
15/4/2568 • โดย Homeday
ปัญหาบ้านร้อนอบอ้าวเป็นปัญหาที่พบบ่อยในประเทศไทยที่มีอากาศร้อนตลอดทั้งปีและมีแนวโน้มร้อนขึ้นเรื่อยๆ หลายครอบครัวเลือกแก้ปัญหาด้วยการติดเครื่องปรับอากาศเพิ่ม หรือเปิดใช้งานเป็นเวลานานขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าพุ่งสูงตามไปด้วย ความจริงแล้วมีหลายวิธีที่สามารถช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศมากเกินไป บทความนี้จะแนะนำสาเหตุที่ทำให้บ้านร้อนและวิธีการแก้ไขที่มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยให้บ้านของคุณเย็นสบายยิ่งขึ้น สาเหตุหลักที่ทำให้บ้านร้อนอบอ้าว เมื่อต้องการแก้ปัญหาบ้านร้อน เราควรเข้าใจก่อนว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้บ้านของเรามีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อเรื่องนี้ 1. ขาดพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน บ้านจำนวนมากพยายามใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จนมองข้ามความสำคัญของพื้นที่สีเขียว หลายครอบครัวเปลี่ยนสนามหญ้าเป็นลานคอนกรีต หรือไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ทำให้ช่วงหน้าร้อนไม่มีพื้นที่ร่มรื่นภายในบริเวณบ้าน ส่งผลให้แสงแดดส่องกระทบตัวบ้านโดยตรง ทำให้บ้านสะสมความร้อนได้มากขึ้น 2. การวางผังบ้านไม่เหมาะสมกับทิศทาง สาเหตุสำคัญของบ้านร้อนอีกประการคือการวางตำแหน่งห้องในบ้านไม่สอดคล้องกับทิศทาง โดยเฉพาะห้องที่ใช้งานบ่อย เช่น ห้องนั่งเล่น หรือห้องนอน อยู่ในทิศที่รับแสงแดดโดยตรงในช่วงบ่ายทางทิศใต้และทิศตะวันตก นอกจากนี้ การไม่มีกันสาดหรือระแนงกันความร้อน รวมถึงการไม่เปิดหน้าต่างหรือประตูให้ลมถ่ายเท ก็เป็นสาเหตุให้เกิดความร้อนสะสมภายในบ้านได้ 3. การต่อเติมบ้านโดยไม่คำนึงถึงการระบายอากาศ การปรับปรุงหรือต่อเติมบ้านที่ไม่ได้คำนึงถึงหลักการออกแบบที่ถูกต้อง อาจทำให้บ้านร้อนยิ่งขึ้น เช่น การสร้างรั้วสูงทึบที่ปิดกั้นการไหลเวียนของลม หรือการต่อเติมส่วนต่างๆ ของบ้านโดยไม่เว้นช่องว่างให้แสงและลมผ่านเข้าออก ทำให้บ้านอับทึบและสะสมความร้อนได้ง่าย 4. การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่เหมาะสม เฟอร์นิเจอร์มีส่วนสำคัญต่อการระบายอากาศภายในบ้าน การเลือกเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เกินไป หรือจัดวางในตำแหน่งที่กีดขวางการไหลเวียนของอากาศ จะทำให้บ้านอบอ้าวและระบายความร้อนได้ไม่ดี ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับขนาดห้องและไม่กีดขวางทางลมผ่าน 5. การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดความร้อนมากเกินไป บ้านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมากโดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ปล่อยความร้อนสูงอย่างเตาอบ เตาไมโครเวฟ หรือคอมพิวเตอร์ จะทำให้อุณหภูมิในบ้านสูงขึ้น นอกจากนี้ การไม่มีเครื่องดูดควันหรือพัดลมระบายอากาศในห้องครัว [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
ภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ แต่เราสามารถเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ได้ การรู้จักวิธีป้องกันตัวและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและสูญเสียได้อย่างมาก บทความนี้จะแนะนำ 10 วิธีในการเตรียมความพร้อมและรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวอย่างปลอดภัย ตั้งแต่การเตรียมการล่วงหน้า การปฏิบัติตัวขณะเกิดเหตุ ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ 1. การเตรียมพร้อมที่อยู่อาศัยให้แข็งแรง การเตรียมบ้านเรือนให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการรับมือกับแผ่นดินไหว เริ่มต้นจากการตรวจสอบโครงสร้างของบ้านว่ามีความมั่นคงเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะบ้านเก่าหรืออาคารที่ก่อสร้างมานาน ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเพื่อประเมินความแข็งแรงและทำการเสริมความมั่นคงให้กับตัวอาคาร การติดตั้งระบบเสริมความมั่นคงให้กับบ้านมีหลายวิธี เช่น การเสริมเสาและคานให้แข็งแรง การติดตั้งระบบต้านแรงแผ่นดินไหว หรือการใช้วัสดุก่อสร้างที่มีความยืดหยุ่น ที่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี นอกจากนี้ ยังควรตรวจสอบและซ่อมแซมรอยแตกร้าวของกำแพงหรือฐานรากอาคารอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้ที่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรืออาคารสูง ควรสอบถามนิติบุคคลอาคารชุดถึงมาตรฐานการก่อสร้างและระบบป้องกันแผ่นดินไหวของอาคาร รวมถึงแผนอพยพในกรณีฉุกเฉิน การเลือกที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานการก่อสร้างตามหลักวิศวกรรมแผ่นดินไหวจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสียหายเมื่อเกิดภัยพิบัติได้อย่างมาก 2. การจัดเตรียมพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัย เฟอร์นิเจอร์และสิ่งของภายในบ้านอาจกลายเป็นอันตรายได้เมื่อเกิดแผ่นดินไหว การจัดการพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ เริ่มจากการยึดเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ เช่น ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ หรือตู้หนังสือเข้ากับผนังอย่างมั่นคง เพื่อป้องกันไม่ให้ล้มทับเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน ควรจัดวางของหนักไว้บนชั้นล่างของชั้นวางของ และไม่วางสิ่งของที่แตกง่ายหรือมีน้ำหนักมากไว้เหนือเตียงนอนหรือโซฟา ติดตั้งอุปกรณ์ล็อคสำหรับตู้และลิ้นชักเพื่อป้องกันการเปิดออกระหว่างเกิดแผ่นดินไหว นอกจากนี้ ยังควรใช้แผ่นกันลื่นหรือตีนตุ๊กแกรองใต้เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหรือชั้นวาง การจัดเตรียมเส้นทางอพยพภายในบ้านให้โล่งและปราศจากสิ่งกีดขวางก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรกำหนดพื้นที่ปลอดภัยในแต่ละห้องสำหรับหลบภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรง หรือบริเวณมุมห้องที่ไม่มีสิ่งของหนักตั้งอยู่เหนือศีรษะ และให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนทราบถึงตำแหน่งเหล่านี้ 3. การจัดเตรียมถุงยังชีพและแผนอพยพฉุกเฉิน การจัดเตรียมถุงยังชีพสำหรับภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกครัวเรือนควรมี ถุงยังชีพควรบรรจุของใช้ที่จำเป็นอย่างน้อยสำหรับ 3-7 วัน ได้แก่ [...]

