
21/2/2568 • โดย Homeday
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มอบ 3 ข้อสั่งการ โดยเฉพาะ 3 ศูนย์อนามัย เชียงใหม่ พิษณุโลก นครสวรรค์ เตรียมพร้อมรับมือ และสนับสนุนทีมในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 – 3 เฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และช่วยเหลือประชาชนให้ปฏิบัติตนตามระดับค่าสี พร้อมสั่งปิดศูนย์ปฏิบัติการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม รองรับภาวะฉุกเฉินกรมอนามัย (HPEHOC) โดยมอบหมายให้เป็นภารกิจปกติ วานนี้ (20 กุมภาพันธ์ 2568) แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า สถานการณ์และคาดการณ์ฝุ่น PM2.5 จากกรมควบคุมมลพิษ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 – 20 กุมภาพันธ์ 2568 พบว่า มีสถานการณ์ดีขึ้นในหลายพื้นที่ แต่ยังอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) จำนวน 17 จังหวัดและระดับปานกลาง (สีเหลือง) จำนวน 32 จังหวัด ขณะเดียวกันสถานการณ์จุดความร้อนและอัตราการระบายอากาศ ช่วงวันที่ [...]

9/6/2568 • โดย Homeday
การจัดสวนด้วยดอกไม้เล็กๆ เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มสีสันและความสดชื่นให้กับพื้นที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นสวนหน้าบ้าน ข้างบ้าน หรือหลังบ้าน ดอกไม้เหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความสวยงามเหมือนการมีทุ่งดอกไม้ส่วนตัว แต่ยังให้บรรยากาศที่เหมาะกับการผักผ่อนและถ่ายรูปเช็กอิน มีดอกไม้เล็กๆ หลายสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับการปลูกในสภาพอากาศเมืองไทย แต่ละชนิดมีลักษณะเฉพาะและวิธีการดูแลที่แตกต่างกัน การเลือกดอกไม้ที่เหมาะสมจะทำให้การจัดสวนสำเร็จและได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ดอกเดซี่ เหมาะสำหรับมือใหม่ปลูกง่าย ดอกเดซี่หรือ Thymophylia Tenuiloba เป็นไม้ดอกอายุสั้นที่มีต้นกำเนิดในเม็กซิโกและรัฐเท็กซัส ลักษณะเป็นต้นพุ่มสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ใบเดี่ยวออกตรงข้าม แผ่นใบหนักลึกตามแนวเส้นคล้ายผักชีสีเขียวอ่อนมีกลิ่นฉุน ออกดอกเป็นช่อกระจุกแน่นที่ปลายยอด มีหลายสีให้เลือก เช่น สีขาว สีเหลือง สีชมพู สีส้ม และสีม่วง การปลูกดอกเดซี่ทำได้ง่าย โดยส่วนใหญ่จะใช้การเพาะเมล็ดเพราะจะทำให้ต้นแข็งแรงและทนร้อนได้ดีกว่า สามารถปลูกได้ทั้งในกระถาง ลงแปลง และปลูกลงดิน ชอบดินร่วนปนทรายที่ไม่อุ้มน้ำมากนัก การดูแลง่ายมาก ไม่ต้องการความชื้นมาก รดน้ำเพียงวันละครั้งเฉพาะตอนเช้าก็เพียงพอ ยกเว้นในช่วงหน้าร้อนควรรดวันละ 2 ครั้ง แต่ไม่ควรรดให้โดนดอก ขอบคุณภาพจาก : Vecteezy ดอกคัตเตอร์ ความงามแบบธรรมชาติ ดอกคัตเตอร์หรือ Symphyotrichum ericoides เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กมีต้นกำเนิดจากทวีปอเมริกาเหนือ ลักษณะสูงได้ถึง 1 เมตร [...]

