กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

15/4/2568 • โดย Homeday
เมื่อเวลาผ่านไป ความต้องการใช้พื้นที่ในบ้านอาจเปลี่ยนแปลงไปตามจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นหรือรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้หลายครอบครัวต้องพิจารณาการต่อเติมบ้านเพื่อขยายพื้นที่ใช้สอย แต่การต่อเติมบ้านไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ตามใจชอบ เพราะมีกฎหมายและข้อบังคับมากมายที่ต้องปฏิบัติตาม มิฉะนั้นอาจนำไปสู่ปัญหาทั้งกับเพื่อนบ้าน ถูกปรับ หรือแม้กระทั่งต้องรื้อถอนสิ่งที่ต่อเติม บทความนี้จะรวบรวมสาระสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายการต่อเติมบ้านที่ทุกคนควรรู้ เพื่อให้การต่อเติมบ้านเป็นไปอย่างถูกต้องและราบรื่น อะไรคือสิ่งที่ควรรู้ก่อนต่อเติมบ้าน? การต่อเติมบ้านไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านจัดสรร หรืออาคารใดๆ ล้วนต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยและเพื่อนบ้าน รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยกฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับการต่อเติมบ้านโดยตรงคือ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 21 และ 39 ทวิ ซึ่งระบุว่าการดัดแปลงหรือต่อเติมอาคารต้องแจ้งและได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนเสมอ ก่อนเริ่มต้นโครงการต่อเติมบ้าน สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาคือความจำเป็นและงบประมาณ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างสถาปนิกหรือวิศวกรเพื่อให้มั่นใจว่าแบบแปลนและโครงสร้างมีความมั่นคงแข็งแรง นอกจากนี้ ต้องตรวจสอบข้อกำหนดของกฎหมายท้องถิ่นและกฎระเบียบของหมู่บ้านจัดสรร (ถ้ามี) เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง การต่อเติมแบบไหนที่ไม่ต้องขออนุญาต? ไม่ใช่การต่อเติมบ้านทุกประเภทที่ต้องขออนุญาต การต่อเติมบางประเภทที่เป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยและไม่กระทบต่อความมั่นคงของโครงสร้างสามารถทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ได้แก่: การเปลี่ยนโครงสร้างของบ้านโดยใช้วัสดุ ขนาด จำนวน และชนิดเดียวกันกับแบบเดิม เช่น เปลี่ยนเสาไม้เก่า 4 เสาเป็นเสาไม้ใหม่ 4 เสา ยกเว้นการเปลี่ยนโครงสร้างที่ใช้คอนกรีตเสริมเหล็ก คอนกรีตอัดแรง และโครงสร้างเหล็ก ซึ่งต้องขออนุญาตเสมอ การเปลี่ยนแปลงส่วนต่างๆ ที่ไม่เป็นโครงสร้างหลักของบ้าน เช่น ผนัง [...]

6/3/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของใบอนุญาตก่อสร้าง ใบอนุญาตก่อสร้างเป็นเอกสารทางราชการที่รับรองว่าบ้านหลังนั้นได้รับการออกแบบและก่อสร้างตามมาตรฐานความปลอดภัยและข้อกำหนดของกฎหมายควบคุมอาคาร การมีใบอนุญาตก่อสร้างแสดงถึงความรับผิดชอบของเจ้าของบ้านที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของทางราชการ การก่อสร้างบ้านโดยไม่มีใบอนุญาตถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหาในการทำธุรกรรมต่างๆ เช่น การขอสินเชื่อจากธนาคาร การโอนกรรมสิทธิ์ หรือการต่อเติมบ้านในอนาคต นอกจากนี้ ยังอาจเสี่ยงต่อการถูกรื้อถอนหากพบว่าการก่อสร้างไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย รายละเอียดที่ต้องตรวจสอบในใบอนุญาตก่อสร้าง การตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้างควรพิจารณาข้อมูลสำคัญดังต่อไปนี้: ข้อมูลเจ้าของบ้าน ชื่อและที่อยู่ของผู้ขออนุญาต เลขที่บัตรประชาชนหรือเลขทะเบียนนิติบุคคล ข้อมูลต้องตรงกับเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ข้อมูลที่ตั้งอาคาร ที่ตั้งและขนาดของที่ดิน เลขที่โฉนด ตำแหน่งอาคารในที่ดิน รายละเอียดการก่อสร้าง แบบแปลนที่ได้รับอนุญาต พื้นที่ใช้สอย จำนวนชั้น วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ขั้นตอนการตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้าง การตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้างสามารถทำได้หลายวิธี: ตรวจสอบกับหน่วยงานราชการ สำนักงานเขตหรือเทศบาลในพื้นที่ กรมโยธาธิการและผังเมือง องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตรวจสอบเอกสารกับเจ้าของบ้าน ขอดูใบอนุญาตก่อสร้างฉบับจริง เปรียบเทียบข้อมูลกับสภาพจริงของบ้าน ตรวจสอบการต่อเติมหรือดัดแปลงอาคาร ผลกระทบจากการไม่มีใบอนุญาตก่อสร้าง การซื้อบ้านที่ไม่มีใบอนุญาตก่อสร้างอาจส่งผลกระทบดังนี้: ด้านกฎหมาย เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี อาจถูกสั่งรื้อถอนอาคาร เสียค่าปรับตามกฎหมาย ด้านการเงิน ยากต่อการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน มูลค่าทรัพย์สินอาจลดลง เสียโอกาสในการขายต่อ ด้านความปลอดภัย ไม่มั่นใจในมาตรฐานการก่อสร้าง อาจมีปัญหาด้านโครงสร้าง เสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยในการอยู่อาศัย แนวทางแก้ไขกรณีบ้านไม่มีใบอนุญาตก่อสร้าง หากพบว่าบ้านที่สนใจไม่มีใบอนุญาตก่อสร้าง มีแนวทางดำเนินการดังนี้: ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ [...]

12/5/2568 • โดย Homeday
การตกแต่งภายในบ้านในยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนไปอย่างมาก ผู้คนสามารถออกแบบและจัดการพื้นที่อยู่อาศัยได้ด้วยตนเองผ่านโปรแกรมออกแบบบ้านออนไลน์ ซึ่งช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการจ้างมืออาชีพ บทความนี้จะแนะนำโปรแกรมออกแบบบ้านฟรีที่ดีที่สุดในปี 2025 พร้อมเคล็ดลับการจัดห้องให้ดูกว้างขวางและสวยงาม โดยเฉพาะสำหรับพื้นที่จำกัดอย่างห้องนอนขนาดเล็ก ทำไมการออกแบบบ้านด้วยตัวเองจึงได้รับความนิยมในปี 2025? การออกแบบและตกแต่งบ้านด้วยตนเองกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในยุคปัจจุบัน ด้วยการพัฒนาทางเทคโนโลยีและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยที่ช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถสร้างแบบจำลองสามมิติของบ้านได้อย่างง่ายดาย แม้ไม่มีความรู้ด้านการออกแบบมาก่อน โปรแกรมออกแบบบ้านในปัจจุบันมีอินเตอร์เฟซที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ สามารถจำลองรูปลักษณ์ของบ้านในสไตล์ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ การเลือกสีทาผนัง หรือแม้กระทั่งการวางแผนสำหรับการต่อเติมบ้านในอนาคต นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องมือที่ดีในการสื่อสารกับช่างก่อสร้างและนักออกแบบภายใน เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจถึงความต้องการและความคาดหวังได้อย่างชัดเจน การออกแบบด้วยตนเองยังช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถทดลองไอเดียต่างๆ ได้หลากหลาย ก่อนตัดสินใจลงมือทำจริง ซึ่งช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการแก้ไขงานภายหลัง 5 โปรแกรมออกแบบบ้านออนไลน์ฟรีที่ใช้งานง่ายสำหรับมือใหม่ในปี 2025 ปัจจุบันมีโปรแกรมออกแบบบ้านมากมายให้เลือกใช้ แต่ละโปรแกรมมีจุดเด่นและการใช้งานที่แตกต่างกัน นี่คือ 5 โปรแกรมฟรีที่ได้รับความนิยมสูงในปี 2025: 1. SketchUp Free SketchUp เป็นหนึ่งในโปรแกรมออกแบบบ้าน 3D ฟรีที่เหมาะสำหรับทั้งผู้ใช้มือใหม่และมืออาชีพ สามารถใช้งานได้ง่ายผ่านเว็บเบราว์เซอร์โดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ การใช้งานเริ่มต้นเพียงลงทะเบียนด้วยอีเมลหรือบัญชี Google ก็สามารถเริ่มใช้งานได้ทันที SketchUp มีจุดเด่นคือสามารถทำได้ตั้งแต่ร่างแผนผังจนถึงการทำโมเดล 3 มิติ รองรับการเรนเดอร์แสงเพื่อสร้างภาพที่ดูเสมือนจริงมากขึ้น มาพร้อมคลังวัตถุ 3 มิติที่ช่วยให้ออกแบบง่ายและรวดเร็ว ที่สำคัญยังสามารถดูโมเดลที่ออกแบบผ่านมือถือได้อีกด้วย SketchUp ให้พื้นที่เก็บข้อมูล [...]

