
7/4/2568 • โดย Homeday
การเลือกซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตที่ต้องพิจารณาหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้ง ราคา หรือขนาดพื้นที่ใช้สอย แต่มีปัจจัยหนึ่งที่หลายคนมองข้ามคือ “ทิศทางลม” ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการอยู่อาศัยและค่าใช้จ่ายในระยะยาว บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมทิศทางลมจึงมีความสำคัญต่อการเลือกซื้อบ้าน และจะส่งผลอย่างไรต่อค่าไฟฟ้าและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ความสำคัญของทิศทางลมต่อการออกแบบบ้าน ทิศทางลมมีบทบาทสำคัญในการกำหนดสภาพแวดล้อมภายในบ้าน โดยเฉพาะในประเทศที่มีอากาศร้อนชื้นอย่างประเทศไทย การเข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่ของลมตามธรรมชาติจะช่วยให้เราสามารถออกแบบบ้านให้รับลมได้ดีที่สุด บ้านที่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับทิศทางลมจะมีการระบายอากาศที่ดี ช่วยลดอุณหภูมิภายในตัวบ้านโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากเกินไป ลมประจำในประเทศไทยมีสองทิศทางหลัก ได้แก่ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน การวางตำแหน่งอาคารให้สัมพันธ์กับทิศทางลมเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการไหลเวียนของอากาศที่ดีภายในบ้าน บ้านที่หันหน้าตามทิศทางลมประจำจะได้รับประโยชน์จากการระบายความร้อนตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นการลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ การจัดวางช่องเปิดอย่างเหมาะสม เช่น หน้าต่าง ประตู หรือช่องลม ยังสามารถสร้างปรากฏการณ์ “การระบายอากาศข้ามฟาก” (Cross Ventilation) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยให้อากาศไหลเวียนจากด้านหนึ่งของบ้านไปอีกด้านหนึ่ง ทำให้เกิดการระบายความร้อนและความชื้นออกจากตัวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลกระทบของทิศทางลมต่อค่าไฟฟ้าและการใช้พลังงาน บ้านที่ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงทิศทางลมจะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อมีการระบายอากาศตามธรรมชาติที่ดี อุณหภูมิภายในบ้านจะลดลง ทำให้ลดความจำเป็นในการใช้เครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดในบ้าน การศึกษาด้านการประหยัดพลังงานพบว่า บ้านที่มีการระบายอากาศตามธรรมชาติที่ดีสามารถลดการใช้พลังงานสำหรับการปรับอากาศได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับบ้านที่ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยด้านทิศทางลม นั่นหมายถึงการประหยัดค่าไฟฟ้าได้หลายพันบาทต่อปี นอกจากการประหยัดค่าไฟแล้ว การใช้ประโยชน์จากลมธรรมชาติยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะโลกร้อน เป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและลดการใช้ทรัพยากรของโลกอีกด้วย การประเมินค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้จากการออกแบบบ้านให้สอดคล้องกับทิศทางลมสามารถทำได้โดยการเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าระหว่างบ้านที่มีการออกแบบที่ดีกับบ้านทั่วไป โดยเฉลี่ยแล้ว บ้านขนาด 150 [...]

16/5/2568 • โดย Homeday
การเลือกซื้อตู้เย็นที่มีคุณภาพดี ประหยัดพลังงาน และราคาไม่สูงเกินไปถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับทุกครัวเรือน โดยเฉพาะตู้เย็น 2 ประตู ที่ได้รับความนิยมอย่างมากเพราะออกแบบมาให้มีช่องแช่แข็งและช่องแช่เย็นแยกกันชัดเจน ช่วยให้จัดเก็บอาหารได้เป็นระเบียบและรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสมกับอาหารแต่ละประเภท ในตลาดปี 2025 มีตู้เย็น 2 ประตูหลากหลายรุ่นจากหลายแบรนด์ที่มีราคาไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัดแต่ยังต้องการคุณภาพและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติที่ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลกับน้ำแข็งเกาะ ระบบกระจายความเย็นที่ทำให้อาหารในทุกชั้นได้รับความเย็นอย่างทั่วถึง ระบบอินเวอร์เตอร์ที่ช่วยประหยัดพลังงานและลดค่าไฟ รวมถึงเทคโนโลยีกำจัดกลิ่นและแบคทีเรียที่ช่วยรักษาความสดใหม่ของอาหาร ตู้เย็นในกลุ่มนี้ยังมาพร้อมดีไซน์ที่ทันสมัย หลากหลายขนาดให้เลือกตั้งแต่ 4 คิวไปจนถึง 8 คิวกว่า เหมาะกับทุกขนาดครอบครัวและพื้นที่การใช้งาน บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับตู้เย็น 2 ประตู ราคาไม่เกิน 10,000 บาท ที่คุ้มค่าน่าซื้อที่สุดในปี 2025 #ตู้เย็น2ประตู #ตู้เย็นราคาถูก #ตู้เย็นประหยัดไฟ #ตู้เย็นไม่เกิน10000 #เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน #ตู้เย็นอินเวอร์เตอร์ #แช่อาหารสด #ตู้เย็นขนาดเล็ก #ตู้เย็นขนาดกลาง #เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว

9/5/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ใครก็อยากมีบ้านในฝัน การแต่งบ้านไม่ใช่แค่เรื่องของงบประมาณและสไตล์เท่านั้น แต่ “การวางแผน” และ “มองเห็นภาพรวมก่อนลงมือ” คือกุญแจสำคัญ วันนี้ Homeday รวบรวม 6 แอปแต่งบ้านฟรีที่ใช้ง่าย และดีต่อใจ สำหรับคนที่ชอบแต่งห้องใหม่ จัดบ้านให้เข้าที่ หรือวางแปลนก่อนรีโนเวตจริง 1. Planner 5D แต่งห้องได้ทั้งแบบ 2D และ 3D แบบละเอียด แอปนี้ช่วยให้คุณวางแปลนบ้าน ตั้งแต่โครงสร้างห้อง พื้น ผนัง ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็ก ๆ อินเตอร์เฟซใช้ง่าย มีไลบรารีเฟอร์นิเจอร์และวัสดุให้เลือกเพียบ เหมาะทั้งมือใหม่และมือโปรใช้งานฟรี (มีฟีเจอร์พรีเมียมเสริม) iOS / Android / Web 2. MagicPlan ถ่ายภาพแล้วแปลงเป็น Floor Plan อัตโนมัติ เหมาะมากสำหรับคนที่รีโนเวตบ้านเก่า แต่ไม่มีแปลนเดิม แอปจะใช้กล้องมือถือสแกนพื้นที่ แล้วสร้างผังห้องให้ทันที กำหนดขนาดห้อง เพิ่มเฟอร์นิเจอร์ / ประตู / หน้าต่าง [...]

6/10/2568 • โดย Homeday
“พฤกษา” ผู้นำอสังหาริมทรัพย์ของไทย จับมือพันธมิตรระดับโลก “ทอสเท็ม” (TOSTEM) แบรนด์ประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมคุณภาพสูงจากญี่ปุ่น ในเครือ LIXIL ยักษ์ใหญ่ด้านวัสดุก่อสร้าง ใส่ใจทุกรายละเอียดบ้านเพื่อความอยู่ดี นำนวัตกรรมมาตรฐานสากล ยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยให้ลูกค้า มอบบ้านที่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และอยู่สบายยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวคิด ‘Lifetime Well-Being…อยู่ดีทั้งชีวิต’ นายธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “พฤกษาเชื่อว่าบ้านที่ดีต้องเริ่มต้นจากวัสดุคุณภาพดี จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พฤกษาเลือกพันธมิตรด้านวัสดุก่อสร้างที่มีคุณภาพและมีความเชี่ยวชาญมาร่วมงาน สำหรับความร่วมมือกับทอสเท็มครั้งนี้ถือเป็นการสะท้อนแนวคิดที่จะมอบบ้านคุณภาพดี (Well Home) ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนสำคัญของแนวคิด Lifetime Well-Being อยู่ดี…ทั้งชีวิต โดยมุ่งเน้นใน 3 มิติ ได้แก่ คุณภาพและความปลอดภัย (Safety & Durability) การออกแบบที่ใส่ใจความเป็นอยู่ (Design & Comfort) และ สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Eco-Friendly Living) สะท้อนความใส่ใจในรายละเอียด ตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ ความปลอดภัย [...]

