Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky
Banner TOA
Homeday FB

บทความ

พบ 141 บทความ

เรียงตาม:
123...101112
กำลังค้นหา:
คำค้น: สินเชื่อ
ทำไมต้องอ่านนโยบายสินเชื่อที่อยู่อาศัยปี 2025? สิ่งที่ผู้ซื้อบ้านต้องรู้
ทั่วไป

ทำไมต้องอ่านนโยบายสินเชื่อที่อยู่อาศัยปี 2025? สิ่งที่ผู้ซื้อบ้านต้องรู้

28/3/2568 • โดย Homeday

การซื้อบ้านในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับระบบสินเชื่อที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นโยบายสินเชื่อที่อยู่อาศัยปี 2025 มีการปรับเปลี่ยนที่สำคัญซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงรายละเอียดสำคัญที่นักลงทุนและผู้ซื้อบ้านมือใหม่ควรรับรู้ การเปลี่ยนแปลงหลักของสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปี 2025 ในปี 2025 วงการอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สถาบันการเงินต่างปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาด การเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยจึงมีความยืดหยุ่นและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ผู้ซื้อจำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงเกณฑ์และเงื่อนไขใหม่ๆ เพื่อวางแผนการซื้อบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น สถาบันการเงินได้ปรับเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้าน ไม่เพียงแต่รายได้และประวัติการเงิน แต่ยังรวมถึงความมั่นคงในอาชีพ เสถียรภาพทางการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ในระยะยาว เกณฑ์ใหม่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงให้กับทั้งผู้ให้กู้และผู้กู้ การประเมินความสามารถในการชำระหนี้จะพิจารณาจากอัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ (Debt-to-Income Ratio) อย่างเคร่งครัด โดยปกติแล้วสถาบันการเงินจะต้องการให้อัตราส่วนนี้ไม่เกิน 40-45% ซึ่งหมายความว่าค่าผ่อนชำระบ้านรวมหนี้อื่นๆ จะต้องไม่เกิน 40-45% ของรายได้รวมต่อเดือน นวัตกรรมทางการเงินสำหรับที่อยู่อาศัย ปี 2025 เห็นการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ต้องการซื้อบ้าน สินเชื่อแบบใหม่เริ่มมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น สินเชื่อที่สามารถปรับอัตราดอกเบี้ยได้ตามสถานการณ์ส่วนบุคคล หรือสินเชื่อที่มีระยะเวลาผ่อนชำระที่ยาวขึ้น นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนทำงานอิสระและผู้ประกอบการ ซึ่งมีรูปแบบรายได้ที่ไม่คงที่ โดยพิจารณาจากประวัติการเงินและศักยภาพในการหารายได้ ไม่ได้ยึดติดกับรายได้ประจำเพียงอย่างเดียว ปัจจัยที่ส่งผลต่อสินเชื่อที่อยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ยและผลกระทบทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการกู้ซื้อบ้าน ในปี 2025 แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยมีความผันผวน ธนาคารกลางและสถาบันการเงินต่างปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง การเลือกระหว่างสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่หรือลอยตัวจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ [...]

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร” ห่วงผู้สูงวัยไร้แผนบั้นปลาย ชี้สังคมไทยต้องเรียนรู้ “การตายอย่างมีระบบ”
ข่าวสาร

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร” ห่วงผู้สูงวัยไร้แผนบั้นปลาย ชี้สังคมไทยต้องเรียนรู้ “การตายอย่างมีระบบ”

