กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

18/3/2568 • โดย Homeday
ทำความเข้าใจเขตพัฒนาพิเศษ: จุดเริ่มต้นของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เขตพัฒนาพิเศษเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลกำหนดขึ้นเพื่อกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างก้าวกระโดด การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ภายในเขตพัฒนาพิเศษจึงถือเป็นโอกาสทองสำหรับนักลงทุนและผู้ต้องการมีบ้านเป็นของตนเอง พื้นที่เหล่านี้มักได้รับการสนับสนุนพิเศษจากภาครัฐ ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม และสาธารณูปโภคต่างๆ สิทธิประโยชน์ทางภาษีและการลงทุน การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษมักมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่น่าสนใจ รัฐบาลมักออกมาตรการกระตุ้นการลงทุน เช่น การลดหย่อนภาษีเงินได้ ยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอน หรือลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง นักลงทุนควรศึกษาอย่างละเอียดถึงสิทธิประโยชน์เฉพาะในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากแต่ละเขตพัฒนาพิเศษจะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน การตรวจสอบสถานะทางกฎหมาย ตรวจสอบใบอนุญาตการก่อสร้าง ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ตรวจสอบผังเมืองและข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อทรัพย์สินในเขตพัฒนาพิเศษ ทำเลที่ตั้งและการคมนาคม ทำเลที่ตั้งถือเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ในเขตพัฒนาพิเศษ ควรพิจารณาถึงระบบโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังจะเกิดขึ้น เส้นทางคมนาคมใหม่ๆ รถไฟฟ้า หรือโครงการขนาดใหญ่ที่อาจส่งผลต่อมูลค่าทรัพย์สิน การเดินทางที่สะดวกและการเชื่อมต่อกับพื้นที่สำคัญจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมาก การประเมินศักยภาพการเติบโต วิเคราะห์แนวโน้มการพัฒนาของพื้นที่ ติดตามแผนการลงทุนของภาครัฐและเอกชน สำรวจโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น นิคมอุตสาหกรรม สนามบิน หรือโครงการระเบียงเศรษฐกิจ ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยบ่งชี้ถึงโอกาสในการเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สิน ความเสี่ยงที่ต้องระมัดระวัง ความไม่แน่นอนทางกฎระเบียบ เขตพัฒนาพิเศษอาจมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบได้ตลอดเวลา นักลงทุนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและมีความยืดหยุ่น เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น การประเมินมูลค่าทรัพย์สิน การประเมินมูลค่าในเขตพัฒนาพิเศษมีความซับซ้อนกว่าพื้นที่ทั่วไป ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์ในพื้นที่โดยเฉพาะ เคล็ดลับการลงทุนอย่างชาญฉลาด ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด สำรวจพื้นที่ด้วยตนเอง วางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ สรุป การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษถือเป็นโอกาสทางการเงินที่น่าสนใจ แต่ต้องอาศัยความรอบคอบ [...]

11/3/2568 • โดย Homeday
การจำนอง: เครื่องมือทางการเงินที่ปลอดภัยและมีเงื่อนไข การจำนองเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญในวงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เจ้าของทรัพย์สินนำอสังหาริมทรัพย์ของตนไปค้ำประกันเงินกู้กับสถาบันการเงิน โดยมีหลักการทำงานที่ชัดเจนและมีความคุ้มครองทั้งสองฝ่าย ในกระบวนการจำนอง เจ้าของทรัพย์สินจะยังคงครอบครองและใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์นั้นได้ตามปกติ แต่สถาบันการเงินจะมีสิทธิในการยึดทรัพย์หากผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามข้อตกลง กระบวนการนี้มีความโปร่งใสและมีกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน ทำให้ทั้งผู้กู้และสถาบันการเงินมีความมั่นใจในการทำธุรกรรม คุณสมบัติสำคัญของการจำนอง ประกอบด้วย: การกำหนดวงเงินกู้ขึ้นอยู่กับมูลค่าของทรัพย์สิน อัตราดอกเบี้ยที่มีความยืดหยุ่นและต่ำกว่าสินเชื่อประเภทอื่น ระยะเวลาการผ่อนชำระที่ยาวนาน (โดยปกติ 10-30 ปี) การคุ้มครองสิทธิของทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้ตามกฎหมาย การขายฝาก: ทางเลือกทางกฎหมายที่ซับซ้อนกว่า การขายฝากเป็นรูปแบบการโอนกรรมสิทธิ์ที่มีความแตกต่างจากการจำนองอย่างสิ้นเชิง ในกระบวนการนี้ เจ้าของทรัพย์สินจะขายทรัพย์สินให้กับผู้ซื้อฝาก แต่มีสิทธิในการไถ่คืนทรัพย์สินภายในระยะเวลาที่กำหนด หลักการสำคัญของการขายฝาก: โอนกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของทรัพย์สินให้กับผู้ซื้อฝากทันที มีระยะเวลาไถ่คืนที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า ราคาไถ่คืนจะเป็นไปตามข้อตกลงในสัญญา ผู้ขายฝากยังคงมีสิทธิในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินในระหว่างระยะเวลาไถ่คืน ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างจำนองและขายฝาก ด้านกรรมสิทธิ์ การจำนอง: เจ้าของทรัพย์สินยังคงครอบครองกรรมสิทธิ์ การขายฝาก: กรรมสิทธิ์ถูกโอนไปยังผู้ซื้อฝากทันที ระยะเวลาและเงื่อนไข การจำนอง: มีกำหนดระยะเวลาการชำระหนี้ที่ชัดเจน การขายฝาก: มีระยะเวลาไถ่คืนตามข้อตกลง ความเสี่ยง การจำนอง: ความเสี่ยงต่ำกว่า มีกฎหมายคุ้มครอง การขายฝาก: ความเสี่ยงสูงกว่า ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในสัญญา วัตถุประสงค์ การจำนอง: เพื่อกู้ยืมเงินโดยใช้ทรัพย์สินค้ำประกัน การขายฝาก: เพื่อระดมทุนหรือแก้ปัญหาทางการเงินเฉพาะหน้า ข้อควรระวังในการเลือกใช้ การตัดสินใจเลือกระหว่างจำนองและขายฝากต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ [...]

