Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

Line
DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

บทความ

พบ 102 บทความ

เรียงตาม:
กำลังค้นหา:
คำค้น: ความเครียด
1234...789
เสียงดังรบกวนเกินเวลา แจ้งใครได้บ้าง? พร้อมกฎหมายที่คุณควรรู้
ทั่วไป

เสียงดังรบกวนเกินเวลา แจ้งใครได้บ้าง? พร้อมกฎหมายที่คุณควรรู้

29/4/2568 • โดย Homeday

เสียงดังยามวิกาลเป็นปัญหาที่พบบ่อยในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากงานก่อสร้าง เสียงจากเพื่อนบ้าน หรือเสียงดังจากกิจกรรมต่างๆ ซึ่งล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตของผู้อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียง การพักผ่อนที่เพียงพอถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนพึงได้รับ บทความนี้จะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายด้านเสียงรบกวน ระดับเสียงที่เป็นมาตรฐาน ช่องทางการแจ้งเมื่อได้รับความเดือดร้อน และบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน เพื่อให้คุณสามารถรักษาสิทธิและอยู่อาศัยได้อย่างมีความสุข เสียงดังระดับไหนถือว่าผิดกฎหมาย? มาตรฐานที่ทุกคนควรรู้ กฎหมายไทยได้กำหนดมาตรฐานระดับเสียงที่ยอมรับได้ไว้อย่างชัดเจน เพื่อควบคุมไม่ให้มีการใช้เสียงที่ส่งผลกระทบต่อผู้อื่น โดยแบ่งเป็นหลายมาตรฐานตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2540) ซึ่งกำหนดมาตรฐานระดับเสียงโดยทั่วไปไว้ดังนี้ ค่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ต้องไม่เกิน 70 เดซิเบล ซึ่งหมายถึงค่าเฉลี่ยของระดับเสียงตลอดทั้งวัน โดยระดับเสียงนี้เทียบเท่ากับเสียงจราจรหนาแน่นหรือเสียงเครื่องดูดฝุ่น นอกจากนี้ยังมีการกำหนดค่าระดับเสียงสูงสุดที่ยอมให้เกิดขึ้นได้ต้องไม่เกิน 115 เดซิเบลเอ ซึ่งเทียบเท่ากับเสียงเครื่องบินไอพ่น เสียงคอนเสิร์ต หรือเสียงระเบิดพลุ สำหรับเสียงรบกวนยามวิกาลโดยเฉพาะในช่วงเวลา 22.00-06.00 น. กฎหมายกำหนดให้ค่าระดับเสียงรบกวนต้องไม่เกิน 10 เดซิเบลเอ ซึ่งหมายถึงความแตกต่างระหว่างระดับเสียงพื้นฐานตามธรรมชาติกับระดับเสียงที่เกิดจากแหล่งกำเนิดเสียงรบกวน หากเสียงดังเกินกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนด อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น ความเสียหายต่อประสาทหู ความเครียด ความกังวล อาการปวดหัว เวียนหัว และปัญหาการนอนหลับ ปัญหาเสียงดังจากงานก่อสร้าง กฎหมายคุ้มครองคุณอย่างไร เสียงดังจากงานก่อสร้างเป็นหนึ่งในปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียงมากที่สุด โดยข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร [...]

วิธีแก้นิสัยสุนัขที่ชอบขุดดิน?
ทั่วไป

วิธีแก้นิสัยสุนัขที่ชอบขุดดิน?