16/4/2568 • โดย Homeday

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ หรือ OKMD เปิดเผยมุมมองล่าสุดเกี่ยวกับการเรียนรู้สำหรับ ‘ผู้ใหญ่ใกล้เกษียณ’ โดยระบุว่า ขณะนี้ประเด็นที่ตนให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือการให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้สูงวัยที่กำลังเผชิญกับความท้าทายในช่วงบั้นปลายชีวิตอย่างจริงจัง ด้วยเหตุว่า สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในบั้นปลายชีวิตของคนแก่ อาจเป็นเพียงบ้านหลังหนึ่ง การมีชีวิตอย่างอิสระโดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น แต่ถ้าไม่มีแผนจัดการ ก็อาจกลายเป็นภาระทั้งต่อตัวเองและลูกหลาน ดร.ทวารัฐ ยกตัวอย่างจากประเทศตะวันตก ที่มีการใช้เครื่องมือทางการเงินอย่าง Reverse Mortgage หรือ ‘สินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบย้อนกลับ’ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยจำนองบ้านกับธนาคาร แลกกับรายได้ประจำ โดยยังคงสิทธิในการอยู่อาศัยได้จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้ผู้สูงอายุไม่ต้องพึ่งพาลูกหลาน หรือรอเงินเดือนจากคนในครอบครัว ดร.ทวารัฐ ยังกล่าวถึงอีกหนึ่งแนวคิดสำคัญคือ ‘การเรียนรู้เรื่องมรดก’ โดยเน้นว่าการแบ่งสมบัติ ควรเริ่มแบ่งตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ และควรแบ่งอย่างมีสติ ไม่ใช่มอบให้ลูกหลานทั้งหมด แต่เผื่อไว้เพื่อการดูแลตนเองในยามชรา พร้อมย้ำว่า ‘การให้โดยไม่มีแผน‘ อาจกลายเป็นการเพิ่มภาระให้ลูกหลานแทนที่จะเป็นการส่งเสริม นอกจากนี้ สังคมไทยกำลังเข้าสู่ภาวะ สังคมผู้สูงอายุเดี่ยว อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ค่านิยมแบบครอบครัวแน่นแฟ้นอาจเปลี่ยนไป คนรุ่นหลังอาจไม่มีศักยภาพเพียงพอในการดูแลผู้สูงวัย หากไม่มีระบบสนับสนุนหรือความเข้าใจที่ดี “ความผูกพันในครอบครัวเป็นเรื่องงดงาม แต่ในโลกยุคใหม่ หากพ่อแม่ไม่เตรียมตัวไว้ก่อน ลูกหลานก็อาจไม่มีแรงพอจะดูแลได้เต็มที่ ทั้งด้านสุขภาพ โภชนาการ จิตใจ ความปลอดภัย การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม [...]

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศผลประกอบการปี 2567 มียอดรับรู้รายได้ทั้งปีที่ 3,696.59 ล้านบาท กำไรสุทธิ 588.04 ล้านบาท พร้อมจ่ายปันผลทั้งปี 2567 รวม 0.34 บาท/หุ้น
ข่าวสาร

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศผลประกอบการปี 2567 มียอดรับรู้รายได้ทั้งปีที่ 3,696.59 ล้านบาท กำไรสุทธิ 588.04 ล้านบาท พร้อมจ่ายปันผลทั้งปี 2567 รวม 0.34 บาท/หุ้น

5/3/2568 • โดย Homeday

บริษัท  ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน)  ประกาศผลประกอบการปี 2567 มียอดรับรู้รายได้ที่ 3,696.59 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิที่ 588.04 ล้านบาท  โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น  พิจารณาจ่ายปันผลทั้งปีที่ 0.34 บาท/หุ้น ซึ่งหากคิดที่ราคาหุ้นปัจจุบัน คิดเป็น Dividend Yield อยู่ที่ระดับราว 6.4% นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แนวคิด “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” กล่าวถึงภาพรวมของเศรษฐกิจในปี 2567 ว่าขยายตัวได้ที่ 2.5% ซึ่งขยายตัวได้ต่ำกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์เมื่อช่วงต้นปี ทั้งนี้นับว่าเป็นอัตราการขยายตัวได้ต่ำกว่าศักยภาพของประเทศ โดยเครื่องยนต์หลักที่ยังขยายตัวได้ดีมาจากภาคการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ตลอดจนภาคการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ในแง่ของตลาดอสังหาฯ ในปี 2567ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ยังคงมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ส่งผลให้เกิดสภาวะขายได้แต่โอนไม่ได้ ภาพรวมของตลาดมีการหดตัวลงในปี 2567 ทั้งตัวเลขจดทะเบียนที่อยู่อาศัย และตัวเลขหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ จากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ สำหรับลลิลฯ มีการบริหารงานอย่างรัดกุม เน้นการทำตลาดในกลุ่มผู้ซื้อ ที่เป็น [...]

