กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

18/2/2568 • โดย Homeday
อาการถุงใต้ตา หรือรอยคล้ำใต้ดวงตาเป็นปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูไม่สดใส ดูหม่นหมอง เพราะเป็นบริเวณที่มีผิวบางและบอบบาง มักจะเกิดได้ง่ายจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด การนอนไม่พอ หรือแม้แต่กรรมพันธุ์ก็ตาม ทำให้หลายคนต้องเผชิญกับปัญหานี้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว บางคนก็ปล่อยปละละเลย แต่บางคนก็หาวิธีแก้ไขอย่างจริงจัง เพราะถุงใต้ตาไม่เพียงแค่ทำให้ดูเหนื่อยล้า แต่ยังบ่งบอกถึงสุขภาพที่ไม่สมบูรณ์ด้วย สาเหตุของถุงใต้ตา 1. อายุที่เพิ่มขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหนังจะค่อยๆ หย่อนคล้อย รวมถึงบริเวณรอบดวงตา ทำให้เกิดริ้วรอยและถุงใต้ตาได้ง่าย เนื่องจากผิวบางและบอบบางกว่าบริเวณอื่น ประกอบกับการทำงานของกล้ามเนื้อที่ค่อยๆ เสื่อมลง 2. พฤติกรรมการนอนหลับ การนอนหลับไม่เพียงพอหรือนอนดึกเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายขาดพักผ่อน ผิวหน้าจึงดูไม่สดใส มีรอยคล้ำง่าย โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา นอกจากนี้การนอนหงายอาจจะเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เกิดการคั่งของเลือดใต้ดวงตา 3. ปัญหาสุขภาพ ภาวะขาดสารอาหารบางชนิด เช่น โปรตีน ธาตุเหล็ก วิตามินบี และวิตามินซี อาจทำให้ผิวหน้าซีดเซียว ขาดน้ำ มีถุงใต้ตาได้ง่าย ปัญหาสุขภาพบางอย่างเช่น ภูมิแพ้ โรคไต หรือโรคหัวใจ ก็สามารถทำให้เกิดถุงใต้ตาได้เช่นกัน 4. สารก่อภูมิแพ้ การสัมผัสกับสิ่งแปลกปลอมหรือสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น ละออง [...]

5/3/2568 • โดย Homeday
โก โฮลเซลล์(GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร จุดหมายใหม่เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผนึกพันธมิตรทางธุรกิจ 60 แบรนด์ดัง เปิดตัวแคมเปญ “โชห่วย GO Plus” ขนสินค้ายอดนิยมสำหรับร้านค้าปลีกขนาดเล็กกว่า 3,200 รายการ จัดโปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษ ภายใต้คอนเซ็ปต์ลดต้นทุนสร้างกำไร เอาใจลูกค้าโชห่วย ร้านค้ามินิมาร์ท ช่วงฤดูขาย ตั้งแต่วันนี้ – 6 พฤษภาคม ณ โก โฮลเซลล์ ทั้ง 13 สาขาทั่วประเทศ นางซันนี่ ซิดิค รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริหารสินค้าธุรกิจค้าส่ง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด เปิดเผยว่า ร้านโชห่วย หรือร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ในชุมชน ถือเป็นเสน่ห์ที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน และกระจายตัวอยู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งครองส่วนแบ่งมากที่สุดในธุรกิจค้าปลีกของไทย เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น โดยจะมีทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ หรือแบบติดแอร์ ตกแต่งเป็นมินิมาร์ท ธุรกิจนี้ถ้าปรับตัวได้ ก็สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องถึงรุ่นลูกหลาน แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ปรับตัวไม่ทัน ก็ต้องปิดกิจการไป ด้วยปัจจัยจากต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง ที่เพิ่มขึ้น พฤติกรรมผู้บริโภคในชุมชนเปลี่ยน อีกทั้งการแข่งขันรุนแรงของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ก็ล้วนมีส่วนทำให้ร้านค้าปลีกขนาดเล็กได้รับผลกระทบ การสรรหาแหล่งซื้อสินค้าที่สามารถนำไปต่อยอดสร้างกำไรได้ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการกลุ่มนี้มีความต้องการมากเป็นอันดับหนึ่ง [...]

