กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

17/4/2568 • โดย Homeday
การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโดกำลังเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง แต่มีข้อจำกัดด้านรายได้หรือคุณสมบัติไม่เพียงพอสำหรับการกู้เดี่ยว การกู้ร่วมช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อและอาจได้วงเงินกู้ที่สูงขึ้น แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อควรระวังที่ผู้กู้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ บทความนี้จะอธิบายทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการกู้ร่วมซื้อบ้าน-ซื้อคอนโด เพื่อประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม การกู้ร่วมคืออะไร? ทำไมถึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ซื้อบ้าน การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโด คือการที่มีผู้กู้ตั้งแต่ 1-3 คน ซึ่งเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เช่น พ่อแม่-ลูก พี่-น้อง เครือญาติ สามี-ภรรยา ร่วมกันยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงิน โดยผู้กู้ทุกคนจะมีสิทธิและความรับผิดชอบเท่าเทียมกันในการชำระหนี้ ธนาคารจะนำความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ทุกคนมาคำนวณรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นฐานเงินเดือน ภาระหนี้สิน ทำให้มักได้วงเงินกู้สินเชื่อที่สูงขึ้น สร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้มากขึ้น การกู้ร่วมเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะกู้เองเพียงคนเดียว หรือมีประวัติเครดิตที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจทำให้การขอสินเชื่อคนเดียวเป็นไปได้ยาก การมีผู้กู้ร่วมที่มีคุณสมบัติทางการเงินที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น การกู้ร่วมแตกต่างจากการค้ำประกันอย่างไร? หลายคนอาจสับสนระหว่างการกู้ร่วมกับการค้ำประกัน ทั้งสองวิธีล้วนช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ แต่มีความแตกต่างกันในหลายประเด็นสำคัญ: คุณสมบัติของผู้เข้าร่วม การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมต้องเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ในครอบครัวเดียวกัน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันเป็นบุคคลใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ต้องมีประวัติทางการเงินที่ดี กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมทุกคนมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในทรัพย์สิน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การคำนวณวงเงินกู้ การกู้ร่วม: ธนาคารจะนำรายได้ของผู้กู้ทุกคนมารวมกันเพื่อคำนวณวงเงินกู้ การค้ำประกัน: ธนาคารจะพิจารณาเฉพาะรายได้ของผู้กู้หลักเท่านั้น ความรับผิดชอบในการชำระหนี้ การกู้ร่วม: ผู้กู้ทุกคนมีหน้าที่ชำระหนี้ร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้นสัญญา การค้ำประกัน: [...]

29/3/2568 • โดย Homeday
เขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลกำหนดขึ้นเพื่อกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยการสร้างแรงจูงใจพิเศษให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการ พื้นที่เหล่านี้ได้รับการออกแบบอย่างเฉพาะเจาะจงเพื่อดึงดูดการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี มาตรการสนับสนุน และโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 1. โครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานถือเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดมูลค่าที่ดิน ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ การพัฒนาระบบคมนาคมที่ครอบคลุมและทันสมัยส่งผลโดยตรงต่อราคาที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นถนนหลัก ทางด่วน ระบบรถไฟ ท่าเรือ หรือสนามบิน สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและขนส่ง ทำให้พื้นที่มีความน่าสนใจมากขึ้น นักลงทุนและผู้ประกอบการมักให้ความสำคัญกับการเข้าถึงที่สะดวก ส่งผลให้ราคาที่ดินในบริเวณใกล้เคียงกับโครงสร้างพื้นฐานหลักมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด 2. นโยบายและมาตรการจูงใจของภาครัฐ รัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการกำหนดราคาที่ดินผ่านนโยบายและมาตรการต่างๆ สิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น การลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล การยกเว้นอากรขาเข้า หรือเงินสนับสนุนการลงทุน ล้วนเป็นปัจจัยดึงดูดการลงทุนและส่งผลต่อมูลค่าที่ดิน นโยบายที่ชัดเจนและต่อเนื่องจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ทำให้ความต้องการที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มสูงขึ้น 3. การพัฒนาอุตสาหกรรมและคลัสเตอร์เศรษฐกิจ การรวมกลุ่มของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกันในพื้นที่เดียวกัน หรือที่เรียกว่าคลัสเตอร์เศรษฐกิจ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาที่ดินเพิ่มสูงขึ้น เมื่อมีการพัฒนาอุตสาหกรรมเฉพาะทาง เช่น เขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง เขตนวัตกรรม หรือเขตอุตสาหกรรมการเกษตรมูลค่าสูง จะดึงดูดบริษัทและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเข้ามาลงทุน ส่งผลให้ความต้องการที่ดินเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย 4. ทำเลที่ตั้งและความใกล้ชิดกับตลาด ทำเลที่ตั้งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่มีอิทธิพลต่อราคาที่ดิน ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ดินที่มีทำเลใกล้กับเส้นทางการค้า ชายแดน ท่าเรือ หรือสนามบิน จะมีมูลค่าสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ ความสามารถในการเข้าถึงตลาดทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศอย่างรวดเร็วเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญ 5. [...]

15/3/2568 • โดย Homeday
ทำความรู้จัก EEC กับความสำคัญในวงการอสังหาริมทรัพย์ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor – EEC) ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นโครงการพัฒนาเศรษฐกิจที่ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เขต EEC จึงไม่ใช่เพียงแค่การซื้อบ้าน แต่เป็นการวางรากฐานการลงทุนที่มีศักยภาพสูง พื้นที่แห่งนี้กำลังพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของภูมิภาคเอเชีย ด้วยการดึงดูดการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ ข้อได้เปรียบของการซื้อบ้านในเขต EEC การคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโครงสร้างพื้นฐานในเขต EEC ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูง สนามบินอู่ตะเภา และถนนสายหลักที่เชื่อมโยงระหว่างจังหวัด ทำให้การเดินทางและการขนส่งเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว ส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น การพัฒนาเขตอุตสาหกรรม EEC เป็นพื้นที่เป้าหมายสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีชีวภาพ และอากาศยาน การมีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ส่งผลให้มีการจ้างงานและโอกาสทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น สิทธิประโยชน์ทางภาษี รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EEC โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นักลงทุน ทั้งการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล การลดหย่อนภาษีนำเข้าเครื่องจักร และการอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อบ้านในเขต EEC การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน ควรตรวจสอบเอกสารสิทธิ์อย่างละเอียด [...]

18/3/2568 • โดย Homeday
ทำความเข้าใจเขตพัฒนาพิเศษ: จุดเริ่มต้นของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เขตพัฒนาพิเศษเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลกำหนดขึ้นเพื่อกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างก้าวกระโดด การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ภายในเขตพัฒนาพิเศษจึงถือเป็นโอกาสทองสำหรับนักลงทุนและผู้ต้องการมีบ้านเป็นของตนเอง พื้นที่เหล่านี้มักได้รับการสนับสนุนพิเศษจากภาครัฐ ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม และสาธารณูปโภคต่างๆ สิทธิประโยชน์ทางภาษีและการลงทุน การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษมักมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่น่าสนใจ รัฐบาลมักออกมาตรการกระตุ้นการลงทุน เช่น การลดหย่อนภาษีเงินได้ ยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอน หรือลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง นักลงทุนควรศึกษาอย่างละเอียดถึงสิทธิประโยชน์เฉพาะในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากแต่ละเขตพัฒนาพิเศษจะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน การตรวจสอบสถานะทางกฎหมาย ตรวจสอบใบอนุญาตการก่อสร้าง ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ตรวจสอบผังเมืองและข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อทรัพย์สินในเขตพัฒนาพิเศษ ทำเลที่ตั้งและการคมนาคม ทำเลที่ตั้งถือเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ในเขตพัฒนาพิเศษ ควรพิจารณาถึงระบบโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังจะเกิดขึ้น เส้นทางคมนาคมใหม่ๆ รถไฟฟ้า หรือโครงการขนาดใหญ่ที่อาจส่งผลต่อมูลค่าทรัพย์สิน การเดินทางที่สะดวกและการเชื่อมต่อกับพื้นที่สำคัญจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมาก การประเมินศักยภาพการเติบโต วิเคราะห์แนวโน้มการพัฒนาของพื้นที่ ติดตามแผนการลงทุนของภาครัฐและเอกชน สำรวจโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น นิคมอุตสาหกรรม สนามบิน หรือโครงการระเบียงเศรษฐกิจ ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยบ่งชี้ถึงโอกาสในการเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สิน ความเสี่ยงที่ต้องระมัดระวัง ความไม่แน่นอนทางกฎระเบียบ เขตพัฒนาพิเศษอาจมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบได้ตลอดเวลา นักลงทุนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและมีความยืดหยุ่น เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น การประเมินมูลค่าทรัพย์สิน การประเมินมูลค่าในเขตพัฒนาพิเศษมีความซับซ้อนกว่าพื้นที่ทั่วไป ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์ในพื้นที่โดยเฉพาะ เคล็ดลับการลงทุนอย่างชาญฉลาด ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด สำรวจพื้นที่ด้วยตนเอง วางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ สรุป การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษถือเป็นโอกาสทางการเงินที่น่าสนใจ แต่ต้องอาศัยความรอบคอบ [...]