14/3/2568 • โดย Homeday

การขุดดินเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติของสุนัขที่ติดตัวมาจากบรรพบุรุษซึ่งเป็นสัตว์ล่าเหยื่อ สุนัขขุดดินด้วยเหตุผลหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความเบื่อ ความเครียด ความต้องการความสนใจ หรือสัญชาตญาณการหาที่หลบภัย สาเหตุหลักของพฤติกรรมการขุดดิน 1. ความเบื่อและขาดการกระตุ้น สุนัขที่ขาดการออกกำลังกายและกิจกรรมทางกายภาพมักมีแนวโน้มในการขุดดินสูง การขุดเป็นช่องทางระบายพลังงานส่วนเกินและความตึงเครียด 2. สัญชาตญาณการล่าและค้นหา บางสายพันธุ์ เช่น เทอเรีย มีแนวโน้มในการขุดติดตัวมาจากการถูกปรับปรุงพันธุ์เพื่อการล่าสัตว์ใต้ดิน ทำให้มีความต้องการขุดติดตัวมา 3. การหลบความร้อนและความเย็น สุนัขบางตัวขุดดินเพื่อสร้างพื้นที่หลบภัยจากอากาศที่ร้อนหรือหนาว โดยเฉพาะสุนัขที่อยู่นอกบ้าน 4. ความต้องการความสนใจ การตอบสนองของเจ้าของเมื่อสุนัขขุดดิน แม้จะเป็นการตำหนิ ก็อาจกลายเป็นการสร้างแรงจูงใจให้สุนัขทำพฤติกรรมนี้ซ้ำ วิธีแก้ไขปัญหาการขุดดิน 1. เพิ่มกิจกรรมทางกายภาพ จัดเวลาเล่นและออกกำลังกายให้เพียงพอ พาสุนัขเดินเล่นวันละ 30-60 นาที ใช้ของเล่นกระตุ้นสมอง เช่น พัซเซิล ของเล่นที่ใส่ขนมได้ 2. การฝึกอบรมและการจัดการพฤติกรรม สอนคำสั่ง “หยุด” และ “มานี่” อย่างสม่ำเสมอ ใช้รางวัลเพื่อสร้างแรงจูงใจเชิงบวก หลีกเลี่ยงการลงโทษทางกายภาพ 3. การสร้างพื้นที่ขุดอนุญาต จัดสรรพื้นที่เฉพาะให้สุนัขขุดได้ ใช้กระบะทรายหรือพื้นที่พิเศษสำหรับขุด แนะนำให้สุนัขใช้พื้นที่นี้ด้วยการให้รางวัล 4. การจัดการสภาพแวดล้อม ปิดกั้นพื้นที่ที่สุนัขมักขุด [...]

ทำไมแมวชอบจ้องมองเจ้าของตอนกลางคืน?
ทั่วไป

ทำไมแมวชอบจ้องมองเจ้าของตอนกลางคืน?

11/3/2568 • โดย Homeday

การที่แมวจ้องมองเจ้าของในเวลากลางคืนเป็นพฤติกรรมที่น่าสงสัยและน่าประหลาดใจสำหรับเหล่าคนรักแมว สายตาที่จ้องมองอย่างไม่ละเลิงนี้มีความหมายซ่อนอยู่มากมาย ซึ่งเชื่อมโยงกับสัญชาตญาณและพฤติกรรมตามธรรมชาติของแมว สัญชาตญาณการล่าของแมวในเวลากลางคืน แมวเป็นสัตว์กลางคืนโดยกำเนิด พวกมันมีการปรับตัวทางสายพันธุ์ให้มีประสิทธิภาพในการมองเห็นในที่มืด ดวงตาของแมวประกอบด้วยเซลล์รับแสงพิเศษที่ช่วยให้มองเห็นได้ดีในสภาพแสงน้อย ทำให้พวกมันสามารถล่าเหยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในเวลากลางคืน กลไกการมองเห็นในที่มืด ชั้นสะท้อนแสง (Tapetum Lucidum) ในดวงตาช่วยให้แมวดูดซับแสงได้ดีกว่ามนุษย์ถึง 6 เท่า มีจำนวนเซลล์รับแสงมากกว่ามนุษย์ ทำให้สามารถมองเห็นในที่แสงน้อยได้อย่างชัดเจน มุมมองการมองเห็นกว้างถึง 200 องศา ช่วยให้ตรวจจับการเคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำ เหตุผลเบื้องหลังการจ้องมอง 1. การเฝ้าระวังความปลอดภัย แมวมีสัญชาตญาณความเป็นนักล่าและนักป้องกันตัว การจ้องมองเจ้าของในเวลากลางคืนเป็นวิธีการตรวจตราความปลอดภัยของอาณาเขต พวกมันต้องการมั่นใจว่าไม่มีอันตรายใกล้ตัว 2. การสื่อสารทางอารมณ์ สายตาที่จ้องมองเป็นภาษากายที่แมวใช้สื่อสารกับเจ้าของ อาจหมายถึง: ความหิว ต้องการความสนใจ รู้สึกไม่สบาย ต้องการอะไรบางอย่าง 3. วงจรชีวิตตามธรรมชาติ แมวเป็นสัตว์ที่มีความกระตือรือร้นในเวลากลางคืน พวกมันมีพลังงานสูงและพร้อมที่จะสำรวจหรือเล่นในช่วงเวลานี้ การจ้องมองเจ้าของอาจเป็นสัญญาณว่าพวกมันต้องการมีปฏิสัมพันธ์ ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการจ้องมอง สภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู การฝึกฝนและการเอาใจใส่ ความสัมพันธ์ระหว่างแมวกับเจ้าของ สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย สุขภาพและความเป็นอยู่ ความเครียด ความผิดปกติทางร่างกาย การเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน วิธีการตอบสนองต่อพฤติกรรมการจ้องมอง สังเกตภาษากายและบริบท ตรวจสอบความต้องการขั้นพื้นฐาน ให้ความสนใจและปฏิสัมพันธ์อย่างเหมาะสม ปรึกษาสัตวแพทย์หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพ สรุป [...]

