กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

22/5/2568 • โดย Homeday
เมื่อพูดถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นต้องมีในทุกครัวเรือน ตู้เย็นถือเป็นหนึ่งในอันดับแรกๆ ที่ขาดไม่ได้ เพราะนอกจากจะช่วยถนอมอาหารให้คงความสดใหม่ได้นานขึ้นแล้ว ยังช่วยยืดอายุของวัตถุดิบต่างๆ ทำให้เราสามารถเก็บอาหารไว้รับประทานได้หลายวัน ลดการสูญเสียและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ในปัจจุบัน เทคโนโลยีของตู้เย็นได้พัฒนาไปอย่างมาก โดยเฉพาะระบบ Inverter ที่ช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าแบบธรรมดา มีระบบกระจายความเย็นที่ทั่วถึงและสม่ำเสมอ มีช่องเก็บผักผลไม้ที่รักษาความชื้นได้ดี และระบบป้องกันกลิ่นอาหารปะปนกัน ตู้เย็น 2 ประตูเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับครอบครัวทั่วไป เพราะมีขนาดที่เหมาะสม ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป สามารถแบ่งพื้นที่การใช้งานได้อย่างลงตัว มีช่องแช่แข็งแยกอย่างชัดเจน ทำให้การจัดเก็บอาหารเป็นระเบียบมากขึ้น และยังเหมาะกับพื้นที่ห้องครัวทั้งในบ้านเดี่ยวหรือคอนโดมิเนียม การเลือกตู้เย็น 2 ประตูที่เหมาะสมนั้น ควรพิจารณาจากขนาดความจุที่เพียงพอต่อการใช้งาน ระบบการทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพ ฟังก์ชันพิเศษที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และที่สำคัญคือประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน เพราะตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องเปิดตลอด 24 ชั่วโมง หากเลือกรุ่นที่ประหยัดไฟได้ดี ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างมากในระยะยาว #ตู้เย็น2ประตู #ตู้เย็นประหยัดไฟ #ตู้เย็นอินเวอร์เตอร์ #เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว #ตู้เย็นเทคโนโลยีใหม่ #รีวิวตู้เย็น #ตู้เย็นคุณภาพดี

25/3/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของระบบฉนวนความร้อนในบ้านยุคใหม่ ระบบฉนวนความร้อนถือเป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมอุณหภูมิภายในอาคาร ช่วยสร้างความสบายและประหยัดพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจสอบและดูแลระบบฉนวนความร้อนอย่างถูกต้องจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและเพิ่มความสบายให้กับการอยู่อาศัย การประเมินประสิทธิภาพฉนวนความร้อนเบื้องต้น การตรวจสอบระบบฉนวนความร้อนเริ่มจากการสังเกตและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เจ้าของบ้านสามารถดำเนินการด้วยตนเองหรือขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้: 1. การตรวจสอบโครงสร้างอาคาร ตรวจดูรอยแตกร้าวหรือช่องว่างตามผนัง ประตู และหน้าต่าง ให้ความสนใจกับรอยต่อระหว่างวัสดุก่อสร้างที่อาจเป็นจุดรั่วไหลของความร้อน สำรวจสภาพของวงกบประตูและหน้าต่าง รวมถึงซีลยางกันความร้อน 2. การตรวจสอบฉนวนความร้อน ตรวจสอบชนิดและคุณภาพของวัสดุฉนวนที่ใช้ในบ้าน วัดความหนาของฉนวนในส่วนต่างๆ ของอาคาร เช่น หลังคา ผนัง และพื้น ประเมินอายุการใช้งานของฉนวนความร้อน เนื่องจากประสิทธิภาพจะลดลงตามระยะเวลา เทคนิคการตรวจสอบฉนวนความร้อนขั้นสูง การใช้เครื่องมือพิเศษ เทอร์โมกราฟี (Thermography) เป็นเทคนิคที่ใช้กล้องถ่ายภาพความร้อนเพื่อตรวจจับจุดรั่วไหลของความร้อน สามารถระบุตำแหน่งที่มีการสูญเสียพลังงานได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้เห็นความแตกต่างของอุณหภูมิในพื้นที่ต่างๆ ของอาคาร การทดสอบความดันอากาศ วิธีการตรวจสอบรอยรั่วโดยใช้พัดลมเพื่อสร้างความแตกต่างของความดันอากาศ ช่วยค้นหาช่องว่างเล็กๆ ที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการปิดผนึกของอาคาร วิธีปรับปรุงระบบฉนวนความร้อน การอุดรอยรั่ว ใช้ซิลิโคนหรือโฟมอุดช่องว่างตามรอยต่อและรอยแตก เปลี่ยนวงกบประตูหน้าต่างที่ชำรุด ติดตั้งซีลยางกันความร้อนเพิ่มเติม การเพิ่มชั้นฉนวนความร้อน เลือกใช้วัสดุฉนวนที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับสภาพอากาศ เน้นการกันความร้อนบริเวณหลังคา ผนัง และพื้น พิจารณาใช้ฉนวนความร้อนประเภท Reflective หรือ Radiant Barrier [...]