22/5/2568 • โดย Homeday
เมื่อพูดถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นต้องมีในทุกครัวเรือน ตู้เย็นถือเป็นหนึ่งในอันดับแรกๆ ที่ขาดไม่ได้ เพราะนอกจากจะช่วยถนอมอาหารให้คงความสดใหม่ได้นานขึ้นแล้ว ยังช่วยยืดอายุของวัตถุดิบต่างๆ ทำให้เราสามารถเก็บอาหารไว้รับประทานได้หลายวัน ลดการสูญเสียและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ในปัจจุบัน เทคโนโลยีของตู้เย็นได้พัฒนาไปอย่างมาก โดยเฉพาะระบบ Inverter ที่ช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าแบบธรรมดา มีระบบกระจายความเย็นที่ทั่วถึงและสม่ำเสมอ มีช่องเก็บผักผลไม้ที่รักษาความชื้นได้ดี และระบบป้องกันกลิ่นอาหารปะปนกัน ตู้เย็น 2 ประตูเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับครอบครัวทั่วไป เพราะมีขนาดที่เหมาะสม ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป สามารถแบ่งพื้นที่การใช้งานได้อย่างลงตัว มีช่องแช่แข็งแยกอย่างชัดเจน ทำให้การจัดเก็บอาหารเป็นระเบียบมากขึ้น และยังเหมาะกับพื้นที่ห้องครัวทั้งในบ้านเดี่ยวหรือคอนโดมิเนียม การเลือกตู้เย็น 2 ประตูที่เหมาะสมนั้น ควรพิจารณาจากขนาดความจุที่เพียงพอต่อการใช้งาน ระบบการทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพ ฟังก์ชันพิเศษที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และที่สำคัญคือประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน เพราะตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องเปิดตลอด 24 ชั่วโมง หากเลือกรุ่นที่ประหยัดไฟได้ดี ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างมากในระยะยาว #ตู้เย็น2ประตู #ตู้เย็นประหยัดไฟ #ตู้เย็นอินเวอร์เตอร์ #เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว #ตู้เย็นเทคโนโลยีใหม่ #รีวิวตู้เย็น #ตู้เย็นคุณภาพดี

25/3/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของระบบฉนวนความร้อนในบ้านยุคใหม่ ระบบฉนวนความร้อนถือเป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมอุณหภูมิภายในอาคาร ช่วยสร้างความสบายและประหยัดพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจสอบและดูแลระบบฉนวนความร้อนอย่างถูกต้องจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและเพิ่มความสบายให้กับการอยู่อาศัย การประเมินประสิทธิภาพฉนวนความร้อนเบื้องต้น การตรวจสอบระบบฉนวนความร้อนเริ่มจากการสังเกตและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เจ้าของบ้านสามารถดำเนินการด้วยตนเองหรือขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้: 1. การตรวจสอบโครงสร้างอาคาร ตรวจดูรอยแตกร้าวหรือช่องว่างตามผนัง ประตู และหน้าต่าง ให้ความสนใจกับรอยต่อระหว่างวัสดุก่อสร้างที่อาจเป็นจุดรั่วไหลของความร้อน สำรวจสภาพของวงกบประตูและหน้าต่าง รวมถึงซีลยางกันความร้อน 2. การตรวจสอบฉนวนความร้อน ตรวจสอบชนิดและคุณภาพของวัสดุฉนวนที่ใช้ในบ้าน วัดความหนาของฉนวนในส่วนต่างๆ ของอาคาร เช่น หลังคา ผนัง และพื้น ประเมินอายุการใช้งานของฉนวนความร้อน เนื่องจากประสิทธิภาพจะลดลงตามระยะเวลา เทคนิคการตรวจสอบฉนวนความร้อนขั้นสูง การใช้เครื่องมือพิเศษ เทอร์โมกราฟี (Thermography) เป็นเทคนิคที่ใช้กล้องถ่ายภาพความร้อนเพื่อตรวจจับจุดรั่วไหลของความร้อน สามารถระบุตำแหน่งที่มีการสูญเสียพลังงานได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้เห็นความแตกต่างของอุณหภูมิในพื้นที่ต่างๆ ของอาคาร การทดสอบความดันอากาศ วิธีการตรวจสอบรอยรั่วโดยใช้พัดลมเพื่อสร้างความแตกต่างของความดันอากาศ ช่วยค้นหาช่องว่างเล็กๆ ที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการปิดผนึกของอาคาร วิธีปรับปรุงระบบฉนวนความร้อน การอุดรอยรั่ว ใช้ซิลิโคนหรือโฟมอุดช่องว่างตามรอยต่อและรอยแตก เปลี่ยนวงกบประตูหน้าต่างที่ชำรุด ติดตั้งซีลยางกันความร้อนเพิ่มเติม การเพิ่มชั้นฉนวนความร้อน เลือกใช้วัสดุฉนวนที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับสภาพอากาศ เน้นการกันความร้อนบริเวณหลังคา ผนัง และพื้น พิจารณาใช้ฉนวนความร้อนประเภท Reflective หรือ Radiant Barrier [...]

