
10/3/2568 • โดย Homeday
การเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงที่บาดเจ็บต้องทำอย่างระมัดระวังและถูกต้อง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บเพิ่มเติมและลดความเครียดให้กับสัตว์เลี้ยง การเตรียมพร้อมและรู้วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องจะช่วยชีวิตสัตว์เลี้ยงในภาวะฉุกเฉินได้ การประเมินสถานการณ์เบื้องต้น สำรวจอาการบาดเจ็บ สังเกตอาการทั่วไปของสัตว์เลี้ยง ตรวจดูบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บโดยไม่ทำให้สัตว์เจ็บเพิ่มขึ้น ประเมินระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บ เตรียมอุปกรณ์ช่วยเหลือ หาผ้าห่มหรือผ้าเช็ดตัวนุ่มๆ เตรียมกล่องหรือภาชนะที่มีขนาดเหมาะสม จัดเตรียมถุงมือและอุปกรณ์ปฐมพยาบาลพื้นฐาน เทคนิคการเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงที่บาดเจ็บ กรณีสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก ใช้ผ้าห่มหรือผ้านุ่มรองรับตัวสัตว์ ประคองอย่างเบามือและระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณที่บาดเจ็บ กรณีสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่ ใช้แผ่นรองรับที่แข็งแรง เช่น กระดานแข็งหรือแผ่นพลาสติกแข็ง ต้องมีคนช่วยเคลื่อนย้ายมากกว่า 1 คน เคลื่อนย้ายอย่างช้าและนุ่มนวล ข้อควรระวังในการเคลื่อนย้าย การป้องกันตนเอง สวมถุงมือเพื่อป้องกันการติดโรค ระวังอาการตกใจหรือดุร้ายของสัตว์เลี้ยง ใช้ผ้าคลุมปากและจมูกสัตว์เลี้ยงหากจำเป็น การป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ งดการขยับส่วนที่บาดเจ็บโดยเด็ดขาด จัดท่านอนที่สบายและนิ่งที่สุด รักษาอุณหภูมิร่างกายของสัตว์เลี้ยง การเคลื่อนย้ายไปยังสถานพยาบาล เตรียมพาหนะ จัดเตรียมพื้นที่นอนที่นุ่มและเรียบ วางสัตว์เลี้ยงในตำแหน่งที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการเขย่าหรือกระแทก การติดต่อสถานพยาบาล โทรแจ้งล่วงหน้าก่อนเดินทาง เตรียมประวัติการบาดเจ็บ แจ้งอาการสำคัญให้สัตวแพทย์ทราบ สรุป การเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงที่บาดเจ็บต้องอาศัยความระมัดระวังและความเข้าใจ การปฏิบัติอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาความทุกข์ทรมานของสัตว์เลี้ยงได้ #สัตว์เลี้ยงบาดเจ็บ #การเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง #ปฐมพยาบาลสัตว์เลี้ยง #สัตวแพทย์ #การดูแลสัตว์เลี้ยง #สัตว์เลี้ยง #สาระ

