กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

15/3/2568 • โดย Homeday
การซื้อที่ดินติดภูเขาเป็นการลงทุนที่น่าสนใจและท้าทาย ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้ได้พื้นที่ที่มีศักยภาพและปลอดภัย บทความนี้จะแนะนำข้อมูลสำคัญที่นักลงทุนควรทราบก่อนตัดสินใจซื้อที่ดินในบริเวณภูเขา ความท้าทายทางภูมิประเทศและสภาพแวดล้อม การซื้อที่ดินติดภูเขามีความซับซ้อนมากกว่าการซื้อที่ดินทั่วไป เนื่องจากภูมิประเทศที่มีความลาดชันและสภาพแวดล้อมที่เฉพาะตัว นักลงทุนต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการ: การวิเคราะห์สภาพพื้นที่ การสำรวจสภาพภูมิประเทศอย่างละเอียดเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ต้องตรวจสอบความลาดชัน ความมั่นคงของดิน และโครงสร้างทางธรณีวิทยา พื้นที่ที่มีความลาดชันสูงอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่ม หรือการเคลื่อนตัวของหน้าดิน นักธรณีวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิประเทศสามารถให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการประเมินความเหมาะสมของพื้นที่ ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ที่ดินติดภูเขามักอยู่ใกล้พื้นที่อนุรักษ์หรือเขตป่าสงวน ต้องตรวจสอบกฎระเบียบและข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์ที่ดิน บางพื้นที่อาจมีข้อห้ามในการก่อสร้างหรือการพัฒนา รวมถึงต้องพิจารณาผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในบริเวณนั้น กฎหมายและข้อกำหนดพิเศษ การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ เอกสารสิทธิ์ของที่ดินติดภูเขามีความซับซ้อนมากกว่าที่ดินทั่วไป ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด: ตรวจสอบประเภทเอกสารสิทธิ์ (โฉนด นส.3 นส.3ก) ตรวจสอบแนวเขตที่ดินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อจำกัดทางกฎหมายในการใช้ประโยชน์ที่ดิน ข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับการก่อสร้าง การก่อสร้างในพื้นที่ภูเขามีข้อกำหนดเฉพาะ ต้องคำนึงถึง: มาตรฐานการออกแบบโครงสร้างที่เหมาะสมกับภูมิประเทศ ระเบียบการก่อสร้างในพื้นที่เสี่ยง ความจำเป็นในการทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม การประเมินความเสี่ยง ภัยธรรมชาติ พื้นที่ติดภูเขามีความเสี่ยงสูงต่อภัยธรรมชาติ ได้แก่: ดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก แผ่นดินไหว การกัดเซาะของหน้าดิน การประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ควรจ้างผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเสี่ยงอย่างละเอียด การวางแผนการป้องกัน ออกแบบระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ เตรียมมาตรการป้องกันการพังทลายของดิน วางแผนฉุกเฉินสำหรับภัยธรรมชาติ ต้นทุนและค่าใช้จ่ายพิเศษ งบประมาณการพัฒนา การพัฒนาที่ดินติดภูเขามีค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่ดินทั่วไป เนื่องจาก: ต้องทำการปรับพื้นที่และถมดิน [...]

8/5/2567 • โดย Homeday
ในยุคที่เรามักได้ยินเรื่อง “ความยั่งยืน” (Sustainability) อยู่บ่อยๆ แม้ดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่ใกล้ตัวกว่าที่คิด จะเห็นได้จาก ธารน้ำแข็งที่กำลังละลาย ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น สภาพอากาศแปรปรวน หรือแม้แต่ระบบนิเวศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้หลายๆ คน หลายๆ องค์กรหันมาให้ความสำคัญและใส่ใจกับการลดกา

