กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

29/4/2568 • โดย Homeday
การตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะมีความสวยงามที่เรียบง่าย ทันสมัย และยังคงดูดีไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน บทความนี้จะแนะนำเทคนิคและไอเดียในการตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นที่จะช่วยให้บ้านของคุณดูสวยลงตัว น่าอยู่ และไม่ตกยุคแม้ในปี 2025 ตั้งแต่การเลือกเฟอร์นิเจอร์ การจัดวางองค์ประกอบ โทนสี การจัดแสง ไปจนถึงการเพิ่มความมีชีวิตชีวาด้วยต้นไม้และองค์ประกอบธรรมชาติต่างๆ เหตุใดการตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นจึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง? การตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นได้รับความนิยมเนื่องจากความเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความหรูหรา สง่างาม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จุดเด่นของบ้านสไตล์โมเดิร์นคือการเน้นความเงียบที่เรียบง่าย ใช้รูปทรงที่ไม่ซับซ้อน และการออกแบบที่คำนึงถึงฟังก์ชันการใช้งานเป็นหลัก การตกแต่งสไตล์นี้มักใช้เส้นสายที่เป็นทรงเรขาคณิตง่ายๆ และเน้นพื้นที่กว้างโล่ง ซึ่งทำให้บ้านดูทันสมัยและมีความต่อเนื่องกัน บ้านสไตล์โมเดิร์นในปัจจุบันได้ถูกนำไปผนวกรวมเข้ากับไอเดียแต่งบ้านอื่นๆ ทำให้เกิดความหลากหลายและสามารถ Mix & Match การตกแต่งภายในบ้านได้ตามความชอบส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็น Modern Contemporary, Modern Minimal หรือการผสมผสานกับสไตล์อื่นๆ เช่น Modern Tropical ที่ผสมผสานความร่วมสมัยกับความเป็นธรรมชาติเข้าด้วยกัน อะไรคือองค์ประกอบสำคัญของการตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น? การตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นมีองค์ประกอบสำคัญหลายประการที่ทำให้บ้านดูมีเอกลักษณ์และทันสมัย องค์ประกอบแรกคือการใช้เส้นสายที่ชัดเจน โดยเฉพาะรูปทรงเรขาคณิต ไม่ว่าจะเป็นสี่เหลี่ยม วงกลม หรือรูปทรงที่มีขอบเหลี่ยมชัดเจน ซึ่งให้ความรู้สึกทันสมัยและมีแบบแผน อีกองค์ประกอบหนึ่งคือการเน้นพื้นที่โล่ง เพื่อให้แสงธรรมชาติสามารถส่องเข้ามาในบ้านได้ การออกแบบบ้านโมเดิร์นจะเน้นการเชื่อมต่อพื้นที่ใช้สอยต่างๆ เข้าด้วยกัน เช่น ห้องนั่งเล่นที่ต่อเนื่องกับห้องทานอาหารและห้องครัว เพื่อสร้างความโปร่งและกว้างขวาง [...]