20/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกดอกไม้บนระเบียงในปัจจุบันกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด โดยเฉพาะคนที่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรือบ้านแถวที่ต้องการเพิ่มสีสันและความสดชื่นให้กับที่อยู่อาศัย การเลือกดอกไม้ที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การจัดสวนเล็กๆ บนระเบียงประสบความสำเร็จ ดอกไม้ยอดนิยมสำหรับระเบียงบ้าน กุหลาบ – ราชินีแห่งดอกไม้สำหรับคนรักความหอมหวาน กุหลาบถือเป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการปลูกบนระเบียง เนื่องจากเป็นพืชที่ชอบแสงแดดจัดและสามารถเจริญเติบโตได้ดีในกระถาง สำหรับระเบียงแนะนำให้เลือกกุหลาบหนูหรือกุหลาบขนาดเล็กที่ขึ้นเป็นพุ่มความสูงไม่เกิน 1 ฟุต เพราะจะไม่แย่งพื้นที่และง่ายต่อการดูแล การปลูกกุหลาบในกระถางต้องใช้ดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี โดยผสมดินใบไก่ป่า ปุ๋ยคอก และกาบมะพร้าวสับในอัตราส่วน 1:1:2 ต้องรดน้ำบ่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนควรรดวันละ 2 ครั้ง และหมั่นใส่ปุ๋ยเดือนละครั้งเพื่อบำรุงการออกดอก มะลิ – ความหอมที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย มะลิเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการปลูกบนระเบียง เพราะมีทั้งแบบไม้พุ่มและไม้เถาที่สามารถปรับให้เข้ากับพื้นที่ได้ ชนิดที่นิยมปลูกได้แก่ มะลิซ้อน มะลิวัลย์ และมะลิฉัตร ซึ่งล้วนให้กลิ่นหอมนุ่มนวลตลอดทั้งปี การดูแลมะลิค่อนข้างง่าย เพียงแค่ปลูกในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี รดน้ำทุก 3-5 วัน และใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 5-6 ครั้งต่อปี ที่สำคัญคือต้องหมั่นตัดแต่งให้เป็นพุ่มโปร่งเพื่อป้องกันโรคและแมลงรบกวน แพงพวย – ดอกไม้หลากสีที่เติบโตรวดเร็ว แพงพวยเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีความสูงประมาณ 40-120 เซนติเมตร ทำให้เหมาะสำหรับการปลูกในกระถางบนระเบียงอย่างยิ่ง ข้อดีของแพงพวยคือสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีและมีดอกหลากสีให้เลือก ตั้งแต่สีเหลือง แดง ชมพู ไปจนถึงสีขาว [...]

12/11/2568 • โดย Homeday
โครงการ เดอะ ซิกเนเจอร์ กรุงเทพกรีฑา (The Signature Krungthepkreetha) บ้านหรูระดับลักซ์ชัวรี New Kaiteki Series High ceiling 3.2 เมตร “The Ultimate Living for The Master Life สัมผัสสุนทรียภาพในการใช้ชีวิตคฤหาสน์” นิยามใหม่ของคำว่า The Signature Collection ที่ผสานสุนทรียะทางสถาปัตยกรรมดีไซน์ร่วมสมัยเข้ากับเทคโนโลยีการก่อสร้างจากญี่ปุ่นอย่างลงตัว พร้อมนวัตกรรมบ้านปลอดฝุ่น PM2.5 เพื่อมอบสุขภาวะที่ดีให้ทุกคนในครอบครัว และปลอดภัยจากแผ่นดินไหว หนึ่งเดียวในย่านกรุงเทพกรีฑา เหนือระดับด้วยพื้นที่ใช้สอย และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน บนทำเลทองเชื่อมต่อทุกการเดินทางได้สะดวกสบาย ใกล้ทางพิเศษศรีรัช, มอเตอร์เวย์, รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์, รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีศรีกรีฑา) 7.5 กิโลเมตร* และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 11 กิโลเมตร* รายล้อมด้วยสถาบันการศึกษาชื่อดัง อาทิ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หัวหมาก (ABAC), โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตันคอลเลจ (Brighton College) และ [...]