11/4/2568 • โดย Homeday
สำนักงานบริหารเขตอนุรักษ์ธรรมชาติแห่งชาติภูเขาฟ่านจิ้งซาน มณฑลกุ้ยโจว ภูเขาฟ่านจิ้งซาน ในเมืองถงเหริน มณฑลกุ้ยโจวทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ครอบคลุมพื้นที่ 775 ตารางกิโลเมตร เป็นเหมือนหน้าต่างที่แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการทางธรณีวิทยาของจีนตอนใต้ และเป็นแนวป้องกันระบบนิเวศที่สำคัญของแม่น้ำแยงซีตอนกลางและตอนบน เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา ภูเขาฟ่านจิ้งซานได้รับการยกย่องจากสหพันธ์การท่องเที่ยวภูเขานานาชาติ ให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวบนยอดเขาที่น่าไปที่สุด และยังได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีสีเขียวของพื้นที่คุ้มครองและอนุรักษ์โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) อีกด้วย ภูเขาฟ่านจิ้งซานเป็นทั้งแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก และแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ของประเทศ โดยยังคงรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และมีทัศนียภาพธรรมชาติที่สวยงามตระการตา สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นสัญลักษณ์หลายแห่ง เช่น พระนอนหมื่นเมตร (Ten-thousand-meter Sleeping Buddha) และหินรูปเห็ดนั้น ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกได้เป็นจำนวนมาก ภูเขาแห่งนี้เป็นที่ตั้งของระบบนิเวศป่าดึกดำบรรพ์ที่สมบูรณ์และเป็นเอกลักษณ์ของเขตกึ่งโซนร้อนตอนกลาง ถือเป็นแหล่งอนุรักษ์ต้นบีชที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย และเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีพันธุ์พืชเมล็ดเปลือยหลากหลายมากที่สุดในโลก ระบบนิเวศของฟ่านจิ้งซานรักษาพืชโบราณที่เหลือรอด สัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์ และสิ่งมีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้มากมาย ที่นี่เป็นบ้านของสัตว์ป่าและพืชพรรณกว่า 7,900 ชนิด และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยแห่งเดียวของลิงจมูกเชิดกุ้ยโจวที่หายาก รวมถึงต้นสนฟ่านจิ้งซาน ปัจจุบัน กุ้ยโจวเปิดนโยบายฟรีวีซ่า 240 ชั่วโมง ให้นักท่องเที่ยวพักได้นานถึง 10 วัน และช่วงนี้เองที่พิลาปขาวและดอกอาซาเลียกำลังบานสะพรั่งเต็มภูเขาฟ่านจิ้งซานพอดี ถือว่าเป็นช่วงเวลาทองสำหรับการมาเที่ยวชมธรรมชาติและพักผ่อนอย่างแท้จริง

2/9/2568 • โดย Homeday
อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA – The Eastern Gateway) เปิดพื้นที่โครงการด้วยแนวคิด “ระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจรรูปแบบใหม่ของประเทศไทย” (Thailand’s First Industrial-Tech Ecosystem) ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม S-Curve พร้อมยกระดับสู่ “Township” อุตสาหกรรมอัจฉริยะ ที่ผสานการบริหารจัดการนิคมฯ เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ตอกย้ำบทบาทการเป็นผู้บุกเบิกนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะของประเทศ โครงการครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,600 ไร่ บนถนนบางนา–ตราด กม. 32 จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ใกล้กรุงเทพฯ เชื่อมต่อพื้นที่เศรษฐกิจหลัก ได้แก่ CBD, ท่าเรือ, สนามบินสุวรรณภูมิ และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้อย่างสะดวก พร้อมรองรับการขนส่งทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ นางสาวกมลกาญจน์ คงคาทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด กล่าวว่า “เราไม่ได้เพียงพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ แต่เรากำลังสร้างระบบนิเวศเพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมไทยภายใต้แนวคิดนี้จึงเป็นที่มาขององค์ประกอบสำคัญต่างๆ ภายในโครงการ [...]

29/10/2568 • โดย Homeday
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ต่อยอดกลยุทธ์การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบภายใต้วิสัยทัศน์ “บ้านที่คิดมาจากชีวิตจริง” ด้วยการผสานความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์อยู่อาศัยแบบครบวงจร ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของลูกบ้าน ผ่านการบูรณาการระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) เข้ากับระบบบริหารประสบการณ์ลูกค้า (CEM) อย่างเป็นเอกภาพ ภายใต้แนวคิด “LALIN Living Ecosystem” ระบบนิเวศการอยู่อาศัยที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิตให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ (LALIN) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี’ เปิดเผยว่า “การร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจของ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้าง ‘สังคมคุณภาพแห่งการอยู่อาศัย’ ที่ยั่งยืนให้แก่ลูกบ้าน เราให้ความสำคัญในการคัดสรรพันธมิตรบนพื้นฐานของความเชี่ยวชาญ มาตรฐาน และความสอดคล้องด้านวิสัยทัศน์ที่มีร่วมกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้าอยู่จนถึงทุกช่วงของการใช้ชีวิตในภายในโครงการโดยบริษัทฯให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบ CRM (Customer Relationship Management) และ CEM (Customer Experience Management) เพราะเชื่อมั่นว่า 2 กลยุทธ์นี้คือ ‘หัวใจ’ [...]

