กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

19/3/2568 • โดย Homeday
พัดลมเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่สำคัญในบ้านสมัยใหม่ ช่วยสร้างความเย็นสบายและระบายอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดูแลรักษาพัดลมอย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาประสิทธิภาพการทำงานให้คงเดิม ต่อไปนี้คือวิธีดูแลรักษาพัดลมที่จะช่วยให้อุปกรณ์ของคุณใช้งานได้ยาวนานและเสถียร 1. ทำความสะอาดใบพัดอย่างสม่ำเสมอ การสะสมของฝุ่นละอองบนใบพัดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พัดลมทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ควรทำความสะอาดใบพัดอย่างน้อยเดือนละครั้ง โดยมีขั้นตอนดังนี้ ถอดปลั๊กพัดลมออกก่อนทำความสะอาดทุกครั้ง ใช้ผ้านุ่มชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดใบพัดอย่างระมัดระวัง สำหรับคราบสกปรกมาก ให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะสม เช็ดให้แห้งสนิทก่อนเสียบปลั๊กใช้งาน 2. หมั่นตรวจสอบสายไฟและปลั๊ก สายไฟและปลั๊กเป็นส่วนสำคัญที่มักถูกละเลย การตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันอันตรายและยืดอายุการใช้งานพัดลม ตรวจหารอยขาดหรือชำรุดของสายไฟทุกเดือน หากพบรอยแตกหรือชำรุด ควรเปลี่ยนสายไฟทันที ระวังอย่าให้สายไฟพันหรือเกี่ยวกับส่วนต่างๆ ของพัดลม เก็บสายไฟให้เป็นระเบียบเพื่อยืดอายุการใช้งาน 3. หล่อลื่นจุดหมุนและแบริง การหล่อลื่นจุดหมุนเป็นวิธีที่ช่วยลดเสียงดังและป้องกันการสึกหรอของชิ้นส่วนเครื่อง ใช้น้ำมันหล่อลื่นคุณภาพดีที่เหมาะสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า หยอดน้ำมันที่จุดหมุนของใบพัดและมอเตอร์ ทำการหล่อลื่นทุก 6 เดือนหรือตามคำแนะนำของผู้ผลิต เช็ดคราบน้ำมันส่วนเกินออกให้เรียบร้อย 4. จัดเก็บอย่างถูกวิธีเมื่อไม่ใช้งาน การจัดเก็บพัดลมที่ถูกต้องจะช่วยยืดอายุการใช้งานและป้องกันความเสียหาย เก็บในที่แห้งและเย็น ห่างจากความชื้น ใช้ผ้าคลุมป้องกันฝุ่น วางในตำแหน่งที่มั่นคง ไม่ให้ล้มหรือหล่น ถอดถ่านออกหากเป็นพัดลมแบบใช้ถ่าน 5. ซ่อมบำรุงโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ หากพบปัญหาการทำงานที่ผิดปกติ ควรส่งซ่อมโดยช่างผู้ชำนาญการ สังเกตเสียงดังผิดปกติ การสั่นหรือการทำงานที่ไม่ราบรื่น อย่าพยายามซ่อมแซมด้วยตนเองหากไม่มีความชำนาญ ติดต่อศูนย์บริการของผู้ผลิตหรือช่างผู้เชี่ยวชาญ เก็บใบรับประกันและเอกสารสำคัญไว้เสมอ สรุป การดูแลรักษาพัดลมอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งาน ประหยัดค่าใช้จ่าย [...]

17/3/2568 • โดย Homeday
การจัดการพลังงานในบ้านกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ใครหลายคนให้ความสนใจมากขึ้น ด้วยสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งเรื่องทรัพยากร ราคาพลังงาน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบบ้านที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นการมีส่วนร่วมในการดูแลโลกของเราอีกด้วย ความสำคัญของระบบจัดการพลังงานในบ้าน ระบบจัดการพลังงานเป็นเสมือนสมองกลางที่ควบคุมการใช้ไฟฟ้าและทรัพยากรภายในบ้าน ช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถตรวจสอบ ควบคุม และบริหารการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การตรวจสอบการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ เทคโนโลยีปัจจุบันเปิดโอกาสให้เจ้าของบ้านสามารถติดตามการใช้พลังงานได้อย่างละเอียด ผ่านแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ในบ้าน คุณสามารถรู้ได้ทันทีว่าอุปกรณ์ใดกำลังใช้พลังงานมากเกินไป หรือมีการใช้พลังงานโดยไม่จำเป็น ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คุณวางแผนการใช้พลังงานได้อย่างฉลาดและประหยัดมากขึ้น การควบคุมอุณหภูมิและแสงสว่าง ระบบจัดการพลังงานสมัยใหม่ช่วยควบคุมอุณหภูมิและแสงสว่างในบ้านได้อย่างอัตโนมัติ เซ็นเซอร์และอุปกรณ์อัจฉริยะสามารถปรับการทำงานตามความต้องการและสภาพแวดล้อม เช่น การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมตามอุณหภูมิภายนอก หรือการเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติเมื่อไม่มีผู้ใช้งาน การบูรณาการพลังงานทางเลือก ระบบจัดการพลังงานยังช่วยในการบูรณาการพลังงานทางเลือก เช่น แผงโซลาร์เซลล์ ให้ทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้าหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถกักเก็บพลังงานส่วนเกินและใช้ในช่วงที่ต้องการ ช่วยลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบหลักและประหยัดค่าใช้จ่าย เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนระบบจัดการพลังงาน อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT) เทคโนโลยี IoT เป็นหัวใจสำคัญของระบบจัดการพลังงานสมัยใหม่ ช่วยให้อุปกรณ์ต่างๆ สามารถสื่อสารและทำงานร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เซ็นเซอร์ หรือระบบควบคุมต่างๆ ทำให้การจัดการพลังงานเป็นไปอย่างอัจฉริยะและแม่นยำ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบ AI ช่วยวิเคราะห์รูปแบบการใช้พลังงานและคาดการณ์ความต้องการล่วงหน้า สามารถปรับการทำงานของอุปกรณ์ให้เหมาะสมและประหยัดพลังงานมากที่สุด เรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานและปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ประโยชน์ของระบบจัดการพลังงาน การประหยัดค่าใช้จ่าย [...]

