กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

11/9/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ความยั่งยืนกลายเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผสานกับวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยและดีไซน์ที่มาพร้อมกับความยั่งยืน แสนสิริ ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเทศไทย เดินหน้าผนึกกำลัง DECAAR by SCG ผู้นำแห่งนวัตกรรมวัสดุตกแต่ง ร่วมก้าวสู่บทใหม่แห่งความยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมการนำเศษวัสดุเหลือใช้จากไซต์ก่อสร้างเข้าสู่กระบวนการ Upcycling พลิกโฉมกลายเป็นวัสดุตกแต่งบ้านที่มีคุณภาพ นำร่องใช้งานที่โครงการ ”เดมี พระราม 9 – เหม่งจ๋าย” และ “นาราสิริ บรมราชชนนี” ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการหลอมรวมวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นลดปริมาณขยะ และการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผสานระหว่างแนวคิด #WastetoWORTH แยกขยะให้เกิดประโยชน์ของแสนสิริ และ “Turn Waste to Value” เปลี่ยนขยะให้มีค่าของ DECAAR by SCG โดยรวบรวมเศษกระเบื้องหลังคาเหลือใช้จากการก่อสร้างโครงการของแสนสิริมาหลอมรวมกับเศษแก้วที่รวบรวมจากชุมชนทั่วประเทศ เข้าสู่กระบวนการ Upcycling ให้กลายเป็นวัสดุตกแต่งภูมิทัศน์ภายนอกอย่างกระเบื้องซีเมนต์ปูพื้นที่มีคุณภาพเทียบเท่าวัสดุดั้งเดิม ร่วมกับการใช้ผนังตกแต่งฟาซาดที่ได้รับรอง Green Label โดยผลิตภัณฑ์กระเบื้องซีเมนต์ปูพื้นรุ่นเวนโทลา ได้รับเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นต์ของผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจหมุนเวียน ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ก่อสร้างประเภทวัสดุปูพื้นและบุผนังเป็นรายแรกของประเทศไทย มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียง 25.4 kg/sq.m. เท่านั้น รวมถึงได้รับการรับรองจากฉลาก [...]

28/3/2568 • โดย Homeday
การออกแบบบ้านชั้นเดียวในงบประมาณที่จำกัดไม่ได้หมายความว่าจะต้องดูธรรมดาหรือไร้สไตล์ ด้วยเทคนิคการออกแบบที่ชาญฉลาดและความคิดสร้างสรรค์ คุณสามารถสร้างบ้านชั้นเดียวที่ดูหรูหราและมีเสน่ห์ราวกับบ้านหลายล้านได้ 1. การเลือกวัสดุที่ชาญฉลาด การเลือกวัสดุที่มีคุณภาพแต่ไม่แพงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างบ้านหรู วัสดุทางเลือกที่น่าสนใจ ได้แก่: กระเบื้องลายหินอ่อนที่มีราคาประหยัด แต่ให้ลุคหรูหรา ไม้เทียมที่มีคุณภาพสูง ทนทานและดูดีเหมือนไม้แท้ สีทาภายนอกและภายในที่มีคุณภาพสูง ให้ความรู้สึกเรียบหรู 2. การออกแบบพื้นที่ใช้สอยอย่างชาญฉลาด การวางแผนพื้นที่ใช้สอยอย่างชาญฉลาดสามารถเพิ่มความรู้สึกหรูหราให้กับบ้านได้: การออกแบบพื้นที่เปิดโล่ง (Open Plan) ที่เชื่อมต่อระหว่างห้องนั่งเล่น ครัว และพื้นที่รับประทานอาหาร การใช้แสงธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการวางตำแหน่งหน้าต่างอย่างเหมาะสม การสร้างมุมพักผ่อนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว 3. การเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งสามารถยกระดับความรู้สึกหรูหราของบ้านได้: เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เรียบง่ายแต่ทันสมัย การใช้กระจกและวัสดุสะท้อนแสงเพื่อสร้างมิติให้กับพื้นที่ การเลือกของตกแต่งที่มีความโดดเด่นเพียง 2-3 ชิ้น แทนการตกแต่งรกรุงรัง 4. การใช้สีและแสงอย่างสร้างสรรค์ สีและแสงมีบทบาทสำคัญในการสร้างบรรยากาศหรูหรา: เลือกโทนสีกลางๆ เช่น เทา ขาว หรือเบจ ที่ให้ความรู้สึกสงบและหรูหรา การใช้ไฟส่องเน้นจุดเด่นในบ้าน การติดตั้งไฟ LED ที่สามารถปรับเปลี่ยนบรรยากาศได้ 5. การจัดภูมิทัศน์รอบบ้าน พื้นที่ภายนอกมีความสำคัญไม่แพ้ภายใน: การออกแบบสวนขนาดเล็กที่กระชับและเป็นระเบียบ การใช้วัสดุธรรมชาติในการตกแต่งภายนอก เช่น หิน [...]