5/6/2568 • โดย Homeday
การจัดสวนถาดเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดพื้นที่เท่านั้น แต่ยังสามารถทำได้ด้วยงบประมาณที่ไม่เกิน 300 บาท โดยสวนถาดคือการจำลองธรรมชาติในขนาดเล็กที่สามารถนำมาตกแต่งบ้าน เพิ่มสีเขียวให้กับพื้นที่อยู่อาศัย และเหมาะสำหรับผู้ที่อาศัยในคอนโดหรือทาวน์เฮ้าส์ที่มีพื้นที่จำกัด การจัดสวนถาดไม่เพียงแต่ช่วยให้ได้สัมผัสกับธรรมชาติใกล้ตัว แต่ยังเป็นงานอดิเรกที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดและพัฒนาทักษะการจัดสวนอีกด้วย อุปกรณ์และวัสดุสำหรับจัดสวนถาดแบบประหยัด การเตรียมอุปกรณ์สำหรับจัดสวนถาดไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมาก หากรู้วิธีการเลือกซื้อและใช้วัสดุที่มีอยู่แล้วในบ้าน อุปกรณ์หลักที่จำเป็นได้แก่ กระถางดินเผาขนาดกว้าง 40 เซนติเมตร ราคาประมาณ 85 บาท ซึ่งสามารถต่อรองราคาได้หากซื้อจากตลาดนัด ดินสำหรับปลูกควรเป็นดินร่วนที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป หากมีดินเหลือจากการปลูกต้นไม้ก็สามารถนำมาใช้ได้ วัสดุเสริมที่สำคัญคือปูนซีเมนต์และหินเล็กๆ ซึ่งหากมีของเหลือจากการต่อเติมบ้านก็สามารถนำมาใช้ได้1 แผ่นสังกะสีสำหรับแบ่งพื้นที่ภายในกระถางสามารถใช้เศษวัสดุจากการทำรางน้ำฝนหรือซื้อใหม่ในราคาไม่แพง การเลือกใช้วัสดุเหลือใช้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นการรีไซเคิลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย การเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสมสำหรับสวนถาด การเลือกต้นไม้สำหรับสวนถาดต้องคำนึงถึงขนาดเมื่อโตเต็มที่และความต้องการดูแลที่คล้ายคลึงกัน ต้นสนบลูแคระเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับเป็นต้นไม้หลักในสวนถาด ราคาประมาณ 120 บาท เนื่องจากมีขนาดเหมาะสมและสามารถให้ร่มเงาแก่องค์ประกอบอื่นในสวน ต้นมอสเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับปูพื้นใต้ต้นไม้ใหญ่ ราคาประมาณ 40 บาท ช่วยให้ดูเหมือนสนามหญ้าจิ๋ว สำหรับผู้ที่ต้องการสวนถาดที่ดูแลง่าย การเลือกใช้พืชอวบน้ำหรือแคคตัสเป็นทางเลือกที่ดี พืชเหล่านี้ต้องการน้ำน้อยและทนต่อสภาพแวดล้อมที่แห้ง ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัดในการดูแล ต้นพรมออสเตรเลียและไม้อวบน้ำชนิดอื่นๆ สามารถเพิ่มความหลากหลายของสีสันและรูปทรงให้กับสวนถาด ด้วยราคาที่ไม่แพงต่อต้น ขั้นตอนการจัดสวนถาดแบบมืออาชีพ การเริ่มต้นจัดสวนถาดควรวางแผนการใช้พื้นที่ภายในกระถางให้เหมาะสม1 การแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนหลักจะช่วยให้สวนดูเป็นระเบียบและมีจุดเด่น โดยใช้แผ่นสังกะสีตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสูงเท่าความสูงภายในกระถางเป็นตัวแบ่ง ส่วนแรกจะใช้สำหรับปลูกต้นไม้ โดยใส่ดินหลวมๆ เพื่อง่ายต่อการปลูกและดูแล [...]