12/6/2568 • โดย Homeday
ต้นทองอุไรหรือที่รู้จักในชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tecoma stans เป็นไม้ดอกสีเหลืองที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการปลูกประดับบ้าน เนื่องจากมีทั้งความสวยงาม ความหมายมงคล และคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายประการ ลักษณะและแหล่งกำเนิดของต้นทองอุไร ต้นทองอุไรมีชื่อเรียกที่หลากหลายตามแต่ละท้องถิ่น เช่น ดอกละคร สร้อยทอง ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Yellow Bell, Yellow Elder หรือ Trumpet Vine และจัดอยู่ในวงศ์ Bignoniaceae พืชชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาและหมู่เกาะอินดีสตะวันตก ก่อนจะแพร่กระจายไปยังแอฟริกา เอเชีย และประเทศไทย ต้นทองอุไรเป็นพุ่มไม้กึ่งผลัดใบหรือต้นไม้ขนาดเล็กที่มีความสูงได้ถึง 3-9 เมตร ใบจะเรียงตรงข้ามกันเป็นใบประกอบแบบขนนก มี 3-13 ใบย่อย ขอบใบเป็นฟันเลื่อย ดอกมีลักษณะเป็นรูปกรวยคล้ายแตร สีเหลืองสดใส ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง เหตุใดต้นทองอุไรจึงถือเป็นไม้มงคล? ตามความเชื่อทางโหราศาสตร์และฮวงจุ้ย ต้นทองอุไรถือเป็นไม้มงคลที่ช่วยส่งเสริมความร่ำรวย เงินทอง โชคลาภ วาสนา และเกียรติยศให้กับผู้ปลูก สีเหลืองทองของดอกเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรืองในหลายวัฒนธรรม เพื่อเพิ่มความมงคล แนะนำให้ปลูกในวันพุธและวางตำแหน่งไว้ทางทิศเหนือของบ้าน เชื่อกันว่าจะช่วยเสริมสิริมงคลให้กับคนในบ้านมากยิงขื้น นอกจากนี้ ดอกทองอุไรยังสามารถนำไปใช้ในพิธีบูชาพระได้อีกด้วย วิธีการปลูกและดูแลต้นทองอุไรอย่างถูกต้อง การเลือกสถานที่ปลูก ต้นทองอุไรต้องการแสงแดดเต็มที่อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน [...]

11/8/2567 • โดย Homeday
การเดินทาง สนามบินสุวรรณภูมิถนนบางนา-ตราดถนนเทพารักษ์วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออกทางพิเศษบูรพาวิถีทางพิเศษสาย S1รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีด่านรถไฟฟ้า BTS บางนา

9/4/2567 • โดย Homeday
การเดินทางทางด่วนบูรพาวิถี 10 กม.ทางด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์ 10.5 กม.รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีศรีเทพา) 18.5 กม.รถไฟฟ้าสายสีเขียว (สถานีบางปู) 18.5 กม