26/3/2568 • โดย Homeday
การออกแบบพื้นที่สีเขียวในอาคารพักอาศัยได้กลายเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจในวงการอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่ Sky Garden และ Roof Garden เป็นสองแนวคิดที่ได้รับความนิยม แต่มีความแตกต่างกันอย่างน่าสนใจ Sky Garden: สวรรค์แห่งพื้นที่สีเขียวระหว่างชั้น Sky Garden เป็นพื้นที่สีเขียวที่ถูกออกแบบอยู่ระหว่างชั้นของอาคาร โดยมีลักษณะเฉพาะที่น่าสนใจหลายประการ พื้นที่นี้มักถูกวางแทรกระหว่างชั้นต่างๆ ของอาคาร ทำให้เกิดเป็นพื้นที่เปิดโล่งที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบได้อย่างกว้างขวาง นักออกแบบมักใช้พื้นที่นี้เพื่อสร้างความรู้สึกเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกอาคาร การออกแบบ Sky Garden คำนึงถึงองค์ประกอบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการระบายอากาศ แสงธรรมชาติ และการจัดภูมิทัศน์ที่เหมาะสม พืชพรรณที่เลือกใช้จะเป็นพันธุ์ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมเฉพาะ สามารถเติบโตได้ดีในพื้นที่จำกัดและรับแสงแดดเพียงบางช่วงเวลา Roof Garden: สวนบนหลังคาแห่งความเป็นส่วนตัว Roof Garden แตกต่างจาก Sky Garden ตรงที่ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของอาคาร พื้นที่นี้มักมีขนาดใหญ่กว่าและมีความเป็นส่วนตัวสูง ผู้พักอาศัยสามารถใช้พื้นที่เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อน ออกกำลังกาย หรือจัดงานสังสรรค์ นักออกแบบ Roof Garden ให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์และความสวยงาม โดยอาจแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนต่างๆ เช่น พื้นที่นั่งเล่น สระว่ายน้ำ พื้นที่ปลูกต้นไม้ หรือมุมออกกำลังกาย การเลือกวัสดุปูพื้นและพืชพรรณจะคำนึงถึงความทนทานต่อสภาพอากาศและการใช้งาน ความแตกต่างหลักระหว่าง [...]

22/7/2568 • โดย Homeday
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เดินหน้ารุกตลาดอาคารสำนักงานต่อเนื่อง คว้าสัญญาบริหารอาคาร “ชลันต์ทิพย์” ใจกลางย่านสีลม มุ่งปรับโฉมและพัฒนาประสิทธิภาพอาคารสูง 14 ชั้น พื้นที่รวมกว่า 18,000 ตารางเมตร ให้ทันสมัยและตอบโจทย์การใช้งานในยุคที่ธุรกิจต้องแข่งขันด้านต้นทุนและความยั่งยืน ท่ามกลางอาคารสำนักงานและมิกซ์ยูสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ในการบริหารจัดการอาคารชลันต์ทิพย์ เราเน้นแนวทางการดูแลแบบครบวงจร ทั้งระบบวิศวกรรมอาคาร ความสวยงามภายนอก และการจัดการพื้นที่ใช้สอย โดยทีมงานของพลัสฯ จะวิเคราะห์จุดที่ต้องปรับเพิ่มประสิทธิภาพร่วมกับลูกค้า เพื่อจัดลำดับความสำคัญว่าจุดใดควรดำเนินการทันที และจุดใดควรวางแผนพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อให้การลงทุนคุ้มค่ามากที่สุด ที่สำคัญต้องสามารถยืดอายุการใช้งานอาคาร ระบบต่างๆ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่งเสริมด้านความยั่งยืน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจได้ในระยะยาว แผนการบริหารครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่: การปรับปรุงกายภาพและระบบวิศวกรรมอาคาร พลัสฯ ปรับภูมิทัศน์โครงการให้ดูใหม่และทันสมัย โดยเฉพาะพื้นที่หน้าอาคาร ซึ่งเดิมเป็นน้ำพุที่ติดตั้งมานาน มีค่าบำรุงรักษาสูง จึงแทนที่ด้วยโซนต้นไม้เพื่อสร้างความร่มรื่น สวยงาม และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแล [...]

