Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

Line
DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

บทความ

พบ 102 บทความ

เรียงตาม:
กำลังค้นหา:
คำค้น: การลงทุนที่ดิน
1234...789
เลือกซื้อคอนโดชั้นสูงหรือชั้นกลางดี? เปรียบเทียบราคาและการอยู่อาศัย
ทั่วไป

เลือกซื้อคอนโดชั้นสูงหรือชั้นกลางดี? เปรียบเทียบราคาและการอยู่อาศัย

7/4/2568 • โดย Homeday

การตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดมิเนียมเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาหลายปัจจัย โดยเฉพาะการเลือกระหว่างชั้นสูงหรือชั้นกลาง ซึ่งแต่ละระดับความสูงมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน ทั้งในแง่ของราคา คุณภาพการอยู่อาศัย และปัจจัยอื่นๆ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างและข้อควรพิจารณาในการเลือกซื้อคอนโดตามความสูงของชั้น เพื่อให้การตัดสินใจลงทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด ความแตกต่างของราคาและความคุ้มค่าในการลงทุน การตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดชั้นสูงหรือชั้นกลางนั้น ราคาเป็นปัจจัยสำคัญที่หลายคนต้องพิจารณาเป็นอันดับแรก โดยทั่วไปแล้ว คอนโดชั้นสูงมักมีราคาที่แพงกว่าชั้นกลางอย่างเห็นได้ชัด ในโครงการเดียวกัน ชั้นที่สูงขึ้นไปอาจมีราคาเพิ่มขึ้นประมาณ 10-30% เมื่อเทียบกับชั้นกลาง โดยอัตราการเพิ่มขึ้นของราคามักจะแปรผันตามความสูงของชั้น ลักษณะโครงการ และทำเลที่ตั้ง ในแง่ของการลงทุน คอนโดชั้นสูงมักมีอัตราการเพิ่มมูลค่า (Capital Appreciation) ที่ดีกว่า เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่า โดยเฉพาะในทำเลใจกลางเมืองที่มีวิวสวยงาม ยิ่งชั้นสูงมากเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสเพิ่มมูลค่าในอนาคตมากขึ้นเท่านั้น สำหรับการปล่อยเช่า คอนโดชั้นสูงมักให้ผลตอบแทนการเช่า (Rental Yield) ที่ดีกว่า สามารถเรียกค่าเช่าได้สูงกว่าประมาณ 15-20% เมื่อเทียบกับห้องแบบเดียวกันในชั้นกลาง อย่างไรก็ตาม ชั้นกลางก็มีข้อได้เปรียบในเรื่องความคุ้มค่าเช่นกัน การลงทุนที่น้อยกว่าหมายถึงความเสี่ยงที่ต่ำกว่า และระยะเวลาคืนทุนที่เร็วกว่า นอกจากนี้ ค่าส่วนกลางและค่าไฟฟ้าส่วนกลางของคอนโดชั้นกลางมักจะถูกกว่าชั้นสูง เนื่องจากการใช้ลิฟต์และระบบไฟฟ้าที่น้อยกว่า ซึ่งเป็นต้นทุนระยะยาวที่ผู้ซื้อควรคำนึงถึง ในด้านสภาพคล่องทางการเงิน คอนโดชั้นกลางมักมีสภาพคล่องในการซื้อขายที่ดีกว่า เนื่องจากมีกลุ่มผู้ซื้อที่กว้างกว่า ทั้งผู้ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองและนักลงทุน ทำให้มีโอกาสขายต่อได้ง่ายกว่าในกรณีที่ต้องการระดมทุน อีกทั้งยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัดแต่ต้องการเริ่มต้นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ คุณภาพการอยู่อาศัยและความเป็นส่วนตัว คุณภาพการอยู่อาศัยเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อเลือกซื้อคอนโด ชั้นสูงและชั้นกลางมีความแตกต่างกันอย่างมากในประเด็นนี้ โดยชั้นสูงมักให้ประสบการณ์การอยู่อาศัยที่โดดเด่นกว่าในหลายๆ [...]

เจาะลึกการวิเคราะห์ตลาดอสังหาฯ สำหรับนักลงทุนต่างชาติ มีอะไรบ้าง?
ทั่วไป

เจาะลึกการวิเคราะห์ตลาดอสังหาฯ สำหรับนักลงทุนต่างชาติ มีอะไรบ้าง?