21/2/2568 • โดย Homeday
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน เป็นประธานเปิดสัมมนาสิทธิประโยชน์จากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมีนายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวรายงาน นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารสังกัดกระทรวงแรงงาน และเจ้าหน้าที่จากสถานประกอบกิจการในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ร่วมพิธี ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมบางกอกพาเลส กรุงเทพฯ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเปิดสัมมนาสิทธิประโยชน์จากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อแนะนำให้ผู้ประกอบการเล็งเห็นถึงความสำคัญและปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมทั้งใช้สิทธิประโยชน์จากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานอย่างเต็มที่ อีกทั้งสนับสนุนให้สถานประกอบกิจการให้ความสำคัญในการพัฒนาทักษะพนักงาน ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมฯ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการ สามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริการ พนักงานมีทักษะตรงกับตลาดแรงงาน นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการฝึกอบรมมาหักลดหย่อนภาษีอากรได้ในอัตราร้อยละร้อยของค่าใช้จ่ายที่ได้ใช้ไป หากพัฒนาฝีมือแรงงานให้แก่ลูกจ้างเกินกว่าร้อยละ 70 ของลูกจ้างทั้งหมด สามารถยื่นขอเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน 200 บาทต่อคน หรือหากมีลูกจ้างที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงาน และสถานประกอบกิจการมีการจ่ายค่าจ้างในอัตราตามมาตรฐานฝีมือแรงงานไม่น้อยกว่า 180 วัน สามารถยื่นขอเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน 1,000 บาทต่อคน ไม่เกินปีละ 100,000 บาท นอกจากนี้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ยังมีกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) บริษัทชั้นนำด้านงานบริการ และอสังหาริมทรัพย์ระดับนานาชาติ ประกาศความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเขตเศรษฐกิจพิเศษยะโฮร์กับสิงคโปร์ (JS-SEZ) และสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อกระตุ้นการลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชายฝั่งเดซารูของประเทศมาเลเซีย อันเป็นที่ตั้งของ Anantara Desaru Coast Residences อสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชูรีซึ่งบริหารโดย ไมเนอร์ โดยชายฝั่งเดซารูได้รับการกำหนดให้เป็นพื้นที่เรือธงของการพัฒนาภาคส่วนต่าง ๆ เช่น การศึกษา ความมั่นคงด้านอาหาร สุขภาพ และการท่องเที่ยว ด้วยศักยภาพของทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับโลกมากมาย ทำให้ที่พักอาศัยเหล่านี้ได้รับประโยชน์จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการลงทุนที่เพิ่มขึ้นซึ่งมีเขตเศรษฐกิจพิเศษยะโฮร์กับสิงคโปร์เป็นปัจจัยสำคัญ โดยสิทธิประโยชน์ใหม่ที่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568 ได้แก่ อัตราภาษี 5% เป็นเวลา 15 ปี