4/3/2568 • โดย Homeday
การเคหะแห่งชาติขอเชิญชวนเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องพักอาศัยโครงการเคหะชุมชนรามอินทรายืนยันสิทธิการอยู่อาศัยและแสดงความคิดเห็นต่อการเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนรามอินทรา ภายใน 15 มีนาคม 2568 นี้ โทร 09 2750 2856 หรือ Line: @nha_superpoll การเคหะแห่งชาติมีแผนสำรวจความคิดเห็นของเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องพักอาศัยโครงการเคหะชุมชนรามอินทราต่อการเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนรามอินทรา ทั้ง 490 หน่วย จึงขอเชิญชวนเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ยังไม่ได้ตอบแบบสำรวจข้อมูลการอยู่อาศัยและความคิดเห็นต่อการเข้าร่วมโครงการ โปรดติดต่อกลับการเคหะแห่งชาติเพื่อยืนยันสิทธิการอยู่อาศัยและแสดงความคิดเห็นต่อการเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนรามอินทรา ภายในวันที่ 15 มีนาคม 2568 นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการเคหะชุมชนรามอินทรา ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2519 จัดสร้างเป็นอาคารพักอาศัยสูง 5 ชั้น จำนวน 490 หน่วย ปัจจุบันสภาพอาคารชำรุดทรุดโทรมและมีสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมเป็นไปตามกาลเวลา เนื่องจากโครงการดังกล่าวก่อสร้างมานานกว่า 49 ปี ประกอบกับระดับพื้นที่โครงการต่ำกว่าถนนรามอินทราประมาณ 1.50 เมตร ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง ส่งผลให้โครงสร้างอาคารได้รับความเสียหาย รวมทั้งปัญหาสภาพสังคมและการอยู่อาศัยค่อนข้างแออัด การเคหะแห่งชาติมีความห่วงใยและใส่ใจในคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยของชาวชุมชน จึงมุ่งมั่นจะดำเนินโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนรามอินทราเพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย มีสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ และเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของการอยู่อาศัยให้ดีขึ้น “การเคหะแห่งชาติได้มีการศึกษาเพื่อจัดทำแผนแม่บทโครงการฯ และดำเนินงานด้านสังคม และกระบวนการมีส่วนร่วมในการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเมืองให้ผู้อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง [...]

9/12/2568 • โดย Homeday
กำลังซื้อผู้บริโภคไทยในปีนี้ยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ภาคธุรกิจต่าง ๆ รวมทั้งตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เผยว่า อุปสงค์สะสมในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) หดตัวทั้งด้านจำนวนและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ โดยการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทุกประเภทมีจำนวน 227,106 หน่วย ลดลง -9.3% YoY มีมูลค่า 617,768 ล้านบาท ลดลง -12.4% YoY สะท้อนให้เห็นว่ากำลังซื้อปีนี้ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แม้ที่อยู่อาศัยจะเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตและผู้บริโภคยังคงมีความต้องการซื้อ แต่ความท้าทายที่เข้ามากระทบแผนการเงินอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนเลือกที่จะชะลอแผนการซื้อออกไปก่อน เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสมในการก้าวสู่การเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยอีกครั้ง สะท้อนได้จากผู้เข้าชมเว็บไซต์ DDproperty พบว่า ความต้องการซื้อยังมีอยู่ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ความต้องการซื้อใน 5 จังหวัดแรกที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยความต้องการซื้อในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 26% YoY สะท้อนให้เห็นว่า [...]