1/4/2568 • โดย Homeday

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การลงทุนที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่มองหาโอกาสในการขยายการลงทุนไปยังตลาดใหม่ๆ ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความซับซ้อนและมีปัจจัยหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุน การประเมินมูลค่าและแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ การวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณา ปัจจัยทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจเป็นตัวชี้วัดหลักในการประเมินตลาดอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนต้องวิเคราะห์: อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ นโยบายการเงินและการคลัง การศึกษาดัชนีเศรษฐกิจช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์แนวโน้มราคาอสังหาริมทรัพย์และโอกาสในการสร้างผลตอบแทน นักลงทุนควรติดตามรายงานทางเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอเพื่อประเมินสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต กฎระเบียบและข้อบังคับการลงทุน นักลงทุนต่างชาติต้องทำความเข้าใจกฎระเบียบเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญ: ข้อจำกัดการถือครองกรรมสิทธิ์ ภาษีที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนทางกฎหมาย การทำความเข้าใจกฎระเบียบอย่างละเอียดช่วยป้องกันความเสี่ยงและลดโอกาสการเกิดปัญหาทางกฎหมายในอนาคต การวิเคราะห์ทำเลและความต้องการ ทำเลที่ตั้งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนควรพิจารณา: แนวโน้มการพัฒนาพื้นที่ ระบบสาธารณูปโภค ความต้องการในตลาดเช่าและซื้อขาย การวิเคราะห์อย่างรอบด้านช่วยให้นักลงทุนสามารถเลือกทำเลที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนสูงสุด กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสม การกระจายการลงทุน นักลงทุนต่างชาติควรพิจารณากระจายการลงทุนในประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่หลากหลาย เช่น: อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน การกระจายการลงทุนช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มีเสถียรภาพ สรุป การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์สำหรับนักลงทุนต่างชาติต้องอาศัยการวิเคราะห์อย่างรอบคอบและเข้าใจบริบทของตลาด การติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง การประเมินความเสี่ยง และการวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมจะช่วยสร้างโอกาสในการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ #สาระ #อสังหาริมทรัพย์ #Mehome #มีบ้านต้องมีโฮม #การลงทุน #นักลงทุนต่างชาติ #real estate #investment

KF-US-PLUS กับโอกาสลงทุนหุ้นสหรัฐฯ ที่แตกต่างจาก Active Fund ทั่วไป
ข่าวสาร

KF-US-PLUS กับโอกาสลงทุนหุ้นสหรัฐฯ ที่แตกต่างจาก Active Fund ทั่วไป

18/2/2568 • โดย Homeday

คุณสุภาพร ลีนะบรรจง กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงศรี ร่วมกับ JP Morgan Asset Management บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนชั้นนำระดับโลก จัดสัมมนาพิเศษในหัวข้อ “Bridging the Gap: Passive Stability with Active Opportunity” เพื่อให้มุมมองเกี่ยวกับภาวะตลาดและแนวโน้มการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าหุ้นสหรัฐฯ จะเป็นทรัพย์สินที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในปี 2025 พร้อมแนะนำกองทุน KF-US-PLUS ที่มาพร้อมกลยุทธ์การลงทุนที่ผสมผสานทั้งข้อดีของ Passive Fund และ Active Fund เข้าไว้ด้วยกัน ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่า คุณเกียรติศักดิ์ ปรีชาอนุสรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนทางเลือก บลจ.กรุงศรี กล่าวในงานสัมมนาว่า “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงมีโอกาสเติบโตสูง แม้จะมีความผันผวนจากปัจจัยต่างๆในระยะสั้นที่เข้ามากระทบอยู่บ้าง แต่ด้วยนโยบายที่ส่งเสริมเศรษฐกิจและการเติบโตของธุรกิจ จึงยังถือเป็นโอกาสที่ดีของการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯสำหรับนักลงทุนในระยะยาว ทั้งนี้การลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ได้รับแรงสนับสนุนจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ เศรษฐกิจมหภาคแข็งแกร่ง: โอกาสเกิดเศรษฐกิจถดถอยต่ำเพียง 15-20% และภาวะเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มขึ้นคาดว่าจะมีผลกระทบเพียง [...]