17/3/2568 • โดย Homeday
การจัดการพลังงานในบ้านกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ใครหลายคนให้ความสนใจมากขึ้น ด้วยสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งเรื่องทรัพยากร ราคาพลังงาน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบบ้านที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นการมีส่วนร่วมในการดูแลโลกของเราอีกด้วย ความสำคัญของระบบจัดการพลังงานในบ้าน ระบบจัดการพลังงานเป็นเสมือนสมองกลางที่ควบคุมการใช้ไฟฟ้าและทรัพยากรภายในบ้าน ช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถตรวจสอบ ควบคุม และบริหารการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การตรวจสอบการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ เทคโนโลยีปัจจุบันเปิดโอกาสให้เจ้าของบ้านสามารถติดตามการใช้พลังงานได้อย่างละเอียด ผ่านแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ในบ้าน คุณสามารถรู้ได้ทันทีว่าอุปกรณ์ใดกำลังใช้พลังงานมากเกินไป หรือมีการใช้พลังงานโดยไม่จำเป็น ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คุณวางแผนการใช้พลังงานได้อย่างฉลาดและประหยัดมากขึ้น การควบคุมอุณหภูมิและแสงสว่าง ระบบจัดการพลังงานสมัยใหม่ช่วยควบคุมอุณหภูมิและแสงสว่างในบ้านได้อย่างอัตโนมัติ เซ็นเซอร์และอุปกรณ์อัจฉริยะสามารถปรับการทำงานตามความต้องการและสภาพแวดล้อม เช่น การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมตามอุณหภูมิภายนอก หรือการเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติเมื่อไม่มีผู้ใช้งาน การบูรณาการพลังงานทางเลือก ระบบจัดการพลังงานยังช่วยในการบูรณาการพลังงานทางเลือก เช่น แผงโซลาร์เซลล์ ให้ทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้าหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถกักเก็บพลังงานส่วนเกินและใช้ในช่วงที่ต้องการ ช่วยลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบหลักและประหยัดค่าใช้จ่าย เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนระบบจัดการพลังงาน อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (IoT) เทคโนโลยี IoT เป็นหัวใจสำคัญของระบบจัดการพลังงานสมัยใหม่ ช่วยให้อุปกรณ์ต่างๆ สามารถสื่อสารและทำงานร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า เซ็นเซอร์ หรือระบบควบคุมต่างๆ ทำให้การจัดการพลังงานเป็นไปอย่างอัจฉริยะและแม่นยำ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบ AI ช่วยวิเคราะห์รูปแบบการใช้พลังงานและคาดการณ์ความต้องการล่วงหน้า สามารถปรับการทำงานของอุปกรณ์ให้เหมาะสมและประหยัดพลังงานมากที่สุด เรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานและปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ประโยชน์ของระบบจัดการพลังงาน การประหยัดค่าใช้จ่าย [...]

19/2/2568 • โดย Homeday
ปัญหาสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางอากาศ เช่น ฝุ่น PM 2.5 หรือการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จึงเดินหน้าสานต่อโครงการ “ฮักโลก” ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการพลังงาน หอการค้าไทย เซ็นทรัล กรุ๊ป และเซ็นทรัล รีเทล โดยเชิญชวนให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้ารักษ์โลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฉลากสิ่งแวดล้อม พร้อมจับมือกับ 5 แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ ได้แก่ ฮิตาชิ โตชิบา อิเลคโทรลักซ์ ซัมซุง และแอลจี นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นายสุวิณ โกษีอำนวย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “เพาเวอร์บาย ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด ‘The Power of Green & Sustainability’ ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน เราเชื่อว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมสามารถช่วยสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้ ปัจจุบันมีแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้ามากมายที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ทั้งในด้านกระบวนการผลิตที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น ทั้งนี้ เพาเวอร์บายได้นำเรื่องความยั่งยืนมาเป็นหนึ่งในเกณฑ์หลักในการคัดเลือกซัพพลายเออร์ของเรา” [...]

25/6/2568 • โดย Homeday
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, วันที่ 25 มิถุนายน 2568 – V-ZUG (เฟา-ซูก) แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่ชั้นนำจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สานต่อความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรมที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมในงานเสวนา V-ZUG Thailand Sustainability Talk 2025 ภายใต้แนวคิด “Form, Function & Flavour: มุมมองข้ามวงการว่าด้วยความยั่งยืนในเชิงสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน ไลฟ์สไตล์ และศาสตร์การปรุงอาหาร” ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากแวดวงสถาปัตยกรรม การออกแบบตกแต่งภายใน และวงการอาหาร มาร่วมแบ่งปันมุมมองในการผสมผสานมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลกเข้ากับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างกลมกลืน เวทีนี้จัดขึ้นที่ V-ZUG Studio Bangkok ได้จุดประกายบทสนทนาอันทรงคุณค่า เพื่อร่วมกำหนดอนาคตอย่างรับผิดชอบและตระหนักรู้ของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบรนด์ V-ZUG ก่อตั้งขึ้นที่เมืองซูก (ZUG) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลาถึง 112 ปี พร้อมความสำเร็จจากรุ่นสู่รุ่นและนวัตกรรมระดับ Swiss-made รวมถึงความมุ่งมั่นที่มีต่อพันธกิจด้านความยั่งยืน โดย V-ZUG ดำเนินงานตามกรอบ 3Ps ได้แก่ Planet (โลก), People (ผู้คน) [...]