3/6/2568 • โดย Homeday
ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งในทุกครัวเรือน เนื่องจากช่วยเก็บรักษาอาหารให้สดใหม่ได้นานขึ้น โดยเฉพาะตู้เย็น 2 ประตู ที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับการแบ่งโซนการเก็บอาหาร ด้วยการแยกช่องแช่แข็งและช่องแช่เย็นออกจากกันอย่างชัดเจน ทำให้สามารถควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำตามความเหมาะสมของอาหารแต่ละประเภท สำหรับครอบครัวที่มีงบประมาณจำกัดไม่เกิน 10,000 บาท การเลือกซื้อตู้เย็น 2 ประตูอาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย เพราะต้องพิจารณาทั้งเรื่องขนาด ฟังก์ชันการใช้งาน การประหยัดพลังงาน และความคงทนในระยะยาว ในปัจจุบัน ตู้เย็น 2 ประตูในตลาดมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น แม้จะอยู่ในระดับราคาที่ไม่สูงมาก หลายรุ่นมาพร้อมกับระบบ Inverter ที่ช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบ No Frost ที่ช่วยลดการสะสมของน้ำแข็งในช่องแช่แข็ง และมีนวัตกรรมการกระจายความเย็นที่ทั่วถึงทั้งตู้ ทำให้อาหารสดใหม่ในทุกชั้นวาง นอกจากนี้ หลายแบรนด์ยังเพิ่มฟีเจอร์พิเศษเพื่อยืดอายุความสดของอาหาร เช่น ระบบกรองกลิ่น ระบบฆ่าเชื้อ และช่องแช่เฉพาะสำหรับผักผลไม้ การเลือกตู้เย็นที่เหมาะสมกับขนาดครอบครัวและพฤติกรรมการใช้งานจะช่วยให้คุณประหยัดค่าไฟในระยะยาว และมีพื้นที่จัดเก็บที่เพียงพอต่อความต้องการ บทความนี้จะแนะนำตู้เย็น 2 ประตูจากแบรนด์ชั้นนำหลากหลายยี่ห้อ ที่มีราคาไม่เกิน 10,000 บาท พร้อมรายละเอียดคุณสมบัติเด่นของแต่ละรุ่น เพื่อให้คุณสามารถเปรียบเทียบและเลือกรุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด #ตู้เย็น2ประตู #ตู้เย็นราคาประหยัด #ตู้เย็นประหยัดไฟ #ตู้เย็นอินเวอร์เตอร์ #เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน #ตู้เย็นน่าใช้ #ตู้เย็นไม่เกิน10000 [...]

25/4/2566 • โดย Homeday
ทอสเท็ม (TOSTEM) ฉลองครบรอบ 100 ปี หนึ่งศตวรรษแห่งความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมสำเร็จรูป ตอกย้ำความเป็นผู้นำประ

12/10/2567 • โดย Homeday
แบบห้อง ทำเลที่ตั้ง ถนนพุทธบูชา แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. 10140 สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการ โครงการ เคฟ ลูมินัส บางมด (KAVE Luminous Bangmod) สถานศึกษาม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (ประตู 4).รร.ดรุณสิขาลัยรร.ขจรโรจน์วิทยา

15/5/2568 • โดย Homeday
การเลือกซื้อตู้เย็น 2 ประตูถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับครอบครัวขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เนื่องจากมีการแบ่งช่องแช่แข็งและช่องแช่เย็นออกจากกันอย่างชัดเจน ทำให้การรักษาอุณหภูมิภายในตู้เย็นมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในปัจจุบันตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ามีตู้เย็น 2 ประตูหลากหลายยี่ห้อและรุ่นให้เลือกมากมาย แต่สำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัดไม่เกิน 10,000 บาท การหาตู้เย็นที่คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานอาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย ตู้เย็น 2 ประตูในปัจจุบันได้รับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบการทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพสูง ฟังก์ชันประหยัดพลังงานแบบ Inverter ระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ หรือการออกแบบพื้นที่ภายในให้ใช้งานได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ความสามารถในการรักษาความสดของอาหารยังเป็นคุณสมบัติสำคัญที่หลายแบรนด์ต่างแข่งขันกันพัฒนา ไม่ว่าจะเป็น Toshiba, Samsung, Hitachi, Sharp, Haier หรือแบรนด์อื่นๆ ต่างก็มีจุดเด่นในการรักษาความสดของอาหารและวัตถุดิบต่างๆ สำหรับผู้ที่อาศัยในพื้นที่จำกัด ตู้เย็น 2 ประตูขนาดกะทัดรัดที่มีความจุตั้งแต่ 5-8 คิวจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ขณะที่ครอบครัวที่มีสมาชิก 3-4 คนอาจต้องการตู้เย็นขนาด 8-10 คิวเพื่อจัดเก็บอาหารได้มากขึ้น ที่สำคัญคือการเลือกตู้เย็นที่ได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 จะช่วยประหยัดค่าไฟในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีงบประมาณจำกัดไม่เกิน 10,000 บาท แต่ปัจจุบันก็มีตู้เย็น 2 ประตูคุณภาพดีให้เลือกมากมาย ซึ่งบทความนี้จะรวบรวมตู้เย็น 2 ประตูจากหลากหลายแบรนด์ที่น่าสนใจมาแนะนำ #ตู้เย็น2ประตู #ตู้เย็นราคาถูก [...]

