
19/5/2568 • โดย Homeday
เอพี ไทยแลนด์ ภายใต้ Vision – Mission ส่งมอบชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ เผยแผนธุรกิจกลุ่มสินค้าทาวน์โฮมและบ้านแฝด สานต่อกลยุทธ์ Zoning Expansion ต่อยอดการเป็น Market Leader เพื่อครองการเป็นเบอร์ 1 ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีส่วนแบ่งตลาดและจำนวนโครงการมากที่สุดในอุตสาหกรรม หลังปูพรมทาวน์โฮมและบ้านแฝดทั่วกทม. 11 โซน กว่า 90 โครงการพร้อมอยู่ พร้อมขยายการสร้าง AP Community ไปยังโซนใหม่อย่าง ‘เมืองเอก วิภาวดี-รังสิต’ บนที่ดินผืนใหญ่กว่า 137 ไร่ มั่นใจศักยภาพของทำเลจะได้รับการตอบรับไม่ต่างจากโซนอื่นๆ ที่พัฒนาสำเร็จไปแล้วกว่า 1,000 ไร่ อย่างเช่น บางนา – รังสิต คลอง 1 –ประชาอุทิศ -รามอินทรา บางชัน – บางใหญ่ เปิดโครงการใหม่ ‘Grande Pleno วิภาวดี-รังสิต’ ชูจุดขายบ้านแฝดไซส์ใหญ่ กับ Asher [...]

11/3/2568 • โดย Homeday
อาการท้องเสียเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของสัตว์เลี้ยงอย่างมาก การทำความเข้าใจถึงสาเหตุต่างๆ จะช่วยให้เจ้าของสัตว์สามารถดูแลและป้องกันปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. สาเหตุจากอาหาร การเปลี่ยนแปลงอาหารอย่างกระทันหัน การเปลี่ยนประเภทหรือยี่ห้ออาหารโดยไม่ค่อยๆ ปรับตัวอาจทำให้ระบบย่อยอาหารของสัตว์เลี้ยงเกิดการรบกวน ส่งผลให้เกิดอาการท้องเสียได้ง่าย การเปลี่ยนอาหารควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยค่อยๆ ผสมอาหารเก่าและใหม่เพื่อให้ระบบย่อยอาหารปรับตัว การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม สัตว์เลี้ยงที่กินของเสีย อาหารจากถังขยะ หรือของที่มีความเป็นพิษ เช่น ช็อกโกแลต ของหมักดอง หรืออาหารที่มีเครื่องปรุงรสจัด จะก่อให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร 2. สาเหตุจากโรค โรคติดเชื้อทางเดินอาหาร เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และปรสิตต่างๆ สามารถก่อให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัตว์เลี้ยงที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ไวรัสพาโวไวรัส เชื้อโคโรนาไวรัส แบคทีเรีย เช่น ซาลโมเนลลา ปรสิตต่างๆ เช่น เกียรเดีย โรคระบบทางเดินอาหาร ความผิดปกติของระบบย่อยอาหารสามารถก่อให้เกิดอาการท้องเสียเรื้อรังได้ อาทิ โรคล็อกอินโฟลาเมทอรี่ โบเวล ดิซีส (IBD) โรคตับอักเสบ โรคตับอ่อนอักเสบ 3. สาเหตุจากความเครียดและการเปลี่ยนแปลง ความเครียดทางอารมณ์ การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม การย้ายบ้าน การมีสมาชิกใหม่ หรือเหตุการณ์ที่สร้างความวิตกกังวลสามารถส่งผลกระทบต่อระบบย่อยอาหารของสัตว์เลี้ยง [...]