15/4/2568 • โดย Homeday
ปัญหาบ้านร้อนอบอ้าวเป็นปัญหาที่พบบ่อยในประเทศไทยที่มีอากาศร้อนตลอดทั้งปีและมีแนวโน้มร้อนขึ้นเรื่อยๆ หลายครอบครัวเลือกแก้ปัญหาด้วยการติดเครื่องปรับอากาศเพิ่ม หรือเปิดใช้งานเป็นเวลานานขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าพุ่งสูงตามไปด้วย ความจริงแล้วมีหลายวิธีที่สามารถช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศมากเกินไป บทความนี้จะแนะนำสาเหตุที่ทำให้บ้านร้อนและวิธีการแก้ไขที่มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยให้บ้านของคุณเย็นสบายยิ่งขึ้น สาเหตุหลักที่ทำให้บ้านร้อนอบอ้าว เมื่อต้องการแก้ปัญหาบ้านร้อน เราควรเข้าใจก่อนว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้บ้านของเรามีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อเรื่องนี้ 1. ขาดพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน บ้านจำนวนมากพยายามใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จนมองข้ามความสำคัญของพื้นที่สีเขียว หลายครอบครัวเปลี่ยนสนามหญ้าเป็นลานคอนกรีต หรือไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ทำให้ช่วงหน้าร้อนไม่มีพื้นที่ร่มรื่นภายในบริเวณบ้าน ส่งผลให้แสงแดดส่องกระทบตัวบ้านโดยตรง ทำให้บ้านสะสมความร้อนได้มากขึ้น 2. การวางผังบ้านไม่เหมาะสมกับทิศทาง สาเหตุสำคัญของบ้านร้อนอีกประการคือการวางตำแหน่งห้องในบ้านไม่สอดคล้องกับทิศทาง โดยเฉพาะห้องที่ใช้งานบ่อย เช่น ห้องนั่งเล่น หรือห้องนอน อยู่ในทิศที่รับแสงแดดโดยตรงในช่วงบ่ายทางทิศใต้และทิศตะวันตก นอกจากนี้ การไม่มีกันสาดหรือระแนงกันความร้อน รวมถึงการไม่เปิดหน้าต่างหรือประตูให้ลมถ่ายเท ก็เป็นสาเหตุให้เกิดความร้อนสะสมภายในบ้านได้ 3. การต่อเติมบ้านโดยไม่คำนึงถึงการระบายอากาศ การปรับปรุงหรือต่อเติมบ้านที่ไม่ได้คำนึงถึงหลักการออกแบบที่ถูกต้อง อาจทำให้บ้านร้อนยิ่งขึ้น เช่น การสร้างรั้วสูงทึบที่ปิดกั้นการไหลเวียนของลม หรือการต่อเติมส่วนต่างๆ ของบ้านโดยไม่เว้นช่องว่างให้แสงและลมผ่านเข้าออก ทำให้บ้านอับทึบและสะสมความร้อนได้ง่าย 4. การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่เหมาะสม เฟอร์นิเจอร์มีส่วนสำคัญต่อการระบายอากาศภายในบ้าน การเลือกเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เกินไป หรือจัดวางในตำแหน่งที่กีดขวางการไหลเวียนของอากาศ จะทำให้บ้านอบอ้าวและระบายความร้อนได้ไม่ดี ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับขนาดห้องและไม่กีดขวางทางลมผ่าน 5. การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดความร้อนมากเกินไป บ้านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมากโดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ปล่อยความร้อนสูงอย่างเตาอบ เตาไมโครเวฟ หรือคอมพิวเตอร์ จะทำให้อุณหภูมิในบ้านสูงขึ้น นอกจากนี้ การไม่มีเครื่องดูดควันหรือพัดลมระบายอากาศในห้องครัว [...]