12/10/2567 • โดย Homeday
แบบห้อง ทำเลที่ตั้ง ถนนพุทธบูชา แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. 10140 สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการ โครงการ เคฟ ลูมินัส บางมด (KAVE Luminous Bangmod) สถานศึกษาม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (ประตู 4).รร.ดรุณสิขาลัยรร.ขจรโรจน์วิทยา

9/5/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ใครก็อยากมีบ้านในฝัน การแต่งบ้านไม่ใช่แค่เรื่องของงบประมาณและสไตล์เท่านั้น แต่ “การวางแผน” และ “มองเห็นภาพรวมก่อนลงมือ” คือกุญแจสำคัญ วันนี้ Homeday รวบรวม 6 แอปแต่งบ้านฟรีที่ใช้ง่าย และดีต่อใจ สำหรับคนที่ชอบแต่งห้องใหม่ จัดบ้านให้เข้าที่ หรือวางแปลนก่อนรีโนเวตจริง 1. Planner 5D แต่งห้องได้ทั้งแบบ 2D และ 3D แบบละเอียด แอปนี้ช่วยให้คุณวางแปลนบ้าน ตั้งแต่โครงสร้างห้อง พื้น ผนัง ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็ก ๆ อินเตอร์เฟซใช้ง่าย มีไลบรารีเฟอร์นิเจอร์และวัสดุให้เลือกเพียบ เหมาะทั้งมือใหม่และมือโปรใช้งานฟรี (มีฟีเจอร์พรีเมียมเสริม) iOS / Android / Web 2. MagicPlan ถ่ายภาพแล้วแปลงเป็น Floor Plan อัตโนมัติ เหมาะมากสำหรับคนที่รีโนเวตบ้านเก่า แต่ไม่มีแปลนเดิม แอปจะใช้กล้องมือถือสแกนพื้นที่ แล้วสร้างผังห้องให้ทันที กำหนดขนาดห้อง เพิ่มเฟอร์นิเจอร์ / ประตู / หน้าต่าง [...]

6/10/2568 • โดย Homeday
“พฤกษา” ผู้นำอสังหาริมทรัพย์ของไทย จับมือพันธมิตรระดับโลก “ทอสเท็ม” (TOSTEM) แบรนด์ประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมคุณภาพสูงจากญี่ปุ่น ในเครือ LIXIL ยักษ์ใหญ่ด้านวัสดุก่อสร้าง ใส่ใจทุกรายละเอียดบ้านเพื่อความอยู่ดี นำนวัตกรรมมาตรฐานสากล ยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยให้ลูกค้า มอบบ้านที่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และอยู่สบายยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวคิด ‘Lifetime Well-Being…อยู่ดีทั้งชีวิต’ นายธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “พฤกษาเชื่อว่าบ้านที่ดีต้องเริ่มต้นจากวัสดุคุณภาพดี จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พฤกษาเลือกพันธมิตรด้านวัสดุก่อสร้างที่มีคุณภาพและมีความเชี่ยวชาญมาร่วมงาน สำหรับความร่วมมือกับทอสเท็มครั้งนี้ถือเป็นการสะท้อนแนวคิดที่จะมอบบ้านคุณภาพดี (Well Home) ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนสำคัญของแนวคิด Lifetime Well-Being อยู่ดี…ทั้งชีวิต โดยมุ่งเน้นใน 3 มิติ ได้แก่ คุณภาพและความปลอดภัย (Safety & Durability) การออกแบบที่ใส่ใจความเป็นอยู่ (Design & Comfort) และ สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Eco-Friendly Living) สะท้อนความใส่ใจในรายละเอียด ตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ ความปลอดภัย [...]