6/3/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สนับสนุนคนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง จัดงานประมูลขายบ้านมือสอง ธอส. ประจำปี 2568 ครั้งที่ 1 ในวันเสาร์ที่ 15 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 – 16.00 น. พบกับบ้านมือสอง ธอส. ทำเลดี มากกว่า 9,000 รายการทั่วประเทศ มาประมูลขายในราคาลดพิเศษสูงสุด 50% เปิดประมูลในราคาต่ำสุดเพียง 30,000 บาท เท่านั้น พิเศษ!! ผู้ชนะการประมูลสามารถขอสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด นานสูงสุด 24 เดือน (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด) โดยผู้ที่สนใจประมูลทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล สามารถร่วมประมูลได้ที่ห้องพิมานมาศ ชั้น 11 อาคารจอดรถ ธอส. สำนักงานใหญ่ ส่วนทรัพย์ในส่วนภูมิภาค จัดประมูล ณ สาขาที่ตั้งทรัพย์ นายวิทยา แสนภักดี รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานปรับโครงสร้างหนี้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า [...]

22/4/2568 • โดย Homeday
การซื้อบ้านไม่ได้จบเพียงแค่การจ่ายเงินค่าบ้านเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายสำคัญที่เกิดขึ้นในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินอีกด้วย หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าค่าโอนบ้านนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง และใครเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนใด บทความนี้จะพาทุกคนเจาะลึกเรื่องค่าธรรมเนียมโอนบ้าน วิธีคำนวณแบบง่ายๆ พร้อมเผยเคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยให้คุณวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน ค่าโอนบ้านคืออะไร และประกอบด้วยอะไรบ้าง? ค่าโอนบ้าน คือค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ณ สำนักงานที่ดินในวันที่โอนกรรมสิทธิ์บ้านจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ โดยไม่ได้มีเพียงแค่ค่าธรรมเนียมการโอนเท่านั้น แต่ยังประกอบไปด้วยค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกหลายรายการ ซึ่งคนที่กำลังมองหาบ้านควรทำความเข้าใจเพื่อเตรียมเงินให้พร้อม ค่าใช้จ่ายในการโอนบ้านประกอบด้วย 5 รายการหลักๆ ได้แก่: ค่าธรรมเนียมการโอน: คิดในอัตรา 2% ของราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นการคิดจากราคาประเมินที่กรมธนารักษ์กำหนด ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ: คิดในอัตรา 3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) โดยจะต้องเสียค่าภาษีนี้เมื่อขายบ้านภายในระยะเวลา 5 ปีนับแต่วันที่ได้มา ค่าอากรแสตมป์: คิดในอัตรา 0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) แต่หากเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: เป็นภาษีที่หัก ณ ที่จ่าย โดยคิดตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ซึ่งจะเป็นแบบอัตราก้าวหน้าหรือแบบขั้นบันได และขึ้นอยู่กับวิธีการที่ได้มาและระยะเวลาที่ถือครอง ค่าจดจำนอง: คิดในอัตรา 1% ของวงเงินกู้ทั้งหมด หากเป็นการซื้อขายด้วยเงินสด ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ [...]