30/6/2568 • โดย Homeday
ออริจิ้นฯ ตอกย้ำโครงการเพื่อสังคมผ่านโครงการ ‘ORIGIN GIVE’ ต่อเนื่องปีที่ 16 ร่วมสร้างโอกาส สร้างอนาคต มอบทุนการศึกษาให้กับน้องๆ ทาสีปรับปรุงภูมิทัศน์ มอบอุปกรณ์การเรียน ปรับปรุงแปลงผักเพื่อการเกษตรณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองแพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ สะท้อนความมุ่งมั่น แนวคิดดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน คณะผู้บริหารบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรนำโดย นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นางอารดา จรูญเอก ประธานอำนวยการและกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลเพื่อความยั่งยืน ได้มอบทุนการศึกษา พร้อมทั้งร่วมทาสีปรับปรุงภูมิทัศน์ มอบอุปกรณ์การเรียน ปรับปรุงแปลงผักเพื่อการเกษตร และเลี้ยงอาหารกลางวันนักเรียน ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองแพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมเสริมทักษะ อาทิ ระบายสีปูนปลาสเตอร์ เล่านิทานแสนสนุก ร่วมกับตัวแทนพนักงานจิตอาสา จาก ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ กว่า 100 คน มาร่วมกิจกรรมนางอารดา จรูญเอก ประธานอำนวยการและกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลเพื่อความยั่งยืน [...]

21/5/2568 • โดย Homeday
เส้นทางเดินในสวนไม่ได้เป็นเพียงแค่เส้นทางสัญจรเท่านั้น แต่ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับภูมิทัศน์โดยรวม ทางเดินที่ออกแบบอย่างลงตัวไม่เพียงแค่ช่วยให้สวนดูเป็นระเบียบ แต่ยังช่วยเชื่อมโยงพื้นที่ต่างๆ ในสวนเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ทำให้การใช้งานสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่พื้นดินอาจเลอะเทอะและลื่น หากคุณกำลังมองหาวัสดุปูทางเดินที่สวยงามและทนทาน มาดูกันว่าแผ่นปูทางเดินในสวนลายไม้มีข้อดีอย่างไร และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับสวนของคุณ ทำไมแผ่นปูทางเดินลายไม้จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับสวนสมัยใหม่? แผ่นปูทางเดินลายไม้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในการตกแต่งสวน เพราะให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ วัสดุที่มีลวดลายไม้สามารถผสมผสานเข้ากับสภาพแวดล้อมภายในสวนได้อย่างกลมกลืน ไม่ว่าจะเป็นสวนสไตล์ทรอปิคอล สวนญี่ปุ่น หรือสวนโมเดิร์น แผ่นปูทางเดินลายไม้ก็สามารถเข้ากับทุกสไตล์ได้อย่างลงตัว ข้อดีอีกประการหนึ่งของแผ่นปูทางเดินลายไม้คือ ความหลากหลายของวัสดุที่มีให้เลือก ทั้งแบบที่ทำจากไม้จริงและวัสดุทดแทน ซึ่งแต่ละประเภทก็มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป การเลือกวัสดุที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งงบประมาณ สภาพภูมิอากาศ และการใช้งาน วัสดุแผ่นปูทางเดินในสวนมีกี่ประเภท? เลือกแบบไหนดีที่สุด? การเลือกวัสดุปูทางเดินในสวนที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ทั้งความสวยงามและความทนทาน มาดูกันว่ามีวัสดุประเภทไหนบ้างที่นิยมใช้ทำแผ่นปูทางเดินในสวน แผ่นไม้จริง แผ่นไม้จริงเป็นตัวเลือกคลาสสิกที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติมากที่สุด ส่วนมากผลิตจากไม้เนื้อแข็งที่ผ่านการอบแห้งและชุบน้ำยากันปลวกเพื่อเพิ่มความทนทาน มีทั้งแบบลายตรง ลายเอียง หรือลายสลับ ขึ้นอยู่กับการออกแบบ ไม้จริงให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นธรรมชาติมากที่สุด แต่ต้องคำนึงถึงการดูแลรักษาที่ค่อนข้างยุ่งยาก