12/5/2568 • โดย Homeday
การต่อเติมครัวหลังบ้านเป็นเรื่องที่เจ้าของบ้านหลายคนต้องการทำ โดยเฉพาะในบ้านทาวน์โฮมที่มีพื้นที่ครัวภายในตัวบ้านจำกัด แต่การต่อเติมที่ไม่ถูกหลักวิศวกรรมอาจนำมาซึ่งปัญหาโครงสร้างและการทรุดตัวในระยะยาว ซึ่งแก้ไขได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง บทความนี้จะรวบรวมเทคนิคสำคัญและข้อควรรู้เกี่ยวกับการต่อเติมครัวหลังบ้านอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และยั่งยืน เพื่อให้ท่านได้ใช้ห้องครัวได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาโครงสร้างในอนาคต ทำไมครัวหลังบ้านมักประสบปัญหาการทรุดตัว? การทรุดตัวของครัวที่ต่อเติมด้านหลังบ้านเป็นปัญหาที่พบบ่อย สาเหตุหลักมาจากการก่อสร้างที่ไม่คำนึงถึงโครงสร้างและฐานรากที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับตัวบ้านหลัก ซึ่งมีการวางเสาเข็มที่ลึกถึงชั้นดินแข็ง ขณะที่ส่วนต่อเติมมักใช้เสาเข็มสั้นที่ลงลึกเพียง 3-6 เมตรเท่านั้น เมื่อเสาเข็มของส่วนต่อเติมไม่ได้ลงลึกถึงชั้นดินแข็งเช่นเดียวกับตัวบ้าน จึงทำให้การรับน้ำหนักและการทรุดตัวของโครงสร้างทั้งสองส่วนแตกต่างกัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นดินแข็งหรือดินดานมักอยู่ที่ระดับความลึกประมาณ 16-21 เมตร แต่เสาเข็มของส่วนต่อเติมมักวางอยู่บนชั้นดินอ่อน ซึ่งอาศัยแรงฝืดของดินเป็นหลัก ทำให้เมื่อดินมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีปัจจัยอื่นมากระทบ ส่วนต่อเติมจะทรุดตัวเร็วกว่าตัวบ้าน นอกจากนี้ หากโครงสร้างของส่วนต่อเติมเชื่อมติดกับตัวบ้านโดยไม่มีการแยกโครงสร้างอย่างถูกต้อง เมื่อเกิดการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน จะทำให้เกิดรอยร้าวและแยกตัวตามรอยต่อระหว่างส่วนต่อเติมกับตัวบ้าน บางกรณีรุนแรงถึงขั้นสามารถสอดแขนเข้าไปในรอยแยกได้ สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างบ้านในระยะยาว วิธีต่อเติมครัวอย่างไรให้โครงสร้างแข็งแรงและปลอดภัย? การต่อเติมครัวหลังบ้านให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยในระยะยาวควรคำนึงถึงหลักการสำคัญหลายประการ ประการแรกคือการแยกโครงสร้างของส่วนต่อเติมออกจากตัวบ้านหลัก วิธีนี้จะช่วยป้องกันปัญหาการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันซึ่งอาจทำให้ตัวบ้านหลักเกิดความเสียหาย การแยกโครงสร้างทำได้โดยการออกแบบให้ครัวหลังบ้านมีเสา คาน และฐานรากแยกจากตัวบ้านอย่างชัดเจน เมื่อมีการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน ส่วนต่อเติมและตัวบ้านจะเคลื่อนตัวอย่างอิสระ ไม่ดึงรั้งซึ่งกันและกัน ทำให้ไม่เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างบ้านหลัก ในส่วนของหลังคา ควรออกแบบให้หลังคาของส่วนต่อเติมแยกออกจากหลังคาของตัวบ้าน และติดตั้งแฟลชชิ่งกันน้ำบริเวณรอยต่อของหลังคา เพื่อป้องกันน้ำรั่วซึมเมื่อเกิดการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน หลังคาที่ต่อเชื่อมกับตัวบ้านอาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อส่วนต่อเติมทรุดตัว เพราะจะดึงรั้งหลังคาบ้านลงมาด้วย อีกทั้งควรใช้วัสดุก่อสร้างที่มีน้ำหนักเบาเพื่อลดน้ำหนักที่กดทับลงบนฐานราก เช่น การใช้อิฐมวลเบาแทนอิฐมอญ หรือการเลือกใช้วัสดุตกแต่งที่มีน้ำหนักเบา เช่น สแตนเลสแทนหินอ่อนหรือหินแกรนิต [...]