10 เหตุผลที่คนรุ่นใหม่หันมาสนใจบ้านน็อคดาวน์
ทั่วไป

10 เหตุผลที่คนรุ่นใหม่หันมาสนใจบ้านน็อคดาวน์

21/3/2568 • โดย Homeday

การอยู่อาศัยในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก บ้านน็อคดาวน์กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่ ด้วยคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการที่หลากหลาย 1. การลงทุนที่คุ้มค่าและประหยัด บ้านน็อคดาวน์เป็นทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำกว่าบ้านก่ออิฐทั่วไป งบประมาณในการก่อสร้างที่เริ่มต้นเพียง 300,000-500,000 บาท ทำให้คนรุ่นใหม่สามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น การออกแบบที่สามารถปรับเปลี่ยนและขยายได้ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน นักลงทุนรุ่นใหม่จึงให้ความสนใจกับรูปแบบการก่อสร้างนี้เป็นอย่างมาก ข้อดีด้านงบประมาณ ต้นทุนการก่อสร้างต่ำ ระยะเวลาการก่อสร้างสั้น สามารถออกแบบและปรับเปลี่ยนได้ตามงบประมาณ 2. ความรวดเร็วในการก่อสร้าง ระยะเวลาในการสร้างบ้านน็อคดาวน์สั้นกว่าบ้านก่ออิฐประมาณ 3-4 เท่า โดยใช้เวลาเพียง 30-45 วัน เทียบกับบ้านก่อสร้างปกติที่ใช้เวลา 4-6 เดือน ความรวดเร็วนี้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความคล่องตัวและไม่ชอบรอคอย ข้อเด่นด้านระยะเวลา ก่อสร้างเสร็จใน 1-2 เดือน ลดค่าใช้จ่ายในช่วงระหว่างการก่อสร้าง สามารถวางแผนการใช้ชีวิตได้อย่างแม่นยำ 3. ความยืดหยุ่นในการออกแบบ เทคโนโลยีการก่อสร้างสมัยใหม่ทำให้บ้านน็อคดาวน์สามารถออกแบบได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่สไตล์มินิมอล โมเดิร์น หรือวินเทจ ตอบโจทย์ความเป็นตัวตนของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว รูปแบบการออกแบบ ดีไซน์เรียบง่าย ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดเล็กถึงกลาง 4. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างบ้านน็อคดาวน์ส่วนใหญ่เป็นวัสดุรีไซเคิลและลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ กระบวนการก่อสร้างที่ใช้พลังงานน้อยลง และการออกแบบที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงานทำให้เป็นทางเลือกที่ยั่งยืน จุดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม ใช้วัสดุรีไซเคิล ลดการปล่อยคาร์บอน การก่อสร้างที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ 5. [...]

อสังหาฯ สมุยคึกคัก คอนโดฯ-วิลล่าปล่อยเช่าพุ่ง มูลค่าตลาดแตะ 30,300 ล้านบาท
ข่าวสาร

อสังหาฯ สมุยคึกคัก คอนโดฯ-วิลล่าปล่อยเช่าพุ่ง มูลค่าตลาดแตะ 30,300 ล้านบาท

5/8/2568 • โดย Homeday

เกาะสมุย ประเทศไทย: ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยบนเกาะสมุยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็ว การเพิ่มความหลากหลายของประเภทที่อยู่อาศัย และการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงในตลาดเช่าระยะสั้น ตามรายงาน “Samui Property Market Update 2568” ฉบับล่าสุดโดย C9 Hotelworks มูลค่าตลาดอสังหาริมทรัพย์บนเกาะสมุยในปัจจุบันอยู่ที่ 30.3 พันล้านบาท โดยตลาดกำลังเปลี่ยนจากการเน้นที่พักอาศัยแบบวิลล่าเป็นหลัก ไปสู่โครงการที่พักอาศัยที่มีความหนาแน่นมากขึ้น เช่น คอนโดมิเนียม เพื่อตอบรับเทรนด์การลงทุนที่เปลี่ยนแปลง และความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อุปทานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกำลังกำหนดทิศทางใหม่ของตลาด หนึ่งในเทรนด์สำคัญของตลาดอสังหาฯ บนเกาะสมุยในปัจจุบันคือการเติบโตของจำนวนวิลล่าสำหรับเช่าแบบอิสระ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 34% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ มกราคม 2568) ปริมาณที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคาค่อนข้างมาก โดยอัตราค่าเช่าเฉลี่ยต่อคืนในไตรมาสแรกของปี 2568 ลดลง 11% เหลือ 13,012 บาทต่อคืน อย่างไรก็ตาม แม้อัตราค่าเช่าจะลดลง แต่ระดับการเข้าพักกลับเพิ่มขึ้น 5.7 จุดเปอร์เซ็นต์ เป็น 71.5% สะท้อนถึงความต้องการที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มองหาความหรูหราและความเป็นส่วนตัว “สิ่งที่ทำให้สมุยแตกต่าง คือพื้นฐานของตลาดโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ที่แข็งแกร่ง” คุณบิล บาร์เน็ตต์ [...]

วิธีประเมินศักยภาพการพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่ อย่างไรให้คุ้มค่า?
ทั่วไป

วิธีประเมินศักยภาพการพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่ อย่างไรให้คุ้มค่า?

1/4/2568 • โดย Homeday

การลงทุนในที่ดินแปลงใหญ่เพื่อการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์นับเป็นการลงทุนที่ต้องใช้เงินทุนสูง แต่หากประเมินศักยภาพได้อย่างถูกต้องก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาว บทความนี้จะแนะนำวิธีการประเมินศักยภาพที่ดินแปลงใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้อ่านมีความเข้าใจพื้นฐานในการพิจารณาปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อมูลค่าและความคุ้มค่าในการพัฒนาที่ดิน การวิเคราะห์ทำเลและศักยภาพพื้นที่โดยรอบ ทำเลที่ตั้งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การวิเคราะห์ทำเลอย่างละเอียดจะช่วยให้มองเห็นศักยภาพของที่ดินได้ชัดเจนขึ้น เริ่มต้นจากการพิจารณาลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ เช่น สภาพภูมิประเทศ ระดับความสูงของพื้นที่ การระบายน้ำ และความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อการพัฒนาในอนาคต การเข้าถึงพื้นที่เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา โดยประเมินจากโครงข่ายการคมนาคมทั้งในปัจจุบันและแผนพัฒนาในอนาคต ทั้งถนนสายหลัก ถนนสายรอง ระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้า หรือทางด่วน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าที่ดินและความสนใจของผู้ซื้อในอนาคต นอกจากนี้ ยังต้องวิเคราะห์สิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา และแหล่งทำงาน รวมถึงแนวโน้มการขยายตัวของเมืองและการลงทุนจากภาครัฐและเอกชนในพื้นที่นั้นๆ โดยอาจพิจารณาจากแผนพัฒนาเมือง โครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค หรือโครงการขนาดใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ข้อมูลทางประชากรศาสตร์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน การศึกษาลักษณะประชากรในพื้นที่ รายได้เฉลี่ย อัตราการเติบโตของประชากร และความต้องการที่อยู่อาศัย จะช่วยให้เข้าใจกลุ่มเป้าหมายและความต้องการของตลาดได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การวางแผนพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างแท้จริง อีกประเด็นที่มองข้ามไม่ได้คือ การประเมินศักยภาพในอนาคต นอกจากมูลค่าปัจจุบันแล้ว ควรคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงในอนาคต 5-10 ปีข้างหน้า เพราะโครงการพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่มักใช้เวลานานในการดำเนินการ ดังนั้นการมองภาพอนาคตจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การลงทุนประสบความสำเร็จในระยะยาว การศึกษาข้อกำหนดทางกฎหมายและการวางผังโครงการ กฎหมายและข้อบังคับด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน ก่อนเริ่มพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่ จำเป็นต้องศึกษาข้อกำหนดทางกฎหมายอย่างละเอียด เริ่มจากการตรวจสอบผังเมืองและข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งจะกำหนดประเภทและลักษณะของโครงการที่สามารถพัฒนาได้ เช่น [...]

“สเตลล่า” ประกาศแผนธุรกิจ ปิดดีลซื้อที่แปลงใหญ่ เตรียมซื้อที่ดินเพิ่ม มุ่งต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ข่าวสาร

“สเตลล่า” ประกาศแผนธุรกิจ ปิดดีลซื้อที่แปลงใหญ่ เตรียมซื้อที่ดินเพิ่ม มุ่งต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

