
4/3/2568 • โดย Homeday
ได้เวลาของคนรักต้นไม้ ชวนช้อปชิวๆ “TREE MARKET HUAHIN” อากาศดีแบบนี้ มาช้อปไม้ประดับไปตกแต่งสวนกันรวมทุกอย่างไว้เพื่อคนรักต้นไม้ ต้นไม้ ปุ๋ยยา กระถาง เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งสวน จัดจำหน่ายในราคาไม่แพง มีให้เลือกซื้อหลากหลายสไตล์ เดินกันแบบเพลินๆพื้นที่ปลอดโปร่ง มีให้เลือกซื้อหลากหลายสไตล์ เดินกันแบบเพลินๆพื้นที่ปลอดโปร่ง งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 13 มี.ค. 2568 นี้ บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน

25/5/2568 • โดย Homeday
ต้นกวักมรกตเป็นต้นไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนรักต้นไม้ทั้งใน และนอกประเทศ เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่ดูแลง่าย ทนแล้ง และมีประโยชน์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการฟอกอากาศ นำพาความมงคล และเป็นไม้ประดับที่สวยงาม การขยายพันธุ์ต้นกวักมรกตสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการชำกิ่ง การชำใบ และการแยกหน่อ โดยแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียและระยะเวลาในการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน กวักมรกตคืออะไรและมีลักษณะพิเศษอย่างไร? ต้นกวักมรกต มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Zamioculcas zamiifolia และมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า ZZ Plant หรือ Zanzibar Gem เป็นต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกาตะวันออก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศแห้งแล้ง ต้นกวักมรกตจัดอยู่ในวงศ์ Araceae และมีอายุโดยเฉลี่ยประมาณ 2-5 ปี ลักษณะเด่นของต้นกวักมรกตคือมีหัวใต้ดินสีน้ำตาลอ่อนที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งสะสมน้ำและสารอาหาร ใบจะเรียงตัวแบบขนนกประมาณ 6-8 คู่ หรือราว 12-18 ใบต่อกิ่ง ใบมีลักษณะหนาอวบน้ำ สีเขียวเข้ม ผิวใบเป็นมันวาว ทรงรูปไข่ปลายเรียว โคนมน และขอบใบเรียบ ความสูงของลำต้นจะอยู่ที่ประมาณ 0.5-1 เมตร และสามารถผลิใบได้ตลอดทั้งปี แต่จะเจริญเติบโตค่อนข้างช้า ในช่วงกลางฤดูร้อนต้นกวักมรกตจะออกดอกสีเหลืองนวล ที่มีลักษณะคล้ายดอกหน้าวัว เหตุใดต้นกวักมรกตจึงถือเป็นต้นไม้มงคล? ในด้านความเชื่อและวัฒนธรรม ต้นกวักมรกตถือเป็นต้นไม้มงคลที่มีความหมายพิเศษในหลายแง่มุม ตามหลักฮวงจุ้ยและวาสตุศาสตร์ [...]

