Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

Line
DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

บทความ

พบ 28 บทความ

เรียงตาม:
กำลังค้นหา:
คำค้น: น้ำสะอาด
123
“หน้าร้อน” อาหารบูดง่าย กรมอนามัยแนะ หลัก “5 ถูก” อาหารปลอดภัย ไม่เสี่ยงโรค
ข่าวสาร

“หน้าร้อน” อาหารบูดง่าย กรมอนามัยแนะ หลัก “5 ถูก” อาหารปลอดภัย ไม่เสี่ยงโรค

27/3/2568 • โดย Homeday

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในฤดูร้อนอุณหภูมิโดยทั่วไปจะอยู่ในช่วง 35 – 40 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นสภาวะที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ทำให้เพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น แบคทีเรีย โนโรไวรัส เป็นต้น หากปนเปื้อนอยู่ในอาหารจะทำให้อาหารบูดเสียง่าย เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคติดต่อจากอาหารและน้ำเป็นสื่อ ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพตนเองเพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงการเกิดโรคดังกล่าว          นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การดูแลสุขภาพตนเองด้วยหลัก “5 ถูก” คือ 1) ซื้อถูกที่ การเลือกซื้ออาหารนั้นต้องเลือกซื้อจากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานราชการ เช่น มาตรฐาน SAN สถานที่จำหน่ายอาหารนั้นต้องมีความสะอาด ถูกสุขลักษณะ2) ล้างถูกวิธี อาหารสด ผัก และผลไม้ ที่ซื้อมาเพื่อนำมาประกอบอาหาร ควรมีการล้างทำความสะอาดก่อนนำมาปรุงประกอบอาหาร หากเป็นเนื้อสัตว์ ควรล้างด้วยน้ำสะอาด 2 – 3 ครั้งเพื่อลดกลิ่นคาว ส่วนผัก และผลไม้ แนะนำการล้าง 3 วิธี [...]

วิธีทำอาหารสดให้สัตว์เลี้ยงปลอดภัยทำอย่างไร?
ทั่วไป

วิธีทำอาหารสดให้สัตว์เลี้ยงปลอดภัยทำอย่างไร?

24/2/2568 • โดย Homeday

การทำอาหารสดให้สัตว์เลี้ยงกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องการควบคุมคุณภาพอาหารและส่วนผสมที่สัตว์เลี้ยงได้รับ แต่การทำอาหารสดให้ปลอดภัยนั้นมีขั้นตอนสำคัญที่ต้องใส่ใจ บทความนี้จะแนะนำวิธีการทำอาหารสดที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ทำไมต้องทำอาหารสดให้สัตว์เลี้ยง? อาหารสดมีประโยชน์หลายประการต่อสัตว์เลี้ยง: ควบคุมส่วนผสมได้ตามต้องการ ลดการใช้สารกันเสีย เพิ่มความหลากหลายของสารอาหาร สามารถปรับสูตรให้เหมาะกับสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว ช่วยแก้ปัญหาการแพ้อาหารหรือระบบย่อยอาหาร อย่างไรก็ตาม การทำอาหารสดต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยเป็นพิเศษ การเตรียมพื้นที่และอุปกรณ์ พื้นที่เตรียมอาหาร ทำความสะอาดพื้นที่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แยกพื้นที่เตรียมอาหารสัตว์เลี้ยงจากอาหารมนุษย์ มีพื้นที่จัดเก็บวัตถุดิบแยกเป็นสัดส่วน อุปกรณ์ที่จำเป็น เขียงแยกระหว่างเนื้อสดและผัก มีดคมสำหรับหั่นวัตถุดิบ เครื่องบดเนื้อ (ถ้าต้องการ) ภาชนะสแตนเลสหรือแก้วสำหรับผสมอาหาร ถุงซิปล็อคหรือกล่องสำหรับแบ่งบรรจุ เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิอาหาร การเลือกวัตถุดิบ เนื้อสัตว์ เลือกเนื้อสดใหม่จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ตรวจสอบวันหมดอายุและลักษณะทางกายภาพ หลีกเลี่ยงเนื้อที่มีกลิ่นผิดปกติหรือเปลี่ยนสี ผักและธัญพืช เลือกผักสดตามฤดูกาล ล้างทำความสะอาดอย่างทั่วถึง ระวังผักที่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง เช่น หัวหอม กระเทียม วิตามินและแร่ธาตุเสริม ปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องการเสริมวิตามิน เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน คำนวณปริมาณให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัว ขั้นตอนการเตรียมอาหาร การทำความสะอาดวัตถุดิบ ล้างผักด้วยน้ำสะอาด 2-3 รอบ แช่ผักในน้ำผสมน้ำส้มสายชู ทำความสะอาดเนื้อสัตว์ด้วยน้ำเย็น เช็ดให้แห้งด้วยกระดาษสะอาด การปรุงอาหาร หั่นวัตถุดิบให้มีขนาดพอเหมาะ ปรุงเนื้อสัตว์ให้สุกที่อุณหภูมิเหมาะสม ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน แบ่งบรรจุในปริมาณที่พอดีต่อมื้อ [...]

