
31/3/2568 • โดย Homeday
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH: Earthquake Research Center of Thailand) จัดการเสวนา “วิจัยมีคำตอบ ลดตระหนก สร้างตระหนัก สู่ทางรอดภัยแผ่นดินไหว” โดยได้รับเกียรติจากนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิด ซึ่งมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยศาสตราจารย์ ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH: Earthquake Research Center of Thailand) ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์สารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี กล่าวถึง สถานการณ์แผ่นดินไหวขนาด 8.2 ตามมาตราริกเตอร์ บริเวณรอยเลื่อนสะกาย (Sagaing Fault) เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา [...]

25/3/2568 • โดย Homeday
ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติเป็นประธานเปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรน ต้นแบบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ โรงเรียนบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ โดยการดำเนินงานของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ พร้อมกันนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์, นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวต้อนรับ, ดร.ชวนะ ทวีอุทิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนบึงกาฬ กล่าวขอบคุณ, นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวถึงที่มาการจัดตั้งศูนย์ โดยมีผู้บริหารของจังหวัดบึงกาฬร่วมในกิจกรรม ประกอบด้วย นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดบึงกาฬ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ผู้บริหารในส่วนจังหวัดบึงกาฬและคณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. เข้าร่วมในพิธี ณ โรงเรียนบึงกาฬ ต.โนนสมบูรณ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนในจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งถือเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับการพัฒนาจังหวัดที่มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และเป็นโอกาสสำคัญที่จะผลักดันการสร้างเสริมศักยภาพของเยาวชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) การส่งเสริมให้มีการเรียนรู้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ ถือเป็นการเตรียมเยาวชนให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในศตวรรษที่ [...]

18/6/2568 • โดย Homeday
ทำไมไทรเกาหลีจึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับทำรั้ว? ไทรเกาหลีมีลักษณะพุ่มแน่น ใบหนาทึบ ช่วยพรางสายตาจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพการปลูกเป็นแนวต้นไม้รั้วช่วยปรับบรรยากาศให้บ้านดูเย็นสบายและสดชื่นขึ้นกว่าการใช้รั้วปูนหรือเหล็กแบบเดิมนอกจากนี้ ใบไทรเกาหลียังช่วยดักจับฝุ่นละออง PM2.5 และลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดี ขั้นตอนเตรียมต้นและการสั่งซื้อต้นไทรเกาหลี เจ้าของบ้านสามารถเลือกระดับความสูงของต้นไทรได้ตั้งแต่ 1 ถึง 3.5 เมตร ตามความต้องการของพื้นที่ในการคำนวณจำนวนต้นให้เหมาะกับความยาวแนวรั้ว นิยมปลูกต้นละ 3–4 ต้นต่อความยาว 1 เมตร โดยต้นสูง 2.5 เมตร ใช้ประมาณ 3–4 ต้นต่อเมตรทางฟาร์มจะให้บริการจัดส่งและปลูกครบวงจร รวมค่าต้นไม้ ค่าแรงปลูก ดินปลูกที่เหมาะสม และค่าขนส่งให้เรียบร้อย ขั้นตอนปลูกและดูแลไทรเกาหลีให้แตกยอดแน่น ทีมงานจะตีเส้นแนวปลูกและขุดหลุมตรงตำแหน่งที่เหมาะสม โดยเว้นระยะห่างจากกำแพงบ้านประมาณ 30–50 เซนติเมตรก่อนปลูกให้รองก้นหลุมด้วยดินปลูกคุณภาพสูง เพื่อกระตุ้นการเจริญของรากและช่วยยึดต้นให้แข็งแรงหลังวางต้นลงในหลุม ต้องกลบดินเดิมและดินปลูกให้แน่น จากนั้นรดน้ำทันทีเพื่อให้ดินยึดรากและลดการเคลื่อนตัวของต้น ประโยชน์ของรั้วต้นไทรเกาหลีที่คุณอาจไม่รู้ การจัดแนวไทรเกาหลีรอบบ้านนอกจากจะสร้างความเป็นส่วนตัว ยังช่วยบังลม ลดฝุ่น และลดเสียงรบกวนได้ไทรเกาหลีเป็นไม้กลางแจ้งที่ทนทานต่อแดดและฝน ดูแลง่าย ไม่ต้องตัดแต่งบ่อยครั้ง แค่รดน้ำวันละครั้งก็เพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตทั่วไปตามหลักโหราศาสตร์ไทย ไทรเกาหลีถือว่าเป็นไม้มงคล ช่วยเสริมความร่มเย็นและความเป็นสิริมงคลให้บ้าน ข้อควรระวังในการปลูกไทรเกาหลีทำรั้ว ระบบรากฝอยของไทรเกาหลีอาจแผ่ขยายและทำลายโครงสร้างกำแพงหรือท่อใต้ดินหากปลูกใกล้มากเกินไปควรติดตั้งบาริเออร์กั้นรากหรือปลูกในกระถางขนาดใหญ่เพื่อจำกัดการกระจายของรากไปยังโครงสร้างสำคัญการตัดแต่งกิ่งและรากควรทำอย่างสม่ำเสมอ (ทุก 8–10 ปี) เพื่อลดปัญหารากรุกล้ำและควบคุมรูปทรงให้สวยงาม สรุป ไทรเกาหลีเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับทำรั้วต้นไม้ [...]

26/2/2568 • โดย Homeday
รศ.ดร.รณพีร์ ชัยเชาวรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬา เปิดห้องแล็บ โชว์หุ่นยนต์ต้นแบบ Wheelchair Exoskeleton สำหรับผู้สูงอายุและผู้มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว ให้สามารถขยับลุกจากการนั่งวีลแชร์ มายืนและเดินได้ในหุ่นยนต์ตัวเดียว รองศาสตราจารย์ ดร.รณพีร์ ชัยเชาวรัตน์ อาจารย์จากสำนักบริหารหลักสูตรวิศวกรรมนานาชาติ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงแนวคิดในการสร้าง “ห้องปฏิบัติการหุ่นยนต์” ว่า “นี่เป็น Alternative Solution ของการศึกษา ผมสร้างห้องแล็บและสิ่งแวดล้อมที่มีเครื่องมือให้นิสิตได้ประกอบหุ่นยนต์ในเวลาว่างจากการเรียน เราเน้น “Proof of Concept” คือนิสิตต้องนำเสนอแนวคิดที่อยากทำในที่ประชุม แล้วค่อยทดลองทำ ก่อนที่จะนำนวัตกรรมไปทดสอบกับผู้ใช้งานจริง” รศ.ดร.รณพีร์ ชัยเชาวรัตน์ทดลองสวมใส่ Wheelchair Exoskeleton “ผมอยากประดิษฐ์วีลแชร์ที่เดินได้ วีลแชร์ปกติเคลื่อนที่ได้ตามทางปกติเท่านั้น แต่ขึ้นรถเมล์ไม่ได้ ขึ้นลงบันไดไม่ได้ ผมเลยมองว่าถ้าวีลแชร์สามารถพับขึ้นมาแล้วช่วยให้ผู้นั่ง ลุกขึ้นมาเดินได้ ก็จะทำให้ผู้ที่มีปัญหาทางการเคลื่อนไหวเดินได้สะดวกขึ้น” รศ.ดร.รณพีร์กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการประดิษฐ์นวัตกรรม ซึ่งถือได้ว่าเป็นหุ่นยนต์ Wheelchair Exoskeleton ตัวแรกของโลกที่สร้างโดยฝีมือคนไทย หุ่นยนต์ตัวนี้ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักการวิจัยแห่งชาติในปี พ.ศ. 2564 – 2565 และล่าสุด ได้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในโครงการรางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ จังหวัดกระบี่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ จัดการแสดงโดรนแปรอักษรส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายในกิจกรรมเทศกาล 153 ปี กระบี่เบิกฟ้า ยลเมืองศิลป์ วิถีถิ่นชุมชน พร้อมส่งกำลังใจให้คนไทยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดการแสดงโดรน พร้อมด้วย นายสุวิทย์ สุริยะวงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวขอบคุณ, นายโกมาต แป้นเกิด สํานักงานวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่, นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ และคณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. เข้าร่วมพิธี ณ ลานประติมากรรมปูดำ จ.กระบี่ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวแสดงความยินดีในโอกาส 153 ปี ของจังหวัดกระบี่ และการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีโดรนมาส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และภาคประชาชนเป็นจำนวนมาก เป็นการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับการท่องเที่ยวของจังหวัด การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโดรนในด้านการท่องเที่ยว ได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมทั้ง การนำเสนอภาพความงดงามและเอกลักษณ์ของจังหวัดกระบี่ในมุมมองใหม่ ๆ [...]

11/3/2568 • โดย Homeday
ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดร.พงศธร ประภักรางกูล รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) และ ดร.ณัฐพงค์ จันจุฬา นักวิจัย ศนก. ร่วมแสดงความยินดีในพิธีเปิด “ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว” โดยการสนับสนุนของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ โดยมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานกรรมการบริหารวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี โอกาสนี้ วว. ได้นำเสนอโครงการการถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตพืชกลุ่มกระเจียวเพื่อยกระดับการใช้ไม้ดอกฝั่งอ่าวไทย เพื่อขอรับการสนับสนุนและคำแนะนำจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิจาก วช. เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2568 ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