16/6/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่การดูแลสุขภาพและการใช้ชีวิตในร่มเป็นเรื่องสำคัญ ต้นยางอินเดียหรือ Ficus elastica ได้กลายเป็นหนึ่งในต้นไม้ประดับในร่มที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นทั้งในด้านความสวยงาม การดูแลที่ง่าย และประโยชน์ต่อสุขภาพ ทำให้ต้นไม้ชนิดนี้เป็นตัวเลือกแรกของคนรักต้นไม้ทั่วโลก ต้นกำเนิดและประวัติศาสตร์ของต้นยางอินเดีย ต้นยางอินเดียมีต้นกำเนิดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพบได้ในหลายประเทศ รวมถึงอินเดีย เนปาล จีน พม่า และมาเลเซีย ในธรรมชาติ ต้นไม้ชนิดนี้สามารถเติบโตได้สูงถึง 30-50 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นได้ถึง 2 เมตร ชื่อ “ยางอินเดีย” มาจากน้ำยางสีขาวที่ไหลออกมาจากลำต้นและใบ ซึ่งในอดีตเคยถูกนำมาใช้ในการผลิตยางธรรมชาติ แม้ว่าปัจจุบันจะไม่ได้ใช้เพื่อการผลิตยางเชิงพาณิชย์แล้ว แต่ชื่อนี้ยังคงติดตามมาจนถึงทุกวันนี้ สายพันธุ์ยอดนิยมที่ควรรู้จัก สายพันธุ์คลาสสิก Ficus elastica ‘Robusta’ เป็นสายพันธุ์ที่นิยมมากที่สุด มีใบสีเขียวเข้มมันวาว ลำต้นแข็งแรง และดูแลง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเลี้ยงต้นไม้เป็นอย่างยิ่ง Ficus elastica ‘Decora’ มีใบขนาดใหญ่กว่า Robusta ทำให้ดูโดดเด่นและเป็นจุดสนใจในห้อง เหมาะสำหรับการตั้งเป็นต้นไม้หลักในมุมต่างๆ ของบ้าน สายพันธุ์สีสันสวยงาม Ficus elastica ‘Burgundy’ หรือ ‘Black Prince’ [...]

4/4/2566 • โดย Homeday
8 ตลาดต้นไม้ธัญศิริ คลอง 6 มาตอบโจทย์คนชอบต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้มงคลกันบ้างค่ะ “ตลาดต้นไม้ธัญศิริ คลอง 6” เรียกว่าเป็นศูนย์รวมต้นไม้ใหญ่นานาชนิด รวมถึงต้นไม้หายาก ต้นไม้มงคล สำหรับใค

18/6/2568 • โดย Homeday
พื้นที่ในการจัดสวนที่บ้านมีจำกัดไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไปสำหรับคนรักต้นไม้ เพราะการปลูกพืชแขวนจะช่วยให้เราใช้พื้นที่แนวตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเพิ่มความสวยงามและสีเขียวให้กับบ้าน พืชแขวนไม่เพียงแต่ประหยัดพื้นที่เท่านั้น แต่ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศและส่งผลดีต่อสุขภาพจิตใจอีกด้วย พืชแขวนคืออะไรและทำไมถึงได้รับความนิยม พืชแขวนหรือ Hanging Plants เป็นพืชที่มีลักษณะการเจริญเติบโตแบบห้อยลงมาหรือเลื้อยยาว เหมาะสำหรับการปลูกในกระถางแขวนหรือตะกร้าแขวน ความนิยมของพืชแขวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากสามารถใช้พื้นที่แนวตั้งได้อย่างคุ้มค่า ทำให้แม้บ้านที่มีพื้นที่จำกัดก็สามารถมีมุมสีเขียวได้ การปลูกพืชแขวนช่วยสร้างมิติให้กับพื้นที่ทำให้ห้องดูกว้างขวางและน่าอยู่มากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศและฟอกอากาศภายในบ้านได้อีกด้วย ประโยชน์ของการปลูกพืชแขวนในบ้าน ประโยชน์ต่อสุขภาพกายและใจ การปลูกพืชแขวนในบ้านมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการช่วยลดความเครียดและปรับปรุงสภาพจิตใจ การศึกษาพบว่าการอยู่ร่วมกับพืชสีเขียวช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดคอร์ติซอลได้อย่างมีนัยสำคัญ พืชแขวนยังช่วยเพิ่มความสามารถในการจดจ่อและสมาธิ ทำให้การทำงานหรือเรียนหนังสือมีประสิทธิภาพมากขึ้น สีเขียวของใบไม้ส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจ ช่วยให้มองโลกในแง่บวกและลดความดันโลหิตได้ การฟอกอากาศและปรับปรุงคุณภาพอากาศ พืชแขวนทำหน้าที่เป็นเครื่องฟอกอากาศตามธรรมชาติที่ช่วยกรองสารพิษและฝุ่นละอองต่างๆ การศึกษาพบว่าพืชชั้นนำเช่น โปโทสและแมงมุม สามารถลดมลพิษในอากาศภายในได้ถึง 50% พืชเหล่านี้ช่วยดูดซับสารพิษต่างๆ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน และไซลีน ที่มักพบในบ้านจากเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้าง ใบของพืชแขวนยังทำหน้าที่ดักจับฝุ่นและสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ ทำให้อากาศในบ้านสะอาดขึ้น วิธีการเลือกพืชแขวนที่เหมาะสม การพิจารณาแสงแดดและสภาพแวดล้อม การเลือกพืชแขวนควรพิจารณาปริมาณแสงแดดที่ตำแหน่งจะได้รับ พืชแขวนสำหรับที่แสงแดดจัดต้องการแสงแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน ในขณะที่พืชสำหรับแสงแดดรำไรต้องการแสงแดดน้อยกว่า 4 ชั่วโมง สำหรับพื้นที่ในร่มหรือระเบียงที่แสงแดดจำกัด ควรเลือกพืชที่ทนแสงแดดรำไรได้ดี เช่น โปโทส หรือฟิโลเดนดรอน ส่วนพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดเต็มวันเหมาะสำหรับพืชอวบน้ำและพืชดอกไม้ การเลือกกระถางและวัสดุปลูก ขนาดของกระถางมีความสำคัญมาก [...]

26/5/2568 • โดย Homeday
แคคตัสหรือกระบองเพชรได้กลายเป็นต้นไม้ยอดนิยมที่ครองใจคนรักต้นไม้ทั่วโลก ด้วยรูปทรงที่น่ารักและการดูแลที่ไม่ยุ่งยาก แต่เบื้องหลังความน่ารักนั้นยังซ่อนความลับมากมายที่อาจทำให้คุณต้องประหลาดใจ จากการปรับตัวอันชาญฉลาดในการอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย ไปจนถึงการใช้ประโยชน์ในรูปแบบที่คาดไม่ถึง ความลับเหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าใจและดูแลแคคตัสได้ดียิ่งขึ้น ความลับแรกที่หลายคนอาจไม่รู้คือที่มาของคำว่า “แคคตัส” นั้นมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ คำว่า Cactus มาจากภาษากรีกว่า “คักโตส” (Kaktos) ซึ่งชาวกรีกโบราณใช้เรียกพืชที่มีหนามแหลม โดยเฉพาะหัวอาร์ติโช้กของสเปน แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วพืชทั้งสองชนิดจะเป็นคนละสายพันธุ์และแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังมีแหล่งข้อมูลจากพจนานุกรมนิรุกติศาสตร์ที่ระบุว่า Cactus อาจมาจากคำภาษาละตินว่า “Cardoon” ที่หมายถึงพืชป่าลักษณะคล้ายอาร์ติโช้ก จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1769 เมื่อคาโรลุส ลินเนียส นักพฤกษศาสตร์ชาวสวีเดน ได้นำคำว่า Cactus มาใช้เรียกต้นกระบองเพชรอเมริกันที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน และในภาษาอังกฤษ รูปพหูพจน์ของแคคตัสคือ Cacti แคคตัสปรับตัวอย่างไรให้อยู่รอดในทะเลทราย? ทะเลทรายเป็นแหล่งกำเนิดดั้งเดิมของแคคตัส ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งและมีน้ำฝนน้อย เพื่อความอยู่รอด แคคตัสจึงพัฒนาระบบรากตื้นที่มีความลึกเพียง 1.3 เซนติเมตรเท่านั้น ระบบรากแบบนี้ช่วยให้แคคตัสสามารถดูดซับน้ำได้อย่างรวดเร็วในปริมาณมากที่สุดเมื่อมีฝนตก จากนั้นจะเก็บน้ำไว้ในลำต้นที่อวบน้ำเพื่อใช้ในยามขาดแคลน การปรับตัวของแคคตัสไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ระบบราก แต่ยังรวมถึงการพัฒนาโครงสร้างต่างๆ เพื่อการอยู่รอด เช่น การสร้างชั้นเหมือนไขปกคลุมผิวลำต้น การมีปากใบจำนวนน้อย และรูปทรงกลมที่ช่วยลดการสูญเสียน้ำ นอกจากนี้ยังมีเนื้อเยื่อพิเศษในลำต้นที่มีลักษณะเหมือนฟองน้ำสำหรับเก็บน้ำ ทำไมแคคตัสถึงเปิดปากใบเฉพาะกลางคืน? หนึ่งในความลับที่น่าทึ่งของแคคตัสคือการที่พวกมันเปิดปากใบเฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากพืชส่วนใหญ่ที่เปิดปากใบตอนกลางวันเพื่อสังเคราะห์แสง ปกติแล้วการเปิดปากใบในเวลากลางวันจะทำให้เกิดการคายน้ำในปริมาณมาก ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับพืชที่อาศัยในสภาพแวดล้อมแห้งแล้ง [...]

9/6/2568 • โดย Homeday
ต้นดราเซียน่าเป็นพืชประดับที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในวงการคนรักต้นไม้ เนื่องจากมีลักษณะใบที่สวยงาม สามารถปลูกได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง รวมถึงมีความเชื่อเรื่องมงคลที่ถูกใจคนไทย พืชสกุลนี้มีความหลากหลายทางพันธุกรรมมากถึงกว่า 170 สายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้ปลูกสามารถเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่และรสนิยมของตนเองได้ ต้นดราเซียน่าคืออะไร และมีลักษณะเด่นอย่างไร? ดราเซียน่า หรือ Dracaena เป็นสกุลพืชที่มีกว่า 120 สายพันธุ์ของต้นไม้และไม้พุ่มที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา เอเชียใต้ และออสเตรเลียเหนือ ชื่อของพืชนี้มาจากคำภาษากรีกโบราณ “drakaina” หรือ “มังกรเมีย” เนื่องจากมียางสีแดงคล้ายเลือดมังกรในลำต้น ลักษณะเด่นของต้นดราเซียน่าอยู่ที่ใบ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นใบเรียวยาวรูปหอกปลายแหลม ลำต้นมีลักษณะเป็นข้อปล้องคล้ายต้นอ้อย บางชนิดสามารถมีดอกออกเป็นพุ่มกลม และเป็นต้นไม้ที่เชื่อว่าปลูกแล้วจะเป็นมงคล พืชกลุ่มนี้จัดอยู่ในวงศ์หน่วงไผ่ (Asparagaceae) เช่นเดียวกับต้นหน่วย และต้นโฮสต้า ต้นดราเซียน่ามีขนาดที่หลากหลาย ตั้งแต่ไม้พุ่มเตี้ยที่สูงไม่ถึง 2 ฟุต ไปจนถึงต้นไม้ใหญ่ที่สูงได้มากกว่า 20 ฟุตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การออกดอกของดราเซียน่าเป็นเรื่องหายากในการปลูกในร่ม แต่เมื่อปลูกกลางแจ้งหรือเมื่อต้นโตเต็มที่ อาจมีดอกเล็กๆ สีขาวหรือเหลือง ออกเป็นกลุ่มพร้อมกลิ่นหอม สายพันธุ์ดราเซียน่าไหนบ้างที่เหมาะสำหรับคนรักต้นไม้? ต้นวาสนาอธิษฐาน – สายพันธุ์มงคลยอดนิยม ต้นวาสนาอธิษฐาน (Dracaena fragrans ‘Massangeana’) เป็นไม้พุ่มขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมมากในหมู่คนไทย เป็นต้นไม้มงคลที่เชื่อว่าถ้าออกดอกจะทำให้ผู้ปลูกและครอบครัวมีโชคลาภ [...]