น้ำท่วม ระวังปลิง! จะทำอย่างไร หากโดนปลิงดูด
ทั่วไป

น้ำท่วม ระวังปลิง! จะทำอย่างไร หากโดนปลิงดูด

13/10/2565 • โดย Homeday

1. เมื่อโดนปลิงเกาะ ห้าม! ดึงออก เมื่อโดนปลิงเกาะ ห้าม! ดึงออก เด็ดขาดนะคะ เพราะจะทำให้เนื้อเราฉีกขาด แผลใหญ่ เลือดหยุดยากขึ้น 3. ทำแผลให้ถูกวิธี หากแผลปกติ ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ใส่ยาฆ่าเชื้อที่คอตตอนบัดเช็ดเป็นวงรูปก้นหอย เริ่มจากส่วนในของแผลวนออกรอบนอก เช็ดเพียงรอบเดียว แล้วเปลี่ยนคอตตอนบัดอ

ทำอย่างไรเมื่อสัตว์เลี้ยงถูกแมลงมีพิษกัดต่อย?
ทั่วไป

ทำอย่างไรเมื่อสัตว์เลี้ยงถูกแมลงมีพิษกัดต่อย?

10/3/2568 • โดย Homeday

สัตว์เลี้ยงมักมีความอยากรู้อยากเห็นและชอบสำรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัว ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการถูกแมลงมีพิษกัดต่อย แมลงที่มักก่อปัญหา ได้แก่ ต่อ ผึ้ง แตน แมลงสาบ และแมงป่อง การเตรียมพร้อมและรู้วิธีรับมือจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง อาการที่ต้องสังเกตหลังถูกกัดต่อย อาการเบื้องต้น บวมแดงบริเวณที่ถูกกัด เจ็บปวด กระวนกระวายใจ ขนลุก เลียหรือเกาบริเวณที่ถูกกัดอย่างรุนแรง อาการรุนแรงที่ต้องระวัง หายใจลำบาก ซึม อาเจียน ท้องเสีย ช็อก มีอาการชัก ขั้นตอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ขั้นตอนที่ 1: ประเมินสถานการณ์ แยกสัตว์เลี้ยงออกจากบริเวณที่ถูกแมลงกัด ตรวจสอบจำนวนรอยต่อย สังเกตประเภทแมลงที่กัด ขั้นตอนที่ 2: กำจัดเหล็กหรือเข็มพิษ ใช้บัตรหรือบัตรเครดิตขูดออก ห้ามใช้คีมเด็ดขาด เพราะอาจทำให้พิษกระจายมากขึ้น ขั้นตอนที่ 3: ทำความสะอาดบริเวณที่ถูกกัด ล้างด้วยน้ำสะอาด เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมและปวด วิธีรับมือกับพิษตามประเภทแมลง กรณีถูกต่อหรือผึ้งต่อย วางถุงน้ำแข็งบริเวณรอยต่อย ใช้ยาแก้แพ้เฉพาะที่ตามคำแนะนำสัตวแพทย์ กรณีถูกแมงป่อง สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เตรียมพาไปพบสัตวแพทย์ทันที กรณีถูกแมลงสาบกัด ล้างบริเวณที่ถูกกัดด้วยน้ำสบู่ สังเกตอาการติดเชื้อ เวลาที่ต้องรีบพบสัตวแพทย์ ต้องรีบพาสัตว์เลี้ยงส่งโรงพยาบาลทันที [...]