BAM สนับสนุนงบประมาณเสริมพลังใจเจ้าหน้าที่มูลนิธิสายเด็ก 1387 ผ่านโครงการให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยา โดย iSTRONG Mental Health
ข่าวสาร

BAM สนับสนุนงบประมาณเสริมพลังใจเจ้าหน้าที่มูลนิธิสายเด็ก 1387 ผ่านโครงการให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยา โดย iSTRONG Mental Health

23/12/2568 • โดย Homeday

บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ให้การสนับสนุนงบประมาณจำนวน 80,000 บาท แก่มูลนิธิสายเด็ก 1387 เพื่อดำเนิน โครงการให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยาแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองเด็ก ภายใต้แนวคิดการเสริมสร้างความเข้มแข็งทั้งด้านจิตใจและศักยภาพในการทำงานของบุคลากร โครงการให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยา โดย  iSTRONG Mental Health เป็นกลไกการดูแลและฟื้นฟูสุขภาวะทางจิตใจของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชนที่เผชิญปัญหาความรุนแรง การละเมิดสิทธิ และสถานการณ์เปราะบาง โดยเน้นการให้คำปรึกษาเชิงลึกจากนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการสะท้อนความรู้สึก (Safe Space) และการพัฒนาทักษะการดูแลตนเอง (Self-Care) ควบคู่กับการเสริมความเข้มแข็งทางอารมณ์ (Emotional Resilience) การสนับสนุนในครั้งนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถรับมือกับความเครียด ความกดดัน และภาวะเหนื่อยล้าทางอารมณ์จากการทำงานได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้การปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองเด็กเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความละเอียดอ่อน และยึดผลประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นศูนย์กลาง มูลนิธิสายเด็ก 1387 เชื่อมั่นว่า การดูแล “คนทำงาน” คือรากฐานสำคัญของการดูแลเด็ก และความร่วมมือกับ BAM ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการสร้างระบบคุ้มครองเด็กที่เข้มแข็ง ยั่งยืน และคำนึงถึงทั้งคุณภาพชีวิตของเด็กและผู้ปฏิบัติงานในทุกมิติ

ทำไมต้องหมั่นพาสุนัขไปเดินเล่นนอกบ้าน?
ทั่วไป

ทำไมต้องหมั่นพาสุนัขไปเดินเล่นนอกบ้าน?