5/6/2568 • โดย Homeday

“สเตลล่า” ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิตและความยั่งยืน เดินหน้าแผนกลยุทธ์การขยายธุรกิจส่งต่อแนวคิด Space for tomorrow เตรียมออกหุ้นกู้ระดมทุน รองรับการพัฒนาโครงการใหม่ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุนในอนาคต นายรองฤทธิ์ ธรรมสถิต ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท สเตลล่า เอ็กซ์ จำกัด(มหาชน) หรือ STELLA เปิดเผยว่า เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริษัทได้มีจัดซื้อที่ดินไว้แล้ว 1 แปลง ย่านฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ และมีแผนการซื้อที่สำหรับพัฒนาโครงการเพื่อขายในปีนี้อีก 3 แปลง เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม ที่มีฟังก์ชันเพื่อการอยู่อาศัยครบทุกความต้องการสำหรับลูกค้าในปัจจุบัน ตรงกับแนวทางของบริษัท พื้นที่เพื่อความสุขในวันนี้และตลอดไป การลงทุนในที่ดินครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทในการสร้างความมั่นคงด้านสินทรัพย์ และแสดงให้เห็นกระบวนการดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่โปร่งใส ตอบสนองความต้องการของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง  นายรองฤทธิ์ ยังบอกอีกว่า บริษัทมีแผนเปิดโครงการรวมถึงการซื้อที่ดินให้ครบทั้ง 4 มุมเมือง เพื่อพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ เห็นได้จากยอดขายของโครงการโนวา ลาดกระบัง ทะลุ 400 ล้านบาทใน 3 เดือนแรกที่เปิดตัว มียอดรับรู้รายได้จนถึงเดือนพฤษภาคมกว่า 120 ล้านบาท และยังมีแผนเปิดโครงการอีก 2 โครงการ ในชื่อแบรนด์ [...]

เลือกบ้านใกล้หรือไกลสนามบินดี? เปรียบเทียบผลกระทบต่อการอยู่อาศัย
ทั่วไป

เลือกบ้านใกล้หรือไกลสนามบินดี? เปรียบเทียบผลกระทบต่อการอยู่อาศัย

10/4/2568 • โดย Homeday

ข้อพิจารณาด้านคุณภาพชีวิตกับระยะห่างจากสนามบิน การอยู่อาศัยใกล้สนามบินนำมาซึ่งประเด็นคุณภาพชีวิตหลายประการที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบโดยตรงคือมลภาวะทางเสียง เครื่องบินขึ้น-ลงสร้างเสียงรบกวนที่มีระดับความดังสูงถึง 80-100 เดซิเบล โดยเฉพาะบริเวณที่อยู่ใต้เส้นทางการบิน เสียงที่ดังเกิน 70 เดซิเบลอย่างต่อเนื่องสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทั้งความเครียด นอนไม่หลับ และปัญหาการได้ยินในระยะยาว นอกจากมลภาวะทางเสียง คุณภาพอากาศก็เป็นอีกประเด็นสำคัญ สนามบินปล่อยมลพิษจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงอากาศยาน รวมถึงฝุ่นละอองจากการจราจรหนาแน่นบริเวณโดยรอบ การศึกษาพบว่าผู้อยู่อาศัยในรัศมี 5 กิโลเมตรจากสนามบินขนาดใหญ่มีความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจสูงกว่าพื้นที่อื่น แต่ในทางกลับกัน การอยู่ห่างจากสนามบินมากเกินไปก็มีผลต่อความสะดวกสบายในการเดินทาง ผู้ที่ต้องเดินทางบ่อยอาจต้องเผื่อเวลาเดินทางไปสนามบินมากขึ้น เสี่ยงต่อการพลาดเที่ยวบินในช่วงการจราจรหนาแน่น และมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูงขึ้น การพิจารณาสมดุลระหว่างระยะห่างที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญด้านที่อยู่อาศัยแนะนำว่า ระยะห่างประมาณ 10-15 กิโลเมตรจากสนามบินเป็นจุดที่สมดุลระหว่างการได้รับผลกระทบจากมลภาวะและความสะดวกในการเข้าถึง โดยผู้ซื้อควรสำรวจพื้นที่ในช่วงเวลาต่างๆ เพื่อประเมินระดับเสียงและมลภาวะที่แท้จริงก่อนตัดสินใจ ผลกระทบด้านมูลค่าอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน การอยู่ใกล้หรือไกลสนามบินส่งผลโดยตรงต่อราคาและศักยภาพการเติบโตของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ โดยทั่วไป บ้านที่อยู่ในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตรจากสนามบินมักมีราคาต่ำกว่าพื้นที่ใกล้เคียงที่มีลักษณะคล้ายกันแต่อยู่ห่างจากสนามบินมากกว่า ความแตกต่างด้านราคานี้อาจสูงถึง 15-20% ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของผลกระทบด้านเสียงและมลภาวะ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าอสังหาริมทรัพย์ใกล้สนามบินจะไม่เป็นการลงทุนที่ดี เนื่องจากมีปัจจัยอื่นที่ต้องพิจารณาประกอบ เช่น แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต การเติบโตของพื้นที่พาณิชยกรรมโดยรอบ และมาตรการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของสนามบิน ในมุมของการลงทุน พื้นที่ในรัศมี 5-10 กิโลเมตรจากสนามบินที่ไม่อยู่ใต้เส้นทางการบินโดยตรง มักมีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยเฉพาะหากมีการวางแผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเชื่อมต่อกับสนามบิน ทำให้เกิดย่านธุรกิจและที่อยู่อาศัยใหม่ [...]