15/5/2568 • โดย Homeday
การเลือกซื้อตู้เย็น 2 ประตูถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับครอบครัวขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เนื่องจากมีการแบ่งช่องแช่แข็งและช่องแช่เย็นออกจากกันอย่างชัดเจน ทำให้การรักษาอุณหภูมิภายในตู้เย็นมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในปัจจุบันตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ามีตู้เย็น 2 ประตูหลากหลายยี่ห้อและรุ่นให้เลือกมากมาย แต่สำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัดไม่เกิน 10,000 บาท การหาตู้เย็นที่คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานอาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย ตู้เย็น 2 ประตูในปัจจุบันได้รับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบการทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพสูง ฟังก์ชันประหยัดพลังงานแบบ Inverter ระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ หรือการออกแบบพื้นที่ภายในให้ใช้งานได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ความสามารถในการรักษาความสดของอาหารยังเป็นคุณสมบัติสำคัญที่หลายแบรนด์ต่างแข่งขันกันพัฒนา ไม่ว่าจะเป็น Toshiba, Samsung, Hitachi, Sharp, Haier หรือแบรนด์อื่นๆ ต่างก็มีจุดเด่นในการรักษาความสดของอาหารและวัตถุดิบต่างๆ สำหรับผู้ที่อาศัยในพื้นที่จำกัด ตู้เย็น 2 ประตูขนาดกะทัดรัดที่มีความจุตั้งแต่ 5-8 คิวจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ขณะที่ครอบครัวที่มีสมาชิก 3-4 คนอาจต้องการตู้เย็นขนาด 8-10 คิวเพื่อจัดเก็บอาหารได้มากขึ้น ที่สำคัญคือการเลือกตู้เย็นที่ได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จะช่วยประหยัดค่าไฟในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีงบประมาณจำกัดไม่เกิน 10,000 บาท แต่ปัจจุบันก็มีตู้เย็น 2 ประตูคุณภาพดีให้เลือกมากมาย ซึ่งบทความนี้จะรวบรวมตู้เย็น 2 ประตูจากหลากหลายแบรนด์ที่น่าสนใจมาแนะนำ #ตู้เย็น2ประตู #ตู้เย็นราคาถูก [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า การเตรียมความพร้อมของที่อยู่อาศัยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายและการบาดเจ็บ แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวรุนแรง แต่เรายังคงสามารถรับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในประเทศเพื่อนบ้านได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดบ้านให้ปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยเน้นที่ 5 จุดสำคัญที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้าน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้านอย่างเหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกันอันตรายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากขณะเกิดแรงสั่นสะเทือน วัตถุหนักอาจล้มหรือเคลื่อนที่จนเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย การยึดติดเฟอร์นิเจอร์กับผนังหรือพื้น เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้หนังสือ หรือชั้นวางของ ควรได้รับการยึดติดกับผนังหรือพื้นอย่างแน่นหนา สามารถใช้อุปกรณ์ยึดเฟอร์นิเจอร์ (Furniture Anchor) หรือสายรัดกันล้ม (Anti-tip Straps) ซึ่งมีจำหน่ายตามร้านอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป การยึดติดจะช่วยป้องกันไม่ให้เฟอร์นิเจอร์ล้มทับผู้อยู่อาศัยขณะเกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะในห้องนอนเด็กหรือห้องที่มีการใช้งานเป็นประจำ การจัดวางของหนักในระดับต่ำ ควรวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไว้ในชั้นล่างของชั้นวางของหรือตู้ เช่น หนังสือเล่มใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของสะสมที่มีน้ำหนัก ส่วนของเบาควรจัดเก็บไว้ในชั้นบน เพื่อลดความเสี่ยงที่ของหนักจะตกลงมาทำให้เกิดการบาดเจ็บ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการวางของหนักบนหัวเตียงหรือเหนือที่นั่งที่ใช้งานเป็นประจำ การจัดเตรียงทางหนีไฟ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่กีดขวางทางออกฉุกเฉิน ประตู หน้าต่าง หรือเส้นทางการอพยพ ควรมีเส้นทางอพยพอย่างน้อย 2 เส้นทางในแต่ละห้อง โดยไม่มีสิ่งกีดขวางที่อาจล้มขวางทางได้ขณะเกิดแผ่นดินไหว การจัดให้มีพื้นที่ว่างที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับหลบภัยเฉพาะหน้า เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรงหรือใกล้เสาบ้าน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม 2. การตรวจสอบโครงสร้างอาคารและจุดเสี่ยง บ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรงย่อมปลอดภัยกว่าเมื่อเกิดแผ่นดินไหว [...]