1/4/2568 • โดย Homeday
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สวทช. นำทีมวิจัยนโยบาย ทีมสื่อสารการตลาด อวท. และทีมประชาสัมพันธ์ สวทช. เข้ารับรางวัลนวัตกรรมการสื่อสารสร้างสรรค์ Commu Max Competition รางวัลนี้จัดขึ้นภายใต้โครงการต่อยอดแซนด์บ็อกซ์นวัตกรรมการสื่อสารสำหรับนโยบายภาครัฐ (ระยะที่ 2) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และดำเนินโครงการโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำหรับปีนี้ สวทช. คว้า 2 รางวัล จากการผลิตสื่อสร้างสรรค์คลิปวิดีโอสั้น ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ การสร้างการเข้าถึงดีเด่น (Outstanding Engagement Excellence Award) จากผลงาน “ธนาคารอาหารของประเทศไทย (Thailand’s Food Bank)” และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การสื่อสารผลงานวิจัยดีเด่น (Outstanding Research Communication Award) จากผลงาน “Innovation Grows@TSP” รางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ สวทช. [...]

26/3/2568 • โดย Homeday
อว. สนับสนุน กระทรวงกลาโหม นำสมรรถนะของบุคลากรวิจัยจากหน่วยงานวิจัยและสถาบันการศึกษา พัฒนานวัตกรรมด้วยงานวิจัยและพัฒนา เพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคงและด้านความปลอดภัยของประเทศ วันที่ 24 มีนาคม 2568 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ร่วมกับ กระทรวงกลาโหมโดย กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม จัดงาน นิทรรศการความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาเพื่อความมั่นคง” โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก ไตรศักดิ์ อินทรรัสมี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวรายงาน, พลโท อัฐพงศ์ พิชญาภรณ์ เจ้ากรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม กล่าวต้อนรับ พร้อมกันนี้ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะทำงานแผนงานการวิจัยและพัฒนาเพื่อดำรงสภาพยุทธโธปกรณ์ฯ วช. เข้าร่วมงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของ อว. และกระทรวงกลาโหม คณะนักวิจัย คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมงาน ณ [...]

21/5/2568 • โดย Homeday
ปัญหากลิ่นอับชื้นของเสื้อผ้าเป็นสิ่งที่หลายคนเผชิญโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่อากาศมีความชื้นสูง ซึ่งทำให้การตากผ้าในที่ร่มหรือในห้องที่ไม่มีแสงแดดส่องถึงกลายเป็นความจำเป็น น้ำยาปรับผ้านุ่มจึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม นอกจากจะช่วยให้เนื้อผ้านุ่มสบายแล้ว ยังมีคุณสมบัติสำคัญในการขจัดกลิ่นอับชื้น ปกป้องเส้นใยผ้า และมอบกลิ่นหอมที่ติดทนนาน ปัจจุบันมีน้ำยาปรับผ้านุ่มหลากหลายสูตรให้เลือกใช้ ทั้งสูตรมาตรฐานทั่วไป และสูตรเข้มข้นพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับตากในที่ร่มโดยเฉพาะ ซึ่งมีความเข้มข้นมากกว่าสูตรธรรมดาถึง 4-6 เท่า ช่วยปกป้องกลิ่นอับจากการตากในที่ร่มและต่อต้านกลิ่นอับได้ตลอดวัน การเลือกน้ำยาปรับผ้านุ่มที่เหมาะกับความต้องการนั้น ควรพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ประสิทธิภาพในการขจัดกลิ่นอับ ระดับความเข้มข้น กลิ่นหอมที่ติดทนนาน รวมถึงเทคโนโลยีพิเศษที่แต่ละผลิตภัณฑ์นำเสนอ เช่น แคปซูลน้ำหอม สารต้านแบคทีเรีย หรือส่วนผสมจากธรรมชาติที่อ่อนโยนต่อผิว บทความนี้จะแนะนำน้ำยาปรับผ้านุ่มยอดนิยม 10 ยี่ห้อในปี 2025 ที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดกลิ่นอับและมอบความหอมยาวนาน เพื่อให้คุณสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการและสภาพแวดล้อมในการซักผ้าของคุณมากที่สุด #น้ำยาปรับผ้านุ่ม #ลดกลิ่นอับ #กลิ่นหอมนาน #ผ้านุ่ม #น้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้น #น้ำยาปรับผ้านุ่มตากในร่ม #กลิ่นดอกไม้ #น้ำยาหอมติดทนนาน #ขจัดกลิ่นอับชื้น #ถนอมเส้นใยผ้า

13/4/2567 • โดย Homeday
นายธศพงศ์ รังควร ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับนางอังศุมาลิน ฟอร์ดแฮม หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ วีซ่า ออกแคมเปญพิเศษสำหรับสมาชิกนักเดินทาง เนื่องจากยอดรวมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต เคทีซีในต่างประเทศช่วงเดือนเมษายน – เดือนมิถุนายนของทุกปีจะสู

