กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

14/2/2568 • โดย Homeday
เปิดประสบการณ์ปิกนิกรูปแบบใหม่ที่ผสานความสุขและสุขภาพให้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงท่ามกลางความผ่อนคลายในบรรยากาศปิกนิกกลางสวน กับ งาน“Dogkery Picnic in Pet PARQ” ที่ เดอะ ปาร์ค ร่วมกับ Dogkery จัดกิจกรรมสนุก ๆ มากมายสำหรับคนรักสัตว์และครอบครัวสัตว์เลี้ยงที่ตอบโจทย์ทั้งสาย Wellness ที่ตอบรับแนวคิด Life Well Balanced เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เสิร์ฟความสุขไม่จำกัดที่ทุกคนสามารถมาร่วมกิจกรรมได้แม้ไม่มีสัตว์เลี้ยง เพราะงานนี้ไม่เพียงเป็นปิกนิกสำหรับคนรักสัตว์เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการรีเฟรชพลังใจ และพบปะเพื่อนใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสุข ของกิจกรรมสุดพิเศษอย่าง Time to Bake ที่ให้เจ้าของได้ลองทำพายโฮมเมดเพื่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง ไปพร้อม ๆ กับเรียนรู้เรื่องโภชนาการและการเลือกวัตถุดิบที่เหมาะกับสัตว์เลี้ยงแต่ละประเภท เสริมสุขภาพให้แข็งแรงจากภายใน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Time to Train แชร์เทคนิคการดูแลและฝึกสัตว์เลี้ยงอย่างเป็นมิตรกับศูนย์ฝึกสุนัขไชยภักดิ์ สร้างพฤติกรรมที่ดี และการสื่อสารกับสัตว์เลี้ยงให้เข้าใจกันมากขึ้น ปิดท้ายด้วย Time to Chill สำหรับเพลิดเพลินกับช่วงเวลาคุณภาพกับเพื่อนรักสี่ขา และคอมมูนิตี้ที่มาอัพเลเวลพลังใจ ส่งต่อพลังงานบวกให้กันและกันภายในงานครั้งนี้

28/2/2568 • โดย Homeday
การเลือกปลอกคอที่เหมาะสมสำหรับสุนัขเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของสุนัขทุกคนควรใส่ใจ ปลอกคอไม่เพียงเป็นอุปกรณ์ในการควบคุมสุนัขเท่านั้น แต่ยังเป็นที่เก็บข้อมูลสำคัญในกรณีที่สุนัขหลงทางอีกด้วย แต่ปลอกคอที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพและความปลอดภัยของสุนัขได้ ความสำคัญของปลอกคอที่พอดี ปลอกคอที่หลวมเกินไปอาจทำให้สุนัขหลุดออกได้ง่ายและอาจเกิดอันตรายได้หากสุนัขวิ่งหลุดไปบนถนน ส่วนปลอกคอที่คับเกินไปจะทำให้สุนัขอึดอัด หายใจลำบาก และอาจทำร้ายผิวหนังได้ ในกรณีที่รุนแรง ปลอกคอที่แน่นเกินไปอาจกดทับหลอดลมของสุนัขและก่อให้เกิดปัญหาในระบบทางเดินหายใจได้ รู้จักประเภทของปลอกคอ ท้องตลาดมีปลอกคอหลากหลายประเภทให้เลือก แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน: ปลอกคอแบบปกติ (Flat Collar) – ใช้งานทั่วไป เหมาะกับสุนัขที่ได้รับการฝึกให้ไม่ดึงสายจูง ปลอกคอแบบรัดคอ (Martingale Collar) – เหมาะกับสุนัขที่มีคอเรียวกว่าศีรษะ ป้องกันการหลุด ปลอกคอแบบโซ่ (Chain Collar) – ใช้ในการฝึกสุนัข แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง ปลอกคอแบบหนาม (Prong Collar) – ใช้ฝึกสุนัขที่ดึงสายจูง แต่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ปลอกคอแบบไม่ดึง (No-Pull Harness) – เหมาะกับสุนัขที่มีปัญหาในการดึงสายจูง ปลอกคอฝังชิป GPS – ช่วยติดตามตำแหน่งของสุนัขได้ผ่านแอปพลิเคชัน วิธีวัดขนาดปลอกคอให้พอดี การวัดขนาดที่ถูกต้องจะช่วยให้ได้ปลอกคอที่พอดีกับสุนัข โดยมีขั้นตอนดังนี้: ใช้สายวัดตัวหรือเชือกพันรอบคอของสุนัขในบริเวณกลางคอ ใกล้กับฐานของหัว ตรวจสอบว่าสามารถสอดนิ้วได้ 2 นิ้วระหว่างสายวัดกับคอของสุนัข [...]