29/6/2565 • โดย Homeday
5. พรมวินเทจ มาเพิ่มความคลาสสิคให้บ้านอีกสักหน่อยด้วยพรมวินเทจค่ะ จะซื้อเป็นพรมวินเทจมือสองจริง ๆ หรือจะซื้อเป็นของใหม่ที่ดีไซน์แบบวินเทจก็ได้ค่ะ พรมเป็นของตกแต่งท

26/3/2568 • โดย Homeday
การตกแต่งบ้านด้วยสีเขียวพาสเทลไม่เพียงแต่สร้างความสดชื่นให้กับพื้นที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นการสร้างบรรยากาศแห่งความสงบและผ่อนคลายอย่างเป็นธรรมชาติ สีเขียวพาสเทลมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยลดความตึงเครียด สร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติ และเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับทุกพื้นที่ในบ้าน 1. การเลือกโทนสีเขียวพาสเทลที่เหมาะสม การเลือกสีเขียวพาสเทลต้องคำนึงถึงแสงธรรมชาติและบรรยากาศของห้อง โทนสีเขียวอ่อนแบบพาสเทลมีหลากหลายเฉดสี ตั้งแต่เขียวมิ้นต์ เขียวเซจ ไปจนถึงเขียวเปสตาชิโอ แต่ละเฉดสีจะให้อารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกัน เขียวมิ้นต์จะให้ความรู้สึกสดชื่น เขียวเซจจะมีความสงบลึกลับ ส่วนเขียวเปสตาชิโอจะสร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นมิตร การเลือกเฉดสีที่เหมาะสม สำรวจแสงธรรมชาติในห้อง พิจารณาเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่มีอยู่ ทดลองใช้สีตัวอย่างก่อนตัดสินใจระบายสีทั้งห้อง 2. การทาสีผนังด้วยเทคนิคพิเศษ การทาสีเขียวพาสเทลไม่ใช่แค่การระบายสีธรรมดา แต่ยังมีเทคนิคพิเศษที่ช่วยสร้างมิติและความน่าสนใจให้กับผนัง เทคนิคเช่น ombre เป็นการไล่สีจากอ่อนไปเข้ม หรือเทคนิควอชช์ที่ทำให้ผนังดูมีมิติและความลึก สามารถสร้างจุดเด่นให้กับห้องได้อย่างน่าสนใจ เทคนิคการทาสีพิเศษ เตรียมอุปกรณ์ให้ครบถ้วน เลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับเทคนิค ฝึกฝนเทคนิคบนพื้นผิวทดลองก่อน 3. การเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งเสริม การผสมผสานเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่มีสีเขียวพาสเทลจะช่วยสร้างความกลมกลืนให้กับพื้นที่ อาจเลือกใช้หมอน โคมไฟ พรม หรือวอลล์อาร์ตที่มีโทนสีเขียวพาสเทล เพื่อเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายและเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เคล็ดลับการเลือกของตกแต่ง เลือกชิ้นของตกแต่งที่มีเอกลักษณ์ คำนึงถึงสัดส่วนและความสมดุล ไม่ควรใช้สีเขียวพาสเทลมากเกินไป 4. การเพิ่มพืชสีเขียวเพื่อชีวิตชีวา พืชสีเขียวเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ การเลือกกระถางต้นไม้โทนสีเขียวพาสเทล หรือการวางตำแหน่งพืชให้กลมกลืนกับสีผนัง จะช่วยสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลงตัว การเลือกและจัดวางพืช เลือกพืชที่เหมาะสมกับแสงในห้อง พิจารณาขนาดและรูปทรงของพืช จัดวางอย่างสร้างสรรค์และมีจังหวะ [...]

26/3/2568 • โดย Homeday
การตกแต่งบ้านด้วยสีโอรสเป็นเทรนด์การออกแบบที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน สีโอรสมีเสน่ห์ที่ผสมผสานระหว่างความอบอุ่นของสีส้มและความนุ่มนวลของสีชมพู ทำให้พื้นที่ภายในบ้านดูหรูหราและน่าอยู่อย่างน่าประทับใจ 1. การเลือกเฉดสีโอรสที่เหมาะสม การเลือกเฉดสีโอรสที่ถูกต้องเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการตกแต่งบ้าน เฉดสีที่อ่อนและนุ่มนวลจะช่วยสร้างบรรยากาศที่หรูหราและสงบสุข เช่น เฉดสีพีช ลาเวนเดอร์โอรส หรือสีพีชพาสเทล