วิธีป้องกันและข้อมูลเกี่ยวกับโรคที่พบบ่อยจากการเปียกน้ำ
ข่าวสาร

วิธีป้องกันและข้อมูลเกี่ยวกับโรคที่พบบ่อยจากการเปียกน้ำ

2/4/2568 • โดย Homeday

โรคที่มักจะมากับความเปียกชื้นและอาจจะเป็นแหล่งของไวรัสและเชื้อแบคทีเรียที่ติดมากับน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคปนเปื้อนมากับน้ำมีจุลินทรีย์ก่อโรคและสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเรียกว่า เชื้อก่อโรค (pathogen) ซึ่งแบ่งประเภทได้เป็น แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา และปรสิต มักเป็นสาเหตุที่ทำให้คนส่วนใหญ่มีอาการป่วย บทความให้ความรู้โดย นพ.วีรยุทธ ตะโนรี (ว.40915) แพทย์เฉพาะทางด้านเวชปฎิบัติทั่วไป ศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีป้องกันและข้อมูลเกี่ยวกับโรคที่พบบ่อยจากการเปียกน้ำ เพื่อดูแลสุขภาพของตนเองและคนรอบข้างได้ โรคที่อาจเกิดขึ้นจากการเปียกน้ำมีดังนี้ ไข้หวัด อุณหภูมิที่ลดลงจากการเปียกน้ำแบบรวดเร็วหรือร่างกายเปียกน้ำระยะเวลาที่นาน โรคภูมิแพ้ผิวหนัง การใส่เสื้อเปียกนาน ๆ อาจทำให้ผิวเป็นผื่นคันหรือหากน้ำไม่สะอาดก็ทำให้ผิวหนังอักเสบได้ โรคเยื่อบุตาอักเสบและโรคตาแดง น้ำที่มีไม่สะอาด เช่น น้ำคลอง น้ำที่ใส่สีต่าง ๆ เป็นต้น โรคอาหารเป็นพิษ การดื่มน้ำที่ไม่สะอาดหรือน้ำที่ปนเปื้อนอาจทำให้ปวดท้องและท้องเสีย วิธีป้องกันอาการป่วยจากการเปียกน้ำ เตรียมเสื้อผ้าที่แห้ง นำเสื้อผ้าแห้งไปด้วยเพื่อเปลี่ยนเมื่อเลิกเล่นน้ำ หาผ้าขนหนู มีการซับตามร่างกายหากมีต้องเปียกยาวนาน ดื่มน้ำสะอาด ยกตัวอย่าง กรณีเล่นน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นฤดูร้อนก็อาจจะทำให้เกิดโรคลมแดดได้ หากดื่มน้ำไม่เพียงพอ หากมีการระคายเคืองหลังเล่นน้ำ มีน้ำตาไหลผิดปกติ ไม่ควรขยี้ตา แนะนำล้างตาด้วยน้ำสะอาดแล้วพบแพทย์ พักผ่อนให้เพียงพอรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ด้วยการพักผ่อนเพียงพอก่อนและหลังออกไปเล่นน้ำ กลุ่มเด็กเล็ก ผู้หญิงตั้งครรภ์ [...]

บางจากฯ ตรึงราคาน้ำมันทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมสถานีบริการกว่า 2,200 แห่ง รองรับคนเดินทางช่วงสงกรานต์นี้
ข่าวสาร

บางจากฯ ตรึงราคาน้ำมันทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมสถานีบริการกว่า 2,200 แห่ง รองรับคนเดินทางช่วงสงกรานต์นี้