14/3/2568 • โดย Homeday
การเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่ในคอนโดมิเนียมเป็นความท้าทายที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้ทั้งเจ้าของและสุนัขมีความสุขและอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลสุนัขพันธุ์ใหญ่ในพื้นที่จำกัดอย่างมีประสิทธิภาพ พื้นที่อยู่อาศัยสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่ในคอนโด การจัดสรรพื้นที่ภายในห้อง การเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่ในคอนโดต้องคำนึงถึงพื้นที่การใช้ชีวิตเป็นหลัก ควรจัดเตรียมมุมพักผ่อนเฉพาะสำหรับสุนัขที่มีความสะดวกสบายและปลอดภัย โดยเลือกที่นอนขนาดใหญ่ที่เหมาะสมกับขนาดตัวสุนัข และควรวางในบริเวณที่ไม่กีดขวางการสัญจรภายในห้อง การออกแบบพื้นที่กิจกรรม สร้างพื้นที่เฉพาะสำหรับกิจกรรมของสุนัข เช่น วางของเล่น กำหนดจุดให้อาหาร และจัดเก็บอุปกรณ์ต่างๆ อย่างเป็นระเบียบ ช่วยให้การใช้ชีวิตร่วมกันในคอนโดเป็นไปอย่างลงตัว การออกกำลังกายและกิจกรรมในพื้นที่จำกัด กลยุทธ์การออกกำลังกาย สุนัขพันธุ์ใหญ่ต้องการการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แม้อยู่ในคอนโด ควรวางแผนพาออกเดินประจำวัน อย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30-45 นาที เพื่อระบายพลังงานและความต้องการทางร่างกาย กิจกรรมภายในห้อง พัฒนากิจกรรมภายในห้องที่ช่วยกระตุ้นสมองและร่างกายสุนัข เช่น เกมส์ฝึกทักษะ การซ่อนของเล่น หรือการฝึกสอนคำสั่งใหม่ๆ ช่วยให้สุนัขมีความสุขและไม่เบื่อในพื้นที่จำกัด โภชนาการและการควบคุมน้ำหนัก การควบคุมอาหาร สุนัขพันธุ์ใหญ่ในคอนโดมีความเสี่ยงต่อภาวะอ้วนสูง เนื่องจากการเคลื่อนไหวที่จำกัด ควรเลือกอาหารที่มีคุณภาพ คำนวณปริมาณอาหารอย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงการให้ขนมมากเกินไป การจัดการน้ำหนัก ติดตามน้ำหนักของสุนัขอย่างสม่ำเสมอ ปรับปริมาณอาหารและการออกกำลังกายให้เหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดจากภาวะอ้วน การฝึกวินัยและการปรับตัว การฝึกความประพฤติ ฝึกสุนัขให้มีวินัยในการอยู่อาศัยร่วมกันในคอนโด เช่น การขับถ่ายในที่ที่กำหนด การไม่ส่งเสียงดัง และการควบคุมอารมณ์ เพื่อความเป็นอยู่ที่ราบรื่นกับเพื่อนบ้าน [...]