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ รายงานดัชนีความเชื่อมั่นความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล  ไตรมาสที่ 4 ปี 2567 พบว่าประชาชนมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน
ข่าวสาร

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ รายงานดัชนีความเชื่อมั่นความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาสที่ 4 ปี 2567 พบว่าประชาชนมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน

13/3/2568 • โดย Homeday

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงาน “ดัชนีความเชื่อมั่นความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาสที่ 4 ปี 2567”  พบว่า ประชาชนเริ่มมีความเชื่อมั่นในการซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยมีค่าดัชนีความเชื่อมั่นเท่ากับ 42.9 เพิ่มขึ้น 2.4 จุด จากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งมีค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 40.5 (QoQ) รวมถึงสัดส่วนของผู้ที่วางแผนจะซื้อที่อยู่อาศัยภายใน 6 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้นเป็น 28.2% จาก 24.7% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการปรับลดของอัตราดอกเบี้ย และสถาบันการเงินมีการจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยอัตราดอกเบี้ยต่ำ สามารถกระตุ้นกำลังซื้อในไตรมาสที่ 4 ปี 2567 โดยข้อมูลส่วนใหญ่พบว่า ประชาชนมีการซื้อที่อยู่อาศัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออยู่อาศัยเอง (32.1%) มากกว่าซื้อเพื่อการลงทุน (15.8%) และส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน (55.1%) มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ในช่วง 15,001 – 30,000 บาท (34.4%) และต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในระดับราคา 2.01–3.00 ล้านบาท มากที่สุด (25.3%) ขณะที่ประเภทที่อยู่อาศัยที่มีความต้องการมากที่สุดยังคงเป็นประเภทบ้านเดี่ยว (40.6%) ในระดับราคา [...]

การกู้ร่วมซื้อบ้านช่วยให้คุณมีบ้านเร็วขึ้นได้จริงหรือ? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจกู้ร่วม
ทั่วไป

การกู้ร่วมซื้อบ้านช่วยให้คุณมีบ้านเร็วขึ้นได้จริงหรือ? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจกู้ร่วม

17/4/2568 • โดย Homeday

การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโดกำลังเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง แต่มีข้อจำกัดด้านรายได้หรือคุณสมบัติไม่เพียงพอสำหรับการกู้เดี่ยว การกู้ร่วมช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อและอาจได้วงเงินกู้ที่สูงขึ้น แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อควรระวังที่ผู้กู้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ บทความนี้จะอธิบายทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการกู้ร่วมซื้อบ้าน-ซื้อคอนโด เพื่อประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม การกู้ร่วมคืออะไร? ทำไมถึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ซื้อบ้าน การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโด คือการที่มีผู้กู้ตั้งแต่ 1-3 คน ซึ่งเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เช่น พ่อแม่-ลูก พี่-น้อง เครือญาติ สามี-ภรรยา ร่วมกันยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงิน โดยผู้กู้ทุกคนจะมีสิทธิและความรับผิดชอบเท่าเทียมกันในการชำระหนี้ ธนาคารจะนำความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ทุกคนมาคำนวณรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นฐานเงินเดือน ภาระหนี้สิน ทำให้มักได้วงเงินกู้สินเชื่อที่สูงขึ้น สร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้มากขึ้น การกู้ร่วมเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะกู้เองเพียงคนเดียว หรือมีประวัติเครดิตที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจทำให้การขอสินเชื่อคนเดียวเป็นไปได้ยาก การมีผู้กู้ร่วมที่มีคุณสมบัติทางการเงินที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น การกู้ร่วมแตกต่างจากการค้ำประกันอย่างไร? หลายคนอาจสับสนระหว่างการกู้ร่วมกับการค้ำประกัน ทั้งสองวิธีล้วนช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ แต่มีความแตกต่างกันในหลายประเด็นสำคัญ: คุณสมบัติของผู้เข้าร่วม การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมต้องเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ในครอบครัวเดียวกัน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันเป็นบุคคลใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ต้องมีประวัติทางการเงินที่ดี กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมทุกคนมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในทรัพย์สิน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การคำนวณวงเงินกู้ การกู้ร่วม: ธนาคารจะนำรายได้ของผู้กู้ทุกคนมารวมกันเพื่อคำนวณวงเงินกู้ การค้ำประกัน: ธนาคารจะพิจารณาเฉพาะรายได้ของผู้กู้หลักเท่านั้น ความรับผิดชอบในการชำระหนี้ การกู้ร่วม: ผู้กู้ทุกคนมีหน้าที่ชำระหนี้ร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้นสัญญา การค้ำประกัน: [...]

