กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

15/4/2568 • โดย Homeday
การเลือกกระเบื้องห้องน้ำเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะนอกจากจะส่งผลต่อความสวยงามของห้องน้ำแล้ว ยังมีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะในบ้านที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุ บทความนี้จะแนะนำวิธีเลือกกระเบื้องห้องน้ำที่ทั้งสวยงามและปลอดภัย พร้อมเทคนิคจากมืออาชีพที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ทั้งเรื่องประเภทกระเบื้อง พื้นผิว ขนาด สี และการดูแลรักษา เพื่อให้ห้องน้ำของคุณทั้งสวยงามและใช้งานได้อย่างปลอดภัย ความสำคัญของการเลือกกระเบื้องห้องน้ำที่ปลอดภัย ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะการลื่นล้ม การเลือกกระเบื้องที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม สถิติพบว่าการลื่นล้มในห้องน้ำเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุที่พบบ่อยที่สุดในบ้าน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่อาจได้รับบาดเจ็บรุนแรง นอกจากความปลอดภัยแล้ว กระเบื้องยังส่งผลต่อความสวยงาม บรรยากาศ และสุขอนามัยของห้องน้ำ กระเบื้องที่ดีควรทำความสะอาดง่าย ทนต่อความชื้น และมีอายุการใช้งานยาวนาน ดังนั้น การเลือกกระเบื้องห้องน้ำจึงควรพิจารณาให้รอบด้านทั้งเรื่องความปลอดภัย ความทนทาน และความสวยงาม การเข้าใจหลักการเลือกกระเบื้องและคุณสมบัติของกระเบื้องแต่ละประเภทจะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกกระเบื้องที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงในห้องน้ำของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ค่ากันลื่น (ค่า R) ปัจจัยสำคัญที่ต้องรู้ก่อนเลือกกระเบื้อง ค่า R (Slip Resistance) คือค่าที่บ่งบอกถึงความสามารถในการป้องกันการลื่นของกระเบื้อง ซึ่งผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากล โดยมีระดับตั้งแต่ R9 ถึง R13 หากค่า R มีตัวเลขยิ่งสูง ก็จะยิ่งป้องกันการลื่นได้ดีมากขึ้น สำหรับกระเบื้องปูพื้นห้องน้ำ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกกระเบื้องที่มีค่า R10 ขึ้นไป เพราะมีความต้านทานการลื่นอยู่ในระดับที่ปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงในการลื่นล้มและเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุ [...]

1/4/2568 • โดย Homeday
การออกแบบและเลือกที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย กระบวนการวิเคราะห์ความต้องการที่อยู่อาศัยจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้สูงอายุ การประเมินความต้องการทางกายภาพและสุขภาพ การวิเคราะห์ความต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุเริ่มต้นจากการประเมินสภาพร่างกายและสุขภาพอย่างรอบด้าน ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาประกอบด้วย: การเคลื่อนไหวและการใช้ชีวิตประจำวัน: ความสามารถในการเดิน การใช้บันได การเข้าห้องน้ำ และการทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง เป็นเกณฑ์แรกในการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัย ต้องคำนึงถึงความสะดวกสบายและความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแบบพื้นที่ให้สามารถเคลื่อนที่ด้วยวีลแชร์หรือไม้เท้าได้อย่างสะดวก การติดตั้งราวจับ ทางลาด และพื้นผิวที่ไม่ลื่นจึงเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงความกว้างของประตู ช่องทางเดิน และขนาดห้องน้ำที่เอื้อต่อการใช้งาน ระบบสาธารณูปโภคและความปลอดภัย: การเลือกทำเลที่มีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานครบครัน มีโรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยาใกล้บ้าน รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน กล้องวงจรปิด และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้สูงอายุและญาติ สภาพแวดล้อมทางจิตใจและสังคม: มิติที่มักถูกละเลยคือความต้องการทางอารมณ์และสังคม การออกแบบพื้นที่ที่ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม มีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมร่วมกัน มุมพักผ่อน และพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมนันทนาการ จะช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการดูแลผู้สูงอายุ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกและดูแลผู้สูงอายุ การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในที่อยู่อาศัยจึงเป็นอีกหนึ่งมิติที่ควรพิจารณา: ระบบอัจฉริยะเพื่อการดูแล: เทคโนโลยีที่ช่วยติดตามและแจ้งเตือนสุขภาพ เช่น อุปกรณ์ตรวจจับการล้ม เซ็นเซอร์วัดสัญญาณชีพ และระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน สามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับทั้งผู้สูงอายุและครอบครัว ระบบกล้องวงจรปิดที่สามารถตรวจจับความผิดปกติและแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ จะช่วยให้ญาติสามารถดูแลและติดตามความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุได้อย่างใกล้ชิด การออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานง่าย: เทคโนโลยีที่นำมาใช้ควรคำนึงถึงความสามารถในการใช้งานของผู้สูงอายุ อินเทอร์เฟซที่เข้าใจง่าย [...]