สำหรับบริษัทที่ลงทุนในกิจกรรมที่มีมูลค่าสูงภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษยะโฮร์กับสิงคโปร์ ส่วนแรงงานที่มีความรู้ความสามารถ มีสิทธิ์จะได้รับประโยชน์จากอัตราภาษีเงินได้ 15% เป็นเวลา 10 ปี เขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง เช่น เอไอ คอมพิวเตอร์ควอนตัม อุปกรณ์ทางการแพทย์ และการผลิตอากาศยาน ซึ่งคาดว่าจะสร้างแรงงานที่มีทักษะสูง และผลักดันความต้องการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมให้มีเพิ่มมากขึ้น และยังคาดว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้จะสร้างงานที่มีทักษะได้ 20,000 ตำแหน่งใน [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี รับรางวัลกองทุนยอดเยี่ยมจาก Morningstar Awards for Investing Excellence 2025 ซึ่งจัดโดย บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) โดยคุณสุภาพร ลีนะบรรจง กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร เช่น คุณศิระ คล่องวิชา ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน คุณวิพุธ เอื้ออานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน และคุณฑลิต โชคทิพย์พัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนตราสารทุน เป็นตัวแทนร่วมรับรางวัล กองทุนตราสารทุนยอดเยี่ยมปี 2025 ประเภทกองทุนหุ้นขนาดกลางและเล็ก จากกองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นไดนามิคเพื่อการเลี้ยงชีพ (KFDNMRMF) สำหรับกองทุน KFDNMRMF ได้รับ Morningstar 5 ดาว* โดดเด่นด้วยกลยุทธ์ “High Conviction” คัดเลือกหุ้นที่ดีที่สุดในแต่ละภาวะตลาด สามารถลงทุนอย่างยืดหยุ่นในหุ้นทุกประเภท ทั้งหุ้นเติบโตสูง หุ้นขนาดใหญ่ กลาง เล็ก และหุ้นปันผล เหมาะสำหรับผู้วางแผนเกษียณและต้องการสิทธิประโยชน์ทางภาษี รวมทั้งโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว (* ที่มา : [...]

4/11/2568 • โดย Homeday
(กรุงเทพฯ 4 พฤศจิกายน 2568) เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดดีล ‘Final Extraordinary Offers’ ส่งท้ายปี ข้อเสนอพิเศษมูลค่าสูงสำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์พร้อมส่งมอบ เผยโครงสร้างภาษีใหม่ปี 2569 มีผลต่อราคาขายปลีกรถยนต์เบนท์ลีย์ที่จะปรับสูงขึ้นในปีหน้า แนะผู้ที่กำลังตัดสินใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์ควรพิจารณารับรถยนต์ภายในปีนี้ พร้อมรับราคาที่ดีที่สุดและข้อเสนอพิเศษเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีเดิม เบนท์ลีย์ แบงค็อก เผยว่านโยบายจากภาครัฐในเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ปี 2569 ในรถยนต์กลุ่มที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ขนาดความจุกระบอกสูบ 3,000 ซีซี ขึ้นไป จะส่งผลต่อราคาขายปลีกของรถยนต์เบนท์ลีย์ โดยอัตราโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป และจะมีผลทำให้ราคารถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น Bentayga แบบเครื่องยนต์ไฮบริด (PHEV) มีการปรับราคาขายสูงขึ้นเฉลี่ย 8-10% ในปีหน้า ดังนั้น ในปี 2568 นี้ จึงถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น Bentayga [...]