19/2/2569 • โดย Homeday
กว่า 1 ทศวรรษที่แสนสิริผลักดันสร้างคุณค่าความเท่าเทียมในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง กับเส้นทาง Sansiri Live Equally ที่หลากหลาย ยอมรับ และเปิดกว้าง เดินเหน้าต่อกับแคมเปญใหม่ “Thisability เปิดพื้นที่ให้ทุกความสามารถเท่าเทียม” สร้างความเข้าใจใหม่ต่อศักยภาพของผู้พิการ ผนึกกำลังมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม ขยายผลการดำเนินงานจากองค์กรสู่ Sansiri Community สร้างความเปลี่ยนแปลงของสังคมที่ยั่งยืน ตลอดกว่าหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำจุดยืนการเป็นอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทยที่ลุกขึ้นมาขับเคลื่อนเรื่อง “ความเท่าเทียม” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม แต่วันนี้เป้าหมายของแสนสิริก้าวไปไกลกว่าเดิม จากการสร้างมาตรฐานภายในองค์กร สู่การขยายผลสู่ Sansiri Community ภายใต้ร่มใหญ่ของ Sansiri Live Equally จึงเกิดเป็นแคมเปญ “Thisability เปิดพื้นที่ให้ทุกความสามารถเท่าเทียม” ที่ต้องการเขย่ามุมมองของสังคมใหม่ ให้เรามองข้าม “ข้อจำกัดทางกาย” แล้วหันมามองเห็น “ศักยภาพที่แท้จริง” ของมนุษย์ เพราะแสนสิริเชื่อว่า… ทุกคนมีจังหวะและท่วงทำนองความเก่งในแบบของตัวเองที่ควรค่าแก่การถูกมองเห็น แรงบันดาลใจนี้ถูกบ่มเพาะมาจากโมเดลคาเฟ่และร้านอาหารระดับโลก ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าการมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงระหว่างผู้พิการและลูกค้า คือกุญแจสำคัญที่ช่วยทลายกำแพงแห่งความไม่เข้าใจ แสนสิริจึงหยิบยกแนวคิดนี้มาสร้าง “ระบบนิเวศแห่งความเท่าเทียม” เริ่มต้นที่ Habito Mall [...]

21/3/2568 • โดย Homeday
การเลือกแบบบ้านที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการสร้างที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต แต่ละครอบครัวมีความต้องการและไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน การออกแบบบ้านที่ดีจึงต้องคำนึงถึงรายละเอียดเฉพาะตัวอย่างรอบคอบ 1. สำรวจไลฟ์สไตล์และความต้องการส่วนตัว การเริ่มต้นเลือกแบบบ้านที่ดีที่สุดคือการทำความเข้าใจตัวเองอย่างลึกซึ้ง พิจารณาองค์ประกอบสำคัญดังนี้ การทำงาน: ต้องมีพื้นที่ทำงานหรือห้องนั่งเล่นที่เอื้อต่อการพักผ่อนและติดต่อสื่อสาร งานอดิเรก: คำนึงถึงพื้นที่สำหรับกิจกรรมพิเศษที่ชื่นชอบ เช่น มุมอ่านหนังสือ พื้นที่งานฝีมือ หรือห้องสำหรับเล่นดนตรี การใช้ชีวิตประจำวัน: วิเคราะห์กิจวัตรประจำวันเพื่อออกแบบพื้นที่ใช้สอยที่คล่องตัว 2. วิเคราะห์ขนาดและองค์ประกอบของครอบครัว ขนาดและโครงสร้างครอบครัวมีอิทธิพลอย่างมากต่อการเลือกแบบบ้าน ครอบครัวเดี่ยว: เน้นพื้นที่กระทัดรัด คล่องตัว และใช้งานอเนกประสงค์ ครอบครัวขยาย: ต้องคำนึงถึงพื้นที่ส่วนตัว และพื้นที่ใช้ร่วมกัน การขยายครอบครัวในอนาคต: ออกแบบบ้านที่สามารถปรับเปลี่ยนและขยายได้ 3. พิจารณางบประมาณและต้นทุนการดูแลรักษา การเลือกแบบบ้านต้องคำนึงถึงงบประมาณทั้งระยะสั้นและระยะยาว งบประมาณการก่อสร้าง: เลือกแบบที่สมดุลระหว่างความต้องการและความคุ้มค่า ค่าใช้จ่ายประจำเดือน: คำนวณค่าสาธารณูปโภค ค่าดูแลรักษา และค่าซ่อมบำรุง การประหยัดพลังงาน: เลือกแบบบ้านที่ออกแบบเพื่อประสิทธิภาพด้านพลังงาน 4. ทำเลที่ตั้งและสภาพแวดล้อม ทำเลที่ตั้งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ การเดินทาง: ระยะทางจากบ้านไปยังสถานที่สำคัญ เช่น ที่ทำงาน โรงเรียน และสาธารณูปโภค สภาพแวดล้อมโดยรอบ: ความปลอดภัย แหล่งชุมชน และระบบนิเวศ แนวโน้มการพัฒนาพื้นที่: การเติบโตของย่านที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐาน [...]