7/7/2568 • โดย Homeday
กรุงเทพฯ – SKYWORTH กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกที่มีประสบการณ์กว่า 37 ปีในอุตสาหกรรม การผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ครอบคลุมธุรกิจหลัก ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะในครัวเรือน ระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะ การให้บริการที่สอดคล้องกับชีวิตยุคใหม่ และธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โดยมีนวัตกรรมเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ ผ่านศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงฐานการผลิตในหลายประเทศทั่วเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ และในปี 2567 SKYWORTH ถูกจัดให้อยู่ที่อันดับ 272 ใน Fortune China 500 ด้วยรายรับต่อปีเกือบ 7 หมื่นล้านหยวนจีน (ประมาณ 3.5 แสนล้านบาทไทย) ซึ่ง SKYWORTH ยังคงแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่แข็งแกร่ง และมั่นคงเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และในปี 2563 SKYWORTH ขยายสู่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนอย่างเต็มตัว ด้วยการก่อตั้งแบรนด์ SKYWORTH Photovoltaic (SKYWORTH PV) มุ่งพัฒนาโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ครบวงจร ทั้งผลิตภัณฑ์และบริการ EPC [...]

4/3/2568 • โดย Homeday
การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนทำงานหลายคน แต่ด้วยราคาบ้านที่สำคัญที่สุดคือต้องศึกษาทำเลและโครงการให้ดีครับ ดูว่ามีแผนพัฒนาอะไรในอนาคต เพราะนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว บ้านยังเป็นการลงทุนระยะยาวด้วย และอีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือการวางแผนรับมือกับดอกเบี้ยที่อาจปรับขึ้นในอนาคตครับ ควรประเมินความสามารถในการผ่อนในกรณีที่ดอกเบี้ยสูงขึ้น และวางแผนการเงินให้รองรับได้ ถ้าเตรียมตัวให้พร้อมตามนี้ การกู้ซื้อบ้านหลังแรกก็ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดครับ แค่ต้องวางแผนให้ดีและมีวินัยทางการเงินูงขึ้นทุกปี ทำให้การซื้อบ้านด้วยเงินสดเป็นเรื่องยาก การกู้ซื้อบ้านจึงเป็นทางเลือกที่นิยมมากที่สุด แต่หลายคนอาจสงสัยว่าต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง มาดูกันว่าเราควรวางแผนอย่างไรให้ได้บ้านในฝัน เงินเก็บที่ต้องมีก่อนกู้ซื้อบ้าน การกู้ซื้อบ้านไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องมีเงินเก็บเลย เพราะยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายส่วนที่ต้องจ่ายด้วยเงินสด ดังนี้ เงินดาวน์ โดยทั่วไปธนาคารจะให้กู้ประมาณ 90-95% ของราคาบ้าน นั่นหมายความว่าเราต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 5-10% ของราคาบ้าน เช่น บ้านราคา 3 ล้านบาท ต้องมีเงินดาวน์ประมาณ 150,000-300,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารและประวัติทางการเงินของผู้กู้ ค่าใช้จ่ายในการโอน ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง และภาษีต่างๆ โดยรวมแล้วประมาณ 2-3% ของราคาบ้าน ในกรณีบ้านราคา 3 ล้านบาท จะมีค่าใช้จ่ายในการโอนประมาณ 60,000-90,000 บาท เงินสำรองสำหรับตกแต่งบ้าน ควรมีเงินสำรองสำหรับค่าตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าประมาณ 10-15% ของราคาบ้าน หรือประมาณ [...]

17/5/2567 • โดย Homeday
เริ่มแล้ว! “พลาสติกแอนด์รับเบอร์ไทยแลนด์ 2024 : Plastics & Rubber Thailand 2024” งานแสดงเทคโนโลยี เครื่องจักรและวัตถุดิบ สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตพลาสติกและยางแบบครบวงจร งานแรกของปีที่ชวนนักอุตสาหกรรม ผู้สนใจมาอัปเดตเทรนด์อุตสาหกรรมพลาสติกและยาง และสัมผัสกับเทคโนโลยีทันล้ำสมัย ซึ่งรวบรวมไว้ให้ครบใ