25/11/2568 • โดย Homeday
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เผยมาตรการ “Quick Big Win” ของรัฐบาล การลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยไม่เกิน 7 ล้านบาท การผ่อนเกณฑ์สินเชื่อ (LTV) และอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลบวกต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ คาดการณ์ไตรมาส 4/2568 ยอดการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศปรับเพิ่มขึ้น 13.1% จากไตรมาส 3/2568 สินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ทั่วประเทศ มูลค่าเพิ่มขึ้น 9.5% สะท้อนความเชื่อมั่นของประชาชนและสถาบันการเงินที่มีต่อภาพรวมตลาดและเศรษฐกิจ เชื่อส่งผลดีต่อเนื่องยาวถึงปี 2569 นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์(REIC) เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในภาพรวมของไตรมาส 3 ปี 2568 มีสัญญาณการฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมา โดยอุปสงค์ขยายตัวเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 2 (QoQ) ปัจจัยบวกจากมาตรการของรัฐบาล ได้แก่ การลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองที่อยู่อาศัยเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท การผ่อนเกณฑ์ [...]

29/4/2568 • โดย Homeday
การซื้อขายที่ดินเป็นการลงทุนที่สำคัญในชีวิต แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าโฉนดที่ดินมีหลายประเภทและไม่ได้ทุกประเภทที่สามารถซื้อขายได้อย่างเสรี บางประเภทมีข้อจำกัดทางกฎหมายที่ต้องระวัง เพื่อป้องกันการเสียทรัพย์และเสียสิทธิ์ บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับประเภทของโฉนดที่ดินทั้งหมดในประเทศไทย พร้อมข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อขายหรือทำนิติกรรมใดๆ เกี่ยวกับที่ดิน โฉนดที่ดินคืออะไร? ความสำคัญที่เจ้าของที่ดินต้องเข้าใจ โฉนดที่ดิน คือ หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ออกให้ตามประมวลกฎหมายที่ดินโดยหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าบุคคลใดเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนั้นโดยชอบธรรม ผู้ที่มีโฉนดที่ดินในครอบครองถือว่ามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินอย่างสมบูรณ์ สามารถทำการซื้อ ขาย โอนกรรมสิทธิ์ จดจำนอง หรือขัดขวางมิให้ผู้ใดมาละเมิดทรัพย์สินโดยมิชอบด้วยกฎหมายได้ อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจที่ผิดพลาดที่หลายคนมักเข้าใจคือ เอกสารสิทธิ์ทุกประเภทคือโฉนดที่ดินที่ซื้อขายได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เอกสารสิทธิ์ที่ดินในประเทศไทยมีหลายประเภท และแต่ละประเภทมีข้อจำกัดทางกฎหมายที่แตกต่างกัน ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อที่ดิน ควรศึกษาให้เข้าใจถึงประเภทของเอกสารสิทธิ์ให้ชัดเจนเสียก่อน ประเภทโฉนดที่ดินในประเทศไทย แบบไหนซื้อขายได้จริง? เอกสารสิทธิ์ที่ดินในประเทศไทยสามารถแบ่งได้เป็นหลายประเภท โดยแต่ละประเภทมีสถานะทางกฎหมายและเงื่อนไขการซื้อขายที่แตกต่างกัน ดังนี้ น.ส.4 (โฉนดครุฑแดง): เอกสารสิทธิ์ที่สมบูรณ์ที่สุด น.ส.4 หรือที่เรียกว่า “โฉนดครุฑแดง” เป็นเอกสารสิทธิ์ที่ดินที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากมีการออกให้ตามประมวลกฎหมายที่ดินโดยกรมที่ดิน ผู้ถือครองโฉนดประเภทนี้มีกรรมสิทธิ์เต็มในที่ดินนั้น สามารถทำนิติกรรมซื้อขาย โอน หรือจำนองได้โดยไม่มีข้อจำกัด การซื้อขายที่ดินที่มีโฉนด น.ส.4 ต้องดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินในเขตพื้นที่รับผิดชอบเท่านั้น และต้องทำต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ข้อควรรู้คือ สิทธิในที่ดินอาจหมดไปหากถูกครอบครองปรปักษ์ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี การสังเกตความทันสมัยของโฉนดที่ดิน น.ส.4 สามารถดูได้จากรหัสอักษรท้าย [...]