7/4/2568 • โดย Homeday

การเลี้ยงสุนัขในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการให้อาหารและที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลสุขภาพกายและใจของสัตว์เลี้ยงแสนรักของเราด้วย หนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่เจ้าของบ้านยุคใหม่ต้องไม่มองข้ามคือการพาสุนัขออกไปเดินเล่นนอกบ้าน ซึ่งมีประโยชน์มากกว่าที่หลายคนคิด การพาสุนัขออกไปสัมผัสโลกภายนอกไม่เพียงช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง แต่ยังสร้างความสมดุลทางจิตใจ ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ และยังเป็นการสร้างสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างคุณกับสุนัขอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการพาสุนัขไปเดินเล่นนอกบ้าน และวิธีการที่จะทำให้กิจกรรมนี้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งตัวสุนัขและตัวคุณเอง ประโยชน์ทางกายภาพที่สุนัขได้รับจากการเดินเล่นนอกบ้าน การพาสุนัขออกไปเดินเล่นนอกบ้านอย่างสม่ำเสมอเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพร่างกายของสุนัข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมืองที่พื้นที่อยู่อาศัยมักจำกัด ทำให้สุนัขไม่ได้ใช้พลังงานอย่างเต็มที่ การเดินเล่นในที่โล่งช่วยให้สุนัขได้เคลื่อนไหวร่างกาย เผาผลาญพลังงานส่วนเกิน ซึ่งเป็นการป้องกันปัญหาโรคอ้วนที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในสัตว์เลี้ยงยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ การเดินเล่นยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานได้ดีขึ้น ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน การได้สัมผัสกับสภาพแวดล้อมภายนอกที่มีเชื้อจุลินทรีย์หลากหลายชนิดช่วยให้ร่างกายของสุนัขได้พัฒนาภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ลดโอกาสการเกิดภูมิแพ้และโรคติดเชื้อต่างๆ สำหรับสุนัขที่มีปัญหาสุขภาพเฉพาะทาง เช่น โรคข้อเสื่อม การเดินออกกำลังกายเบาๆ จะช่วยบรรเทาอาการปวดและช่วยให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ในสุนัขสูงอายุ การเดินเล่นเป็นกิจกรรมที่เหมาะสมที่จะช่วยรักษาน้ำหนักตัว เสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ และชะลอความเสื่อมของร่างกาย การสังเกตได้ว่าสุนัขที่ได้ออกกำลังกายอย่างเพียงพอมักจะมีรูปร่างที่ได้สัดส่วน ขนเป็นเงางาม ผิวหนังแข็งแรง และมีพลังงานที่เหมาะสมกับวัยและสายพันธุ์ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงสุขภาพที่ดีโดยรวม ประโยชน์ทางจิตใจและพฤติกรรมของสุนัขจากการเดินเล่นนอกบ้าน ไม่เพียงแต่ประโยชน์ทางกายภาพเท่านั้น การพาสุนัขไปเดินเล่นนอกบ้านยังส่งผลดีต่อสุขภาพจิตใจและพฤติกรรมของสุนัขอย่างมาก สุนัขเป็นสัตว์สังคมที่ต้องการการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและสัตว์อื่นๆ การได้ออกไปสำรวจโลกภายนอกตอบสนองต่อสัญชาตญาณการสำรวจตามธรรมชาติของสุนัข ช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล และอาการซึมเศร้าที่อาจเกิดขึ้นจากการถูกจำกัดพื้นที่อยู่แต่ในบ้าน สุนัขที่ไม่ได้ปลดปล่อยพลังงานอย่างเพียงพอมักจะแสดงออกถึงความเครียดและความไม่พอใจผ่านพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การเห่าเสียงดังไม่หยุด การกัดแทะสิ่งของในบ้าน การขุดคุ้ย หรือแม้แต่การก้าวร้าวต่อเจ้าของและสัตว์อื่น การพาสุนัขออกไปเดินเล่นและออกกำลังกายอย่างเพียงพอช่วยลดปัญหาพฤติกรรมเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การเดินเล่นนอกบ้านยังเป็นโอกาสให้สุนัขได้พบเจอกับสภาพแวดล้อม [...]

ของเล่นแมวชนิดไหนที่ช่วยสร้างความสุขและพัฒนาการให้กับเหมียวรัก?
ทั่วไป

ของเล่นแมวชนิดไหนที่ช่วยสร้างความสุขและพัฒนาการให้กับเหมียวรัก?