6/3/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของสัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขายเป็นเอกสารทางกฎหมายที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นหลักฐานที่แสดงเจตนาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย สัญญานี้จะระบุเงื่อนไข ข้อตกลง และรายละเอียดต่างๆ ที่ทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตาม หากเกิดข้อพิพาทในอนาคต สัญญาจะซื้อจะขายจะเป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาคดี การทำความเข้าใจและตรวจสอบรายละเอียดในสัญญาอย่างละเอียดจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ซื้อบ้านครั้งแรก ควรให้ความสำคัญกับการอ่านและทำความเข้าใจทุกข้อความในสัญญา หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก่อนลงนาม รายละเอียดที่ต้องตรวจสอบในสัญญา 1. ข้อมูลคู่สัญญาและรายละเอียดทรัพย์สิน ตรวจสอบความถูกต้องของชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน และที่อยู่ของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย รวมถึงรายละเอียดของทรัพย์สินที่ซื้อขาย เช่น เลขที่บ้าน เลขที่ดิน โฉนดที่ดิน พื้นที่ใช้สอย และขนาดที่ดิน ข้อมูลเหล่านี้ต้องตรงกับเอกสารสิทธิ์และความเป็นจริงทุกประการ การระบุรายละเอียดทรัพย์สินที่ชัดเจนจะช่วยป้องกันปัญหาการโต้แย้งในอนาคต โดยเฉพาะในกรณีที่มีการซื้อขายบ้านพร้อมที่ดินหรือคอนโดมิเนียม ต้องระบุพื้นที่ส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวก และทรัพย์สินที่รวมอยู่ในการซื้อขายให้ครบถ้วน 2. ราคาซื้อขายและเงื่อนไขการชำระเงิน ตรวจสอบราคาซื้อขายที่ระบุในสัญญาให้ตรงกับที่ตกลงกันไว้ รวมถึงเงื่อนไขการชำระเงิน งวดการผ่อนชำระ จำนวนเงินในแต่ละงวด และกำหนดเวลาชำระเงิน ควรระบุวิธีการชำระเงินที่ชัดเจน เช่น การโอนเงินผ่านธนาคาร เช็ค หรือเงินสด นอกจากนี้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขการผิดนัดชำระเงิน บทปรับ และผลของการผิดสัญญา รวมถึงการคิดดอกเบี้ยในกรณีที่มีการผ่อนชำระ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 3. กำหนดการโอนกรรมสิทธิ์ ตรวจสอบวันที่นัดโอนกรรมสิทธิ์ให้ชัดเจน รวมถึงเงื่อนไขการเลื่อนวันโอนกรรมสิทธิ์ หากมีเหตุจำเป็น [...]

7/4/2568 • โดย Homeday
พฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำในสัตว์เลี้ยงเป็นปัญหาที่หลายครัวเรือนกำลังเผชิญ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยยุคใหม่ที่พื้นที่มีจำกัดและรูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป การที่สุนัขเดินวนไล่หางตัวเองซ้ำๆ แมวเลียขนจนผิวหนังบาง หรือนกจิกขนตัวเองจนโล้น ล้วนเป็นสัญญาณของพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำที่อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของทั้งสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ บทความนี้จะพาทุกท่านเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดพฤติกรรมเหล่านี้ เพื่อช่วยให้เข้าใจและหาแนวทางแก้ไขได้อย่างตรงจุด ความเครียดและความวิตกกังวล ความเครียดและความวิตกกังวลเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สัตว์เลี้ยงแสดงพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสมัยใหม่ที่มีพื้นที่จำกัด เสียงรบกวนมาก และมีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ สัตว์เลี้ยงมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมมากกว่าที่เราคิด ไม่ว่าจะเป็นการย้ายบ้าน การมีสมาชิกใหม่ในครอบครัว หรือแม้แต่การเปลี่ยนตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน เมื่อสัตว์เลี้ยงเผชิญกับความเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลในปริมาณสูง ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดที่ส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทและพฤติกรรม การที่คอร์ติซอลอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานจะทำให้สัตว์เลี้ยงพยายามหาทางระบายความเครียดด้วยการทำพฤติกรรมซ้ำๆ เช่น การเลียตัวเองมากเกินไป การเดินวนไปมา หรือการกัดแทะสิ่งของ นอกจากนี้ ในคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ที่มีพื้นที่จำกัด