6/6/2567 • โดย Homeday
ยูนิไทย โลจิสติกส์ และยูนิไทย คลังสินค้า จัดกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างฝายกั้นขยะ เข้าเขตอนุรักษ์สัตว์น้ำชุมชนและป่าชายเลน เพื่อรักษาสภาพแวดล้อม และระบบนิเวศ

3/4/2568 • โดย Homeday
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยนางจันทรัตน์ วรสรรพวิทย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารและรับรองห้องปฏิบัติการ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การควบคุมคุณภาพผลการวิเคราะห์ทดสอบด้านสิ่งแวดล้อม” เพื่อส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็งด้านวิชาการ ให้แก่ผู้ประเมิน คณะกรรมการพิจารณารับรองระบบงานห้องปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่ของสำนักฯ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถตรวจประเมินและดำเนินการให้การรับรองได้อย่างถูกต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล นางจันทรัตน์ วรสรรพวิทย์ ผอ.สบร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ห้องปฏิบัติการที่มีผลการทดสอบที่ถูกต้องน่าเชื่อถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และปัญหามลพิษในระบบนิเวศ เช่น มลพิษทางน้ำ มลพิษทางอากาศ มลพิษทางเสียง ซึ่งการป้องกันและการแก้ไขต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติงานของห้องปฏิบัติการจึงจำเป็นต้องมีการควบคุมคุณภาพผลการวิเคราะห์ทดสอบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และสร้างความเชื่อมั่นต่อผลการทดสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดและให้ผลการวัดที่น่าเชื่อถือ การอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นางดุษฎี มั่นความดี ผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมด้วย นางสาวจรีรัตน์ กุศลวิริยะวงศ์ จากกรมวิชาการเกษตร นายทวี อำพาพันธ์ จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และนางสาวดวงกมล เจริญวงศ์ จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในส่วนของการสร้างความมั่นใจในความใช้ได้ของผล (Ensuring the validity of results) [...]

19/2/2568 • โดย Homeday
วันที่ 7–8 กุมภาพันธ์ 2568 บริษัท เอสเอ็มเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (SMS Corporation Company Limited) หนึ่งในกลุ่มพูลผลผู้นำด้านธุรกิจการเกษตรมากกว่า 80 ปี เป็นผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลังดัดแปร โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบและส่วนประกอบได้หลากหลายทั้งในอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่อาหารได้จัดกิจกรรม “Cultivating a Green Future for Sustainable Growth with SMS Group 2025” ณ ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมวิมานดิน มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายสีเขียวร่วมกันกับชุมชน ผ่านกิจกรรม สร้างฝายชะลอน้ำและปลูกป่า เพื่อมุ่งเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความอุดมสมบูรณ์และเป็นประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตโดยรวม โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วีรวัฒน์ เลิศวนวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย คุณณัฐชัย หวั่งหลี และคุณเขม หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอ็มเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวพร้อมด้วยเครือข่ายสีเขียวในชุมชนปลูกป่าไผ่ สร้างสมดุลระบบนิเวศ ต้นไผ่เป็นพืชที่เติบโตเร็วและมีคุณสมบัติช่วยดูดซับคาร์บอน ป้องกันการพังทลายของดิน [...]