26/5/2568 • โดย Homeday

การเลือกของเล่นที่เหมาะสมสำหรับแมวเป็นสิ่งสำคัญที่ทาสแมวทุกคนควรให้ความสนใจ เพราะของเล่นไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างความเพลิดเพลินให้กับน้องเหมียวเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว การกระตุ้นสัญชาตญาณธรรมชาติ และการลดปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์อีกด้วย แมวเป็นสัตว์นักล่าโดยธรรมชาติ จึงต้องการกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นสัญชาตญาณการล่าเหยื่อ การเล่นซ่อนหา และการใช้พลังงานส่วนเกินอย่างเหมาะสม ในยุคปัจจุบันที่แมวส่วนใหญ่ถูกเลี้ยงในระบบปิด การขาดกิจกรรมที่เหมาะสมอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น โรคอ้วน ความเครียด พฤติกรรมทำลายเฟอร์นิเจอร์ หรือการมีพฤติกรรมก้าวร้าว ของเล่นแมวที่ออกแบบมาเป็นพิเศษจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกของเล่นที่หลากหลายและเหมาะสมกับบุคลิกของแต่ละตัวจะช่วยให้แมวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุข และมีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ #ของเล่นแมว #แคทนิป #อุโมงค์แมว #ไม้ตกแมว #รางบอลแมว #เครื่องนวดแมว #ลูกบอลแมว #เครื่องขุดอาหาร #ผีเสื้อหมุน #สินค้าสัตว์เลี้ยง #shopzy

ทำไมต้องดูพื้นที่จัดสวนในโครงการ? ความสำคัญต่อคุณภาพชีวิต
ทั่วไป

ทำไมต้องดูพื้นที่จัดสวนในโครงการ? ความสำคัญต่อคุณภาพชีวิต

10/4/2568 • โดย Homeday

พื้นที่สีเขียวกับสุขภาพกายและจิตใจที่ดีขึ้น ธรรมชาติมีพลังในการเยียวยาที่ไม่อาจมองข้าม งานวิจัยจำนวนมากบ่งชี้ว่าการได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่พบบ่อยในสังคมปัจจุบัน เพียงแค่ได้มองเห็นต้นไม้และสวนสวยผ่านหน้าต่าง หรือได้เดินเล่นในสวนเป็นเวลาเพียง 20-30 นาที สามารถช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอลได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ พื้นที่สีเขียวยังส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยมีกิจกรรมทางกายมากขึ้น เช่น การเดิน การวิ่ง หรือการออกกำลังกายกลางแจ้ง ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายโดยตรง ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง โครงการที่มีพื้นที่สวนที่ออกแบบอย่างเหมาะสมจะช่วยกระตุ้นให้ผู้อยู่อาศัยใช้เวลาทำกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น คุณภาพอากาศเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ได้รับอิทธิพลจากพื้นที่สีเขียว ต้นไม้ทำหน้าที่เสมือนเครื่องกรองอากาศธรรมชาติ ช่วยดักจับฝุ่นละออง PM 2.5 และมลพิษทางอากาศอื่นๆ ที่เป็นปัญหาหนักในเขตเมือง อีกทั้งยังช่วยลดอุณหภูมิโดยรอบผ่านกระบวนการคายน้ำ ทำให้บริเวณที่มีต้นไม้มากมักจะเย็นกว่าพื้นที่โล่งทั่วไป 2-8 องศาเซลเซียส ช่วยลดการใช้เครื่องปรับอากาศและประหยัดพลังงานได้ในระยะยาว ผลกระทบต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยในระยะยาว พื้นที่สีเขียวไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังมีผลโดยตรงต่อมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย การศึกษาในหลายประเทศพบว่า บ้านที่ตั้งอยู่ใกล้กับสวนสาธารณะหรือพื้นที่สีเขียวมีมูลค่าสูงกว่าบ้านในลักษณะเดียวกันที่ไม่มีพื้นที่สีเขียวโดยรอบประมาณ 5-20% โดยเฉพาะในเขตเมืองที่พื้นที่สีเขียวมีจำกัด โครงการที่ให้ความสำคัญกับการจัดสวนอย่างมีคุณภาพมักจะได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว สะท้อนถึงมาตรฐานการบริหารจัดการโครงการโดยรวม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการพิจารณาซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยในระยะยาว หรือเพื่อการลงทุน นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใส่ใจในรายละเอียดของภูมิทัศน์มักจะให้ความสำคัญกับคุณภาพโดยรวมของโครงการด้วยเช่นกัน อีกประเด็นสำคัญคือการประหยัดพลังงานในระยะยาว การจัดวางต้นไม้ที่เหมาะสมรอบตัวบ้านสามารถช่วยลดการใช้พลังงานได้ถึง 25% โดยต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกจะช่วยบังแสงแดดในช่วงเช้าและบ่าย ในขณะที่ต้นไม้ผลัดใบที่ปลูกทางทิศใต้จะให้ร่มเงาในหน้าร้อนและยอมให้แสงแดดส่องผ่านในหน้าหนาว นอกจากนี้ การมีพื้นที่สีเขียวโดยรอบยังช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง [...]