15/11/2566 • โดย Homeday
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ กางผลประกอบการ Q3/2566 กวาดยอดกิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั้งโครงการ JV และ Non-JV กว่า 6,300 ล้าน โต 43% จากปีก่อนหน้า พร้อมคว้ากำไรสุทธิ 1,000 ล้าน เติบโต 18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ชูหลากปัจจัยความสำเร็จโตยั่งยืน อาทิ การวางรากฐานพอร์ตกระจายความเสี่ยง-การรับรู้รายไ

15/8/2567 • โดย Homeday
เอพี ไทยแลนด์ ยืนหนึ่งอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัย ภายใต้คำมั่นสัญญา ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ ตอกย้ำ #APThaiบริษัทอสังหาอันดับ1 ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่น ด้วยรายได้ ครึ่งปีแรกรวม 21,130 ล้านบาท กำไรสุทธิสูงถึง 2,277 ล้านบาท ผลสำเร็จจากพอร์ตคอนโดโอนกรรมสิทธิ์ ที่ได้รับการตอบรับอย่างดี และสินค้าแนวราบ

28/2/2568 • โดย Homeday
การเตรียมตัวและเอกสารที่ต้องใช้ก่อนเอารถเข้าไฟttbแนนซ์ เป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำความเข้าใจให้ดี เพราะการเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้กระบวนการขอสินเชื่อเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุคที่หลายคนต้องการสภาพคล่องทางการเงินเพื่อใช้จ่ายในยามจำเป็น การเอารถเข้าไฟแนนซ์จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักการเอารถเข้าไฟแนนซ์ให้มากขึ้น พร้อมบอกเอกสารยื่นไฟแนนซ์ที่ต้องเตรียมให้พร้อม จะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน การเอารถเข้าไฟแนนซ์คืออะไร? การเอารถเข้าไฟแนนซ์ คือ การนำรถยนต์ไปใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน เพื่อรับเงินก้อนมาใช้จ่ายตามความจำเป็น โดยที่เจ้าของรถยังสามารถใช้รถได้ตามปกติ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ สินเชื่อรถแลกเงินแบบโอนเล่ม และสินเชื่อรถแลกเงินแบบไม่โอนเล่ม โดยทั้ง 2 รูปแบบมีความแตกต่างกันดังนี้ สินเชื่อรถแลกเงินแบบโอนเล่ม จะต้องนำเล่มทะเบียนรถฉบับจริงมาโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานขนส่งทางบก ให้เป็นของธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ โดยผู้กู้ยังสามารถนำรถไปใช้ได้ปกติ และเมื่อผ่อนชำระหนี้จนครบก็สามารถทำเรื่องเพื่อขอโอนกรรมสิทธิ์กลับมาเป็นชื่อเราได้เหมือนเดิม สินเชื่อรถแลกเงินแบบไม่โอนเล่ม จะมีขั้นตอนที่ง่ายกว่าแบบโอนเล่มรถยนต์เพราะไม่ต้องมีการโอนกรรมสิทธิ์รถ โดยมักจะคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก และคิดดอกเบี้ยสิ้นสุด ณ วันที่ปิดบัญชีเท่านั้น ไม่ต้องรวมกับดอกเบี้ยในส่วนที่เหลือ นอกจากนี้ยังไม่ต้องเสียค่าโอนรถ ค่าอากรโอนรถ และไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ข้อดีของการเอารถเข้าไฟแนนซ์มีอะไรบ้าง การเอารถเข้าไฟแนนซ์มีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเงินด่วน ไม่ว่าจะเป็น สามารถได้รับเงินก้อนอย่างรวดเร็วภายใน 1-3 วันทำการหากเอกสารครบถ้วน สามารถใช้รถได้ตามปกติโดยไม่ต้องจอดทิ้งไว้ ได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลทั่วไป เนื่องจากมีรถเป็นหลักประกัน และไม่จำเป็นต้องหาผู้ค้ำประกัน เอารถเข้าไฟแนนซ์ใช้เอกสารอะไรบ้าง เอกสารยื่นไฟแนนซ์รถเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ขอสินเชื่อต้องเตรียมให้ครบถ้วน โดยในบทความนี้ ขอเน้นการรวบรวมเอกสารที่ต้องใช้ในการเอารถเข้าไฟแนนซ์สำหรับบุคคลธรรมดา เอกสารยื่นไฟแนนซ์รถสำหรับบุคคลธรรมดา [...]