10/4/2568 • โดย Homeday

บางจากฯ ตรึงราคาน้ำมันไม่ปรับขึ้นราคา 12 – 17 เมษายน นี้ แต่ถ้าราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลง จะปรับลดลงด้วย และเตรียมความพร้อมสถานีบริการกว่า 2,200 แห่งทั่วประเทศ  เพื่อต้อนรับร่วมดูแลการเดินทางของประชาชน  รองรับทุกความต้องการ เติมเต็มความสุขให้คนทุกกลุ่มทุกช่วงวัยตามแนวคิด “Greenovative Destination”  นายเสรี อนุพันธนันท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ บางจากฯ จะตรึงราคาน้ำมันไม่ปรับขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 17 เมษายน 2568 แม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับขึ้น  แต่ถ้าราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลง บางจากฯ จะปรับลดลงด้วย นอกจากนั้น ได้เตรียมพร้อมสถานีบริการน้ำมันไว้ต้อนรับและร่วมดูแลทุกการเดินทางของประชาชนที่กลับภูมิลำเนาเยี่ยมญาติมิตรและท่องเที่ยวพักผ่อน ทั้งผลิตภัณฑ์น้ำมันคุณภาพสูง กาแฟอินทนิล  EV Charger (Quick Charge) ธุรกิจเสริม ห้องน้ำสะอาด เพื่อรองรับทุกความต้องการ เติมเต็มความสุขให้คนทุกวัยตามแนวคิด “Greenovative Destination” ดังนี้ ๐  [...]

ทำอย่างไรเมื่อสัตว์เลี้ยงกลัวฟ้าผ่าและพลุ?
ทั่วไป

ทำอย่างไรเมื่อสัตว์เลี้ยงกลัวฟ้าผ่าและพลุ?

18/2/2568 • โดย Homeday

เสียงฟ้าผ่าและพลุที่ดังสนั่นสามารถสร้างความตื่นตระหนกให้กับสัตว์เลี้ยงได้อย่างมาก เนื่องจากสัตว์เลี้ยงมีการได้ยินที่ไวกว่ามนุษย์หลายเท่า บทความนี้จะแนะนำวิธีช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงให้รับมือกับความกลัวเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงกลัวเสียงดัง? สัตว์เลี้ยงมีระบบการได้ยินที่พัฒนามากกว่ามนุษย์ สุนัขสามารถได้ยินเสียงที่มีความถี่สูงถึง 65,000 เฮิรตซ์ ในขณะที่มนุษย์ได้ยินได้เพียง 20,000 เฮิรตซ์ แมวยิ่งมีการได้ยินที่ไวกว่า สามารถได้ยินเสียงที่มีความถี่สูงถึง 85,000 เฮิรตซ์ เสียงฟ้าผ่าและพลุจึงดังมากเป็นพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ พวกเขายังไม่เข้าใจที่มาของเสียง ทำให้เกิดความกลัวและความเครียดโดยธรรมชาติ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดจะกระตุ้นให้พวกเขาต้องการหลบหนีจากเสียงที่น่ากลัวเหล่านี้ อาการที่แสดงว่าสัตว์เลี้ยงกำลังกลัว สัตว์เลี้ยงแต่ละตัวแสดงอาการกลัวแตกต่างกัน แต่มีสัญญาณทั่วไปที่บ่งบอกว่าพวกเขากำลังเครียดและกลัว: การสั่น หอบ หรือหายใจเร็ว การซุกตัวใต้เฟอร์นิเจอร์หรือในที่แคบ การเดินวนไปมาอย่างกระวนกระวาย การเห่าหรือร้องเสียงดังผิดปกติ การกระโดดขึ้นตัก หรือพยายามเข้าใกล้เจ้าของมากเป็นพิเศษ การปัสสาวะหรืออุจจาระในบ้าน แม้จะฝึกขับถ่ายเป็นที่แล้ว การกัดหรือข่วนสิ่งของรอบตัว การปฏิเสธอาหารหรือขนม การเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุการณ์ จัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัย สร้างพื้นที่ที่สัตว์เลี้ยงรู้สึกปลอดภัยในบ้าน อาจเป็นห้องเล็กที่เงียบสงบ ไกลจากหน้าต่าง มีที่ซ่อนตัวเช่นกล่องหรือเบาะ วางของเล่นที่คุ้นเคย ผ้าห่ม และน้ำสะอาด ฝึกฝนการคุ้นเคยกับเสียง เริ่มฝึกให้สัตว์เลี้ยงคุ้นเคยกับเสียงดังตั้งแต่เนิ่นๆ: เปิดเสียงฟ้าผ่าหรือพลุในระดับเบาๆ ค่อยๆ เพิ่มความดังทีละน้อย ให้รางวัลเมื่อสัตว์เลี้ยงแสดงพฤติกรรมสงบ ทำซ้ำสม่ำเสมอเพื่อสร้างประสบการณ์เชิงบวก ปรึกษาสัตวแพทย์ หากสัตว์เลี้ยงมีอาการกลัวรุนแรง ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อ: ประเมินระดับความเครียดและความกลัว [...]