ทำไมต้องดูสภาพแวดล้อมก่อนซื้อบ้าน? จุดสำคัญที่มักมองข้าม
ทั่วไป

ทำไมต้องดูสภาพแวดล้อมก่อนซื้อบ้าน? จุดสำคัญที่มักมองข้าม

4/4/2568 • โดย Homeday

การซื้อบ้านเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ในชีวิตที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่หลายครั้งเรามักให้ความสำคัญกับตัวบ้าน ราคา หรือการออกแบบภายใน จนลืมพิจารณาปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว นั่นคือ “สภาพแวดล้อมรอบบ้าน” ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆ หลังจากตัดสินใจซื้อบ้านไปแล้ว การดูสภาพแวดล้อมก่อนซื้อบ้านมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสภาพแวดล้อมที่ดีไม่เพียงส่งผลต่อความสุขในการอยู่อาศัย แต่ยังส่งผลต่อมูลค่าของทรัพย์สินในอนาคต รวมไปถึงสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้อยู่อาศัย บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของสภาพแวดล้อมที่มักถูกมองข้าม และจุดสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน มลภาวะและคุณภาพอากาศ – ปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว มลภาวะและคุณภาพอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นหรือพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงงานอุตสาหกรรม การอาศัยในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูงเป็นเวลานานอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ หรือแม้กระทั่งโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากมลพิษทางอากาศแล้ว มลพิษทางเสียงก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม บ้านที่อยู่ติดถนนใหญ่ ใกล้สนามบิน หรือสถานีรถไฟ อาจประสบปัญหาเสียงรบกวนตลอดเวลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนหลับและสุขภาพจิตในระยะยาว การศึกษาหลายชิ้นพบว่า การอาศัยในพื้นที่ที่มีเสียงรบกวนสูงเป็นเวลานานอาจส่งผลให้เกิดความเครียด ความวิตกกังวล และปัญหาด้านความจำ การประเมินคุณภาพอากาศในพื้นที่ที่สนใจซื้อบ้านสามารถทำได้โดยสังเกตสภาพแวดล้อมในช่วงเวลาต่างๆ ของวัน โดยเฉพาะในช่วงเช้าและเย็นซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการจราจรหนาแน่น สิ่งที่ควรสังเกต ได้แก่ ปริมาณฝุ่นละออง กลิ่น และความทึบของอากาศ นอกจากนี้ ผู้ซื้อบ้านควรสอบถามข้อมูลจากชุมชนหรือผู้อยู่อาศัยในละแวกนั้นเกี่ยวกับปัญหามลพิษที่อาจเกิดขึ้นในบางช่วงเวลาหรือบางฤดูกาล การเลือกพื้นที่ที่มีคุณภาพอากาศดีไม่เพียงแต่ช่วยรักษาสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว แต่ยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลและอุปกรณ์ฟอกอากาศที่อาจต้องลงทุนเพิ่มเติมหากอาศัยในพื้นที่ที่มีมลพิษสูง ดังนั้น การพิจารณาปัจจัยด้านมลภาวะและคุณภาพอากาศจึงเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ – การเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ภัยธรรมชาติเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผู้ซื้อบ้านควรพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม [...]

ทำไมถึงวิงเวียน มึนงง ตอนเกิดแผ่นดินไหว?
ข่าวสาร

ทำไมถึงวิงเวียน มึนงง ตอนเกิดแผ่นดินไหว?