12/3/2566 • โดย Homeday
แบบแปลนบ้านชั้นเดียว ถือได้ว่าเป็นบ้านที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยเป็นอย่างมาก เพราะสะดวกสบายทั้งกับเด็กเล็กตลอดจนผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังไม่จำเป็นต้องกังวล

24/2/2568 • โดย Homeday
“หมอนรองกระดูกเสื่อม” สาเหตุปวดร้าวลงขา หากคุณมีอาการปวดหลังบ่อยๆ ร่วมกับปวดร้าวลงขา หรือแม้กระทั่งร้าวไปถึงปลายเท้า พร้อมอาการชาหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของ โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เพราะเมื่ออายุมากขึ้น หมอนรองกระดูกสันหลังจะเริ่มเสื่อม เนื้อเยื่ออ่อนภายในหมอนรองกระดูกอาจปลิ้นออกมากดทับเส้นประสาท จนทำให้เกิดอาการปวดหลัง ชา หรือเจ็บบริเวณแนวเส้นประสาทที่ถูกกดทับ แต่ใช่ว่าโรคนี้จะเกิดเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น! เดี๋ยวนี้แม้แต่คนอายุน้อยก็มีโอกาสเป็นได้ ซึ่งมักมีสาเหตุมาจาก พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การนั่งทำงานผิดท่า ยกของหนัก หรือการออกกำลังกายที่ผิดวิธี โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทสามารถดีขึ้นได้ หากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม โดยวิธีการรักษาขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการและตำแหน่งที่เส้นประสาทถูกกดทับ ซึ่งในผู้ป่วยส่วนใหญ่ สามารถหายได้โดยการทานยา เพื่อลดอาการปวด การทำกายภาพบำบัด การฉีดยาสเตียรอยด์ เพื่อลดการอักเสบของเส้นประสาท แต่ถ้าอาการรุนแรงหรือรักษาด้วยวิธีข้างต้นไม่ได้ผลภายใน 6 สัปดาห์ แพทย์อาจแนะนำให้รักษาด้วยการผ่าตัดแผลเล็กผ่านกล้อง Endoscope ข้อดีคือ ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ ลดอาการเจ็บปวดจากแผลผ่าตัด ลดระยะเวลานอนโรงพยาบาล และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น “การผ่าตัดกระดูกสันหลังด้วยกล้องเอ็นโดสโคป” คลิกอ่านข้อมูล >> https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/2282 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลรามคำแหง >> https://bit.ly/4bEFVIDโทร. 1512 ต่อ 1160, 1168, 1169Line Official : [...]

8/9/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เดินหน้าตอบแทนสังคมสู่ความยั่งยืน ส่งมอบบ้านภายใต้โครงการ สร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ปี 2568 ตลอด 15 ปี รวมแล้วกว่า 5,120 หลัง โดยปี 2568 ธอส. สามารถสร้างและซ่อมแซมบ้านรวม 258 หลัง และวันนี้ (8 กันยายน 2568) ได้ส่งมอบบ้านสร้างใหม่และบ้านซ่อมแซมจำนวน 11 หลัง ในจังหวัดปทุมธานี และจังหวัดนนทบุรี สะท้อนการเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. เดินหน้าตอบแทนสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง สนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนให้สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมส่งมอบบ้านให้แก่ประชาชน ภายใต้ “โครงการสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัย เพื่อผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ และผู้พิการ” โดยในปี 2568 ธอส. ได้ดำเนินการสร้างและซ่อมแซมบ้าน จำนวน 258 [...]