9/6/2568 • โดย Homeday
ทิลแลนด์เซียเป็นต้นไม้รากอากาศที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในการตกแต่งบ้านและสวน เนื่องจากสามารถเจริญเติบโตได้โดยไม่ต้องใช้ดิน ทำให้การดูแลรักษาง่ายและเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลามาก พืชชนิดนี้มีมากกว่า 500 สายพันธุ์ทั่วโลกและจัดอยู่ในวงศ์เดียวกับสับปะรดสี ด้วยความสามารถพิเศษในการดูดซับอาหารและความชื้นจากอากาศผ่านรากและใบ ทิลแลนด์เซียจึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนรักต้นไม้ที่ต้องการความสวยงามแต่ไม่ต้องการความยุ่งยากในการดูแล ลักษณะเฉพาะของทิลแลนด์เซียที่แตกต่างจากไม้ทั่วไป ทิลแลนด์เซียเป็นพืชอิงอาศัยที่มีคุณสมบัติพิเศษในการดำรงชีพโดยไม่ต้องพึ่งพาดิน3 พืชชนิดนี้ใช้รากเพียงเพื่อเกาะยึดกับต้นไม้ใหญ่ กิ่งไม้ โขดหิน หรือวัสดุอื่นๆ แต่ไม่ได้แย่งอาหารจากพืชที่เป็นเจ้าบ้าน จุดเด่นที่สำคัญของทิลแลนด์เซียคือการมีโครงสร้างพิเศษที่เรียกว่า “ไทรโคม” (Trichome) ซึ่งเป็นขนเล็กๆ สีขาวหรือสีเงินที่ปกคลุมใบและลำต้น ไทรโคมมีลักษณะแบน บาง คล้ายปีกหรือเกล็ดที่ล้อมรอบช่องดูดซับ ทำหน้าที่ดูดซับละอองน้ำและแร่ธาตุต่างๆ จากอากาศเข้าสู่ใบและลำต้น นอกจากการหาอาหารแล้ว ไทรโคมยังช่วยสะท้อนแสงและป้องกันการสูญเสียน้ำจากแสงแดดโดยตรง ลม หรือพื้นที่ที่มีอากาศแห้ง โครงสร้างพิเศษนี้ทำให้ทิลแลนด์เซียสามารถปรับตัวและทนแล้งได้เป็นอย่างดี วิธีการปลูกและดูแลทิลแลนด์เซียอย่างถูกต้อง การปลูกทิลแลนด์เซียไม่ต้องการดินหรือปุ๋ย เพียงแค่จับพันกับต้นไม้ใหญ่ พันกับลวด หรือนำไปเกาะขอนไม้ก็สามารถเจริญเติบโตได้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดในการปลูกคือแสงแดด ควรปลูกในบริเวณที่มีแสงแดดรำไรหรือแสงแดดอ่อนๆ ประมาณ 50-70% หากโดนแดดจัดหรือแดดแรงๆ อาจทำให้ใบไหม้ได้ สำหรับการรดน้ำ มีหลายวิธีที่สามารถเลือกใช้ได้ วิธีแรกคือการพ่นละอองน้ำ 1-2 วันต่อครั้ง วิธีที่สองคือการแช่ในน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ประมาณ 20 นาที แล้วนำขึ้นมาสะบัดน้ำส่วนเกินออก สำหรับการปลูกในห้อง แค่รดน้ำให้ทิลแลนด์เซีย [...]