31/3/2568 • โดย Homeday

เวลามีแผ่นดินไหว ร่างกายอาจรู้สึก เวียนหัวหรือเสียการทรงตัว เพราะระบบการรับรู้สมดุลของร่างกาย (vestibular system) ในหูชั้นในได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนที่ของพื้นดิน ซึ่งทำให้เกิดความสับสนระหว่างสิ่งที่ร่างกายรับรู้กับสิ่งที่ดวงตาเห็น  สาเหตุหลักที่ทำให้เวียนหัวเมื่อเกิดแผ่นดินไหวระบบการทรงตัวในหูชั้นใน (Inner Ear – Vestibular System) ได้รับผลกระทบหูชั้นในมีอวัยวะที่ช่วยควบคุมสมดุล หากพื้นเคลื่อนที่แบบไม่คาดคิด สมองอาจประมวลผลข้อมูลผิดพลาด ทำให้รู้สึกเหมือนตัวโยกไปมา  ความไม่สอดคล้องของประสาทสัมผัส (Sensory Mismatch)ดวงตาอาจมองเห็นสิ่งรอบตัวนิ่งอยู่ แต่หูชั้นในรับรู้แรงสั่นสะเทือน สมองจึงสับสนว่าร่างกายเคลื่อนไหวหรือไม่ ส่งผลให้เกิดอาการคล้ายเมารถหรือเมาเรือ  ระบบไหลเวียนโลหิตและความดันโลหิตเปลี่ยนแปลงเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ร่างกายอาจมีปฏิกิริยาตอบสนอง เช่น หัวใจเต้นเร็วขึ้น หรือความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง ทำให้รู้สึกเวียนหัว  ความเครียดและความตื่นตระหนก (Anxiety & Panic Response)แผ่นดินไหวเป็นเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อาจทำให้เกิดความกลัวหรือเครียด ฮอร์โมนอะดรีนาลีน (Adrenaline) ถูกหลั่งออกมา ส่งผลให้เกิดอาการมึนหัวหรือเวียนหัวได้  วิธีลดอาการเวียนหัวระหว่างหรือหลังแผ่นดินไหว นั่งหรือนอนลง เพื่อลดการเสียสมดุล โฟกัสที่วัตถุคงที่ เช่น กำแพงหรือพื้น เพื่อช่วยให้สมองปรับสมดุล หายใจลึกๆ และช้าๆ เพื่อลดความเครียด ดื่มน้ำ เพื่อช่วยรักษาระดับของเหลวในร่างกาย พักผ่อนให้เพียงพอ หากยังรู้สึกเวียนหัวหลังจากเหตุการณ์ผ่านไป หากอาการเวียนหัวรุนแรงมาก หรือไม่หายหลังจากแผ่นดินไหว [...]

ฮวงจุ้ยช่วยบรรเทาความเครียดและความวิตกกังวลได้จริงหรือไม่?
ทั่วไป

ฮวงจุ้ยช่วยบรรเทาความเครียดและความวิตกกังวลได้จริงหรือไม่?

20/1/2568 • โดย Homeday

บทนำ ในยุคปัจจุบันที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความกดดัน ความเครียดและความวิตกกังวลกลายเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่พบได้บ่อยในสังคมไทย หลายคนอาจไม่ทราบว่าการจั