เลือกเฉดสีที่กลมกลืนกับแสงธรรมชาติในพื้นที่ พิจารณาขนาดและการวางตำแหน่งของห้อง ทดสอบสีตัวอย่างก่อนตัดสินใจระบายทั้งห้อง 2. การทาสีผนังด้วยเทคนิคพิเศษ การทาสีผนังไม่จำเป็นต้องเรียบเดียวเสมอไป เทคนิคการตกแต่งผนังแบบพิเศษจะช่วยเพิ่มมิติและความหรูหราให้กับห้อง เทคนิคไล่ระดับสี (Ombré) การใช้เทคนิคสตักโก้ การทาสีลายหินอ่อน การใช้เทปกาวสร้างลวดลายเรขาคณิต 3. การเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่เข้ากับสีโอรส การเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่เข้ากับสีโอรสอย่างลงตัวจะช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับพื้นที่ เลือกเฟอร์นิเจอร์สีเทา ขาว หรือดำเพื่อตัดกับสีโอรส เพิ่มเสน่ห์ด้วยกรอบรูปสีทอง ใช้หมอนอิงและผ้าคลุมเตียงโทนสีโอรส เลือกพรมที่มีลวดลายประณีต 4. การจัดแสงให้เข้ากับสีโอรส แสงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเพิ่มความงดงามให้กับสีโอรส เลือกโคมไฟที่มีเฉดสีอบอุ่น ใช้ไฟ LED แบบปรับแสงได้ วางตำแหน่งไฟให้เน้นจุดเด่นของห้อง ใช้เทียนหอมสีโอรสเพิ่มบรรยากาศ 5. การใช้สิ่งทอและวัสดุเพิ่มความหรูหรา สิ่งทอและวัสดุต่างๆ สามารถเพิ่มความหรูหราให้กับห้องได้โดยไม่ต้องลงทุนมาก ผ้าม่านสไตล์วินเทจ เบาะรองนั่งทำจากผ้ากำมะหยี พรมขนนุ่มโทนสีโอรส ผ้าคลุมเตียงซาตินเนื้อดี 6. การจัดวางพืชพรรณและดอกไม้ การนำธรรมชาติเข้ามาในพื้นที่จะช่วยเพิ่มชีวิตชีวาและความสดชื่นให้กับสีโอรส เลือกกระถางพืชสีขาวหรือทอง จัดวางต้นไม้ขนาดเล็กบนชั้นวาง เลือกดอกไม้สีใกล้เคียงกับโอรส [...]

20/2/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่สไตล์การตกแต่งบ้านเป็นมากกว่าความสวยงาม แต่เป็นการสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย SB CASA จึงได้สร้างสรรค์ WANATA เฟอร์นิเจอร์คอลเลกชันใหม่ล่าสุด ที่ได้นำแนวคิด Modern Industrial มาผสมผสานกับความอบอุ่นของไม้ธรรมชาติ ให้กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ดูแข็งแกร่งแต่มีเสน่ห์ที่ดึงดูดใจ WANATA เกิดจากแนวคิดที่ต้องการนำความงดงามของ The Richness of Wood หรือ เสน่ห์ของไม้ธรรมชาติมาถ่ายทอดผ่านงานออกแบบ ให้เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยลวดลายไม้ที่ไม่ซ้ำกัน ให้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติ และโครงสร้างที่แข็งแรง ผสมผสานกับขาโลหะสีเข้มและวัสดุที่ให้ผิวสัมผัสแบบดิบเท่ เช่น โลหะดำด้าน (Dark Grey Metal) ปูนเปลือย และอิฐโชว์แนว ช่วยเติมเต็มบรรยากาศให้กับบ้านหรือคอนโดมิเนียมให้มีความโมเดิร์นและเป็นเอกลักษณ์ WANATA เฟอร์นิเจอร์ที่สะท้อนตัวตนอย่างมีเอกลักษณ์ หากกำลังมองหาเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถบ่งบอกสไตล์และตัวตนของตัวเอง WANATA ถือเป็นตัวเลือกที่ลงตัว ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่แข็งแรง วัสดุที่เลือกใช้ช่วยให้บรรยากาศของห้องดูสมดุลระหว่างความเท่และความอบอุ่น เหมาะกับผู้ที่หลงใหลในสไตล์ Modern Industrial ที่งดงามด้วยการผสมผสานที่ลงตัวจาก Veneer Oak ลายไม้ที่มีเอกลักษณ์และให้มุมมองที่เรียบหรู หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ให้ความรู้สึกหรูหราและเป็นธรรมชาติไปพร้อมกัน มีลวดลายไม้ที่ไม่ซ้ำกัน ให้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนไม้แท้ ทนทานกว่าไม้จริงทั้งชิ้น ลดปัญหาการบิดงอหรือแตกร้าวจากสภาพอากาศ เป็นตัวแทนเฟอร์นิเจอร์สไตล์ Modern Industrial [...]