14/11/2568 • โดย Homeday
กรุงเทพฯ, 14 พฤศจิกายน 2568 – บริษัท พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ผู้จัดการกองทรัสต์ ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล หรือ “PROSPECT REIT” เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2568 รายได้รวม 266.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.01% และมีกำไรจากการดำเนินงานทั้งสิ้น 155.38 ล้านบาท เติบโต 57.44% จากไตรมาสก่อน โดยเป็นการรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ที่ลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ช่วงเดือนมิถุนายนแบบเต็มไตรมาส รวมกับทรัพย์สินเดิมที่มีผลการดำเนินงานดี ตอกย้ำการเติบโตอย่างมั่นคงตามคาดการณ์ ทำให้เห็นแนวโน้มรายได้และกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากเดิมเกือบเท่าตัว พร้อมโชว์อัตราการเช่า (Occupancy Rate) นิวไฮ 98.37% สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนมองไทยในการเป็นศูนย์กลางการลงทุนที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน ชี้บริเวณถนนบางนา-ตราด จ.สมุทรปราการ ทำเลที่ตั้งของทรัพย์สินภายใต้การจัดการของกองทรัสต์ เป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่โดดเด่นตลอดกาล ประกอบกับพื้นที่โครงการที่ลงทุนเพิ่มเติมเข้ามาเป็นอาคารคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าสร้างใหม่คุณภาพสูง และมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากพื้นที่ Free Zone หรือเขตปลอดอากร ที่มีบริการ One [...]

6/3/2569 • โดย Homeday
บริษัท ลิฟ-24 จำกัด (LIV-24) ผู้ให้บริการโซลูชัน Smart Tech ครบวงจรชั้นนำ ได้รับการรับรองมาตรฐานซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ถึง 4 ด้าน ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล สะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่เพียงทันสมัย แต่ต้องมีมาตรฐานรองรับ และสามารถตรวจสอบได้ในทุกกระบวนการ ระบบซอฟต์แวร์ของ LIV-24 ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล ISO/IEC 29110 ซึ่งครอบคลุมกระบวนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การออกแบบ การทดสอบ ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของข้อมูล ช่วยเสริมความมั่นใจว่าระบบมีเสถียรภาพ และพร้อมรองรับการใช้งานในระยะยาว ด้านฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์ Facility Edge IoT Monitoring ระบบติดตามสถานะเครื่องจักรแบบเรียลไทม์ของ LIV-24 ได้รับตราสัญลักษณ์ dSURE จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) รับรองทั้งความปลอดภัยในการใช้งาน ประสิทธิภาพการทำงาน และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับองค์กรที่เลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้รับตรารับรอง โดยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200% นอกจากนี้ อุปกรณ์ IoT ของ LIV-24 ยังผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระบบไฟฟ้า TIS 62368-1:2563 ซึ่งครอบคลุมการทดสอบด้านโครงสร้างอุปกรณ์ ระบบไฟฟ้า ความร้อน [...]

4/9/2568 • โดย Homeday
อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนไทยกำลังเร่งปรับตัวเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องมือแพทย์ และอากาศยาน ล่าสุดภาคเอกชนร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกเปิดเวทีสัมมนา 5-Axis Seminar 2025 เพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยี 5 แกนและระบบอัตโนมัติ (Automation) ภายใต้แนวคิด “5-Axis – The New Standard of Manufacturing” ภายในงานฯ ยังเน้นถึงเรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุดถึง 100% สำหรับผู้ลงทุนในระบบอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเลือกลงทุนและใช้เทคโนโลยีได้อย่างคุ้มค่า เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และก้าวสู่มาตรฐานการผลิตสากล นายรัชศักดิ์ เกิดภู่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมชชีนเทค จำกัด กล่าวถึง บทบาทและการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนของไทย เพื่ออยู่ในระบบนิเวศอุตสาหกรรมใหม่และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตว่า ประเทศไทยอยู่ในสถานะผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญของภูมิภาคมายาวนาน ทั้งในกลุ่มยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และแม่พิมพ์ โดยมีจุดแข็งด้านแรงงานฝีมือ ระบบซัพพลายเชนที่เข้มแข็ง และมาตรฐานการผลิตที่เชื่อถือได้ อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและแนวโน้มอุตสาหกรรม ตลอดจนความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ทำให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องปรับตัวเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะกลุ่ม ยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องมือแพทย์ และอากาศยาน ดังนั้นการลงทุนด้านเครื่องจักรและซอฟต์แวร์ การพัฒนาทักษะแรงงานขั้นสูง และการนำเทคโนโลยีใหม่ [...]