25/3/2568 • โดย Homeday
ฟอร์ดเตรียมจัดแสดงฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต สเปเชียล เอดิชัน อย่างเป็นทางการครั้งแรกในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ณ บูธ A2 อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2568 พร้อมนำทัพรถยนต์รุ่นยอดนิยมมาจัดแสดงกับข้อเสนอสุดพิเศษ จัดเต็มไลน์อัพฟอร์ด เอเวอเรสต์ และฟอร์ด เรนเจอร์ หลากหลายรุ่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านรถกระบะ 4 ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ ตัวจริงด้านความแกร่งและดุดันในทุกเส้นทาง พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ด้วย ‘Ford Live Studio’ สตูดิโอไลฟ์สดสำหรับเหล่าครีเอเตอร์นักสร้างสรรค์คอนเทนต์ “ฟอร์ดมุ่งมั่นรับฟังเสียงตอบรับจากลูกค้าเพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง การเปิดตัวรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต สเปเชียล เอดิชัน ช่วยตอกย้ำความตั้งใจนี้ ผ่านการผสมผสานทั้งสไตล์และสมรรถนะที่รองรับไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย นอกจากนี้ เรายังได้นำฟอร์ด เรนเจอร์ สปอร์ต กระบะ [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า การเตรียมความพร้อมของที่อยู่อาศัยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายและการบาดเจ็บ แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวรุนแรง แต่เรายังคงสามารถรับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในประเทศเพื่อนบ้านได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดบ้านให้ปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยเน้นที่ 5 จุดสำคัญที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้าน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้านอย่างเหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกันอันตรายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากขณะเกิดแรงสั่นสะเทือน วัตถุหนักอาจล้มหรือเคลื่อนที่จนเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย การยึดติดเฟอร์นิเจอร์กับผนังหรือพื้น เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้หนังสือ หรือชั้นวางของ ควรได้รับการยึดติดกับผนังหรือพื้นอย่างแน่นหนา สามารถใช้อุปกรณ์ยึดเฟอร์นิเจอร์ (Furniture Anchor) หรือสายรัดกันล้ม (Anti-tip Straps) ซึ่งมีจำหน่ายตามร้านอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป การยึดติดจะช่วยป้องกันไม่ให้เฟอร์นิเจอร์ล้มทับผู้อยู่อาศัยขณะเกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะในห้องนอนเด็กหรือห้องที่มีการใช้งานเป็นประจำ การจัดวางของหนักในระดับต่ำ ควรวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไว้ในชั้นล่างของชั้นวางของหรือตู้ เช่น หนังสือเล่มใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของสะสมที่มีน้ำหนัก ส่วนของเบาควรจัดเก็บไว้ในชั้นบน เพื่อลดความเสี่ยงที่ของหนักจะตกลงมาทำให้เกิดการบาดเจ็บ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการวางของหนักบนหัวเตียงหรือเหนือที่นั่งที่ใช้งานเป็นประจำ การจัดเตรียงทางหนีไฟ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่กีดขวางทางออกฉุกเฉิน ประตู หน้าต่าง หรือเส้นทางการอพยพ ควรมีเส้นทางอพยพอย่างน้อย 2 เส้นทางในแต่ละห้อง โดยไม่มีสิ่งกีดขวางที่อาจล้มขวางทางได้ขณะเกิดแผ่นดินไหว การจัดให้มีพื้นที่ว่างที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับหลบภัยเฉพาะหน้า เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรงหรือใกล้เสาบ้าน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม 2. การตรวจสอบโครงสร้างอาคารและจุดเสี่ยง บ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรงย่อมปลอดภัยกว่าเมื่อเกิดแผ่นดินไหว [...]