10/4/2567 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดกรอบวงเงิน 5,000 ล้านบาท จัดทำ 4 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำหรับผู้สูงวัย ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้สูงอายุ ได้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อและมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองง่ายขึ้น ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมให้กับผู้สูงอายุ ประกอบด้วย 1. โครงการบ

17/3/2568 • โดย Homeday
ปลั๊กไฟเป็นอุปกรณ์จำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่หากใช้งานโดยขาดความระมัดระวัง อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตและทรัพย์สินได้ การเรียนรู้และตระหนักถึงความปลอดภัยจากปลั๊กไฟจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนในบ้านควรทำความเข้าใจ 1. การตรวจสอบสภาพปลั๊กไฟอย่างสม่ำเสมอ การตรวจสอบสภาพปลั๊กไฟเป็นประจำช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ สังเกตสิ่งผิดปกติต่อไปนี้: รอยแตก รอยร้าว หรือความเสียหายทางกายภาพของปลั๊ก สายไฟที่ชำรุด หรือมีการลอกหุ้มฉนวน รอยไหม้ หรือรอยดำคล้ำบริเวณปลั๊ก การเสื่อมสภาพของวัสดุ 2. การใช้ปลั๊กไฟอย่างถูกวิธี การใช้ปลั๊กไฟอย่างถูกต้องเป็นหลักประกันความปลอดภัย: หลีกเลี่ยงการต่อปลั๊กซ้อนกันหลายชั้น ไม่ใช้ปลั๊กไฟเกินพิกัดกำลังไฟฟ้าที่กำหนด ถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน วางปลั๊กให้ห่างจากแหล่งความร้อนและน้ำ 3. การเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร เพิ่มความปลอดภัยด้วยอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า: ติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่วในบ้าน ใช้ปลั๊กไฟที่มีระบบป้องกันไฟกระชาก เลือกใช้รางปลั๊กไฟที่มีระบบนิรภัย ติดตั้งระบบไฟฟ้าโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ 4. การดูแลและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า การบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าอย่างถูกต้อง: ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้านอย่างน้อยปีละครั้ง เปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งานนาน ทำความสะอาดปลั๊กไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีสัญญาณความผิดปกติ 5. การให้ความรู้และสร้างความตระหนักในครอบครัว สร้างความปลอดภัยผ่านความเข้าใจ: อบรมสมาชิกในครอบครัวเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไฟฟ้า สอนวิธีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง วางแผนรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางไฟฟ้า จัดเก็บอุปกรณ์ไฟฟ้านอกเขตการเข้าถึงของเด็กเล็ก สรุป ความปลอดภัยจากปลั๊กไฟเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนในบ้านควรให้ความสนใจ การตรวจสอบ ดูแล และใช้งานอย่างระมัดระวังจะช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ #ความปลอดภัยทางไฟฟ้า #เคล็ดลับป้องกันอันตรายจากปลั๊กไฟ #การใช้ปลั๊กไฟอย่างถูกวิธี #ระบบไฟฟ้าในบ้าน #การป้องกันอุบัติเหตุจากไฟฟ้า [...]