13/5/2568 • โดย Homeday
การอยู่ในพื้นที่ที่จำกัดไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป เพราะมีหลากหลายเทคนิคที่จะช่วยให้บ้านหรือห้องขนาดเล็กของคุณดูกว้างขวาง โปร่ง และสบายตามากขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนทุบขยายพื้นที่เพิ่ม หากคุณกำลังประสบปัญหาพื้นที่อยู่อาศัยที่คับแคบ อึดอัด และอยากปรับเปลี่ยนให้ดูกว้างขึ้น บทความนี้รวบรวม 10 เทคนิคที่จะช่วยให้บ้านพื้นที่น้อยของคุณดูกว้างขวาง โปร่งสบาย เหมือนได้ขยายพื้นที่ใช้สอยจริงๆ เลือกโทนสีผนังอย่างไรให้บ้านดูกว้างขึ้น? สีผนังเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย การเลือกใช้สีอย่างชาญฉลาดสามารถเปลี่ยนห้องแคบๆ ให้ดูกว้างขวางและโปร่งสบายได้ทันที ใช้โทนสีสว่างเพื่อสร้างความโปร่งโล่ง โทนสีสว่างช่วยให้บ้านดูกว้าง ปลอดโปร่ง และไม่อึดอัด เพราะสามารถสะท้อนแสงได้ดี ทำให้พื้นที่ดูสว่างมากขึ้น สีที่แนะนำ เช่น สีขาว สีครีม สีเบจ สีเทาอ่อน หรือโทนสีพาสเทลต่างๆ นอกจากนี้ยังช่วยให้บ้านดูสะอาดตาและเป็นระเบียบมากขึ้นอีกด้วย ทาสีผนังด้วยโทนสีใกล้เคียงกัน การใช้โทนสีที่ใกล้เคียงกันในแต่ละผนังจะช่วยสร้างความกลมกลืน และทำให้บ้านดูมีพื้นที่มากขึ้น เช่น หากเลือกผนังด้านหนึ่งเป็นสีเหลืองอ่อน ผนังด้านที่ชิดกันควรใช้สีเหลืองที่เข้มขึ้นมาเล็กน้อย การตัดโทนสีแบบนี้จะเพิ่มมิติและเงาให้กับห้อง ทำให้รู้สึกถึงพื้นที่ที่มากขึ้น ใช้สีเข้มสร้างมิติความลึก การทาสีผนังด้านลึกด้วยสีที่เข้มกว่าผนังด้านอื่นเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่น่าสนใจ เพราะจะทำให้ห้องดูมีมิติมากขึ้น และให้ความรู้สึกว่าสามารถเดินลึกเข้าไปได้มากกว่าที่เห็น โดยเฉพาะเมื่อผสมกับฝ้าเพดานสีสว่าง จะยิ่งทำให้ห้องดูปลอดโปร่งมากขึ้น ทาสีผนังเป็นเส้นนำสายตา การทาสีผนังด้วยสีเดียวกันต่อเนื่องจากผนังหนึ่งไปยังผนังที่ชิดกัน จะช่วยนำสายตาและทำให้ห้องดูยาวกว่าที่เป็นจริง เหมือนหลักการเส้นนำสายตาในงานถ่ายภาพ ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดและช่วยให้ส่วนที่แคบดูมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ทำอย่างไรให้ผนังบ้านดูปลอดโปร่งมากขึ้น? ผนังทึบมักทำให้บ้านดูคับแคบ การปรับเปลี่ยนผนังให้โปร่งมากขึ้นจะช่วยสร้างความรู้สึกกว้างขวางได้อย่างน่าทึ่ง ใช้กระจกแทนผนังเพิ่มพื้นที่สายตา การใช้กระจกแทนผนังทึบบางส่วนช่วยให้บ้านดูกว้างขึ้นทันที [...]

10/4/2568 • โดย Homeday
อาดิดาส ออริจินอลส์ และ แบด บันนี่ (Bad Bunny) ร่วมเฉลิมฉลองการเปิดตัว Ballerina ในเฉดสีใหม่ Core Black และ Off White หลังจากที่การเปิดตัวซิลูเอท Ballerina สีเหลืองได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม แคมเปญนี้เป็นการยกย่องจิตวิญญาณ และแก่นแท้ของการเต้นรำ รวมถึงแนวดนตรีของชาวเปอร์โตริโก ไปพร้อมกับการเก็บภาพช่วงเวลาแห่งความกล้าหาญ และความสุข ผ่านเพลง BAILE INoLVIDABLE และBallerina โดยมีรากฐานมาจากเสียง และพลังของเกาะ เปรียบเสมือนการย้อนกลับไปสู่ยุคเริ่มต้น ร่วมผลักดันให้ซัลซ่าก้าวไปข้างหน้าในฐานะสะพานเชื่อมระหว่างประเพณีกับนวัตกรรม สะท้อนถึงวิวัฒนาการทางด้านดนตรี และเฉลิมฉลองภาษาการแห่งการเคลื่อนไหวที่เข้าใจได้ทั่วโลก การออกแบบในคอลเลกชันนี้ได้รับการยกระดับด้วยแบรนด์ “Benito” ที่เป็นเอกลักษณ์คล้ายกันกับอาดิดาส และแท็กขนาดพิเศษเพื่อให้เกียรติแก่ความร่วมมือในอดีต มาพร้อมวัสดุหนังกลับพรีเมี่ยมที่ส่วนส้น และปลายเท้า รูปทรงเพรียวบางจับคู่กันกับเชือกรัดแบบบันจี้คอร์ดที่ได้แรงบันดาลใจจากรองเท้ารุ่น adidas Taekwondo อันโดดเด่นที่ออกแบบมาสำหรับนักศิลปะการต่อสู้ระดับแนวหน้าในช่วงต้นทศวรรษปี 2000 ผสมผสานสไตล์โมเดิร์นของรองเท้ารุ่น Ballerina เข้ากับมรดกแห่งการแสดงสมรรถนะ พบกับ The Bad Bunny Ballerina ในวันเสาร์ที่ 12 เมษายน [...]