เนื่องจากไม้เป็นวัสดุธรรมชาติที่อาจบวมหรือหดตัวเมื่อสัมผัสกับความชื้นและแสงแดด รวมทั้งยังเสี่ยงต่อการโดนปลวกทำลาย จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ ไม้เทียม (Wood Plastic Composite – WPC) ไม้เทียมหรือไม้สังเคราะห์ผลิตจากการผสมระหว่างผงไม้ธรรมชาติและพลาสติกโพลิเมอร์ เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบันเพราะมีความทนทานสูง ไม่ผุกร่อนหรือแตกหักง่าย รวมถึงไม่เป็นที่อยู่อาศัยของปลวกและแมลง นอกจากนี้ ไม้เทียมยังมีหลากหลายสีสันและลวดลายให้เลือก ช่วยให้นักออกแบบสามารถสร้างสรรค์งานได้อย่างอิสระมากขึ้น [...]

11/3/2568 • โดย Homeday
ทำความรู้จักบ้านหลังมุม: มากกว่าแค่ตำแหน่งที่ตั้ง บ้านหลังมุมเป็นทรัพย์สินที่มีเสน่ห์และความท้าทายเฉพาะตัว การเลือกซื้อบ้านหลังมุมจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างจากบ้านทั่วไป นักลงทุนและผู้ที่ต้องการซื้อบ้านควรทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งก่อนตัดสินใจ ข้อดีของบ้านหลังมุม: เหตุผลที่น่าสนใจ พื้นที่ใช้สอยที่มากกว่าปกติ บ้านหลังมุมมีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับบ้านแบบอื่น เนื่องจากมีแนวเขตที่ดินที่กว้างกว่า ทำให้สามารถออกแบบพื้นที่ใช้สอยได้อย่างอิสระ สามารถวางแผนการใช้งานพื้นที่ภายนอกและภายในบ้านได้อย่างคล่องตัว นักออกแบบและสถาปนิกสามารถสร้างสรรค์พื้นที่ใช้สอยที่มีประสิทธิภาพและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น การระบายอากาศและแสงธรรมชาติที่ดี ด้วยตำแหน่งที่ตั้งของบ้านหลังมุม ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติและการระบายอากาศที่ดีกว่าบ้านทั่วไป หน้าต่างและช่องเปิดสามารถออกแบบให้รับลมและแสงได้หลายทิศทาง ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าและระบบปรับอากาศ สร้างความรู้สึกสบายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น เนื่องจากมีพื้นที่ล้อมรอบมากกว่า บ้านหลังมุมจึงมีความเป็นส่วนตัวสูง ลดการมองเห็นจากบ้านข้างเคียง สามารถออกแบบรั้วหรือภูมิทัศน์เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อเสียของบ้านหลังมุม: สิ่งที่ต้องระมัดระวัง ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่สูง พื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้นหมายถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งค่าทำความสะอาด ค่าซ่อมแซม และค่าสาธารณูปโภคต่างๆ นักลงทุนควรคำนวณค่าใช้จ่ายระยะยาวอย่างรอบคอบ การวางแผนการใช้งานที่ซับซ้อน การออกแบบและวางผังบ้านหลังมุมต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และการวางแผนที่ซับซ้อนกว่าบ้านทั่วไป ต้องคำนึงถึงการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและความสมดุลระหว่างพื้นที่ใช้สอยภายในและภายนอก ความท้าทายด้านการก่อสร้าง การก่อสร้างบ้านหลังมุมมีความท้าทายมากกว่าบ้านทั่วไป ต้องคำนึงถึงโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่ซับซ้อน การระบายน้ำ และการป้องกันความเสียหายจากสภาพอากาศ เทคนิคการเลือกซื้อบ้านหลังมุมอย่างชาญฉลาด การสำรวจทำเลและสภาพแวดล้อม ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรสำรวจทำเลที่ตั้ง สภาพแวดล้อม ระบบสาธารณูปโภค และแนวโน้มการพัฒนาพื้นที่ใกล้เคียง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าและคุณภาพชีวิต การประเมินค่าใช้จ่ายระยะยาว วิเคราะห์ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งค่าก่อสร้าง ค่าดูแลรักษา และค่าสาธารณูปโภค เพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนคุ้มค่าและเหมาะสมกับงบประมาณ [...]