8/5/2568 • โดย Homeday
Art Deco คืออะไร และทำไมจึงได้รับความนิยมมายาวนาน? Art Deco เป็นสไตล์การออกแบบที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1925-1939 ซึ่งเฟื่องฟูในยุโรปและอเมริกาในช่วงที่เรียกว่า “Roaring Twenties” โดยเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน เช่น ลัทธิคลาสสิกใหม่ ลัทธิบาศกนิยม และลัทธิสมัยใหม่ ซึ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่นในการใช้รูปทรงเรขาคณิต เส้นสายที่เรียบง่ายแต่แข็งแรง และการใช้วัสดุที่มีความหรูหรา ความนิยมของ Art Deco ไม่เคยจางหายไปตลอดหลายทศวรรษ เพราะสามารถผสมผสานความคลาสสิกและความทันสมัยได้อย่างลงตัว ในปัจจุบัน การตกแต่งบ้านสไตล์นี้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ชื่นชอบความหรูหรา มีระดับ และต้องการบ้านที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร การแต่งบ้านสไตล์ Art Deco ให้ความรู้สึกย้อนยุคแต่ยังคงความหรูหราทันสมัย การตกแต่งประเภทนี้เน้นความสง่างาม ความเป็นประกายเงา และรูปทรงที่โดดเด่น ทำให้บ้านดูมีคุณค่าและมีรสนิยมสูง เอกลักษณ์เด่นของสไตล์ Art Deco ที่ต้องรู้ก่อนเริ่มตกแต่ง การที่จะแต่งบ้านให้เป็นสไตล์ Art Deco อย่างแท้จริงนั้น ต้องเข้าใจถึงองค์ประกอบหลักที่ทำให้สไตล์นี้มีเอกลักษณ์โดดเด่น ซึ่งประกอบไปด้วยคุณลักษณะหลายประการที่น่าสนใจ เอกลักษณ์แรกคือการใช้รูปทรงเรขาคณิตเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม หรือรูปหกเหลี่ยม โดยนำมาจัดเรียงให้เกิดความสมมาตรและความสมดุล การใช้เส้นสายตรงและเส้นโค้งที่ชัดเจนประกอบกันอย่างลงตัว ซึ่งสะท้อนถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความทันสมัยในยุคนั้น [...]

4/12/2568 • โดย Homeday
Paul Smith เปิดช็อปแห่งใหม่ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค (Central Park) จุดหมายปลายทางแห่ง Luxury Icon ของกรุงเทพมหานครที่รายล้อมด้วยแบรนด์แฟชั่นระดับโลกมากมาย โดยการเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงศักยภาพของแบรนด์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสาขานี้ยังคงสะท้อนเอกลักษณ์ทางดีไซน์อันโดดเด่นของ Paul Smith ขณะเดียวกันยังนำเสนอเสน่ห์เฉพาะตัว ผ่านธีมและรายละเอียดหลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ตั้งแต่ façade สีน้ำเงินอันโดดเด่นสะท้อนคาแรกเตอร์ที่สนุกสนาน ขี้เล่น และความหลงใหลในสีสันของแบรนด์ อีกหนึ่งไฮไลต์ คือ กระเบื้องลาย ‘stripe’ ที่ออกแบบขึ้นพิเศษและซ่อนอยู่บนผนังเพื่อถ่ายทอดลวดลาย ‘Signature Stripe’ อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Paul Smith อีกหนึ่งในจุดเด่นสำคัญของช็อป คือ การตกแต่งผนังที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานไม้ฉลุแบบดั้งเดิมของอังกฤษ ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็น British Style ของแบรนด์เช่นเดียวกับทุกสาขาทั่วโลก นอกจากนี้ ที่ช็อป Paul Smith Central Park ยังตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจที่คัดสรรเป็นพิเศษจากทั่วโลกนำมาปรับโฉมใหม่ (upcycle) ด้วยผ้า Paul Smith x Maharam รวมทั้งเพิ่มลูกเล่นสุดสร้างสรรค์บริเวณมุมด้านนอกของช็อป ด้วยสตูลทรงรูปเท้าสุดสนุก [...]

