
4/3/2568 • โดย Homeday
การจดจำนองและการจำนองบ้านเป็นเรื่องที่หลายคนอาจสับสน เพราะทั้งสองคำมีความคล้ายคลึงกัน แต่แท้จริงแล้วมีความแตกต่างที่สำคัญ บทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจและอธิบายความแตกต่างอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ที่กำลังวางแผนทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ความหมายของการจดจำนองและการจำนองบ้าน การจดจำนองและการจำนองบ้านมีความแตกต่างกันในแง่ของกระบวนการทางกฎหมายและการดำเนินการ การจดจำนองเป็นการจดทะเบียนนิติกรรมที่สำนักงานที่ดิน โดยเจ้าของทรัพย์สินนำทรัพย์สินไปเป็นหลักประกันการชำระหนี้กับเจ้าหนี้ ในขณะที่การจำนองบ้านเป็นการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินโดยใช้บ้านเป็นหลักประกัน เมื่อมีการจดจำนอง เจ้าของทรัพย์สินยังคงมีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้นได้ตามปกติ แต่ไม่สามารถจำหน่ายจ่ายโอนได้จนกว่าจะชำระหนี้ครบถ้วน ส่วนการจำนองบ้านมักเกี่ยวข้องกับการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากธนาคาร ซึ่งมีระยะเวลาผ่อนชำระที่ยาวนานกว่า ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียม การจดจำนอง โฉนดที่ดินหรือเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ บัตรประจำตัวประชาชนของผู้จำนองและผู้รับจำนอง สัญญาจำนองที่ระบุรายละเอียดการกู้ยืมและเงื่อนไขต่างๆ หลักฐานการชำระค่าอากรแสตมป์ หนังสือรับรองนิติบุคคล (กรณีนิติบุคคล) การจำนองบ้าน เอกสารแสดงตัวตนและรายได้ เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน แบบแปลนบ้านและใบอนุญาตก่อสร้าง หลักฐานการทำงานและรายได้ เอกสารทางการเงินอื่นๆ ตามที่ธนาคารกำหนด ข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธี ข้อดีของการจดจำนอง กระบวนการไม่ซับซ้อน สามารถดำเนินการได้รวดเร็ว มีความยืดหยุ่นในการตกลงเงื่อนไขระหว่างคู่สัญญา อัตราดอกเบี้ยสามารถต่อรองได้ ไม่ต้องผ่านการพิจารณาสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ข้อเสียของการจดจำนอง อาจมีความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือของคู่สัญญา อัตราดอกเบี้ยอาจสูงกว่าสถาบันการเงิน ไม่มีการคุ้มครองผู้บริโภคเท่ากับการจำนองกับสถาบันการเงิน ข้อดีของการจำนองบ้าน อัตราดอกเบี้ยมีมาตรฐานและมักต่ำกว่า มีระยะเวลาผ่อนชำระที่ยาวนาน ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค มีความน่าเชื่อถือเพราะดำเนินการผ่านสถาบันการเงิน ข้อเสียของการจำนองบ้าน กระบวนการพิจารณาสินเชื่อใช้เวลานาน มีเงื่อนไขและข้อจำกัดมากกว่า ต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวด มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสูงกว่า การเลือกวิธีที่เหมาะสมกับความต้องการ การตัดสินใจเลือกระหว่างการจดจำนองและการจำนองบ้านควรพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้ วัตถุประสงค์ของการกู้ยืม [...]

15/2/2567 • โดย Homeday
รู้หรือไม่ว่าจำนวนบ้านและคอนโดมิเนียมมือสองที่รอขายให้คนไปเลือกซื้อมีมากถึง 1.6 แสนยูนิต บ้านเดี่ยวมีมากที่สุด 45% รองลงมาทาวน์เฮาส์และคอนโดมิเนียม เหตุผลที่บ้านมือสองค้างในระบบเป็นจำนวนมากขนาดนี้ มาจากเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน รายได้ที่ไม่มั่นคงของคนในวัยซื้อบ้าน แบงก์เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ม

1/6/2566 • โดย Homeday
ตัวอย่างทรัพย์เด่นที่น่าสนใจประเภทอื่นๆ อาทิ โกดังชั้นเดียวเนื้อที่ 4 ไร่ 2 งาน 7.6 ตร.ว. ติด ถ.สายนครศรีธรรมราช-ปากพนัง (ทล.4013) ต.ท่าไร่ อ.เมือง จ.