2/12/2568 • โดย Homeday
ภูเก็ต 2 ธันวาคม 2568 — โบทานิก้า ลักซูรี่ วิลล่า ผู้นำตลาดพูลวิลล่าระดับลักชัวรีของเมืองไทย เดินหน้าต่อยอดวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์ชุมชนที่อยู่อาศัยเหนือระดับให้ภูเก็ต พร้อมขับเคลื่อนจังหวัดสู่หมุดหมายไลฟ์สไตล์ครบวงจรชั้นนำของโลก ล่าสุดเปิดตัวแคมเปญอาร์ตยิ่งใหญ่ “Botanica The Collector” พลิกโฉม Sales Gallery ให้กลายเป็น “อาร์ตแกลเลอรีที่มีชีวิต” พร้อมจัดเป็นนิทรรศการ Botanica Art Collection ชวนผู้หลงใหลการใช้ชีวิตเปี่ยมคุณค่า ร่วมสัมผัสนิยามใหม่ของการอยู่อาศัยที่ศิลปะไม่ใช่แค่ของตกแต่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนตัวตนของการใช้ชีวิต ภายใต้ความเชื่อที่ว่า “ศิลปะ” คือหนึ่งในมิติสำคัญที่ช่วยหลอมรวมผู้คน สร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ และยกระดับสังคมให้เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ โดยนิทรรศการนี้เป็นหนึ่งในพื้นที่จัดแสดงอย่างเป็นทางการของมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale Phuket 2025 ตอกย้ำบทบาทของโบทานิก้าฯ ในฐานะผู้สนับสนุนภูมิทัศน์ศิลปะร่วมสมัยของภูเก็ต ผ่านการจับมือกับเครือข่ายศิลปินท้องถิ่น คิวเรเตอร์ และแกลเลอรีชั้นนำ เพื่อขับเคลื่อนให้ภูเก็ตเป็นฮับทางวัฒนธรรมที่ยั่งยืนของเมืองไทย นิทรรศการ Botanica Art Collection ครั้งนี้ นำเสนอผลงานระดับมาสเตอร์พีซของศิลปินไทยชั้นครูอย่าง ถวัลย์ ดัชนี, เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, ศักดิ์วุฒิ [...]