27/3/2568 • โดย Homeday
การปฏิวัติพื้นที่สีเขียวภายในบ้านยุคใหม่ พื้นที่สีเขียวในบ้านไม่ได้เป็นเพียงแค่การตกแต่งที่สวยงามอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ระบบ Smart Garden คือนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนแปลงมุมมองการใช้ชีวิตในพื้นที่สีเขียวอย่างสิ้นเชิง เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้นำเอาความสะดวกสบาย ความยั่งยืน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมารวมกันในพื้นที่สวนของคุณ เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อสวนในฝัน ระบบ Smart Garden นำเสนอโซลูชันที่ช่วยให้การดูแลพืชพรรณกลายเป็นเรื่องง่ายดายและน่าตื่นเต้น เซ็นเซอร์อัจฉริยะจะคอยตรวจวัดความชื้น อุณหภูมิ แสง และสภาพดินอย่างต่อเนื่อง ระบบจะส่งข้อมูลตรงถึงสมาร์ทโฟนของคุณ ช่วยให้คุณสามารถควบคุมและดูแลพืชพรรณได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่บ้านหรือห่างออกไป นวัตกรรมการรดน้ำอัจฉริยะ ระบบรดน้ำอัตโนมัติเป็นหัวใจสำคัญของ Smart Garden การรดน้ำจะถูกคำนวณอย่างแม่นยำตามความต้องการของพืชแต่ละชนิด พร้อมกับคำนึงถึงสภาพอากาศปัจจุบัน เซ็นเซอร์จะตรวจจับความชื้นในดินและปรับปริมาณน้ำให้เหมาะสม ช่วยประหยัดน้ำและพลังงาน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพืช ระบบควบคุมอุณหภูมิและแสง เรือนกระจกอัจฉริยะสามารถปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับพืชพรรณได้อย่างอัตโนมัติ ระบบจะเปิด-ปิดหลังคา ปรับม่านกันแสง และควบคุมอุณหภูมิ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช ประโยชน์ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม การบำบัดด้วยธรรมชาติ พื้นที่สีเขียวอัจฉริยะไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังช่วยบำบัดจิตใจและปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในบ้าน พืชพรรณจะช่วยกรองมลพิษ เพิ่มออกซิเจน และสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ระบบ Smart Garden ช่วยให้คุณดูแลพืชได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก การประหยัดพลังงานและทรัพยากร ระบบอัจฉริยะช่วยลดการใช้น้ำและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เซ็นเซอร์จะคำนวณปริมาณน้ำที่แน่นอน ป้องกันการสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้ ยังช่วยลดการใช้สารเคมีในการดูแลพืช [...]