ทริคบริหารเงินฉบับ Gen Z สายติ่ง
ข่าวสาร

ทริคบริหารเงินฉบับ Gen Z สายติ่ง

15/8/2568 • โดย Homeday

ในยุคที่การเป็นแฟนด้อมและ “การติ่ง” ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความหลงใหลอีก แต่กลายเเป็นไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่งของคน Gen Z ที่ทั้งจริงจังและใช้เงินไม่แพ้งานอดิเรกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออัลบั้มหลายเวอร์ชันเพื่อล่าการ์ดสุ่ม จองบัตรคอนเสิร์ตราคาหลักพันหลักหมื่น ไปจนถึงการบินตามศิลปินไปต่างประเทศ หรือลงทุนทำโปรเจ็กต์ป้ายวันเกิดทั่วกรุงเทพฯ หลายคนรักศิลปินจนพร้อมควักเงินโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ก่อนจะรู้ตัวอีกทีก็ต้องใช้ชีวิตสิ้นเดือนแบบเครียดๆ หรือหนักกว่านั้นคือมีหนี้จากการ “เปย์แบบไม่วางแผน” แต่ความรักที่ดีควรสร้างความสุข ไม่ใช่ความเครียดทางการเงิน และแน่นอนว่าการเป็นติ่งสามารถอยู่ร่วมกับการบริหารเงินอย่างยั่งยืนได้ หากรู้จักวางแผนอย่างชาญฉลาดรู้จักตัวเองก่อนว่าเป็นติ่งแบบไหนไม่ใช่ติ่งทุกคนจะเปย์เหมือนกัน บางคนเป็นสายบินตามไอดอลข้ามประเทศ บางคนเลือกซัพพอร์ตแบบเงียบๆ ค่อยๆ ซื้อทีละชิ้น ในขณะที่บางคนเน้นทำโปรเจ็กต์หรือซื้ออัลบั้มเพื่อเข้าแฟนไซน์ วัยรุ่น Gen Z จำนวนไม่น้อยยอมจ่ายหนักเพียงเพื่อได้คุยกับศิลปิน 1 นาที ซึ่งถ้าไม่มีการวางแผนการเงินให้ดี อาจกลายเป็นภาระในระยะยาวปัญหาใหญ่ของติ่งสายเปย์หลายคนพบว่าเงินเดือนหมดตั้งแต่ต้นเดือน ไม่มีเงินเก็บ และบางคนถึงขั้นใช้บัตรเครดิตกดเงินสดหรือกู้ยืมมาซื้อบัตรคอนเสิร์ต ยิ่งถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น เจ็บป่วย หรือต้องย้ายที่อยู่กะทันหัน ปัญหาทางการเงินจะยิ่งทวีคูณ ดังนั้น ทางรอดของติ่งยุคใหม่คือ “เปย์อย่างมีสติ” และ “แยกอารมณ์ออกจากแผนการเงิน”บริหารเงินแบบติ่งฉลาด ทำอย่างไร?เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการจัดลำดับความสำคัญของชีวิตก่อน ใช้สูตรการแบ่งเงินแบบ 50/30/20 หรือ 60/20/20 คือ1. 50–60% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ที่อยู่อาศัย [...]

ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงเบื่ออาหาร แก้ไขอย่างไร?
ทั่วไป

ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงเบื่ออาหาร แก้ไขอย่างไร?

24/2/2568 • โดย Homeday

สัตว์เลี้ยงเบื่ออาหารเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและสร้างความกังวลให้เจ้าของ บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจสาเหตุและวิธีแก้ไขอย่างเหมาะสม สาเหตุที่สัตว์เลี้ยงเบื่ออาหาร การที่สัตว์เลี้ยงไม่ยอมกินอาหารอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เจ้าของควรสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง 1. ปัญหาสุขภาพ สัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาสุขภาพมักแสดงออกด้วยการเบื่ออาหาร โดยเฉพาะเมื่อมีความเจ็บป่วยในระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบ หรือมีปัญหาฟัน เหงือก ซึ่งทำให้รู้สึกเจ็บเวลากินอาหาร นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากโรคอื่นๆ เช่น ไข้หวัด ไตวาย หรือมะเร็ง การสังเกตอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วยจะช่วยในการวินิจฉัยได้ 2. ความเครียดและสภาพแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวันสามารถส่งผลต่อความอยากอาหารของสัตว์เลี้ยง เช่น: การย้ายบ้าน การมีสมาชิกใหม่ในครอบครัว การเปลี่ยนเวลาให้อาหาร สภาพอากาศที่ร้อนหรือหนาวเกินไป การขาดการออกกำลังกาย 3. พฤติกรรมการเลี้ยงที่ไม่เหมาะสม บางครั้งวิธีการให้อาหารของเจ้าของอาจเป็นสาเหตุให้สัตว์เลี้ยงเบื่ออาหาร เช่น: การให้อาหารไม่เป็นเวลา การให้ขนมมากเกินไป การเปลี่ยนอาหารกะทันหัน การวางชามอาหารในที่ไม่เหมาะสม วิธีแก้ไขเมื่อสัตว์เลี้ยงเบื่ออาหาร 1. ตรวจสุขภาพเบื้องต้น สิ่งแรกที่ควรทำคือสังเกตอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น: อาเจียน ท้องเสีย ซึม น้ำหนักลด ขนร่วงผิดปกติ หากพบอาการเหล่านี้ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยละเอียด 2. ปรับสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการให้อาหาร จัดตารางการให้อาหารที่แน่นอน [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday TOP
Homeday Tiktok
Homeday FB