18/6/2568 • โดย Homeday
ทำไมไทรเกาหลีจึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับทำรั้ว? ไทรเกาหลีมีลักษณะพุ่มแน่น ใบหนาทึบ ช่วยพรางสายตาจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพการปลูกเป็นแนวต้นไม้รั้วช่วยปรับบรรยากาศให้บ้านดูเย็นสบายและสดชื่นขึ้นกว่าการใช้รั้วปูนหรือเหล็กแบบเดิมนอกจากนี้ ใบไทรเกาหลียังช่วยดักจับฝุ่นละออง PM2.5 และลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดี ขั้นตอนเตรียมต้นและการสั่งซื้อต้นไทรเกาหลี เจ้าของบ้านสามารถเลือกระดับความสูงของต้นไทรได้ตั้งแต่ 1 ถึง 3.5 เมตร ตามความต้องการของพื้นที่ในการคำนวณจำนวนต้นให้เหมาะกับความยาวแนวรั้ว นิยมปลูกต้นละ 3–4 ต้นต่อความยาว 1 เมตร โดยต้นสูง 2.5 เมตร ใช้ประมาณ 3–4 ต้นต่อเมตรทางฟาร์มจะให้บริการจัดส่งและปลูกครบวงจร รวมค่าต้นไม้ ค่าแรงปลูก ดินปลูกที่เหมาะสม และค่าขนส่งให้เรียบร้อย ขั้นตอนปลูกและดูแลไทรเกาหลีให้แตกยอดแน่น ทีมงานจะตีเส้นแนวปลูกและขุดหลุมตรงตำแหน่งที่เหมาะสม โดยเว้นระยะห่างจากกำแพงบ้านประมาณ 30–50 เซนติเมตรก่อนปลูกให้รองก้นหลุมด้วยดินปลูกคุณภาพสูง เพื่อกระตุ้นการเจริญของรากและช่วยยึดต้นให้แข็งแรงหลังวางต้นลงในหลุม ต้องกลบดินเดิมและดินปลูกให้แน่น จากนั้นรดน้ำทันทีเพื่อให้ดินยึดรากและลดการเคลื่อนตัวของต้น ประโยชน์ของรั้วต้นไทรเกาหลีที่คุณอาจไม่รู้ การจัดแนวไทรเกาหลีรอบบ้านนอกจากจะสร้างความเป็นส่วนตัว ยังช่วยบังลม ลดฝุ่น และลดเสียงรบกวนได้ไทรเกาหลีเป็นไม้กลางแจ้งที่ทนทานต่อแดดและฝน ดูแลง่าย ไม่ต้องตัดแต่งบ่อยครั้ง แค่รดน้ำวันละครั้งก็เพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตทั่วไปตามหลักโหราศาสตร์ไทย ไทรเกาหลีถือว่าเป็นไม้มงคล ช่วยเสริมความร่มเย็นและความเป็นสิริมงคลให้บ้าน ข้อควรระวังในการปลูกไทรเกาหลีทำรั้ว ระบบรากฝอยของไทรเกาหลีอาจแผ่ขยายและทำลายโครงสร้างกำแพงหรือท่อใต้ดินหากปลูกใกล้มากเกินไปควรติดตั้งบาริเออร์กั้นรากหรือปลูกในกระถางขนาดใหญ่เพื่อจำกัดการกระจายของรากไปยังโครงสร้างสำคัญการตัดแต่งกิ่งและรากควรทำอย่างสม่ำเสมอ (ทุก 8–10 ปี) เพื่อลดปัญหารากรุกล้ำและควบคุมรูปทรงให้สวยงาม สรุป ไทรเกาหลีเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับทำรั้วต้นไม้ [...]

6/7/2569 • โดย Homeday
ศุภาลัยสานต่อ ‘ป่าสร้างสุข’ ปีที่ 5 ขยายพื้นที่สีเขียวสู่พุทธมณฑลสาย 4 พร้อมปลูกต้นไม้รวมกว่า 2,000 ต้น รวมยอดสะสมทะลุ 14,000 ต้น มุ่งฟื้นฟูระบบนิเวศและสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนากับสิ่งแวดล้อม