25/4/2568 • โดย Homeday
คำถามยอดฮิตที่หลายคนมักสงสัยเมื่อต้องการหาที่อยู่อาศัย คือการตัดสินใจว่าควรซื้อหรือเช่าคอนโด แต่ละทางเลือกมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไปตามสถานการณ์และความต้องการส่วนบุคคล บทความนี้จะวิเคราะห์เปรียบเทียบทั้งสองทางเลือกในมิติต่างๆ เพื่อช่วยให้คุณประเมินได้ว่าการซื้อหรือเช่าคอนโดแบบไหนที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และสถานะทางการเงินของคุณมากที่สุด โดยพิจารณาจากความสะดวกสบาย การลงทุนระยะยาว ภาระค่าใช้จ่าย ตลอดจนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่แตกต่างกัน เพื่อให้คุณมีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจเลือกทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด ความแตกต่างระหว่างซื้อและเช่าคอนโดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ อิสระในการตกแต่งและปรับเปลี่ยนพื้นที่ เมื่อคุณซื้อคอนโด คุณมีอิสระเต็มที่ในการตกแต่งและปรับเปลี่ยนพื้นที่ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการทาสีใหม่ เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ หรือปรับปรุงรูปแบบห้องต่างๆ โดยไม่ต้องขออนุญาตจากใคร คุณสามารถสร้างพื้นที่ให้เข้ากับรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างเต็มที่ เพียงแค่ไม่กระทบโครงสร้างหลักของอาคารเท่านั้น ในทางกลับกัน การเช่าคอนโดมักจะมีข้อจำกัดในการตกแต่งหรือปรับเปลี่ยนพื้นที่ คุณต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของคอนโดก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่มีผลถาวรต่อตัวห้อง การลงทุนตกแต่งห้องเช่าอาจไม่คุ้มค่าในระยะยาวเนื่องจากไม่ใช่ทรัพย์สินของคุณเอง และอาจต้องคืนสภาพห้องให้เหมือนเดิมเมื่อย้ายออก ความยืดหยุ่นในการโยกย้ายที่อยู่ การเช่าคอนโดมีข้อได้เปรียบด้านความยืดหยุ่นในการโยกย้าย เมื่อสัญญาเช่าหมดอายุ คุณสามารถตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่อื่นได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นเพราะต้องการเปลี่ยนสถานที่ทำงาน ต้องการย้ายไปอยู่ใกล้คนรัก หรือเพียงแค่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศ การเช่าจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจเรื่องที่อยู่ในระยะยาวหรือผู้ที่ต้องย้ายที่ทำงานบ่อย ส่วนการซื้อคอนโดมีความยืดหยุ่นน้อยกว่า หากต้องการย้ายที่อยู่ คุณต้องผ่านกระบวนการขายหรือปล่อยเช่าห้องของคุณ ซึ่งอาจใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม รวมถึงความเสี่ยงที่อาจขายไม่ได้ตามราคาที่ต้องการในช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ซบเซา การลงทุนในระยะยาว การซื้อคอนโดเป็นการลงทุนในระยะยาว เพราะมูลค่าของคอนโดมีโอกาสเพิ่มขึ้นตามการพัฒนาของพื้นที่โดยรอบ คุณสามารถขายต่อเพื่อทำกำไรหรือปล่อยเช่าเพื่อสร้างรายได้รายเดือน ซึ่งในแง่นี้การซื้อคอนโดอาจถูกกว่าการเช่าในระยะยาวหากพิจารณาถึงผลตอบแทนที่อาจได้รับ ในขณะที่การเช่าคอนโด แม้จะไม่ต้องเสียเงินก้อนใหญ่หรือผ่อนชำระระยะยาว แต่ผู้เช่าจะไม่ได้รับกำไรหรือผลตอบแทนจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ เงินค่าเช่าที่จ่ายไปเป็นเพียงค่าใช้สอยที่ไม่ก่อให้เกิดทรัพย์สินแต่อย่างใด เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายซื้อหรือเช่าคอนโด อะไรประหยัดกว่าในระยะยาว? ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและรายเดือนเมื่อเช่าคอนโด การเช่าคอนโดมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ต่ำกว่าการซื้อมาก โดยทั่วไปคุณจะต้องจ่ายค่ามัดจำหรือเงินประกัน 2 เดือน [...]