20/2/2568 • โดย Homeday
สัตว์เลี้ยงเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัว การสังเกตอาการผิดปกติจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาได้รับการรักษาทันท่วงที บทความนี้จะแนะนำสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าต้องพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์โดยด่วน อาการฉุกเฉินที่ต้องพบสัตวแพทย์ทันที การหายใจผิดปกติเป็นสัญญาณอันตรายอันดับต้นๆ หากสังเกตว่าสัตว์เลี้ยงหายใจเร็วผิดปกติ หายใจลำบาก หอบ หรือมีเสียงผิดปกติขณะหายใจ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดจากโรคหัวใจ ปอดอักเสบ หรือมีสิ่งแปลกปลอมอุดตันทางเดินหายใจอาการชัก การสูญเสียการทรงตัว หรือเดินโซเซ เป็นอีกสัญญาณที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยด่วน เพราะอาจเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท การได้รับสารพิษ หรือเนื้องอกในสมองการอาเจียนหรือท้องเสียรุนแรง โดยเฉพาะหากมีเลือดปน หรือเกิดต่อเนื่องนานเกิน 24 ชั่วโมง อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำรุนแรงได้ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ต้องเฝ้าระวัง บาดแผลเปิด กระดูกหัก หรือการบาดเจ็บที่เห็นได้ชัด ต้องได้รับการรักษาทันที เช่นเดียวกับอาการบวมผิดปกติ ก้อนเนื้อที่โตขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงของสีผิวหนังการเปลี่ยนแปลงของสีเหงือกจากชมพูเป็นซีดหรือเขียวคล้ำ อาจบ่งชี้ถึงปัญหาการไหลเวียนเลือดหรือภาวะช็อก ส่วนอาการตาแดง มีน้ำตาไหล หรือมีสิ่งคัดหลั่งผิดปกติ ก็ต้องได้รับการตรวจรักษา การป้องกันและเฝ้าระวัง การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรค ควรสังเกตพฤติกรรมปกติของสัตว์เลี้ยง เพื่อจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเมื่อเกิดความผิดปกติการเก็บบันทึกประวัติการรักษาและการสังเกตอาการผิดปกติจะช่วยให้สัตวแพทย์วินิจฉัยโรคได้แม่นยำขึ้น สรุป การสังเกตอาการผิดปกติและพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ทันทีเมื่อพบสัญญาณอันตราย จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายได้ #สัตว์เลี้ยง #สาระ #สุขภาพสัตว์เลี้ยง #การดูแลสัตว์เลี้ยง #สัตวแพทย์ #ฉุกเฉินสัตว์เลี้ยง #โรคสัตว์เลี้ยง

26/2/2568 • โดย Homeday
ไทยประกันชีวิต เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ตามแนวทาง ESG ภายใต้กรอบ “TLI” Sustainability Strategy พร้อมทรานส์ฟอร์มสู่ยุคดิจิทัล ใช้เทคโนโลยียกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ มุ่งให้คนไทยเข้าถึงการประกันชีวิตได้ง่ายขึ้น ควบคู่การดูแลสังคมผ่านการริเริ่มโครงการที่สร้างความยั่งยืนให้ชุมชน และการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยว่า ไทยประกันชีวิตเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “มุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนที่ส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย” โดยผนวกการดำเนินการด้านความยั่งยืนเข้ากับกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม มิติเศรษฐกิจและสังคม มิติธรรมาภิบาล หรือ ESG เพื่อสร้างความสมดุลและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม “เราให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งต่อองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน รวมถึงสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ไทยประกันชีวิตจึงเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่จัดทำแผนแม่บทความรับผิดชอบต่อสังคมเชิงกลยุทธ์ และยกระดับสู่แผนแม่บทการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งอ้างอิงจากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติตามแนวทาง UN Global Compact โดยกำหนดกรอบกลยุทธ์การดําเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ “TLI” Sustainability Strategy ประกอบด้วย Trusted Partner, Life Inclusion และ Infinite World ซึ่งจะให้ความสำคัญทั้งในกระบวนการทางธุรกิจ (CSR-In-Process) [...]

20/8/2567 • โดย Homeday
“พฤกษา” จัดกิจกรรม “Live well Stay well Market Fest” มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยแบบ “อยู่ดี มีสุข” ให้ลูกบ้านพฤกษาที่ พฤกษา อเวนิว เทพารักษ์ – เมืองใหม่ จัดเต็มกับความสนุก สาระ และกิจกรรมมากมายในสไตล์รักษ์โลก ครอบคลุมการดูแลสุขภาพ ต่อยอดสู่การดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมให้ลูกบ้านและชุมชนนางสาวจิตชญา ตู้จิ