ทำไมต้องวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของย่านที่อยู่อาศัย? ก่อนลงทุน
ทั่วไป

ทำไมต้องวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของย่านที่อยู่อาศัย? ก่อนลงทุน

1/4/2568 • โดย Homeday

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของย่านที่อยู่อาศัยจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสามารถส่งผลต่อมูลค่าทรัพย์สินและคุณภาพชีวิตในระยะยาว บทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญของการวิเคราะห์พื้นที่ก่อนการลงทุน พร้อมเจาะลึกปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณา ความสำคัญของการวิเคราะห์ย่านที่อยู่อาศัยก่อนการลงทุน การตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยไม่วิเคราะห์ย่านที่อยู่อาศัยให้ดีนั้น เปรียบเสมือนการเดินทางไกลโดยไม่ดูแผนที่ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นการลงทุนระยะยาวที่ต้องอาศัยข้อมูลเชิงลึกเพื่อประกอบการตัดสินใจ ย่านที่อยู่อาศัยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นโยบายของรัฐบาล ความนิยมของผู้อยู่อาศัย และกระแสการลงทุน การเข้าใจถึงทิศทางการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตได้ พื้นที่ที่กำลังพัฒนาอาจมีราคาที่ดินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต ในขณะที่พื้นที่ที่มีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมหรือความปลอดภัยอาจส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินลดลงได้ การวิเคราะห์จึงช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของการลงทุนที่ชัดเจนมากขึ้น การวิเคราะห์ย่านที่อยู่อาศัยยังช่วยให้คุณเข้าใจถึงราคาที่เหมาะสมสำหรับการซื้อหรือขาย ป้องกันการจ่ายเงินซื้อทรัพย์สินที่แพงเกินไป และช่วยในการเจรจาต่อรองราคาอย่างมีหลักการ นอกจากนี้ การวิเคราะห์ย่านที่อยู่อาศัยยังช่วยให้คุณเข้าใจถึงรูปแบบการใช้ชีวิตที่จะได้รับหลังจากย้ายเข้าไปอยู่ ทั้งในแง่ของการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวก และบรรยากาศโดยรอบ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความพึงพอใจในระยะยาว ปัจจัยสำคัญในการวิเคราะห์ย่านที่อยู่อาศัย การวิเคราะห์ย่านที่อยู่อาศัยที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยหลายประการ ดังนี้ แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: โครงการรถไฟฟ้า ทางด่วน หรือถนนใหม่ สามารถเปลี่ยนแปลงการเข้าถึงพื้นที่และส่งผลต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์อย่างมาก การศึกษาแผนการพัฒนาจากหน่วยงานรัฐจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าหรือทางด่วนในอนาคต มูลค่าที่ดินในรัศมี 500 เมตรถึง 1 กิโลเมตรมักจะปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางธุรกิจและที่อยู่อาศัยแบบผสมผสาน (Mixed-use) การวิเคราะห์แผนการพัฒนาล่วงหน้า 5-10 ปี จะช่วยให้คุณเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงในอนาคตและเลือกลงทุนได้อย่างแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ ควรศึกษาโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของภาคเอกชน เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล [...]