19/6/2568 • โดย Homeday
ไฮยาซินธ์เป็นไม้หัวที่มีถิ่นกำเนิดจากแถบตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ไปจนถึงอิหร่านและเติร์กเมนิสถาน ดอกไฮยาซินธ์มีลักษณะเด่นคือออกดอกเป็นช่อแน่น มีกลิ่นหอมหวาน และมีสีสันหลากหลาย ตั้งแต่สีขาว ครีม เหลือง ชมพู ฟ้า ไปจนถึงสีม่วงเข้ม ปัจจุบันไฮยาซินธ์ถูกจัดเป็นวงศ์อิสระของตัวเองชื่อ Hyacinthaceae และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Hyacinthus Orientalis ทำไมควรปลูกไฮยาซินธ์ในบ้าน ไฮยาซินธ์เป็นดอกไม้ที่นิยมปลูกในบ้านเพราะมีคุณสมบัติหลายอย่างที่ดึงดูดใจ ดอกไฮยาซินธ์มีกลิ่นหอมอ่อนและสีสันที่หลากหลาย ช่วยผ่อนคลายจิตใจ ปรับสมดุลฮอร์โมน ลดอาการเครียด และช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น นอกจากนี้ ไฮยาซินธ์ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นใหม่ ความรัก และความกล้าหาญ ความหมายของสีดอกไฮยาซินธ์แต่ละสี แต่ละสีของดอกไฮยาซินธ์มีความหมายที่แตกต่างกันไป สีม่วงแทนการขอโทษและความเสียใจ สีฟ้าแทนความซื่อสัตย์และความจริงใจ สีแดงแทนความหลงใหล สีเหลืองแทนความอิจฉาริษา และสีขาวแทนความรักอันบริสุทธิ์และการขอพรต่อพระเจ้า สีชมพูแทนความสนุกสนาน ในขณะที่สีม่วงเข้มแทนความลึกลับและความเศร้าโศก วิธีการปลูกไฮยาซินธ์ในน้ำแบบง่ายๆ การเตรียมหัวไฮยาซินธ์ ขั้นตอนแรกในการปลูกไฮยาซินธ์คือการเตรียมหัวพันธุ์ ควรเลือกหัวที่มีขนาดใหญ่และแข็งแรง ไม่มีรอยเน่าเสีย หัวที่ใหญ่กว่าจะให้ดอกที่สวยงามและมีจำนวนกลีบมากกว่า โดยหัวขนาด 16-17 หรือ 18-19 เซนติเมตรจะเหมาะสำหรับการปลูกมากที่สุด ขั้นตอนการแช่ตู้เย็น การแช่หัวไฮยาซินธ์ในตู้เย็นเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการออกดอก ให้นำหัวไฮยาซินธ์ใส่ในถุงกระดาษสีน้ำตาลแล้วเก็บในช่องเก็บผักของตู้เย็นเป็นเวลา 6-14 สัปดาห์ที่อุณหภูมิ 40-45 องศาฟาเรนไฮต์ ต้องระวังไม่ให้เก็บหัวไฮยาซินธ์ไว้ใกล้กับผลไม้ที่สุกแล้ว [...]

3/7/2567 • โดย Homeday
การเดินทาง ถนนพัฒนาการ 0.4 กม.ถนนพระราม9 1.5 กม.ทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) 2.2 กม.ถนนศรีนครินทร์ 2.7 กม.รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีพัฒนาการ) 3.2 กม.ทางหล

9/11/2566 • โดย Homeday
บมจ.ศุภาลัย ส่งคอนโดฯ Low Rise บุกทำเลแห่งอนาคต “ศรีนครินทร์” ตอบรับความต้องการที่อยู่อาศัยไม่เกิน 3 ล้านบาท แถมเดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9 เพียง 700 เมตร ใช้ชีวิตแบบ “เว เค ฉัน” กับอิสระที่ตัวฉันเลือกเองได้…ใกล้ห้างซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ เพียง 600 เมตร ใกล้แหล่งช้อป ชิม