สามย่านมิตรทาวน์และสีลมเอจ แท็กทีม ยึด 2 แยกพระรามสี่ ปักหมุดแลนด์มาร์กสงกรานต์ เปียกฉ่ำลืมร้อน เปิดสถานีน้ำสะอาด สาดความสนุก เติมน้ำฟรี!! มันส์สุดขีดกับฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินดังตลอด 3 วัน
ข่าวสาร

สามย่านมิตรทาวน์และสีลมเอจ แท็กทีม ยึด 2 แยกพระรามสี่ ปักหมุดแลนด์มาร์กสงกรานต์ เปียกฉ่ำลืมร้อน เปิดสถานีน้ำสะอาด สาดความสนุก เติมน้ำฟรี!! มันส์สุดขีดกับฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินดังตลอด 3 วัน

11/4/2568 • โดย Homeday

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) ผู้บริหารสามย่านมิตรทาวน์และสีลมเอจ ตอกย้ำความสนุกยืนหนึ่ง ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์แบบฉ่ำๆ จับมือกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ร่วมยกระดับเทศกาลสงกรานต์ไทยสู่ระดับสากล จัดงาน “SAMYAN MITRTOWN SONGKRAN FESTIVAL 2025 สถานีสาดความสนุก” สร้างแลนด์มาร์กเปียกฉ่ำ ให้ทุกคนหนีร้อนมาปะทะความสนุกที่ยกขบวนมาเสิร์ฟแบบจัดเต็ม พร้อมชุ่มฉ่ำสุดตัวกับน้ำสะอาด และความมันส์สุดเหวี่ยง ตลอด 3 วันเต็ม  ธีรนันท์ กรศรีทิพา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – พัฒนาธุรกิจรีเทล เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) กล่าวว่า สงกรานต์เป็นเทศกาลที่หลอมรวมความรื่นเริงเข้ากับขนบธรรมเนียมประเพณีอันงดงามของไทยอย่างลงตัว​ จนเป็นหนึ่งในเทศกาลระดับโลกที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากมาสัมผัส ในฐานะเดสทิเนชันยอดฮิตของคนทุกเจน ในปีนี้สามย่านมิตรทาวน์และสีลมเอจยังคงจัดเต็ม ผนึกกำลังกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน จัดงาน “SAMYAN MITRTOWN SONGKRAN FESTIVAL 2025 สถานีสาดความสนุก” ขานรับนโยบาย Soft Power ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม เป็น 1 ใน 7 จุดหลักของงาน “เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์” [...]

สธ. แนะ 4 วิธี ‘ปลอดโรค ปลอดภัย สุขอนามัยดี’ เตรียมพร้อมก่อนเที่ยวสงกรานต์
ข่าวสาร