ซื้อบ้านใกล้ทางด่วนดีไหม? ข้อดี-ข้อเสียที่ต้องคิดให้รอบคอบ
ทั่วไป

ซื้อบ้านใกล้ทางด่วนดีไหม? ข้อดี-ข้อเสียที่ต้องคิดให้รอบคอบ

7/4/2568 • โดย Homeday

การเลือกซื้อบ้านถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตที่ต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทำเลที่ตั้งเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตและการเดินทางในทุกวัน บ้านที่ตั้งอยู่ใกล้ทางด่วนมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ผู้ซื้อควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการเลือกซื้อบ้านใกล้ทางด่วน เพื่อให้ผู้อ่านสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลที่เพียงพอ ข้อดีของการซื้อบ้านใกล้ทางด่วน การมีบ้านที่ตั้งอยู่ใกล้ทางด่วนมีข้อดีหลายประการที่ส่งผลโดยตรงต่อไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตประจำวัน ประการแรก คือ ความสะดวกสบายในการเดินทาง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปทำงานในพื้นที่ที่ห่างไกล ทางด่วนช่วยลดเวลาเดินทางได้อย่างมีนัยสำคัญ ประหยัดเวลานับชั่วโมงในแต่ละสัปดาห์ที่สามารถนำไปใช้ในกิจกรรมอื่นๆ ได้ นอกจากนี้ ทำเลใกล้ทางด่วนมักเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญไปสู่ย่านธุรกิจ ศูนย์การค้า และแหล่งบันเทิงต่างๆ ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการช็อปปิ้ง การรับประทานอาหาร หรือการพักผ่อนหย่อนใจ ด้านมูลค่าทรัพย์สิน บ้านที่ตั้งอยู่ใกล้ทางด่วนมักมีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าสูง เนื่องจากความต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเมืองที่มีการขยายตัวของระบบคมนาคม บ้านในทำเลนี้จึงเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและการลงทุนที่ดีในระยะยาว ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการคือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มักเกิดขึ้นควบคู่กับการพัฒนาทางด่วน พื้นที่ใกล้ทางด่วนมักได้รับการพัฒนาสาธารณูปโภคที่ดีกว่า ทั้งระบบไฟฟ้า ประปา และการสื่อสาร รวมถึงมีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น สถานีบริการน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ และร้านอาหาร ทำให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น ข้อเสียที่ต้องพิจารณา แม้จะมีข้อดีหลายประการ แต่การอยู่อาศัยใกล้ทางด่วนก็มีข้อเสียที่ไม่ควรมองข้าม มลภาวะทางเสียงเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต เสียงรถยนต์ที่วิ่งผ่านตลอดทั้งวันอาจรบกวนการพักผ่อน โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ในระยะ 100-300 เมตรจากทางด่วน ระดับเสียงอาจสูงถึง 70-90 เดซิเบล ซึ่งเกินมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกแนะนำสำหรับพื้นที่พักอาศัย มลพิษทางอากาศเป็นอีกปัญหาที่พบได้บ่อยในพื้นที่ใกล้ทางด่วน ฝุ่นละอองและควันจากท่อไอเสียรถยนต์สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น [...]

บลจ.กสิกรไทย ชู 3 กลยุทธ์สู่ Trusted Asset Manager ตอกย้ำความไว้วางใจจากผู้ลงทุนไทยเป็นอันดับ 1
ข่าวสาร

บลจ.กสิกรไทย ชู 3 กลยุทธ์สู่ Trusted Asset Manager ตอกย้ำความไว้วางใจจากผู้ลงทุนไทยเป็นอันดับ 1

6/3/2568 • โดย Homeday

บลจ.กสิกรไทย ชู 3 กลยุทธ์มุ่งสู่การเป็น Trusted Asset Manager ผู้นำด้านกองทุนที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ลงทุนไทยเป็นอันดับ 1 พร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการด้านการลงทุนที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าและคู่ค้า โดยวางรากฐานทุกกระบวนการทำงานเพื่อสรรค์สร้างอนาคตการลงทุนอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าหมายการเติบโตของมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ไว้ที่ 2 ล้านล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2570 นายวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) พร้อมคณะผู้บริหารของ บลจ.กสิกรไทย ร่วมแถลงวิสัยทัศน์เพื่อมุ่งสู่การเป็น Trusted Asset Manager ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านกองทุนที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ลงทุนไทยเป็นอันดับ 1 ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1) Enhance Customer Experience ยกระดับประสบการณ์ด้านการลงทุนผ่านแนวทางการบริหารพอร์ตแบบ Core & Satellite Portfolio พร้อมอัพเดทสถานการณ์การลงทุน มีข้อมูลเชิงลึกให้กับลูกค้า เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ 2) Collaboration with Distributors [...]