19/3/2568 • โดย Homeday
การควบคุมอุณหภูมิในบ้านเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งค่าใช้จ่ายและคุณภาพการใช้ชีวิต ระบบควบคุมอุณหภูมิที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดพลังงาน แต่ยังสร้างความสบายให้กับผู้อยู่อาศัยอีกด้วย เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการควบคุมอุณหภูมิ เทคโนโลยีสมัยใหม่นำเสนอโซลูชันที่ช่วยให้การควบคุมอุณหภูมิเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เริ่มจากเทอร์โมสตัทอัจฉริยะที่สามารถเรียนรู้พฤติกรรมและปรับอุณหภูมิได้อย่างอัตโนมัติ อุปกรณ์เหล่านี้ติดตั้งง่ายและใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก คุณสมบัติหลักของเทอร์โมสตัทอัจฉริยะ การเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานอัตโนมัติ การควบคุมผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน การประหยัดพลังงานสูงสุดถึง 30% การแจ้งเตือนการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ กลยุทธ์การประหยัดพลังงานอย่างชาญฉลาด การตั้งค่าอุณหภูมิที่เหมาะสม การตั้งค่าอุณหภูมิที่เหมาะสมเป็นหัวใจสำคัญของการประหยัดพลังงาน ในช่วงฤดูร้อน แนะนำให้ตั้งอุณหภูมิที่ 25-26 องศาเซลเซียส ขณะที่ฤดูหนาวควรตั้งที่ 20-22 องศาเซลเซียส การปรับอุณหภูมิเพียงเล็กน้อยสามารถช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างมาก การใช้โหมดประหยัดพลังงาน เทอร์โมสตัทอัจฉริยะมีโหมดประหยัดพลังงานที่สามารถปรับอุณหภูมิอัตโนมัติเมื่อไม่มีคนอยู่บ้านหรือในช่วงเวลานอน ระบบจะลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศโดยอัตโนมัติ ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้อย่างเป็นรูปธรรม การบำรุงรักษาระบบอย่างมืออาชีพ การทำความสะอาดและซ่อมบำรุง การดูแลรักษาระบบปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แนะนำให้: ทำความสะอาดแอร์และเปลี่ยนไส้กรองทุก 3-6 เดือน ตรวจสอบระบบท่อลมและรอยรั่ว บำรุงรักษาโดยช่างผู้เชี่ยวชาญปีละ 1-2 ครั้ง เทคนิคเสริมเพื่อการควบคุมอุณหภูมิที่มีประสิทธิภาพ การใช้วัสดุและอุปกรณ์เสริม ติดม่านกันความร้อน ใช้ฉนวนกันความร้อนที่มีคุณภาพ ติดตั้งพัดลมเพดานเพื่อกระจายอากาศ นวัตกรรมอนาคตของการควบคุมอุณหภูมิ เทคโนโลยีการควบคุมอุณหภูมิกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ระบบปัญญาประดิษฐ์และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการควบคุมสภาพแวดล้อมภายในบ้าน ในอนาคตอันใกล้ เราจะเห็นระบบที่สามารถคาดการณ์และปรับอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น สรุป การควบคุมอุณหภูมิอย่างชาญฉลาดไม่เพียงช่วยประหยัดพลังงาน แต่ยังสร้างความสบายและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย การลงทุนในเทคโนโลยีอัจฉริยะและการดูแลรักษาระบบอย่างถูกวิธีจะช่วยให้คุณสามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ [...]