สธ. แนะ 4 วิธี ‘ปลอดโรค ปลอดภัย สุขอนามัยดี’ เตรียมพร้อมก่อนเที่ยวสงกรานต์

10/4/2568 • โดย Homeday

นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงหยุดยาว ตั้งแต่วันที่ 12 – 16 เมษายน 2568 ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนาและนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัย กระทรวงสาธารณสุข จึงขอแนะนำ 4 วิธี เตรียมความพร้อมก่อนเที่ยวสงกรานต์ ดังนี้ 1) รับฟังข่าวสาร หรือการแจ้งเตือนในพื้นที่จัดงาน หรือพื้นที่เสี่ยงต่าง ๆ อยู่เสมอ 2) เตรียมอุปกรณ์เอาตัวรอดติดกระเป๋า เช่น ยารักษาโรค น้ำดื่ม ไฟฉาย และชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือให้เต็มพร้อมใช้งาน กรณีเหตุฉุกเฉิน และ 4) ดูแลสุขภาพอนามัยตนเอง ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาด ก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำห้องส้วม หรือเมื่อสัมผัสจุดเสี่ยงและจุดร่วมบริเวณต่าง ๆ และสวมหน้ากากป้องกันโรค เมื่อเข้าพื้นที่จัดงานเทศกาลสงกรานต์หรือพื้นที่เสี่ยง แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เมื่อประชาชนเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก อาจเกิดอันตราย หรือเหตุฉุกเฉินที่ส่งผลต่อสุขภาพ เกิดการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตได้ กรมอนามัย จึงขอย้ำ 6 [...]

วิธีดูแลรักษาอ่างล้างหน้าให้สวยใสเหมือนใหม่ตลอดเวลา
ทั่วไป

วิธีดูแลรักษาอ่างล้างหน้าให้สวยใสเหมือนใหม่ตลอดเวลา

21/3/2568 • โดย Homeday

อ่างล้างหน้าเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สร้างความประทับใจแรกในห้องน้ำ การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีจะช่วยให้อ่างคงความสวยงามและใช้งานได้ยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างหน้าวัสดุใดก็ตาม ต่อไปนี้คือเคล็ดลับที่จะช่วยให้อ่างล้างหน้าของคุณดูดีเหมือนใหม่ตลอดเวลา เข้าใจวัสดุของอ่างล้างหน้า วัสดุหลักในการทำอ่างล้างหน้า อ่างล้างหน้ามีหลากหลายวัสดุ แต่ละประเภทต้องใช้วิธีดูแลที่แตกต่างกัน ได้แก่: เซรามิก: วัสดุยอดนิยมที่ทนทานและง่ายต่อการทำความสะอาด หินอ่อน: ให้ความหรูหราแต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ สแตนเลสสตีล: ทนทานและดูทันสมัย กระจก: ให้ความโมเดิร์นแต่เปราะบาง หินประดิษฐ์: วัสดุทางเลือกที่มีความคงทน ความสำคัญของการดูแลรักษา การดูแลอย่างถูกต้องจะช่วย: ยืดอายุการใช้งานของอ่างล้างหน้า ป้องกันคราบสกปรกและหินปูน รักษาความสวยงามของพื้นผิว ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำความสะอาด อุปกรณ์พื้นฐาน ฟองน้ำนุ่ม ผ้าไมโครไฟเบอร์ แปรงขนอ่อนนุ่ม ถุงมือยาง น้ำยาทำความสะอาด น้ำยาทำความสะอาดเฉพาะวัสดุ น้ำยาขจัดคราบหินปูน น้ำยาขัดเงา น้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา เทคนิคการทำความสะอาดรายวัน การทำความสะอาดประจำวัน เช็ดอ่างหลังการใช้งานทุกครั้ง ใช้ผ้านุ่มเช็ดให้แห้งทันที หลีกเลี่ยงการวางวัตถุที่ทิ้งคราบ ระวังน้ำหยดค้างบนพื้นผิว วิธีขจัดคราบต่างๆ คราบสบู่: ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำอุ่น คราบหินปูน: เบกกิ้งโซดาผสมน้ำส้มสายชู คราบมัน: น้ำยาล้างจานอ่อนๆ คราบดำ: ผงขัดอ่อนๆ เฉพาะวัสดุ การบำรุงรักษาขั้นลึก การขัดเงาตามวัสดุ [...]

วิธีเพาะเห็ดที่บ้านแบบง่ายๆ กับพื้นที่น้อยให้ได้ผลผลิตสูงมีเทคนิคอะไรบ้าง?
ทั่วไป

วิธีเพาะเห็ดที่บ้านแบบง่ายๆ กับพื้นที่น้อยให้ได้ผลผลิตสูงมีเทคนิคอะไรบ้าง?