7/4/2568 • โดย Homeday
การเลือกซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตที่ต้องพิจารณาหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้ง ราคา หรือขนาดพื้นที่ใช้สอย แต่มีปัจจัยหนึ่งที่หลายคนมองข้ามคือ “ทิศทางลม” ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการอยู่อาศัยและค่าใช้จ่ายในระยะยาว บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมทิศทางลมจึงมีความสำคัญต่อการเลือกซื้อบ้าน และจะส่งผลอย่างไรต่อค่าไฟฟ้าและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ความสำคัญของทิศทางลมต่อการออกแบบบ้าน ทิศทางลมมีบทบาทสำคัญในการกำหนดสภาพแวดล้อมภายในบ้าน โดยเฉพาะในประเทศที่มีอากาศร้อนชื้นอย่างประเทศไทย การเข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่ของลมตามธรรมชาติจะช่วยให้เราสามารถออกแบบบ้านให้รับลมได้ดีที่สุด บ้านที่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับทิศทางลมจะมีการระบายอากาศที่ดี ช่วยลดอุณหภูมิภายในตัวบ้านโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากเกินไป ลมประจำในประเทศไทยมีสองทิศทางหลัก ได้แก่ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน การวางตำแหน่งอาคารให้สัมพันธ์กับทิศทางลมเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการไหลเวียนของอากาศที่ดีภายในบ้าน บ้านที่หันหน้าตามทิศทางลมประจำจะได้รับประโยชน์จากการระบายความร้อนตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นการลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ การจัดวางช่องเปิดอย่างเหมาะสม เช่น หน้าต่าง ประตู หรือช่องลม ยังสามารถสร้างปรากฏการณ์ “การระบายอากาศข้ามฟาก” (Cross Ventilation) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยให้อากาศไหลเวียนจากด้านหนึ่งของบ้านไปอีกด้านหนึ่ง ทำให้เกิดการระบายความร้อนและความชื้นออกจากตัวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลกระทบของทิศทางลมต่อค่าไฟฟ้าและการใช้พลังงาน บ้านที่ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงทิศทางลมจะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อมีการระบายอากาศตามธรรมชาติที่ดี อุณหภูมิภายในบ้านจะลดลง ทำให้ลดความจำเป็นในการใช้เครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดในบ้าน การศึกษาด้านการประหยัดพลังงานพบว่า บ้านที่มีการระบายอากาศตามธรรมชาติที่ดีสามารถลดการใช้พลังงานสำหรับการปรับอากาศได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับบ้านที่ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยด้านทิศทางลม นั่นหมายถึงการประหยัดค่าไฟฟ้าได้หลายพันบาทต่อปี นอกจากการประหยัดค่าไฟแล้ว การใช้ประโยชน์จากลมธรรมชาติยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะโลกร้อน เป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและลดการใช้ทรัพยากรของโลกอีกด้วย การประเมินค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้จากการออกแบบบ้านให้สอดคล้องกับทิศทางลมสามารถทำได้โดยการเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าระหว่างบ้านที่มีการออกแบบที่ดีกับบ้านทั่วไป โดยเฉลี่ยแล้ว บ้านขนาด 150 [...]

3/6/2568 • โดย Homeday
ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งในทุกครัวเรือน เนื่องจากช่วยเก็บรักษาอาหารให้สดใหม่ได้นานขึ้น โดยเฉพาะตู้เย็น 2 ประตู ที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับการแบ่งโซนการเก็บอาหาร ด้วยการแยกช่องแช่แข็งและช่องแช่เย็นออกจากกันอย่างชัดเจน ทำให้สามารถควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำตามความเหมาะสมของอาหารแต่ละประเภท สำหรับครอบครัวที่มีงบประมาณจำกัดไม่เกิน 10,000 บาท การเลือกซื้อตู้เย็น 2 ประตูอาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย เพราะต้องพิจารณาทั้งเรื่องขนาด ฟังก์ชันการใช้งาน การประหยัดพลังงาน และความคงทนในระยะยาว ในปัจจุบัน ตู้เย็น 2 ประตูในตลาดมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น แม้จะอยู่ในระดับราคาที่ไม่สูงมาก หลายรุ่นมาพร้อมกับระบบ Inverter ที่ช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบ No Frost ที่ช่วยลดการสะสมของน้ำแข็งในช่องแช่แข็ง และมีนวัตกรรมการกระจายความเย็นที่ทั่วถึงทั้งตู้ ทำให้อาหารสดใหม่ในทุกชั้นวาง นอกจากนี้ หลายแบรนด์ยังเพิ่มฟีเจอร์พิเศษเพื่อยืดอายุความสดของอาหาร เช่น ระบบกรองกลิ่น ระบบฆ่าเชื้อ และช่องแช่เฉพาะสำหรับผักผลไม้ การเลือกตู้เย็นที่เหมาะสมกับขนาดครอบครัวและพฤติกรรมการใช้งานจะช่วยให้คุณประหยัดค่าไฟในระยะยาว และมีพื้นที่จัดเก็บที่เพียงพอต่อความต้องการ บทความนี้จะแนะนำตู้เย็น 2 ประตูจากแบรนด์ชั้นนำหลากหลายยี่ห้อ ที่มีราคาไม่เกิน 10,000 บาท พร้อมรายละเอียดคุณสมบัติเด่นของแต่ละรุ่น เพื่อให้คุณสามารถเปรียบเทียบและเลือกรุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด #ตู้เย็น2ประตู #ตู้เย็นราคาประหยัด #ตู้เย็นประหยัดไฟ #ตู้เย็นอินเวอร์เตอร์ #เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน #ตู้เย็นน่าใช้ #ตู้เย็นไม่เกิน10000 [...]