27/2/2568 • โดย Homeday
แหล่งน้ำเป็นหัวใจสำคัญของระบบนิเวศที่หล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิต แต่ด้วยผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ มลพิษ และการกระทำของมนุษย์ ทำให้ความสมดุลของระบบนิเวศถูกคุกคาม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางแหล่งน้ำจึงเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ฟื้นฟูคุณภาพน้ำ หรือปกป้องระบบนิเวศชายฝั่ง เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่และสร้างอนาคตที่ยั่งยืน การปล่อยพันธุ์ปลาคืนสู่ธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งในแนวทางสำคัญในการฟื้นฟูระบบนิเวศและอนุรักษ์ความสมดุลของแหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่เพียงช่วยเพิ่มจำนวนประชากรสัตว์น้ำ แต่ยังส่งเสริมความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ทำให้สิ่งมีชีวิตต่างๆ ในห่วงโซ่อาหารสามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคธุรกิจในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติอยู่คู่กับคนรุ่นหลังได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อร่วมเสริมสร้างสมดุลคืนสู่ธรรมชาติ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” สานต่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม “ชลิต อินดัสทรี รักษ์เล ปล่อยปลา คืนสู่ธรรมชาติ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลากะพงขาวกว่า 4,000 ตัว คืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูระบบนิเวศ สร้างสมดุลให้กับธรรมชาติ และส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในโครงการ “ชลิต อินดัสทรี รักษ์เล ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ คืนสู่ธรรมชาติ” ปี 3 นี้ได้รับเกียรติจาก นายบรรพต จันทรวงษ์ [...]

22/5/2568 • โดย Homeday
เฟิร์นเป็นหนึ่งในพืชเขียวที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับมาอย่างยาวนาน ด้วยความสวยงามของใบสีเขียวสดที่มีรูปทรงหลากหลาย ทำให้เฟิร์นเป็นที่นิยมในการตกแต่งทั้งภายในและภายนอกบ้าน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า นอกจากความสวยงามแล้ว เฟิร์นยังมีคุณประโยชน์มากมายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทั้งช่วยฟอกอากาศ เพิ่มความชื้น และบางชนิดยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย เฟิร์นคืออะไร และมีลักษณะอย่างไร? เฟิร์นเป็นพืชชั้นต่ำที่มีหลากหลายรูปแบบ มีทั้งแบบลำต้นตั้งตรง ทอดตัวไปกับพื้นดิน และแบบเหง้าใต้ดิน ลำต้นทำหน้าที่เป็นท่อลำเลียงน้ำและอาหาร เฟิร์นเป็นพืชที่ไม่มีดอกหรือเมล็ด แต่สามารถแพร่พันธุ์ได้ด้วยสปอร์ ซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์เล็กๆ ที่อยู่บริเวณใต้ใบ เฟิร์นมีประมาณ 20,000 สายพันธุ์ทั่วโลก และสามารถเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่ชุ่มชื้น ภูเขาสูง พื้นที่เปิดโล่ง ในน้ำ บนหิน หรือแม้แต่บนต้นไม้อื่น ในระบบนิเวศ เฟิร์นหลายชนิดอยู่ร่วมกับเชื้อราไมคอร์ไรซา ซึ่งช่วยในการดูดซึมสารอาหาร ในแง่ของโครงสร้างทางพฤกษศาสตร์ เฟิร์นประกอบด้วยลำต้น (มักเป็นเหง้าใต้ดิน) ใบ และราก บางชนิดอาจมีลำต้นสูงได้ถึง 20 เมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ประโยชน์ที่น่าทึ่งของการปลูกเฟิร์นในบ้านมีอะไรบ้าง? การปลูกเฟิร์นไว้ในบ้านมีประโยชน์มากมายนอกเหนือจากความสวยงาม ดังนี้: ช่วยฟอกอากาศได้ดีเยี่ยม เฟิร์นเป็นหนึ่งในพืชที่มีประสิทธิภาพสูงในการฟอกอากาศ สามารถขจัดสารพิษในอากาศได้หลายชนิด เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ที่พบในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ไตรคลอโรเอทิลีนในผลิตภัณฑ์ซักแห้ง ไซลีนในสีและกาว และโทลูอีนที่พบในทินเนอร์และน้ำมันเบนซิน การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าเฟิร์นสามารถลดมลพิษในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ [...]