7/6/2568 • โดย Homeday

การเพาะเห็ดที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นวิธีการที่ช่วยให้เราได้บริโภคเห็ดสดใหม่ที่ปลอดภัย ประหยัดค่าใช้จ่าย และยังสามารถสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย โดยเฉพาะการเลือกสายพันธุ์เห็ดที่เหมาะสม เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง เห็ดเข็มทอง ที่ปลูกง่ายและให้ผลผลิตดี พร้อมทั้งมีเทคนิคการดูแลที่ไม่ซับซ้อน ทำให้แม้ผู้ที่มีพื้นที่จำกัดในคอนโดหรือบ้านเช่าก็สามารถปลูกได้สำเร็จ รวมถึงการรู้จักวิธีสังเกตเห็ดพิษเพื่อความปลอดภัยในการบริโภค ลักษณะทั่วไปของเห็ดและข้อควรรู้พื้นฐาน เห็ดเป็นเชื้อราชนิดหนึ่งที่เจริญเติบโตมาจากเส้นใย เมื่อได้รับอาหารเต็มที่จะเติบโตเป็นดอกเห็ดที่มีลำต้นและหมวกดอก บริเวณใต้หมวกดอกจะมีครีบซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในการเก็บสปอร์สำหรับขยายพันธุ์ เห็ดแต่ละชนิดจะมีหน้าตาและสีสันที่แตกต่างกันไป โดยธรรมชาติเห็ดสามารถขยายพันธุ์ได้ในทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็นอากาศร้อน ชายทะเล หรือแม้กระทั่งในหิมะ เห็ดในธรรมชาติสามารถงอกได้ในต้นไม้ พื้นดิน มูลสัตว์ หรือขอนไม้ โดยเห็ดที่งอกขึ้นมีทั้งเห็ดกินได้และเห็ดพิษ ดังนั้นการเรียนรู้วิธีการแยกแยะจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจเก็บเห็ดจากธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม การเพาะเห็ดเองที่บ้านจะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องความปลอดภัยได้อย่างมาก เนื่องจากเราสามารถควบคุมสายพันธุ์และสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม การเพาะเห็ดที่บ้านไม่ต้องการพื้นที่มากและลงทุนน้อย เริ่มต้นจากการซื้อก้อนเห็ดสำเร็จรูปมาทดลองปลูกก่อน เมื่อมีประสบการณ์แล้วจึงค่อยขยายการผลิตหรือลงทุนผลิตก้อนเชื้อเอง การเริ่มต้นด้วยก้อนเห็ดสำเร็จรูปจะช่วยให้เข้าใจกระบวนการและเทคนิคการดูแลได้ดีก่อนการลงทุนในระดับที่ใหญ่ขึ้น วิธีการเตรียมพื้นที่เพาะเห็ดในบ้าน การเตรียมพื้นที่เพาะเห็ดเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จของการปลูก สถานที่ที่เหมาะสมต้องสะอาด มีอากาศถ่ายเทดี ไม่โดนแสงแดดจัด และมีความชื้นพอเหมาะ สำหรับผู้ที่อยู่คอนโดหรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด สามารถใช้พื้นที่เช่น มุมล้างจานใกล้เคาน์เตอร์ครัวหลังบ้าน ระเบียงหลังบ้าน หรือระเบียงคอนโดเล็กๆ ก็สามารถใช้เป็นพื้นที่เพาะเห็ดได้ การจัดวางก้อนเห็ดสามารถทำได้หลายรูปแบบ ทั้งการวางในแนวนอนหรือแนวตั้งเรียงซ้อนกัน หรือแขวนเป็นพวงเพื่อประหยัดพื้นที่ หากมีชั้นพลาสติกที่ไม่ได้ใช้งานก็สามารถนำมาดัดแปลงเป็นที่วางก้อนเห็ดได้ การใช้ตะกร้าสำหรับเพาะเห็ดฟางก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสำหรับพื้นที่จำกัด โดยสามารถจัดเรียงซ้อนทับกันได้หลายชั้น น้ำที่ใช้ในการรดเห็ดควรเป็นน้ำสะอาดที่ไม่มีคลอรีนหรือสารเคมีเจือปน หากเป็นน้ำประปาควรกักทิ้งไว้ให้คลอรีนระเหยก่อนประมาณ [...]