1/8/2568 • โดย Homeday
กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 1 สิงหาคม 2568 – OH!SOME แบรนด์ค้าปลีกครบวงจรสุดเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในสิงคโปร์และมาเลเซีย ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย โดยสาขาใหม่นี้ ตั้งอยู่ที่สามย่านมิตรทาวน์ ใจกลางกรุงเทพมหานครได้กลายเป็นจุดหมายสุดฮิต! ที่ห้ามพลาด ทั้งยังดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลเข้ามาในวันเปิดตัวอย่างล้นหลาม ประเทศไทยเหมาะอย่างยิ่งสำหรับ OH!SOME ในการเปิดสาขา ด้วยกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ตามทันเทรนด์ มีความมั่นใจในการแสดงออก และมีการใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างคึกคัก ซึ่งสะท้อนถึงพลังและปรัชญาของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน โดย OH!SOME นำเสนอสินค้าไลฟ์สไตล์ที่คัดสรรมาจากทั่วโลก พร้อมประสบการณ์การชอปปิงที่แปลกใหม่ และกิจกรรมเชิงอินเทอร์แอกทีฟที่ออกแบบมาให้ทุกคนมีส่วนร่วมและแชร์ต่อได้ หน้าร้าน OH!SOME ที่สว่างสดใสและเต็มไปด้วยสีสันโดดเด่นสะดุดตาท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและร้านค้าหลากหลาย แบรนด์ในบริเวณโดยรอบ โดยแต่ละสาขาของ OH!SOME จะมีคอนเซ็ปต์การตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร สำหรับสาขากรุงเทพฯ มาพร้อมธีม “โลกแห่งน้ำแข็งและหิมะ” สุดแฟนตาซี เติมเสน่ห์ฤดูหนาวแสนมหัศจรรย์ให้กับเมืองแห่งแสงสีนี้ ดีไซน์ที่เข้ากับธีมและสวยงามน่าถ่ายรูปนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศต่างๆ และดึงดูดเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ให้มาแชร์ประสบการณ์กันอย่างคึกคัก เมื่อก้าวเข้าสู่ร้าน ลูกค้าจะพบกับสินค้าลิขสิทธิ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยไฮไลต์สำคัญคือคอลเลกชันดีไซน์เฉพาะที่ OH!SOME ร่วมสร้างสรรค์ผ่านความร่วมมือกับ Disney อาทิ คอลเลกชัน Stitch กลิ่นอายท้องทะเลสดใส, คอลเลกชัน Winnie the Pooh [...]

21/2/2568 • โดย Homeday
โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท ขอเชิญคู่รักที่กำลังวางแผนแต่งงานมาสัมผัสความหรูหราและข้อเสนอสุดพิเศษในงาน Carlton Wedding Open House 2025 ดื่มด่ำกับบรรยากาศสถานที่จัดงานสุดหรู การตกแต่งสุดประณีต และลิ้มลองเมนูอาหารสุดพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อวันที่สมบูรณ์แบบของคุณ พร้อมรับสิทธิพิเศษสุดคุ้มเมื่อจองแพ็คเก็จภายในงาน จองแพ็คเกจและรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุดถึง 5 รายการ จากแพ็คเกจปกติ: • แพ็คเกจ 650,000 บาท รับสิทธิพิเศษเพิ่มอีก 5 รายการ • แพ็คเกจ 600,000 บาท รับสิทธิพิเศษเพิ่มอีก 4 รายการ • แพ็คเกจ 550,000 บาท รับสิทธิพิเศษเพิ่มอีก 3 รายการ • แพ็คเกจ 350,000 บาท รับสิทธิพิเศษเพิ่มอีก 2 รายการ สิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ได้แก่: • อภินันทนาการค่านำเข้าอุปกรณ์ตกแต่งสถานที่ • อภินันทนาการค่านำเข้าวงดนตรี และระบบแสง เสียง • อภินันทนาการค่าเปิดขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ [...]