16/5/2568 • โดย Homeday
บ้านคือสถานที่ที่ต้องการความสะดวกสบายและปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ การเลือกใช้สีภายในบ้านเป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพในการทำให้การอยู่อาศัยมีความสุขและสะดวกสบายยิ่งขึ้น การเลือกสีที่เหมาะสมไม่เพียงแต่ช่วยให้บ้านดูสวยงาม แต่ยังส่งผลต่อความสุขและสุขภาพจิตของผู้สูงอายุอีกด้วย 1. สีโทนอ่อนสำหรับการมองที่สบายตา สำหรับบ้านของผู้สูงอายุ ควรเลือกใช้สีโทนอ่อน เช่น สีครีม สีเบจ หรือสีขาวออฟไวท์ เพราะสีเหล่านี้ช่วยให้ห้องดูสว่าง และไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดหรือรบกวนสายตา ช่วยให้การมองเห็นสบายขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องใช้งานบ่อยๆ เช่น ห้องนั่งเล่นและห้องอาหาร 2. สีเขียวช่วยลดความเครียด สีเขียวอ่อนหรือสีเขียวจากธรรมชาติถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะช่วยลดความเครียดและกระตุ้นความรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะสำหรับใช้ในห้องนั่งเล่นหรือพื้นที่ที่ต้องการบรรยากาศสงบ เช่น ห้องนอนหรือห้องทำกิจกรรม 3. สีฟ้าหรือสีน้ำเงินช่วยให้นอนหลับดีขึ้น สีฟ้าและสีน้ำเงินอ่อนในห้องนอนเป็นสีที่ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น เนื่องจากมีผลทางจิตวิทยาที่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจสงบและผ่อนคลาย ซึ่งสำคัญมากสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ 4. หลีกเลี่ยงสีเข้มที่ทำให้รู้สึกอึดอัด สีที่มีความเข้มและแรงเกินไป เช่น สีแดงหรือสีดำ ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากอาจทำให้รู้สึกตึงเครียดและอึดอัด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องการความสงบและผ่อนคลาย การเลือกสีบ้านให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุไม่เพียงแต่ช่วยให้บ้านดูสวยงาม แต่ยังช่วยให้การใช้ชีวิตในบ้านสะดวกสบายและมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น สีที่เหมาะสมสามารถสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและสงบ ซึ่งช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกปลอดภัยและมีความสุขในการอยู่อาศัย #Homeday #GracefulLiving #สุขภาพและผู้สูงวัย #สีที่เหมาะกับผู้สูงวัย #การเลือกสีบ้าน

30/1/2564 • โดย Homeday
เนื่องจากค่าฝุ่น PM 2.5 ที่พุ่งสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานในหลายพื้นที่ ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมาก โดยเฉพาะ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ และผู้ป่วยโรคระบบท

12/8/2567 • โดย Homeday
ภาพโครงการ สถานศึกษาLanna International School ห้างสรรพสินค้าCentral Airport Plaza สถานพยาบาลศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูผู้สูงอายุ โครงการ มัณฑนา ซีรีน เลค เชียงใหม่ (MANTANA Serene Lake Chiangmai) รีสอร์ตส่วนตัวพร้อมความสุขทั้งชีวิต ริมทะเลสาบและวิวดอยสุเทพ กลางเชียงใหม่

14/3/2568 • โดย Homeday
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติมีโครงการที่อยู่อาศัยในความดูแลกว่า 900 ชุมชน ซึ่งหัวใจหลักของชุมชนคือผู้อยู่อาศัย หากผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพกายและใจแข็งแรงย่อมส่งผลให้เกิดสังคมที่เข้มแข็ง เศรษฐกิจที่มั่นคง เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน การเคหะแห่งชาติจัดโครงการอบรมส่งเสริมการดูแลสุขภาพผู้อยู่อาศัยชุมชนดินแดง หลักสูตร “การดูแลสุขภาพตนเองด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทย” ให้กับผู้พักอาศัยในเคหะชุมชนดินแดง 1-2 โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 แปลง G และระยะที่ 2 อาคาร D1 เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและแก้ปัญหาด้านสุขภาพเบื้องต้นด้วยตนเอง และเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทย รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้อยู่อาศัยในเคหะชุมชนดินแดงมีส่วนร่วมในการดูแลซึ่งกันและกันภายในชุมชนของตนเองอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแผนพัฒนาชุมชนดินแดง พ.ศ.2568-2572 ภายใต้วิสัยทัศน์ “ชุมชนดินแดง สามัคคีมีสุข มุ่งสู่เมืองอัจฉริยะ” ซึ่งการอบรมครั้งนี้เน้นการเสริมสร้างมาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะการดูแลสุขอนามัย สำหรับคนทุกช่วงวัยคือการดูแลทั้งในส่วนของตนเองและทุกคนในครอบครัวถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่การเคหะแห่งชาติหวังจะสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีและยั่งยืนในอนาคต อาจารย์ชลาลัย โชคดีศรีจันทร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร เปิดเผยว่า วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทยถึงหลักสูตรการบรรยายในหัวข้อ “การตรวจประเมินความผิดปกติของร่างกายเบื้องต้นและการใช้ยาสมุนไพรในผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” ซึ่งมุ่งเน้นให้ความรู้แก่ชุมชนในการประเมินสุขภาพของตนเองและการเลือกใช้ยาสมุนไพรอย่างปลอดภัย ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถตรวจสอบและประเมินสุขภาพเบื้องต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในเรื่องของการตรวจหาความผิดปกติของร่างกาย เช่น การรู้เท่าทันอาการเจ็บป่วยและตัดสินใจว่าควรใช้ยาสมุนไพรหรือไปพบแพทย์ พร้อมทั้งการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายโครงการนี้เป็นโครงการที่มีประโยชน์มากและสามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้อย่างเห็นผล โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ [...]