ปลูกมะกรูดในกระถางจากเมล็ดยังไงให้ได้ผลและดูแลง่าย?
ทั่วไป

ปลูกมะกรูดในกระถางจากเมล็ดยังไงให้ได้ผลและดูแลง่าย?

4/6/2568 • โดย Homeday

การปลูกมะกรูดในกระถางเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดแต่ต้องการใบมะกรูดสดใช้ประกอบอาหาร มะกรูดเป็นพืชสมุนไพรในตระกูลส้มที่มีใบหอมเฉพาะตัวและให้ประโยชน์หลากหลาย ทั้งในด้านอาหาร สุขภาพ และความงาม การเรียนรู้วิธีการปลูกและดูแลที่ถูกต้องจะช่วยให้ได้ต้นมะกรูดที่แข็งแรงและให้ผลผลิตดีตลอดปี ขอบคุณภาพจาก : อาณาจักรต้นไม้ การเตรียมอุปกรณ์และวัสดุปลูกมะกรูดจากเมล็ด การปลูกมะกรูดจากเมล็ดต้องเริ่มจากการเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ผลมะกรูดแก่หรือผลที่ร่วงธรรมชาติจะให้เมล็ดที่มีความสมบูรณ์สูงสุด อุปกรณ์พื้นฐานประกอบด้วยมีดคม ช้อนสำหรับคว้านเมล็ด ถาดสำหรับผึ่งเมล็ด และแก้วพลาสติกสำหรับเพาะกล้า วัสดุปลูกที่สำคัญคือกระถางดินเผาซึ่งให้การระบายอากาศดีกว่ากระถางพลาสติก ดินปลูกควรเป็นดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี ผสมกับปุ๋ยคอกหรือมูลสัตว์ในอัตราส่วนที่เหมาะสม การเพิ่มกาบมะพร้าวสับลงในกระถางจะช่วยในการระบายน้ำและรักษาความชุ่มชื้น สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโต สามารถเลือกใช้วัสดุปลูกแบบผสมที่ประกอบด้วยดินปลูกคุณภาพสูง 50% เพอร์ไลต์หรือทรายหยาบ 25% และปุ๋ยหมักหรือมูลสัตว์ 25% ขอบคุณภาพจาก : LadyNongDiary เทคนิคการเตรียมเมล็ดและการเพาะต้นกล้า การเตรียมเมล็ดมะกรูดต้องทำอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เมล็ดเสียหาย เริ่มจากการฝานผลมะกรูดแก่ออกให้เนื้อในแยกจากกัน แล้วใช้ช้อนคว้านเมล็ดออกมาอย่างนุ่มนวล การล้างเมล็ดด้วยน้ำสะอาดเพื่อขจัดเยื่อหุ้มที่เหนียวเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้เมล็ดงอกได้ดีขึ้น การผึ่งเมล็ดให้แห้งใต้แสงแดดเป็นเวลา 2-4 วันจะช่วยเตรียมเมล็ดให้พร้อมสำหรับการเพาะ ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปลูกคือปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน เมื่อพืชมีการเจริญเติบโตที่แข็งแรง การใส่เมล็ดลงในดินที่เตรียมไว้ควรรดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่แฉะเกินไป และวางไว้ในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงพอประมาณ วิธีการย้ายต้นกล้าและการปลูกในกระถางถาวร เมื่อต้นกล้ามะกรูดเริ่มออกใบ 3-4 ใบแล้ว จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการย้ายไปปลูกในถุงเพาะกล้า ในระยะนี้ต้นกล้าต้องการการดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการรักษาความชุ่มชื้นและการได้รับแสงแดดที่เพียงพอ การใช้ถุงดำสำหรับเพาะกล้าจะช่วยให้รากเจริญเติบโตได้ดีและต้นกล้าแข็งแรงจนสูงประมาณ 30 เซนติเมตร การย้ายต้นกล้าไปยังกระถางถาวรควรทำเมื่อต้นกล้ามีความแข็งแรงสมบูรณ์แล้ว ดินในกระถางควรเป็นดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยคอกในอัตราส่วนเท่าๆ กัน [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday TOP
Homeday Tiktok
Homeday FB