17/3/2568 • โดย Homeday
คู่มือสำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านในสไตล์ที่ใช่ การออกแบบบ้านเป็นศิลปะที่สะท้อนถึงรสนิยมและวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัย สำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านใหม่ การเข้าใจความแตกต่างระหว่างสไตล์การออกแบบจะช่วยให้ตัดสินใจเลือกบ้านที่ตรงกับความต้องการได้อย่างลงตัว วันนี้เราจะมาสำรวจความแตกต่างระหว่างบ้านสไตล์โมเดิร์นและคอนเทมโพรารีกัน รากฐานทางประวัติศาสตร์และความเป็นมา สไตล์โมเดิร์น: ความเรียบง่ายแห่งการออกแบบ สถาปัตยกรรมโมเดิร์นเกิดขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยมีแนวคิดหลักคือ “Form Follows Function” ซึ่งหมายถึงการออกแบบที่เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก นักออกแบบชาวเยอรมัน Walter Gropius และสถาปนิกชาวสวิส Le Corbusier เป็นผู้บุกเบิกสไตล์นี้ ด้วยการสร้างสรรค์อาคารที่มีโครงสร้างเรียบง่าย ปราศจากการตกแต่งที่ฟุ่มเฟือย สไตล์คอนเทมโพรารี: ความยืดหยุ่นแห่งการออกแบบร่วมสมัย คอนเทมโพรารีเป็นสไตล์ที่วิวัฒนาการมาจากโมเดิร์น แต่มีความยืดหยุ่นและผสมผสานมากกว่า เริ่มเป็นกระแสหลังจากยุค 1970 โดยเน้นการผสมผสานระหว่างสไตล์ต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้มีความหลากหลายและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามแนวโน้มการออกแบบที่เปลี่ยนไป องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม โครงสร้างและรูปทรงของโมเดิร์น เส้นตรงคมชัด รูปทรงเรขาคณิต วัสดุโปร่งใส เช่น กระจก เหล็ก คอนกรีต หน้าต่างขนาดใหญ่ พื้นที่เปิดโล่ง โครงสร้างและรูปทรงของคอนเทมโพรารี เส้นโค้งนุ่มนวล รูปทรงที่หลากหลาย การผสมผสานวัสดุ การออกแบบที่ไม่เป็นทางการ พื้นที่ใช้สอยที่ยืดหยุ่น การตกแต่งภายใน การตกแต่งสไตล์โมเดิร์น การตกแต่งภายในบ้านสไตล์โมเดิร์นเน้นความเรียบง่าย สีขาว เทา [...]

29/3/2568 • โดย Homeday
องค์ประกอบหลักของต้นทุนการถือครองอสังหาริมทรัพย์ 1. ต้นทุนเริ่มแรก: เตรียมพร้อมก่อนซื้อ การคำนวณต้นทุนการถือครองเริ่มต้นจากค่าใช้จ่ายในช่วงแรกของการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วยรายการสำคัญต่อไปนี้: ค่าดาวน์เงินกู้: โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 10-20% ของราคาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สำคัญที่สุดในช่วงเริ่มต้น ค่าธรรมเนียมการโอน: คิดเป็นอัตราประมาณ 1-3% ของราคาอสังหาริมทรัพย์ ค่าจดทะเบียนการโอน: ขึ้นอยู่กับประเภทและมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบกรรมสิทธิ์: เพื่อความมั่นใจในความถูกต้องของเอกสารสิทธิ์ 2. ต้นทุนรายเดือน: ภาระค่าใช้จ่ายประจำ รายจ่ายรายเดือนเป็นส่วนสำคัญที่ต้องคำนวณอย่างแม่นยำ ประกอบด้วย: ค่างวดเงินกู้: เป็นภาระหลักที่ต้องจ่ายทุกเดือน ประกอบด้วยเงินต้นและดอกเบี้ย ค่าประกันอัคคีภัย: การป้องกันทรัพย์สินจากความเสี่ยงต่างๆ ค่าส่วนกลาง: สำหรับคอนโดหรือหมู่บ้าน ครอบคลุมค่าดูแลพื้นที่สาธารณะ ภาษีโรงเรือน: ภาษีประจำปีที่ต้องชำระตามกฎหมาย 3. ค่าบำรุงรักษา: การวางแผนเพื่ออนาคต การดูแลรักษาอสังหาริมทรัพย์เป็นต้นทุนที่มักถูกมองข้าม แต่มีความสำคัญอย่างยิ่ง: ค่าซ่อมแซมประจำปี: ควรตั้งงบประมาณประมาณ 1-2% ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ค่าปรับปรุงและตกแต่ง: การเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มมูลค่าและความสวยงาม ค่าอุปกรณ์และระบบภายในบ้าน: การเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือระบบต่างๆ 4. ต้นทุนทางอ้อม: สิ่งที่มองข้ามไม่ได้ มีค่าใช้จ่ายแฝงที่ควรคำนึงถึง: ค่าเสียโอกาส: เงินที่นำไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แทนการลงทุนรูปแบบอื่น ค่าสาธารณูปโภค: ไฟฟ้า [...]