19/1/2566 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับการมีบ้าน นำบ้านมือสอง ธอส. ทั่วประเทศมากกว่า 1,000 รายการ พร้อมลดราคาสูงสุด 50% จากราคาประเมินปัจจ

17/11/2565 • โดย Homeday
2. ทำสัญญาที่ 2 ที่มีราคาสูงกว่า เทคนิคนี้ เป็นวิธีการที่ใช้กันโดยทั่วไปค่ะ ในกรณีที่ผู้ซื้อ อยากกู้ได้ 100% ขึ้นไป โดยจะทำสัญญาที่ 1 ตกลงจะซื้อจะขายเอาไว้ในราคาหนึ่ง และทำสัญญาที่ 2

16/11/2565 • โดย Homeday
1. ประวัติการเงินไม่ดี มีโอกาสกู้ไม่ผ่าน การยื่นกู้ซื้อบ้าน ในขณะที่ยังผ่อนรถอยู่ ทางธนาคารจะพิจารณาจากรายได้ของเราต่อเดือน รวมกับหนี้สิน และศักยภาพในการผ่อนชำระหนี้สินของเราในปัจจุบันเป็นหลั

28/9/2565 • โดย Homeday
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รับรางวัล Thailand Top CEO of the Year 2022 ประเภทรัฐวิสาหกิจ ซึ่งนิตยสาร BUSINESS+ โดย

26/9/2565 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ฉลองครบรอบ 69 ปี เอาใจสายมูที่ต้องการเสริมความมงคลแบบฟรี ๆ ด้วยการเพิ่ม 2 บริการใหม่ เสริมดวงบน Application : GHB ALL ได้แ

23/9/2565 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ครอบรอบวันสถาปนา 69 ปี ในการเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมา

13/9/2565 • โดย Homeday
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ ธอส. จึงได้จัดทำถุงยังชี

5/9/2565 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จัดโครงการ “ธอส. พัฒนาชีวิตครู ตชด. เพื่อสังคมไทย ก้าวไกลยั่งยืน ปี 2565” ภายใต้แนวคิด “ธอส.

21/4/2568 • โดย Homeday
การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก ทว่าคำถามที่หลายคนสงสัยคือ “เงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะผ่อนบ้านได้?” เพราะการซื้อบ้านเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะด้านการเงิน บทความนี้จะแนะนำวิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนบ้าน ปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาสินเชื่อ รวมถึงการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนยื่นกู้ เพื่อให้คุณบริหารค่าใช้จ่ายและได้ที่อยู่อาศัยในฝันอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาในการให้สินเชื่อบ้าน ก่อนจะเข้าใจว่าเงินเดือนเท่าไหร่จึงเหมาะกับการผ่อนบ้าน ควรทำความเข้าใจปัจจัยที่ธนาคารใช้ประเมินความสามารถในการกู้ของคุณก่อน การให้สินเชื่อบ้านของธนาคารไม่ได้พิจารณาเพียงแค่รายได้เท่านั้น แต่มีหลายปัจจัยประกอบกัน ดังนี้ รายรับของผู้กู้ รายรับเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรกที่ธนาคารพิจารณา โดยทั่วไปธนาคารจะกำหนดอัตราผ่อนรายเดือนไว้ที่ประมาณ 40% ของรายรับในแต่ละเดือน ตัวอย่างเช่น หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน คุณจะสามารถผ่อนได้สูงสุดประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน สำหรับรายรับที่ธนาคารนำมาคำนวณนั้นรวมถึงเงินเดือนประจำ รายได้พิเศษที่สม่ำเสมอ และโบนัสประจำปี แต่สำหรับรายได้ที่ไม่แน่นอน ธนาคารอาจคิดเป็นเพียงบางส่วนหรือพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ รายจ่ายและภาระหนี้สินที่มีอยู่ ธนาคารจะตรวจสอบรายจ่ายและหนี้สินทั้งหมดของคุณ เพื่อประเมินว่าหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว คุณจะมีเงินเหลือพอสำหรับการผ่อนบ้านหรือไม่ โดยทั่วไป หลักการคิดจะเป็นดังนี้: เงินเดือน – หนี้สินปัจจุบัน = เงินคงเหลือจากนั้นในเงินคงเหลือ จะประเมินว่า 40% ของจำนวนนี้คือความสามารถในการผ่อนสูงสุด ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นพนักงานใหม่ มีเงินเดือน 20,000 บาท และมีหนี้สินอยู่ 5,000 บาทต่อเดือน เงินคงเหลือของคุณคือ [...]