31/7/2568 • โดย Homeday
สัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่กับ Gramour Sathorn บ้านหรู 3 ชั้นจาก Frasers Property ที่ผสานความสง่างามสไตล์ฝรั่งเศสเข้ากับนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนได้อย่างลงตัว ไม่ใช่แค่สวยงามและอยู่สบาย แต่ยังดีต่อสังคมและโลกของเรา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนในทุกวัน บ้านรักษ์โลกที่ใส่ใจทุกรายละเอียด Gramour Sathorn คือนิยามของ “บ้านรักษ์โลก” ที่แท้จริง ด้วยการออกแบบและเลือกใช้วัสดุที่คิดมาอย่างพิถีพิถันเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน การจัดการขยะและน้ำเสีย: สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ พร้อมพื้นที่ครัวที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการแยกขยะ ให้คุณจัดการเรื่องง่าย ๆ ที่บ้านได้เลย สภาพแวดล้อมในบ้าน: สูดอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอด! ด้วยระบบระบายอากาศธรรมชาติและทางกลที่ช่วยถ่ายเทอากาศและลดความชื้นภายในบ้าน ให้ความรู้สึกโปร่งสบายตลอดวัน พลังงานอัจฉริยะ: หมดกังวลเรื่องค่าไฟ ด้วยการออกแบบบ้านที่ป้องกันความร้อนได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมติดตั้ง Solar Rooftop ขนาด 2.3 kW ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้มากถึง 4,617 kWh/ปี [...]

6/2/2568 • โดย Homeday
การจัดแสดงงานศิลปะไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของความสวยงามและการนำเสนอเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานที่เหมาะสมในพื้นที่ ตามหลักฮวงจุ้ย พื้นที่แ

20/3/2568 • โดย Homeday
ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ขับเคลื่อนการใส่ใจสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด MBK Care ส่งเสริมการบริหารจัดการพลังงาน การจัดการขยะของเสียให้สามารถนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดน้อยลงจนกลายเป็นศูนย์ (Zero Waste) ภายใต้กิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของร้านค้าผู้เช่าและลูกค้าที่มาใช้บริการในศูนย์ฯ ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ การรณรงค์คัดแยกขยะให้ถูกวิธี การเชิญชวนร้านค้าภายในศูนย์ฯ เข้าร่วมโครงการประกวดลดการใช้พลังงาน MBK Energy Award 2025 ล่าสุดเปิดตัวกระเป๋า MBK Green Bag เพื่อสนับสนุนการรักษ์โลกด้วยการนำกระเป๋า MBK Green Bag ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถนำมาใช้ซ้ำและลดการใช้ถุงพลาสติก สำหรับการสร้างสรรค์กระเป๋า MBK Green Bag ดีไซน์สุดน่ารัก 4 แบบ 4 ดีไซน์ที่มีสีสันและลวดลายแตกต่างกัน ภายใต้แนวคิด 4R ได้แก่ Reduce Reuse Recycle Recovery เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ใช้ ส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรอย่างยั่งยืน Reduce ลดการใช้พลังงานและทรัพยากรที่ไม่จำเป็น เช่น [...]

19/2/2568 • โดย Homeday
นางเลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถึงมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ว่า สนพ. ได้ดำเนินงานด้าน HIV อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันพบว่า มีผู้ป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกรุงเทพฯ 10,879 คน โรคที่พบมากที่สุดคือ ซิฟิลิส 3,677 คน รองลงมาคือ หนองใน หนองในเทียม หูดหงอนไก่ และเริม ซึ่งมีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในกลุ่มเยาวชนและกลุ่มประชากรที่มีความหลากหลายทางเพศ โดย สนพ. ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องในการป้องกันกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเอดส์ การใช้ถุงยางอนามัย และยาป้องกันก่อนและหลังการสัมผัสเชื้อเอชไอวี (PrEP/PEP) รวมทั้งสนับสนุนการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม และประชาสัมพันธ์การให้บริการคลินิกสุขภาพเพศหลากหลาย กทม. (BKK Pride Clinic) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม ลดการตีตราและเลือกปฏิบัติ นอกจากนี้ สนพ. ได้ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและวัยรุ่นในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง ตามแนวทาง ดังนี้ (1) RRTTPR (Reach-Recruit-Test-Treat-Prevention-Retain) Reach & Recruit : การจัดบริการเชิงรับและเชิงรุกในการให้ข้อมูลความรู้และชักชวนตรวจคัดกรอง HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น [...]