16/2/2567 • โดย Homeday
สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย ไตรมาส 4 และภาพรวม ปี 2566ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ แถลงตัวเลขสำคัญที่เป็นเครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจอสังหาริมทรัพย์เกี่ยวกับตลาดที่อยู่อาศัยของไตรมาส 4 ปี 2566 พบว่า ด้านอุปสงค์ ในไตรมาส 4 ปี 2566 การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ ลดลงทั้งจำนวนหน่วยแล

22/4/2568 • โดย Homeday
การซื้อบ้านไม่ได้จบเพียงแค่การจ่ายเงินค่าบ้านเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายสำคัญที่เกิดขึ้นในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินอีกด้วย หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าค่าโอนบ้านนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง และใครเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนใด บทความนี้จะพาทุกคนเจาะลึกเรื่องค่าธรรมเนียมโอนบ้าน วิธีคำนวณแบบง่ายๆ พร้อมเผยเคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยให้คุณวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน ค่าโอนบ้านคืออะไร และประกอบด้วยอะไรบ้าง? ค่าโอนบ้าน คือค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ณ สำนักงานที่ดินในวันที่โอนกรรมสิทธิ์บ้านจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ โดยไม่ได้มีเพียงแค่ค่าธรรมเนียมการโอนเท่านั้น แต่ยังประกอบไปด้วยค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกหลายรายการ ซึ่งคนที่กำลังมองหาบ้านควรทำความเข้าใจเพื่อเตรียมเงินให้พร้อม ค่าใช้จ่ายในการโอนบ้านประกอบด้วย 5 รายการหลักๆ ได้แก่: ค่าธรรมเนียมการโอน: คิดในอัตรา 2% ของราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นการคิดจากราคาประเมินที่กรมธนารักษ์กำหนด ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ: คิดในอัตรา 3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) โดยจะต้องเสียค่าภาษีนี้เมื่อขายบ้านภายในระยะเวลา 5 ปีนับแต่วันที่ได้มา ค่าอากรแสตมป์: คิดในอัตรา 0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) แต่หากเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: เป็นภาษีที่หัก ณ ที่จ่าย โดยคิดตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ซึ่งจะเป็นแบบอัตราก้าวหน้าหรือแบบขั้นบันได และขึ้นอยู่กับวิธีการที่ได้มาและระยะเวลาที่ถือครอง ค่าจดจำนอง: คิดในอัตรา 1% ของวงเงินกู้ทั้งหมด หากเป็นการซื้อขายด้วยเงินสด ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ [...]

17/3/2568 • โดย Homeday
กรมที่ดินร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.), สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.), และกรมธนารักษ์ลงนามโครงการความร่วมมือในการผลิตและพัฒนากำลังคนคุณภาพสูงด้านเทคนิควิศวกรรมสำรวจ เพื่อรองรับความต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และเพิ่มโอกาสให้เยาวชนมีเส้นทางสู่อาชีพที่มั่นคง นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน เปิดเผยว่า ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐมีความต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการรังวัดที่ดินและการสำรวจอย่างมาก โดยเฉพาะกรมที่ดิน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจัดทำข้อมูลแผนที่ที่ดินทั่วประเทศ ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ครั้งนี้ จึงเป็นการเตรียมความพร้อมบุคลากรให้สามารถเข้าสู่ระบบราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ”กรมที่ดินมีภารกิจสำคัญในการดูแลเรื่องการรังวัดที่ดิน การจัดทำเอกสารสิทธิ์ที่ดิน และการพัฒนาระบบข้อมูลที่ดินให้ทันสมัย จำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ภายในปี 2570-2572 หน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการจะเปิดรับบรรจุนักศึกษาจากโครงการรวม 225 อัตราเพื่อป้อนกำลังคนเข้าสู่ภาครัฐโดยตรงโดยกรมที่ดินจะเป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักที่รับบุคลากรจากโครงการนี้ โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาได้รับการยกเว้นสอบภาค ก. ของ ก.พ.หากผ่านเกณฑ์ที่กำหนด และมีโอกาสเข้าทำงานราชการตามเงื่อนไขของหน่วยงาน ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าวได้เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มีนาคม 2568 ผ่านทางเว็บไซต์ sv.ovec.go.th และที่วิทยาลัยเทคนิค 8 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ 1. วิทยาลัยเทคนิคดุสิต 2. วิทยาลัยเทคนิคนครสวรรค์ 3. วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก 4. วิทยาลัยเทคนิคแพร่ [...]