10/4/2568 • โดย Homeday
พื้นที่สีเขียวกับสุขภาพกายและจิตใจที่ดีขึ้น ธรรมชาติมีพลังในการเยียวยาที่ไม่อาจมองข้าม งานวิจัยจำนวนมากบ่งชี้ว่าการได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่พบบ่อยในสังคมปัจจุบัน เพียงแค่ได้มองเห็นต้นไม้และสวนสวยผ่านหน้าต่าง หรือได้เดินเล่นในสวนเป็นเวลาเพียง 20-30 นาที สามารถช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอลได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ พื้นที่สีเขียวยังส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยมีกิจกรรมทางกายมากขึ้น เช่น การเดิน การวิ่ง หรือการออกกำลังกายกลางแจ้ง ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายโดยตรง ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง โครงการที่มีพื้นที่สวนที่ออกแบบอย่างเหมาะสมจะช่วยกระตุ้นให้ผู้อยู่อาศัยใช้เวลาทำกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น คุณภาพอากาศเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ได้รับอิทธิพลจากพื้นที่สีเขียว ต้นไม้ทำหน้าที่เสมือนเครื่องกรองอากาศธรรมชาติ ช่วยดักจับฝุ่นละออง PM 2.5 และมลพิษทางอากาศอื่นๆ ที่เป็นปัญหาหนักในเขตเมือง อีกทั้งยังช่วยลดอุณหภูมิโดยรอบผ่านกระบวนการคายน้ำ ทำให้บริเวณที่มีต้นไม้มากมักจะเย็นกว่าพื้นที่โล่งทั่วไป 2-8 องศาเซลเซียส ช่วยลดการใช้เครื่องปรับอากาศและประหยัดพลังงานได้ในระยะยาว ผลกระทบต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยในระยะยาว พื้นที่สีเขียวไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังมีผลโดยตรงต่อมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย การศึกษาในหลายประเทศพบว่า บ้านที่ตั้งอยู่ใกล้กับสวนสาธารณะหรือพื้นที่สีเขียวมีมูลค่าสูงกว่าบ้านในลักษณะเดียวกันที่ไม่มีพื้นที่สีเขียวโดยรอบประมาณ 5-20% โดยเฉพาะในเขตเมืองที่พื้นที่สีเขียวมีจำกัด โครงการที่ให้ความสำคัญกับการจัดสวนอย่างมีคุณภาพมักจะได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว สะท้อนถึงมาตรฐานการบริหารจัดการโครงการโดยรวม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการพิจารณาซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยในระยะยาว หรือเพื่อการลงทุน นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใส่ใจในรายละเอียดของภูมิทัศน์มักจะให้ความสำคัญกับคุณภาพโดยรวมของโครงการด้วยเช่นกัน อีกประเด็นสำคัญคือการประหยัดพลังงานในระยะยาว การจัดวางต้นไม้ที่เหมาะสมรอบตัวบ้านสามารถช่วยลดการใช้พลังงานได้ถึง 25% โดยต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกจะช่วยบังแสงแดดในช่วงเช้าและบ่าย ในขณะที่ต้นไม้ผลัดใบที่ปลูกทางทิศใต้จะให้ร่มเงาในหน้าร้อนและยอมให้แสงแดดส่องผ่านในหน้าหนาว นอกจากนี้ การมีพื้นที่สีเขียวโดยรอบยังช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง [...]

29/6/2566 • โดย Homeday
ไอเดียแต่งบ้านหลังนี้ออกแบบโดยสถาปนิก MF Architecture จากประเทศเท็กซัส เป็นบ้านโมเดิร์นที่สร้างอยู่บนพื้นที่ต่างระดับ โดยผสมผสานภูมิทัศน์รอบๆ เข้ากับบ

23/1/2569 • โดย Homeday