สัตว์เลี้ยงไม่สามารถออกกำลังกายหรือแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ เช่น สุนัขที่ต้องการวิ่งเล่นในพื้นที่กว้าง หรือแมวที่ชอบปีนป่าย เมื่อไม่ได้ระบายพลังงานหรือแสดงพฤติกรรมตามสัญชาตญาณ พลังงานส่วนเกินเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในรูปแบบของพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำแทน เช่น การเลียขนซ้ำๆ การวิ่งไล่หางตัวเอง หรือการเห่าไม่หยุด ความวิตกกังวลจากการแยกจากเจ้าของก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่คนทำงานออกไปนอกบ้านเป็นเวลานาน สัตว์เลี้ยงที่มีความผูกพันกับเจ้าของมากอาจเกิดอาการวิตกกังวลเมื่อต้องอยู่คนเดียว และแสดงออกด้วยพฤติกรรมซ้ำๆ เช่น การเห่าไม่หยุด การกัดเฟอร์นิเจอร์ หรือการขับถ่ายผิดที่ ปัญหาทางการแพทย์และพันธุกรรม พฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำในสัตว์เลี้ยงไม่ได้เกิดจากปัจจัยทางจิตใจเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัญหาทางการแพทย์และพันธุกรรมอีกด้วย หลายครั้งที่เจ้าของเข้าใจผิดว่าพฤติกรรมผิดปกติเป็นเพียงนิสัยแปลกๆ ของสัตว์เลี้ยง แต่แท้จริงแล้วอาจเป็นสัญญาณของความเจ็บป่วยที่ซ่อนอยู่ ความเจ็บปวดเรื้อรังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สัตว์เลี้ยงแสดงพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ โดยเฉพาะในสัตว์ที่มีอายุมาก สุนัขที่มีปัญหาข้อเสื่อมอาจเลียบริเวณข้อที่เจ็บซ้ำๆ จนเกิดแผลหรือผิวหนังอักเสบ [...]

23/10/2568 • โดย Homeday
ขณะที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่และนักลงทุนจำนวนมากเริ่มปรับกลยุทธ์ หันไปมองหาโอกาสใหม่ในตลาดต่างจังหวัด โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงในการเติบโต ทั้งในแง่ของดีมานด์เพื่อการอยู่อาศัยระยะยาว (Long-stay demand) และดีมานด์เพื่อการลงทุน (Investment demand) ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภูเก็ตจึงเป็นเสมือนเป้าหมายที่ทั้งผู้พัฒนาและนักลงทุนต่างมองว่ายังคงเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงจากทั้งชาวไทยและนักลงทุนต่างชาติ ดังนั้นไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ภูเก็ตกลายเป็นพื้นที่ที่มีความน่าสนใจและยังคงเป็นขุมทรัพย์สำคัญที่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศจับตามองอย่างต่อเนื่อง ในช่วงไตรมาส 3 ไตรมาสของปี 2568 ที่ผ่านมาแผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่าในพื้นที่ภูเก็ต มีโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านพักตากอากาศเปิดขายใหม่มากกว่า 85 โครงการ ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมมากกว่า 73,146 ล้านบาท ด้วยอุปทานรวมกว่า 5,500 ยูนิต พบว่าโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านพักตากอากาศหลายโครงการสามารถปิดการขายได้อย่างคึกคัก ผู้พัฒนารายใหญ่บางรายสามารถปิดการขายบ้านพักตากอากาศและคอนโดมิเนียมทั้งโครงการได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว หรือแม้กระทั้งผู้พัฒนาบางรายสามารถปิดการขายได้มากกว่า 50-70% ของทั้งโครงการในระยะเวลาหลังจากการเปิดการขายได้เพียงแค่ไม่ถึง 1 เดือน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนถึงความต้องการที่สูงจากทั้งผู้ซื้อในประเทศและนักลงทุนต่างชาติ แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ท่าวมกลางภาวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพมหานครยังคงเผชิญกับภาวะชะลอตัว ทำให้เหล่านักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติเริ่มหันมาสนใจโอกาสการลงทุนในเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างภูเก็ตขึ้น โดยเฉพาะในตลาดคอนโดมิเนียมและบ้านพักตากอากาศ ซึ่งยังคงได้รับความสนใจจากทั้งผู้ซื้อในประเทศและนักลงทุนต่างชาติที่มองหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนหรืออยู่อาศัย สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตและมูลค่าทรัพย์สินในพื้นที่เหล่านี้ ที่นักลงทุนเห็นว่าเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต สำหรับในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ที่ผ่านมาพบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตสูงถึง 7,646,700 ล้านคน [...]