10/3/2568 • โดย Homeday
สุนัขแต่ละสายพันธุ์มีความโน้มเอียงทางพฤติกรรมที่แตกต่างกัน บางสายพันธุ์มีแนวโน้มความก้าวร้าวสูงกว่าสายพันธุ์อื่น เช่น พิตบูล เทอร์เรีย หรือโรตไวเลอร์ ซึ่งมีประวัติการพัฒนาพันธุ์เพื่อการล่าหรือยามเฝ้า ส่งผลให้มีสัญชาตญาณการป้องกันตัวและอาณาเขตสูง ประสบการณ์และการขัดเกลาทางสังคม การเลี้ยงดูและสังคมสำหรับสุนัขมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพฤติกรรม หากสุนัขไม่ได้รับการฝึกและสังคมสงเคราะห์อย่างถูกต้องตั้งแต่ยังเล็ก จะส่งผลให้เกิดความวิตกกังวล ความกลัว และความก้าวร้าวได้ง่าย การฝึกสังคมที่ไม่เพียงพอ ขาดการสังสรรค์กับสุนัขตัวอื่นในช่วงอายุลูกสุนัข ไม่ได้รับการเรียนรู้มารยาทและการสื่อสารระหว่างสุนัข การถูกแยกตัวโดดเดี่ยวเป็นเวลานาน ความเจ็บปวดและความเครียด สุนัขที่ประสบปัญหาทางสุขภาพหรือเจ็บปวด มักแสดงออกด้วยความก้าวร้าวเพื่อป้องกันตนเอง โรคทางกายภาพหรือความเจ็บป่วยสามารถกระตุ้นพฤติกรรมก้าวร้าวได้ การครอบครองทรัพยากร สัญชาตญาณการป้องกันอาหาร ของเล่น หรือพื้นที่ส่วนตัวเป็นสาเหตุสำคัญของความขัดแย้งระหว่างสุนัข สุนัขมักแสดงอาการก้าวร้าวเมื่อรู้สึกว่าทรัพยากรของตนถูกคุกคาม ฮอร์โมนและสถานะทางเพศ สุนัขที่ยังไม่ทำหมันมีแนวโน้มแสดงความก้าวร้าวสูงกว่าสุนัขที่ทำหมันแล้ว โดยเฉพาะในช่วงที่มีความต้องการทางเพศ ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมความก้าวร้าวอย่างมาก ประสบการณ์การถูกทำร้ายในอดีต สุนัขที่เคยถูกทอดทิ้ง ทำร้าย หรือมีประสบการณ์ที่น่ากลัวมักพัฒนาพฤติกรรมป้องกันตนเองด้วยความก้าวร้าว เป็นกลไกการรับมือกับความเครียดและความหวาดกลัว สรุป ความก้าวร้าวของสุนัขเป็นผลมาจากหลายปัจจัย ทั้งพันธุกรรม ประสบการณ์ สุขภาพ และสภาพแวดล้อม การเข้าใจสาเหตุและให้การดูแลอย่างถูกวิธีจะช่วยลดพฤติกรรมก้าวร้าวและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสุนัขได้ #สุนัขก้าวร้าว #พฤติกรรมสุนัข #การฝึกสุนัข #สุขภาพสุนัข #ความเป็นเพื่อนของสุนัข #สัตว์เลี้ยง #สาระ

12/3/2568 • โดย Homeday
การอยู่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมต้องมีการวางแผนล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยง การเตรียมตัวอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพจะช่วยลดความเครียดและความเสี่ยงต่อชีวิตของสัตว์เลี้ยงได้อย่างมาก การเตรียมความพร้อมขั้นพื้นฐาน จัดทำชุดอพยพฉุกเฉินสำหรับสัตว์เลี้ยง การมีชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินที่พร้อมใช้งานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ประกอบด้วย: อาหารแห้งสำรอง 7-10 วัน น้ำดื่มสะอาด ยาประจำตัว สำเนาเอกสารการฉีดวัคซีน สายจูงและปลอกคอสำรอง กรงหรือตะกร้าขนส่ง การทำเครื่องหมายระบุตัวตน ติดป้ายชื่อและข้อมูลการติดต่อที่ปลอกคอ พร้อมเตรียมไมโครชิปสำหรับสุนัขและแมว เพื่อป้องกันการสูญหายในกรณีฉุกเฉิน การวางแผนอพยพ เส้นทางหนีภัยและจุดนัดพบ กำหนดเส้นทางอพยพล่วงหน้า ระบุสถานที่พักพิงที่ยอมรับสัตว์เลี้ยง จัดทำแผนติดต่อญาติหรือเพื่อนที่สามารถช่วยเหลือได้ การฝึกซ้อมอพยพ ฝึกฝนสัตว์เลี้ยงให้คุ้นเคยกับกรง การเคลื่อนย้าย และสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อลดความเครียดในวันที่ต้องอพยพจริง การปกป้องสัตว์เลี้ยงขณะน้ำท่วม การดูแลภายในบ้าน เตรียมพื้นที่ปลอดภัยชั้นบน จัดเตรียมที่นอนและอุปกรณ์ความสบาย สำรองอาหารและน้ำดื่มในปริมาณที่เพียงพอ การป้องกันอันตรายจากน้ำท่วม หลีกเลี่ยงการให้สัตว์เลี้ยงสัมผัสน้ำท่วม ระวังสารเคมีปนเปื้อนในน้ำ ตรวจสอบสุขภาพหลังน้ำลด การดูแลสุขภาพหลังน้ำท่วม การทำความสะอาดและตรวจสอบสุขภาพ อาบน้ำและทำความสะอาดสัตว์เลี้ยงหลังน้ำลด ตรวจหาบาดแผลหรืออาการผิดปกติ พาสัตวแพทย์ตรวจสุขภาพหลังเกิดเหตุ การฟื้นฟูทางจิตใจ สัตว์เลี้ยงอาจเกิดความเครียดหลังเหตุการณ์ ให้ความรัก ความอบอุ่น และความมั่นคงทางอารมณ์ การเตรียมพร้อมสำหรับสัตว์เลี้ยงแต่ละประเภท สุนัข ฝึกให้คุ้นเคยกับกรงและการเคลื่อนย้าย เตรียมยาประจำตัวและวัคซีน จัดเตรียมของเล่นเพื่อลดความเครียด แมว เตรียมกรงที่มีความปลอดภัยและสบาย จัดเตรียมทรายแมวสำรอง [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
สระว่ายน้ำในบ้านเป็นแหล่งความสนุกสนานและพักผ่อน แต่สำหรับสัตว์เลี้ยง มันอาจกลายเป็นแหล่งอันตรายหากขาดการระมัดระวัง การเตรียมพร้อมและความเข้าใจถึงความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของบ้านทุกคนควรตระหนัก ความเสี่ยงที่สัตว์เลี้ยงอาจประสบรอบสระว่ายน้ำ การจมน้ำ: ภัยเงียบที่ใกล้ตัว สัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นนักว่ายน้ำมืออาชีพ แม้แต่สุนัขที่ว่ายน้ำเป็นก็ยังมีความเสี่ยงจากการจมน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในสระที่ไม่คุ้นเคย การออกแบบขอบสระที่ชันหรือไม่มีทางออกอาจทำให้สัตว์เลี้ยงติดอยู่ในสระโดยไม่สามารถขึ้นมาได้ สารเคมีในสระว่ายน้ำ: อันตรายที่มองไม่เห็น คลอรีนและสารเคมีอื่นๆ ที่ใช้ในการทำความสะอาดสระว่ายน้ำ เป็นอันตรายต่อระบบผิวหนังและระบบทางเดินหายใจของสัตว์เลี้ยง การสัมผัสหรือกลืนน้ำในสระอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง อุบัติเหตุจากการลื่นหกล้ม พื้นรอบสระว่ายน้ำที่เปียกชื้นมักลื่น เสี่ยงต่อการหกล้มและบาดเจ็บ สัตว์เลี้ยงที่กระตือรือร้นหรือซุกซน อาจได้รับบาดเจ็บจากการลื่นไถลหรือกระแทกขอบสระ มาตรการป้องกันเพื่อความปลอดภัย การติดตั้งรั้วและประตูกั้น การสร้างรั้วรอบสระว่ายน้ำที่มีความสูงเหมาะสมและประตูที่ปิดได้เองโดยอัตโนมัติ เป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุด ป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงเข้าใกล้สระโดยไม่มีการควบคุม อุปกรณ์ช่วยชีวิตสำหรับสัตว์เลี้ยง การติดตั้งบันไดหรือทางออกพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยง ช่วยให้พวกเขาสามารถขึ้นจากสระได้อย่างปลอดภัยหากตกลงไปโดยไม่คาดคิด การฝึกสอนและสร้างความคุ้นเคย ฝึกสอนสัตว์เลี้ยงให้คุ้นเคยกับสระว่ายน้ำอย่างถูกวิธี สอนให้พวกเขารู้จักขอบสระ และสามารถหาทางออกได้หากตกลงไป คำแนะนำเฉพาะสำหรับสุนัขและแมว สุนัข ฝึกให้ว่ายน้ำภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด สวมเสื้อชูชีพเมื่ออยู่ใกล้สระว่ายน้ำ สอนวิธีการขึ้นจากสระอย่างปลอดภัย แมว จำกัดพื้นที่เข้าถึงสระว่ายน้ำ สังเกตพฤติกรรมการหลบหนีหากตกลงไปในน้ำ เตรียมอุปกรณ์ช่วยเหลือเบื้องต้น การปฐมพยาบาลเบื้องต้น กรณีสงสัยว่าสัตว์เลี้ยงจมน้ำ ตรวจสอบการหายใจ ทำการช่วยฟื้นคืนชีพหากจำเป็น นำสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด กรณีได้รับสารเคมี ล้างน้ำออกทันที สังเกตอาการผิดปกติ ปรึกษาสัตวแพทย์หากมีอาการรุนแรง สรุป ความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยงรอบสระว่ายน้ำขึ้นอยู่กับความระมัดระวังและการเตรียมพร้อมของเจ้าของ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย [...]

12/2/2568 • โดย Homeday
การฝึกสุนัขเป็นกระบวนการสำคัญที่จะช่วยให้สุนัขและเจ้าของอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข บทความนี้จะแนะนำวิธีการฝึกสุนัขแบบพื้นฐานที่เจ้าของมือใหม่สามารถทำได้เอง ทำความเข้าใจพื้นฐานก่อนเริ่มฝึก การฝึกสุนัขจำเป็นต้องเข้าใจหลักการพื้นฐานก่อน สุนัขเรียนรู้ผ่านการเสริมแรงทางบวก หมายถึงการให้รางวัลเมื่อสุนัขทำพฤติกรรมที่ต้องการ รางวัลอาจเป็นขนม คำชม หรือการลูบ การฝึกควรทำอย่างสม่ำเสมอและใช้ความอดทน สุนัขแต่ละตัวมีความเร็วในการเรียนรู้ไม่เท่ากัน ควรเริ่มฝึกเมื่อสุนัขอายุประมาณ 8 สัปดาห์ขึ้นไป ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือหลังอาหารประมาณ 30 นาที ฝึกครั้งละ 10-15 นาที วันละ 2-3 ครั้ง การฝึกที่นานเกินไปจะทำให้สุนัขเบื่อและไม่ให้ความร่วมมือ คำสั่งพื้นฐานที่ควรฝึก 1. คำสั่ง “นั่ง” (Sit) เริ่มด้วยการถือขนมไว้เหนือจมูกสุนัขเล็กน้อย ค่อยๆ เคลื่อนมือไปด้านหลังศีรษะ ธรรมชาติของสุนัขจะมองตามขนมและก้นจะลงนั่งเอง พูดคำว่า “นั่ง” พร้อมให้ขนมทันทีที่สุนัขนั่ง ทำซ้ำหลายครั้งจนสุนัขเข้าใจ เมื่อสุนัขเริ่มเข้าใจ ให้รอให้สุนัขนั่งก่อนแล้วจึงให้ขนม และค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาการนั่งให้นานขึ้น 2. คำสั่ง “นอน” (Down) เริ่มจากท่านั่ง ใช้ขนมล่อให้สุนัขก้มหน้าลงจนนอน พูดคำว่า “นอน” พร้อมให้ขนมทันทีที่สุนัขนอน ทำซ้ำจนสุนัขเข้าใจคำสั่ง อาจใช้วิธีจับตัวสุนัขให้นอนเบาๆ พร้อมพูดคำสั่ง แต่ต้องระวังไม่ให้สุนัขรู้สึกถูกบังคับจนเกินไป 3. [...]