้านอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และยั่งยืน เพื่อให้ท่านได้ใช้ห้องครัวได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาโครงสร้างในอนาคต ทำไมครัวหลังบ้านมักประสบปัญหาการทรุดตัว? การทรุดตัวของครัวที่ต่อเติมด้านหลังบ้านเป็นปัญหาที่พบบ่อย สาเหตุหลักมาจากการก่อสร้างที่ไม่คำนึงถึงโครงสร้างและฐานรากที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับตัวบ้านหลัก ซึ่งมีการวางเสาเข็มที่ลึกถึงชั้นดินแข็ง ขณะที่ส่วนต่อเติมมักใช้เสาเข็มสั้นที่ลงลึกเพียง 3-6 เมตรเท่านั้น เมื่อเสาเข็มของส่วนต่อเติมไม่ได้ลงลึกถึงชั้นดินแข็งเช่นเดียวกับตัวบ้าน จึงทำให้การรับน้ำหนักและการทรุดตัวของโครงสร้างทั้งสองส่วนแตกต่างกัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นดินแข็งหรือดินดานมักอยู่ที่ระดับความลึกประมาณ 16-21 เมตร แต่เสาเข็มของส่วนต่อเติมมักวางอยู่บนชั้นดินอ่อน ซึ่งอาศัยแรงฝืดของดินเป็นหลัก ทำให้เมื่อดินมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีปัจจัยอื่นมากระทบ ส่วนต่อเติมจะทรุดตัวเร็วกว่าตัวบ้าน นอกจากนี้ หากโครงสร้างของส่วนต่อเติมเชื่อมติดกับตัวบ้านโดยไม่มีการแยกโครงสร้างอย่างถูกต้อง เมื่อเกิดการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน จะทำให้เกิดรอยร้าวและแยกตัวตามรอยต่อระหว่างส่วนต่อเติมกับตัวบ้าน บางกรณีรุนแรงถึงขั้นสามารถสอดแขนเข้าไปในรอยแยกได้ สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างบ้านในระยะยาว วิธีต่อเติมครัวอย่างไรให้โครงสร้างแข็งแรงและปลอดภัย? การต่อเติมครัวหลังบ้านให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยในระยะยาวควรคำนึงถึงหลักการสำคัญหลายประการ ประการแรกคือการแยกโครงสร้างของส่วนต่อเติมออกจากตัวบ้านหลัก วิธีนี้จะช่วยป้องกันปัญหาการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันซึ่งอาจทำให้ตัวบ้านหลักเกิดความเสียหาย การแยกโครงสร้างทำได้โดยการออกแบบให้ครัวหลังบ้านมีเสา คาน และฐานรากแยกจากตัวบ้านอย่างชัดเจน เมื่อมีการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน ส่วนต่อเติมและตัวบ้านจะเคลื่อนตัวอย่างอิสระ ไม่ดึงรั้งซึ่งกันและกัน ทำให้ไม่เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างบ้านหลัก ในส่วนของหลังคา ควรออกแบบให้หลังคาของส่วนต่อเติมแยกออกจากหลังคาของตัวบ้าน และติดตั้งแฟลชชิ่งกันน้ำบริเวณรอยต่อของหลังคา เพื่อป้องกันน้ำรั่วซึมเมื่อเกิดการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน หลังคาที่ต่อเชื่อมกับตัวบ้านอาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อส่วนต่อเติมทรุดตัว เพราะจะดึงรั้งหลังคาบ้านลงมาด้วย อีกทั้งควรใช้วัสดุก่อสร้างที่มีน้ำหนักเบาเพื่อลดน้ำหนักที่กดทับลงบนฐานราก เช่น การใช้อิฐมวลเบาแทนอิฐมอญ หรือการเลือกใช้วัสดุตกแต่งที่มีน้ำหนักเบา เช่น สแตนเลสแทนหินอ่อนหรือหินแกรนิต [...]