ภูเก็ต, 23 มกราคม 2569 – บันยัน กรุ๊ป เรสซิเดนซ์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำของประเทศไทย เปิดตัวโครงการ อังสนา กอล์ฟ เรสซิเดนซ์ โทแพซ (Angsana Golf Residences Topaz) โครงการแบรนด์เรสซิเดนซ์แห่งใหม่ที่ตั้งอยู่ในลากูน่า ภูเก็ต ด้วยแรงบันดาลใจจากอัญมณีโทแพซ ซึ่งมีความใสบริสุทธิ์งดงามและหาได้ยาก แบรนด์เรสซิเดนซ์สุดหรูแห่งนี้ได้ผสมผสานการออกแบบสไตล์ร่วมสมัยเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมของภูเก็ต เพื่อมอบไลฟ์สไตล์ทรอปิคอลที่เหนือระดับอย่างแท้จริง โครงการประกอบด้วยอาคาร Low Rise ที่มีรูปทรงโค้งสง่างามทั้งหมดสามอาคาร แต่ละอาคารแบ่งเป็นสองส่วนที่เชื่อมต่อกันเป็นสถาปัตยกรรมที่ออกแบบให้กลมกลืนกับภูมิทัศน์โดยรอบมีโทนสีทรอปิคอลที่นุ่มนวล ผสานกับสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกิส (Sino-Portuguese) ที่สะท้อนถึงมรดกทางวัฒนธรรมของภูเก็ตได้อย่างลงตัว สร้างความสมดุลระหว่างความงามและความทันสมัยอย่างมีระดับ โครงการนำเสนอที่พักขนาดกว้างขวางแบบ 2-3 ห้องนอน รวมถึงเพนท์เฮ้าส์สุดพิเศษที่มาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวบนดาดฟ้าและพื้นที่รับประทานอาหารกลางแจ้ง ตลอดจนยูนิตชั้นล่างที่เข้าถึงพื้นที่ส่วนตัวได้โดยตรง ด้วยแรงบันดาลใจจากเส้นสายธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของภูเก็ต ตัวอาคารจึงมีรูปทรงโค้งที่สง่างามและกลมกลืนกับธรรมชาติ พร้อมระเบียงขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อพื้นที่อยู่อาศัยภายในและภายนอกเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำทรงกลมบนดาดฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมวิวพาโนรามา 360 องศาของสนามกอล์ฟ ภูเขา และทะเลอันดามันพร้อมพื้นที่บาร์บีคิวชั้นล่างท่ามกลางสวนเขียวชอุ่มแสนร่มรื่น เหมาะสำหรับการพบปะสังสรรค์และการพักผ่อนหย่อนใจ หาดบางเทา: ทำเลทองของภูเก็ต อังสนา กอล์ฟ เรสซิเดนซ์ โทแพซ ตั้งอยู่ห่างจากหาดบางเทา [...]

14/3/2568 • โดย Homeday
นายอิทธิพล อิงประสาร ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน กทม. กล่าวกรณีมีข้อสังเกตสวนบริเวณเกาะกลางถนนสี่แยกปทุมวัน หน้าศูนย์การค้า MBK ไม่อำนวยความสะดวกประชาชน เข้าถึงยาก และไม่สามารถใช้งานได้ว่า การจัดทำสวน 15 นาที มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นพื้นที่สาธารณะสีเขียวใกล้บ้านที่ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ในระยะเดินถึงได้ภายใน 15 นาที หรือประมาณ 800 เมตร (ซึ่งไม่ได้หมายความว่าต้องนั่งอยู่ในสวน 15 นาที) โดยเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดเล็กกระจายตัวในเขตเมือง เกิดขึ้นจากแนวคิด Pocket Park หรือสวนขนาดเล็กตามตรอกและซอย ไม่จำกัดขนาด พื้นที่ และรูปแบบ ซึ่งแต่ละแห่งจะออกแบบตามบริบทและความเหมาะสมของชุมชน สามารถทำได้หลายรูปแบบพื้นที่ โดยพื้นที่เขตปทุมวัน เป็นพื้นที่ใจกลางเมือง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของเอกชน เป็นศูนย์รวมของศูนย์การค้า โรงแรม และมหาวิทยาลัย ซึ่งมีพื้นที่ว่างเปล่าที่เหมาะสมในการจัดสรรที่เป็นสวน 15 นาทีค่อนข้างน้อย จึงเน้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองในพื้นที่ขนาดเล็ก ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ สำหรับสวน 15 นาทีบริเวณดังกล่าว เป็นสวนเกาะหย่อมกลางถนน เน้นปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณถนนในเมืองให้มีความสวยงาม น่ามอง และช่วยดูดซับมลพิษทางอากาศ การจัดทำสวนแห่งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง กทม. และภาคเอกชนปรับปรุงและดูแลร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ส่วนกรณีมีข้อสังเกตเรื่องการเข้าถึงสวนทำได้ยาก เพราะบริเวณกลางสี่แยกปทุมวันไม่มีทางม้าลาย เนื่องจากเป็นพื้นที่ใต้สกายวอล์กที่สามารถเดินเชื่อมระหว่างศูนย์การค้าได้ จึงไม่มีทางม้าลาย รวมถึงมีผู้ฝ่าฝืนกระทำผิดกฎจราจรนำรถมาจอดบริเวณดังกล่าวบ่อยครั้ง เพื่อรอรับนักท่องเที่ยว ตำรวจจึงนำแผงเหล็กมาวางกั้นบริเวณกลางสี่แยกปทุมวัน อย่างไรก็ตาม [...]