เต็มกรอบวงเงินแล้ว!! ธอส. ขอขอบคุณลูกค้า “เงินฝากออมทรัพย์ ESG” ฝากเงินกับเราเท่ากับร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ต่อยอดปล่อยสินเชื่อ Green Loan ให้คนไทย
ข่าวสาร

เต็มกรอบวงเงินแล้ว!! ธอส. ขอขอบคุณลูกค้า “เงินฝากออมทรัพย์ ESG” ฝากเงินกับเราเท่ากับร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ต่อยอดปล่อยสินเชื่อ Green Loan ให้คนไทย

25/6/2568 • โดย Homeday

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ขอขอบคุณลูกค้าที่ให้ความสนใจ “เงินฝากออมทรัพย์ ESG” อัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงถึง 1.55% ต่อปี เป็นเงินฝากภายใต้โครงการ ESG Funding ปัจจุบันเต็มกรอบวงเงินแล้ว ธอส. จึงขอปิดรับเปิดบัญชีดังกล่าว ทั้งนี้ลูกค้าทั่วไปและหน่วยงานหรือพนักงานของหน่วยงานที่มีการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ที่เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ESG เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกับ ธอส. โดยธนาคารจะนำเงินฝากที่ได้รับไปต่อยอดปล่อยสินเชื่อให้กับโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Loan) เพื่อสนับสนุนให้คนไทยซื้อ ปลูกสร้าง และปรับปรุงที่อยู่อาศัยที่ช่วยประหยัดพลังงาน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ก้าวขึ้นสู่การเป็นธนาคารเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Bank) มุ่งเน้นพัฒนาองค์กรให้มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ผ่านการออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อและเงินฝากที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดย ธอส. ยังมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกจำนวนมาก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Application :GHB ALL GEN [...]

ธอส. ชวนรีไฟแนนซ์ลดภาระค่าครองชีพ กับ สินเชื่อบ้านสุขสันต์ ปี 2568 อัตราดอกเบี้ยปีแรกเพียง 0.99% ต่อปี กู้ 1 ล้านผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 2,600 บาท เท่านั้น
ข่าวสาร

ธอส. ชวนรีไฟแนนซ์ลดภาระค่าครองชีพ กับ สินเชื่อบ้านสุขสันต์ ปี 2568 อัตราดอกเบี้ยปีแรกเพียง 0.99% ต่อปี กู้ 1 ล้านผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 2,600 บาท เท่านั้น

17/7/2568 • โดย Homeday

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับลูกค้า กับผลิตภัณฑ์ “สินเชื่อบ้านสุขสันต์ ปี 2568” สำหรับผู้ที่ต้องการรีไฟแนนซ์ (ไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น) รีไฟแนนซ์พร้อมปลูกสร้าง หรือต่อเติม ซ่อมแซม ซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย พร้อมชำระหนี้เพื่อไถ่ถอนจำนอง โดยผู้ที่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA / MLTA) จะได้รับอัตราดอกเบี้ยคงที่ ปีแรกเพียง 0.99% ต่อปี, ปีที่ 2 เท่ากับ 3.50% ต่อปี, ปีที่ 3 เท่ากับ 4.20% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 2.90%), ปีที่ 4 จนถึงตลอด อายุสัญญา กรณีลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR -1.00% ต่อปี, ลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี และซื้ออุปกรณ์ ฯ / ชำระหนี้ ฯ [...]