10/4/2568 • โดย Homeday
เพื่อปกป้องอนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย LIMIX IT Solutions (LIMIX) และศูนย์ธุรกิจดิจิทัลและการเงินระหว่างประเทศแห่งประเทศไทย (TIDC) ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นในการต่อสู้กับภัยคุกคามที่เติบโตอย่างรวดเร็วในโลกบล็อกเชนและคริปโต: การหลอกลวงกระเป๋าเงินคริปโตและการฉ้อโกงตัวตนในโลกดิจิทัล ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้มุ่งเน้นในการพัฒนาและนำระบบตรวจจับการฉ้อโกงและการตรวจสอบตัวตนดิจิทัลที่ใช้ AI ขั้นสูงมาใช้ เพื่อลดความเสี่ยงในระบบกระเป๋าเงินคริปโตที่กำลังเติบโตในประเทศไทย และสนับสนุนความมุ่งมั่นของชาติในการเป็นศูนย์กลางทางบล็อกเชนและการเงินดิจิทัลในภูมิภาค เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในทุกภาคส่วน กระเป๋าเงินคริปโตได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้บริโภคและธุรกิจในการทำธุรกรรมระหว่างบุคคล การเงินแบบกระจายอำนาจ (DeFi) และการเข้าถึงสินทรัพย์ที่เป็นโทเค็น แต่อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานตกเป็นเป้าหมายของการหลอกลวงที่ซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงกลยุทธ์การฟิชชิ่ง การโจมตีทางสังคม และการปลอมแปลงตัวตน เมื่อพิจารณาถึงความท้าทายที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้ LIMIX และ TIDC กำลังร่วมกันพัฒนาโครงสร้างที่แข็งแกร่งเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวทั้งในระดับเทคโนโลยีและระบบนิเวศน์ หลักสำคัญในการแก้ปัญหาคือการผสมผสานระหว่าง KYC Identity Engine ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ LIMIX และระบบตรวจจับการฉ้อโกงแบบเรียลไทม์ที่ใช้ AI ซึ่งจะร่วมกันสร้างเกราะป้องกันที่มีพลังสำหรับผู้ใช้งานและผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล บทบาทของ LIMIX: เทคโนโลยีเพื่อความไว้วางใจ LIMIX บริษัทเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเทพมหานคร นำเสนอความเชี่ยวชาญลึกซึ้งในด้าน AI, บล็อกเชน, ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล โดยเป็นที่รู้จักในการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถขยายได้ทั้งในส่วนภาครัฐและเอกชน LIMIX กำลังเป็นผู้นำในการออกแบบสถาปัตยกรรมทางเทคนิคของโซลูชั่นนี้ หัวใจสำคัญของการมีส่วนร่วมของ LIMIX คือ LIMIX KYC Identity Engine ซึ่งเป็นโซลูชั่นตัวตนดิจิทัลขั้นสูงที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับโลกการเงินดิจิทัลและบล็อกเชนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แตกต่างจากระบบการตรวจสอบแบบดั้งเดิม แพลตฟอร์ม KYC ของ LIMIX ผสมผสานการจดจำลักษณะทางชีวมิติ การตรวจจับการมีชีวิต การวิเคราะห์พฤติกรรม และการเข้ารหัสข้อมูลที่ยึดตามบล็อกเชน เพื่อให้มั่นใจในกระบวนการลงทะเบียนที่ปลอดภัย, แม่นยำ และสอดคล้องกับข้อกำหนดสำหรับผู้ใช้กระเป๋าเงินคริปโต โซลูชั่น KYC นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการขยายตัวและความสอดคล้องกับข้อบังคับ โดยช่วยให้การแลกเปลี่ยนแพลตฟอร์มฟินเทค และผู้ให้บริการกระเป๋าเงินสามารถผสานการตรวจสอบตัวตนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งตรงตามข้อกำหนดท้องถิ่น (เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย [...]

3/3/2568 • โดย Homeday
Kind + Jugend ASEAN 2025 มหกรรมแสดงสินค้าแม่และเด็กที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในวันที่ 12-14 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ งานนี้จัดโดย Koelnmesse Thailand(โคโลญเมสเซ่ ประเทศไทย) เพื่อตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะ ศูนย์กลางการค้าและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมแม่และเด็กของภูมิภาค พร้อมเปิดโอกาสทางธุรกิจที่เหนือชั้นให้กับผู้ประกอบการจากทั่วโลก ตลาดสินค้าแม่และเด็กทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 1,472.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2571 และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 14.73% ปัจจัยการขับเคลื่อนหลักมาจากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ความนิยมในสินค้าพรีเมียมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซและเทคโนโลยีทางการแพทย์ ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ตลาดนี้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ( ขณะเดียวกัน ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถือเป็นภูมิภาคที่ตลาดสินค้าแม่และเด็กมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยปัจจัยสนับสนุนสำคัญ เช่น การขยายตัวของชนชั้นกลาง ความเป็นเมืองที่เติบโต ความตระหนักด้านความปลอดภัยของเด็ก และคุณภาพผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคในภูมิภาคนี้เปลี่ยนไป หันมาเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีนวัตกรรม และสอดรับกับไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่มากขึ้น โดยพบว่าตลาดสินค้าแม่และเด็กในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคมีมูลค่าสูงถึง 30.41 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2023 และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 8.87% จนถึงปี 2029 (ที่มา : TechSci Research, 2023) รวมถึงมีการคาดการณ์ว่า ในปี 2025 ตลาดสินค้าแม่และเด็กในประเทศไทยจะมีมูลค่า 35.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 6.00% ระหว่างปี 2025-2030 (ที่มา : Statista Research, [...]