18/3/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักสวนครัวในบ้านไม่ใช่เพียงแค่งานอดิเรกธรรมดา แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต ต่อไปนี้คือ 10 เหตุผลที่จะทำให้คุณอยากเริ่มปลูกผักสวนครัวในบ้านทันที 1. คุณภาพอาหารที่ปลอดภัยและสดใหม่ การปลูกผักสวนครัวด้วยตัวเองเป็นหลักประกันคุณภาพอาหาร คุณสามารถควบคุมกระบวนการปลูกได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องสารเคมีหรือยาฆ่าแมลง ผักที่เก็บสดใหม่จากสวนของคุณเองมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าผักที่วางจำหน่ายตามท้องตลาด ข้อดีของการควบคุมคุณภาพ เลือกวิธีการปลูกแบบออร์แกนิก ทราบแหล่งที่มาของผักอย่างชัดเจน ลดความเสี่ยงจากสารพิษตกค้าง 2. การประหยัดค่าใช้จ่าย การปลูกผักสวนครัวสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ เมล็ดพันธุ์มีราคาถูก และสามารถนำผลผลิตมาใช้ได้ต่อเนื่อง กลยุทธ์การประหยัด เริ่มจากผักที่ปลูกง่ายและให้ผลผลิตเร็ว เก็บเมล็ดพันธุ์จากผลผลิตเพื่อใช้ปลูกรอบถัดไป คำนวณงบประมาณการปลูกล่วงหน้า 3. การออกกำลังกายและการบำบัด การดูแลสวนผักเป็นกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวร่างกาย และยังเป็นการบำบัดทางจิตใจอีกด้วย ประโยชน์ต่อสุขภาพ เพิ่มการเผาผลาญพลังงาน ลดความเครียด กระชับกล้ามเนื้อ 4. การเรียนรู้และพัฒนาทักษะ การปลูกผักสวนครัวเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด คุณจะได้พัฒนาทักษะการสังเกต การดูแล และการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง ทักษะที่ได้รับ ความอดทน ความละเอียดรอบคอบ ความคิดสร้างสรรค์ 5. ความมั่นคงทางอาหาร การมีสวนผักส่วนตัวช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับครอบครัว โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน การเตรียมพร้อม มีแหล่งอาหารสำรอง ลดการพึ่งพาตลาด สร้างความยั่งยืนให้ครอบครัว 6. การดูแลสิ่งแวดล้อม การปลูกผักสวนครัวช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์และสนับสนุนระบบนิเวศในบ้านของคุณ มิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการขนส่งอาหาร [...]

15/2/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่การดูแลสัตว์เลี้ยงได้รับความสนใจมากขึ้น คำถามเกี่ยวกับวิตามินเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย หลายคนสงสัยว่าจำเป็นต้องให้วิตามินเสริมแก่สัตว์เลี้ยงหรือไม่ บทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจและให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกท่าน ความจำเป็นของวิตามินเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงในปัจจุบันส่วนใหญ่ได้รับอาหารสำเร็จรูปที่มีการเติมวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นครบถ้วนแล้ว อาหารเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้มีสารอาหารครบถ้วนตามความต้องการของสัตว์เลี้ยงในแต่ละช่วงวัย อย่างไรก็ตาม มีบางกรณีที่สัตว์เลี้ยงอาจต้องการวิตามินเสริม เช่น: สัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาสุขภาพเฉพาะ สัตว์เลี้ยงที่กำลังฟื้นตัวจากการเจ็บป่วย สัตว์เลี้ยงที่ได้รับอาหารปรุงเองที่บ้าน สัตว์เลี้ยงที่มีอายุมาก สัตว์เลี้ยงที่ตั้งท้องหรือให้นม ประเภทของวิตามินที่จำเป็นสำหรับสัตว์เลี้ยง วิตามินที่ละลายในไขมัน วิตามิน A: สำคัญต่อการมองเห็นและระบบภูมิคุ้มกัน วิตามิน D: จำเป็นสำหรับการดูดซึมแคลเซียมและการเจริญเติบโตของกระดูก วิตามิน E: ต้านอนุมูลอิสระและช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน วิตามิน K: จำเป็นสำหรับการแข็งตัวของเลือด วิตามินที่ละลายในน้ำ วิตามิน B รวม: ช่วยในการเผาผลาญอาหารและการทำงานของระบบประสาท วิตามิน C: ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและต้านอนุมูลอิสระ ข้อควรระวังในการให้วิตามินเสริม การพิจารณาให้วิตามินเสริมควรขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังนี้: สภาพร่างกายของสัตว์เลี้ยง อายุและช่วงวัย รูปแบบอาหารที่ได้รับ คำแนะนำจากสัตวแพทย์ เมื่อไหร่ที่ควรให้วิตามินเสริม การพิจารณาให้วิตามินเสริมควรขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังนี้: สภาพร่างกายของสัตว์เลี้ยง อายุและช่วงวัย รูปแบบอาหารที่ได้รับ คำแนะนำจากสัตวแพทย์ การเลือกวิตามินเสริมที่เหมาะสม การเลือกวิตามินเสริมควรพิจารณาจาก: ความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต ส่วนประกอบและปริมาณที่เหมาะสม [...]