ธอส. จัดกรอบวงเงิน 5,000 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่อเพื่อผู้สูงอายุ เริ่มต้น 0% ช่วง 3 เดือนแรก  ร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ตามนโยบายรัฐบาล
ข่าวสาร

ธอส. จัดกรอบวงเงิน 5,000 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่อเพื่อผู้สูงอายุ เริ่มต้น 0% ช่วง 3 เดือนแรก ร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ตามนโยบายรัฐบาล

10/4/2567 • โดย Homeday

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดกรอบวงเงิน 5,000 ล้านบาท จัดทำ 4 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำหรับผู้สูงวัย ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้สูงอายุ ได้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อและมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองง่ายขึ้น ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมให้กับผู้สูงอายุ ประกอบด้วย 1. โครงการบ

อะไรคือความแตกต่างระหว่างสินเชื่อบ้านและสินเชื่อที่ดินเปล่า?
ทั่วไป

อะไรคือความแตกต่างระหว่างสินเชื่อบ้านและสินเชื่อที่ดินเปล่า?

15/3/2568 • โดย Homeday

ทำความเข้าใจโลกของสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ การตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นก้าวสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเลือกระหว่างสินเชื่อบ้านและสินเชื่อที่ดินเปล่า แต่ละประเภทมีความแตกต่างที่สำคัญซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการวางแผนทางการเงินและการลงทุนของคุณ สินเชื่อบ้าน: ทางเลือกสำหรับผู้ต้องการที่อยู่อาศัย สินเชื่อบ้านเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้บุคคลสามารถซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัยได้โดยไม่ต้องชำระเงินก้อนเต็มจำนวน สถาบันการเงินจะพิจารณาปัจจัยหลายประการในการอนุมัติสินเชื่อ ประกอบด้วย: รายได้และความสามารถในการชำระหนี้: สถาบันการเงินจะประเมินรายได้ประจำของผู้กู้เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถผ่อนชำระได้ตลอดระยะเวลาของสินเชื่อ โดยทั่วไปจะพิจารณาว่ารายได้ต่อเดือนควรมากกว่าค่างวดประมาณ 3-4 เท่า ประวัติทางการเงิน: คะแนนเครดิตและประวัติการชำระหนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่บ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือทางการเงิน มูลค่าหลักประกัน: บ้านที่ซื้อจะทำหน้าที่เป็นหลักประกันสำหรับสินเชื่อ โดยธนาคารจะประเมินมูลค่าบ้านเพื่อกำหนดวงเงินกู้ ข้อดีของสินเชื่อบ้าน อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อประเภทอื่น ระยะเวลาผ่อนชำระยาวนาน (สูงสุดถึง 30 ปี) สามารถนำดอกเบี้ยมาหักลดหย่อนภาษีได้ ข้อควรระวังในสินเชื่อบ้าน ต้องมีเงินดาวน์ประมาณ 10-20% ของมูลค่าบ้าน มีค่าใช้จ่ายแฝงเพิ่มเติม เช่น ค่าประเมิน ค่าจดจำนอง หากผิดนัดชำระอาจถูกยึดทรัพย์ สินเชื่อที่ดินเปล่า: การลงทุนเพื่ออนาคต สินเชื่อที่ดินเปล่ามีความแตกต่างจากสินเชื่อบ้านอย่างสิ้นเชิง เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อที่ดินเพื่อการลงทุนหรือเตรียมปลูกบ้านในอนาคต ลักษณะเฉพาะของสินเชื่อที่ดินเปล่า วัตถุประสงค์: ซื้อที่ดินที่ยังไม่มีการพัฒนาหรือก่อสร้าง ข้อจำกัดด้านการใช้ประโยชน์: ไม่สามารถปลูกสร้างอยู่อาศัยทันที การประเมินความเสี่ยง: สูงกว่าสินเชื่อบ้านเนื่องจากยังไม่มีสิ่งปลูกสร้าง ข้อแตกต่างที่สำคัญ อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อบ้าน วงเงินกู้น้อยกว่า (มักไม่เกิน 50-70% ของมูลค่าที่ดิน) ระยะเวลากู้สั้นกว่า (โดยทั่วไป 10-15 [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday Tiktok