13/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกถั่วเป็นหนึ่งในกิจกรรมการเกษตรที่สำคัญและมีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทย ถั่วเป็นพืชตระกูลที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม และยังมีความสามารถในการปรับปรุงคุณภาพดินผ่านการตรึงไนโตรเจนจากอากาศ การเลือกปลูกถั่วชนิดต่างๆ ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างอาชีพให้กับเกษตรกร แต่ยังเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า การเลือกชนิดถั่วที่เหมาะสมกับพื้นที่ ถั่วแดงหลวง: พืชทดแทนที่มีประวัติศาสตร์ ถั่วแดงหลวงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Phaseolus vulgaris L. เป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นคล้ายกับต้นถั่วเหลือง ความสูงประมาณ 40-65 เซนติเมตร ถั่วชนิดนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะคือเมล็ดจะเปลี่ยนสีตามอายุ เริ่มจากสีขาว เปลี่ยนเป็นสีเขียว และเมื่อแก่เต็มที่จะกลายเป็นสีแดงเข้ม พันธุ์ที่แนะนำสำหรับการปลูกคือ พันธุ์หมอกจ๋าม และสายพันธุ์ใหม่ที่อยู่ระหว่างการทดสอบ ถั่วอะซูกิ: สมบัติจากแดนอาทิตย์อุทัย ถั่วอะซูกิ (Vigna angularis) เป็นพืชล้มลุกฤดูเดียวที่มีต้นแข็งแรง ความสูงประมาณ 20-25 เซนติเมตร เมล็ดมีทรงกลม สีแดงสด และตาสีขาว ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่แยกแยะได้ง่าย ถั่วอะซูกิพันธุ์ปางดะเป็นพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาโดยเฉพาะสำหรับสภาพอากาศของประเทศไทย โดยใช้เวลาในการเพาะปลูกประมาณ 80-100 วันหลังปลูก ถั่วขาว: ทางเลือกใหม่สำหรับพื้นที่สูง ถั่วขาว (Phaseolus vulgalis Linn.) เป็นไม้ล้มลุกอายุฤดูเดียวที่มีลำต้นเป็นทรงพุ่มเตี้ยรูปปิรามิด ความสูงประมาณ 8-15 เซนติเมตร ถั่วขาวมีขนาดเมล็ดเล็กกว่าถั่วแดงและมีทรงกลม พันธุ์ปางดะ 2 [...]

21/3/2568 • โดย Homeday
ข้าวเป็นอาหารหลักที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิตของคนไทยและประชากรส่วนใหญ่ในเอเชีย ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่น่าทึ่ง ข้าวไม่เพียงแต่เป็นแหล่งพลังงานหลักเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพที่น่าประหลาดใจอีกมากมาย คุณค่าทางโภชนาการที่น่าอัศจรรย์ของข้าว พลังงานและสารอาหารหลัก ข้าวเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่สำคัญ ให้พลังงานสูงและสารอาหารจำเป็นต่อร่างกาย ประกอบด้วยวิตามินบี โปรตีน เส้นใย และแร่ธาตุสำคัญต่างๆ ที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบร่างกาย 15 ประโยชน์สุดล้ำของข้าวต่อสุขภาพ พลังงานเต็มรูปแบบ ข้าวเป็นแหล่งพลังงานหลักที่ร่างกายสามารถย่อยและดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเติมพลังงานให้กับร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะข้าวขาวและข้าวกล้องที่ให้คาร์โบไฮเดรตคุณภาพ ระบบย่อยอาหารที่สมบูรณ์ เส้นใยในข้าวช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร ป้องกันท้องผูก และช่วยขับถ่ายได้อย่างราบรื่น ข้าวกล้องมีเส้นใยสูงกว่าข้าวขาวอย่างมีนัยสำคัญ ควบคุมน้ำหนัก ข้าวกล้องช่วยควบคุมน้ำหนักได้อย่างดี เนื่องจากมีเส้นใยสูง ทำให้อิ่มนาน และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน สารต้านอนุมูลอิสระในข้าวช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ป้องกันโรคติดเชื้อและลดการอักเสบเรื้อรัง บำรุงหัวใจ ข้าวกล้องมีกรดไขมันที่ดีต่อหัวใจ ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดร้าย และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ ต้านการอักเสบ สารประกอบฟีนอลิกในข้าวช่วยต้านการอักเสบของเซลล์ ลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่างๆ บำรุงสมอง วิตามินบีในข้าวช่วยบำรุงสมอง เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบประสาท และช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม ควบคุมระดับน้ำตาล ดัชนีน้ำตาลต่ำในข้าวกล้องช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน บำรุงผิวพรรณ สารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินในข้าวช่วยชะลอวัย ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง กระชับ และดูอ่อนเยาว์ เสริมสร้างกระดูก แคลเซียมและแมกนีเซียมในข้าวช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ป้องกันโรคกระดูกพรุน ลดความเครียด [...]