10/4/2568 • โดย Homeday
1. การออกแบบภายในห้องชุดที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ การออกแบบภายในห้องชุดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายอาจมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว สายตาอาจไม่ดีเหมือนเดิม และการทรงตัวอาจลดลง ดังนั้น ห้องชุดที่เหมาะสมควรมีการออกแบบที่คำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ พื้นที่ห้องควรมีความโล่ง กว้างขวาง ไม่มีสิ่งกีดขวางทางเดิน เพื่อลดความเสี่ยงในการสะดุดหรือหกล้ม พื้นควรเป็นวัสดุที่ไม่ลื่น เช่น พื้นไม้ที่ผ่านการเคลือบสารกันลื่น หรือกระเบื้องที่มีคุณสมบัติกันลื่นโดยเฉพาะ หลีกเลี่ยงพรมหนาหรือพื้นที่มีระดับต่างกันมาก ห้องน้ำเป็นจุดสำคัญที่ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ ควรมีราวจับในจุดต่างๆ เช่น ข้างโถสุขภัณฑ์ บริเวณอาบน้ำ พื้นห้องน้ำควรเป็นวัสดุกันลื่น ประตูห้องน้ำควรเปิดออกด้านนอกหรือเป็นแบบบานเลื่อนเพื่อความสะดวกในกรณีฉุกเฉิน ความสูงของโถสุขภัณฑ์ควรพอดีกับการนั่งของผู้สูงอายุ ไม่ต่ำหรือสูงจนเกินไป ครัวควรมีการออกแบบที่เอื้อต่อการใช้งานของผู้สูงอายุ เช่น ความสูงของเคาน์เตอร์ที่เหมาะสม ไม่มีตู้เก็บของที่สูงเกินไป อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าควรใช้งานง่าย มีปุ่มควบคุมขนาดใหญ่ชัดเจน แสงสว่างในห้องควรเพียงพอและทั่วถึง เพื่อช่วยในการมองเห็น โดยเฉพาะบริเวณทางเดิน ห้องน้ำ และครัว ควรติดตั้งสวิตช์ไฟในระดับที่เอื้อมถึงได้ง่าย และอาจพิจารณาใช้ระบบแสงอัตโนมัติในบางจุด ระบบปรับอากาศและอุณหภูมิภายในห้องควรมีการควบคุมที่ใช้งานง่าย และสามารถปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุมักมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิมากกว่าคนหนุ่มสาว ประตูและหน้าต่างควรเปิด-ปิดได้ง่าย ไม่ต้องออกแรงมาก และมีขนาดที่กว้างพอสำหรับรถเข็นหากจำเป็น โดยเฉพาะประตูห้องน้ำที่ควรมีความกว้างอย่างน้อย 90 เซนติเมตร 2. ทำเลที่ตั้งและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น ทำเลที่ตั้งของห้องชุดเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ การเลือกทำเลที่เหมาะสมจะช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายมากขึ้น และลดความเสี่ยงในด้านต่างๆ ได้ [...]