25/4/2566 • โดย Homeday
ทอสเท็ม (TOSTEM) ฉลองครบรอบ 100 ปี หนึ่งศตวรรษแห่งความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมสำเร็จรูป ตอกย้ำความเป็นผู้นำประ

23/5/2568 • โดย Homeday
หลายคนอยาก “จัดบ้านให้พารวย” แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี บางคนเริ่มจากซื้อวัตถุมงคล วางเหรียญจีน หรือแขวนยันต์ตามมุมต่าง ๆ แต่รู้ไหมว่า… ฮวงจุ้ยที่แท้จริง ไม่ได้เริ่มที่ “ของมู” แต่เริ่มจาก “พลังงานที่ไหลเวียนในบ้าน” ต่างหาก ฮวงจุ้ยคืออะไร? เริ่มจากความเข้าใจก่อน ฮวงจุ้ย (Feng Shui) คือศาสตร์จีนโบราณว่าด้วย “การจัดวางสิ่งของในพื้นที่” เพื่อให้สอดคล้องกับพลังงานธรรมชาติ (ชี่) และส่งผลต่อโชคชะตา การเงิน สุขภาพ ในมุมของบ้าน ฮวงจุ้ยจึงไม่ใช่แค่เรื่องไสยศาสตร์ แต่คือการ “จัดระเบียบชีวิตผ่านการจัดบ้าน” ให้รู้สึกสบาย โล่ง โปร่ง และน่าอยู่ จุดสำคัญ 3 แห่ง ที่ควรเริ่มก่อน 1. ประตูบ้าน = ปากรับโชค ประตูบ้านคือจุดเริ่มต้นของพลังงานทุกอย่าง หากตรงนี้รกรุงรัง มีสิ่งกีดขวาง หรืออับทึบ พลังดี (รวมถึงโชคลาภ) จะไม่สามารถไหลเข้าได้ วิธีปรับ จัดพื้นที่หน้าประตูให้โล่ง โปร่ง และสะอาด อย่าวางของ เช่น [...]

20/2/2568 • โดย Homeday
เซนเตอร์ พอยต์ ผู้นำธุรกิจโรงแรมสัญชาติไทย เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “โรงแรม เซนเตอร์ พอยต์ พลัส” (Centre Point Plus Hotel) เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางทุกกลุ่มเป้าหมายที่มีไลฟ์สไตล์อัพสเกล มองหาประสบการณ์พักผ่อนทั้งคุณภาพ ความสะดวกสบาย และการบริการที่พลัสขึ้นกว่าเดิม โดยนำร่องเปิดให้บริการพร้อมกัน 2 สาขาแรก ได้แก่ “สีลม ริเวอร์วิว” และ “ประตูน้ำ” ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพที่ตอบโจทย์ทั้งนักเดินทางเพื่อธุรกิจและนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมไทยและความสะดวกสบายที่สุดแสนพิเศษ ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวไทยที่กลับมาคึกคัก คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้สูงถึง 40 ล้านคน ยกระดับมาตรฐานโรงแรมไทยด้วยแนวคิด 3C Plus สู่ “Your Plus Happiness” มัลลิกา ทัศนนิพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท คิว.เอช. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ‘เซนเตอร์ พอยต์ พลัส’ (Centre Point Plus Hotel) เป็นโรงแรมในกลุ่มเซนเตอร์ พอยต์ ภายใต้การบริหารงานของคิวเฮ้าส์ ซึ่งดำเนินธุรกิจด้าน [...]