2/4/2567 • โดย Homeday
เคทีซีเดินหน้ากลยุทธ์ทางการตลาดสนับสนุนธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงครบวงจร หลังพบ เทรนด์การดูแลสัตว์เลี้ยงเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มผู้บริโภคเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และใช้จ่ายในหมวดที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้จับมือกับพันธมิตรด้านการท่องเที่ย

16/6/2568 • โดย Homeday
การดูแลสวนในช่วงฤดูฝนเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจากหญ้าและวัชพืชจะเติบโตได้อย่างรวดเร็วมากกว่าช่วงเวลาอื่น ทำให้เจ้าของบ้านที่มีพื้นที่สวนต้องหมั่นกำจัดหญ้าอยู่เสมอเพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ดูรกรุงรัง การเลือกใช้เครื่องตัดหญ้าที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเครื่องตัดหญ้า 4 จังหวะที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดไทย เครื่องตัดหญ้า 4 จังหวะมีข้อได้เปรียบหลายประการเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่อง 2 จังหวะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประหยัดน้ำมัน เสียงที่เบากว่า ควันที่น้อยกว่า และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า ทั้งยังไม่ต้องผสมน้ำมันกับเชื้อเพลิงแบบเครื่อง 2 จังหวะ ทำให้สะดวกในการใช้งานมากขึ้น แม้ว่าราคาจะสูงกว่าเครื่อง 2 จังหวะ แต่ในแง่ของความคุ้มค่าโดยรวมแล้ว เครื่องตัดหญ้า 4 จังหวะจะให้ประโยชน์และประสิทธิภาพที่ดีกว่าในระยะยาว สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องตัดหญ้า 4 จังหวะที่มีคุณภาพ การเลือกยี่ห้อและรุ่นที่เหมาะสมกับความต้องการใช้งานเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากแต่ละยี่ห้อจะมีจุดเด่นและคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ทั้งในเรื่องของกำลังเครื่องยนต์ ความทนทาน ราคา และการบริการหลังการขาย การศึกษาข้อมูล รีวิว และข้อเสนะแนะจากผู้ใช้งานจริงจะช่วยให้การตัดสินใจเลือกซื้อมีความแม่นยำและคุ้มค่ามากขึ้น #เครื่องตัดหญ้า4จังหวะ #ตัดหญ้าสวน #เครื่องมือสวน #บำรุงสวน #กำจัดวัชพืช #เครื่องยนต์เบนซิน #ประหยัดน้ำมัน #ทนทาน #shopzy

21/6/2567 • โดย Homeday
“พฤกษา” ตอกย้ำความเป็นผู้นำที่มุ่งสนับสนุนให้อุตสาหกรรมก่อสร้างขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม จับมือพันธมิตร “ปูนซีเมนต์นครหลวง หรือ ปูนอินทรี” นำผลิตภัณฑ์ “ปูนซีเมนต์อินทรีเพชร Easy Flow” ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกหรือปูนซีเมนต์ลดโลกร้อน (กรีนซีเมนต์) มาใช้เป็นส่วนผสมใน