ซื้อบ้านหน้าสโมสรดีไหม? ข้อดี-ข้อเสียที่ต้องพิจารณา
ทั่วไป

ซื้อบ้านหน้าสโมสรดีไหม? ข้อดี-ข้อเสียที่ต้องพิจารณา

9/4/2568 • โดย Homeday

การตัดสินใจเลือกซื้อบ้านถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญในชีวิต หนึ่งในตัวเลือกที่หลายคนมักได้รับการนำเสนอคือบ้านที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าสโมสรของโครงการ ทำเลนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากตำแหน่งอื่นๆ ในโครงการ ซึ่งมาพร้อมทั้งข้อดีและข้อเสียที่ผู้ซื้อควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ บทความนี้จะพาคุณสำรวจแง่มุมต่างๆ ของการเลือกซื้อบ้านหน้าสโมสร เพื่อให้คุณสามารถประเมินได้ว่าทำเลนี้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณหรือไม่ ข้อดีของบ้านหน้าสโมสร: สะดวกสบายและโอกาสทางสังคม บ้านหน้าสโมสรมีข้อได้เปรียบหลายประการที่ทำให้เป็นที่ต้องการของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะผู้ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการ การอยู่ใกล้สโมสรหมายถึงการเข้าถึงพื้นที่ส่วนกลางได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนสาธารณะ หรือห้องจัดเลี้ยง คุณสามารถใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการเดินไปใช้บริการเหล่านี้ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์กระฉับกระเฉง ชอบออกกำลังกาย หรือครอบครัวที่มีเด็กๆ ที่ต้องการพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมนอกบ้าน นอกจากนี้ บ้านหน้าสโมสรยังเป็นจุดศูนย์กลางของการพบปะสังสรรค์ในชุมชน เนื่องจากสโมสรมักเป็นสถานที่จัดกิจกรรมของโครงการ ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีโอกาสได้พบปะเพื่อนบ้านและสร้างความสัมพันธ์ในชุมชนได้ง่ายขึ้น สิ่งนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่และต้องการสร้างเครือข่ายทางสังคม หรือครอบครัวที่ต้องการให้ลูกๆ ได้มีเพื่อนในละแวกเดียวกัน การอยู่หน้าสโมสรยังมีข้อได้เปรียบในแง่ของมูลค่าทรัพย์สินและการขายต่อในอนาคต บ้านในทำเลนี้มักมีราคาสูงกว่าบ้านในตำแหน่งอื่นๆ ของโครงการ เนื่องจากทำเลที่ตั้งที่โดดเด่นและการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ง่ายดาย ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด หากคุณวางแผนที่จะขายบ้านในอนาคต ทำเลหน้าสโมสรอาจให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีกว่า การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ง่ายดายยังช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดี เมื่อสระว่ายน้ำหรือฟิตเนสอยู่ใกล้บ้าน คุณมีแนวโน้มที่จะใช้งานมากขึ้น ส่งผลให้มีการออกกำลังกายและกิจกรรมเพื่อสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ พื้นที่สีเขียวรอบสโมสรยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้คุณได้สัมผัสกับธรรมชาติโดยไม่ต้องออกไปไกลจากบ้าน ข้อเสียของบ้านหน้าสโมสร: ความเป็นส่วนตัวและเสียงรบกวน แม้บ้านหน้าสโมสรจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มาพร้อมกับข้อจำกัดที่ผู้ซื้อควรตระหนักและพิจารณาอย่างรอบคอบ ปัญหาหลักที่มักพบในบ้านหน้าสโมสรคือความเป็นส่วนตัวที่ลดลง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนสัญจรไปมาตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่มีการใช้งานสโมสรอย่างคับคั่ง บ้านของคุณจะกลายเป็นจุดที่ผู้อยู่อาศัยในโครงการเดินผ่านไปมาเพื่อเข้าใช้บริการสโมสร สิ่งนี้อาจส่งผลให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในพื้นที่สาธารณะมากกว่าบ้านส่วนตัว เสียงรบกวนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา สโมสรมักเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมต่างๆ ในโครงการ [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday FB
Homeday Tiktok
Origin Pattaya