สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ เดินหน้าเสริมความพร้อมก่อนเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี รับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 จำนวน 6 ลำในเดือนสิงหาคม ทะเบียน HS-VZM, HS-VZN, HS-VZP, HS-VZQ, HS-VZR และ HS-VZS โดยเป็นการรับมอบเครื่องบินใหม่ครั้งใหญ่ที่สุดของสายการบินในปีนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการปฏิบัติการบิน รองรับการขยายเครือข่ายเส้นทางบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ รับความต้องการเดินทางที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงพรีไฮซีซันต่อเนื่องถึงปลายปี พร้อมต่อยอดแผนขยายและปรับปรุงฝูงบินให้มีความทันสมัย เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการขยายฝูงบินใหม่จำนวน 50 ลำภายในปี 2571


นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า การเดินหน้ารับมอบเครื่องบินใหม่เป็นการดำเนินกลยุทธ์ขยายฝูงบินเพื่อรองรับแนวโน้มการเดินทางในช่วงครึ่งหลังของปี โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย 33 ล้านคน รวมถึงมีการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศจำนวน 200 ล้านคน-ครั้ง สายการบินฯ จึงเร่งนำเครื่องบินใหม่เข้าสู่การให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเพิ่มความถี่และเส้นทางการให้บริการ พร้อมต่อยอดแผนการทยอยปรับเปลี่ยนฝูงบินที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารเครือข่ายและรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต”
จากการรับมอบเครื่องบินครั้งล่าสุด ส่งผลให้ปัจจุบันเวียตเจ็ทไทยแลนด์มีฝูงบินรวม 29 ลำ โดยเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 จำนวน 17 ลำ ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพด้านการขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศ อาทิ มาเลเซีย จีน อินเดีย เวียดนาม และญี่ปุ่น รวมถึงการเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางภายในประเทศ ตอกย้ำจุดแข็งของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในฐานะสายการบิน LCC ที่มีเครือข่ายเส้นทางบินจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) ครอบคลุมจุดหมายปลายทางภายในประเทศไทยมากที่สุด

ทั้งนี้ เพื่อรองรับแนวโน้มการเดินทางในช่วงไฮซีซัน เวียตเจ็ทไทยแลนด์เตรียมให้บริการเที่ยวบินในเส้นทางสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยเส้นทางกรุงเทพฯ–เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ–ภูเก็ต ให้บริการสูงสุด 11 เที่ยวบินต่อวัน สำหรับเส้นทางกรุงเทพฯ–กระบี่ สูงสุด 5 เที่ยวบินต่อวัน ขณะที่เส้นทางกรุงเทพฯ–เชียงราย และกรุงเทพฯ–หาดใหญ่ ให้บริการสูงสุด 4 เที่ยวบินต่อวัน พร้อมให้บริการสู่จุดหมายปลายทางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น และอุบลราชธานี สูงสุด 4 เที่ยวบินต่อวัน รวมถึงเส้นทางกรุงเทพฯ–นครศรีธรรมราช 2 เที่ยวบินต่อวัน และกลับมาให้บริการเส้นทางภูเก็ต–เชียงรายอีกครั้ง เพิ่มทางเลือกและความยืดหยุ่นในการเดินทางช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว
“ภายในปี 2569 สายการบินจะทยอยรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 เพิ่มเติม จนรวมครบ 25 ลำ เพื่อเสริมความพร้อมของฝูงบิน ก่อนเดินหน้าสู่เป้าหมาย 50 ลำภายในปี 2571 การลงทุนด้านฝูงบินอย่างต่อเนื่องจะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร เปิดโอกาสในการขยายเครือข่ายและตลาดใหม่ พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” นายวรเนติ กล่าวสรุป

เกี่ยวกับเวียตเจ็ทไทยแลนด์
นับตั้งแต่การก่อตั้งในปี พ.ศ. 2557 เวียตเจ็ทไทยแลนด์ดำเนินงานร่วมกับ เวียตเจ็ท กรุ๊ป มุ่งมั่นขยายเครือข่ายเส้นทางบินและมอบโอกาสในการเดินทางแก่นักท่องเที่ยวสู่หลากหลายเส้นทางทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ด้วยบริการที่เป็นมิตรและสนุกสนาน โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนและการปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ มอบโอกาสในการเดินทางที่มากขึ้นด้วยบัตรโดยสารราคาประหยัด พร้อมบริการที่หลากหลาย สอดรับกับความต้องการของผู้โดยสาร

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ได้รับรางวัล “สายการบินโลว์คอสต์ที่ดีที่สุดในไทยแห่งปี 2568” จากนิตยสารโกลบอลแบรนด์ สหราชอาณาจักร ทั้งยังได้รับรางวัล “สายการบินที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นมิตรมากที่สุดประจำปี 2568” โดยนิตยสารอินเตอร์เนชั่นแนล ไฟแนนซ์ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เน้นย้ำบริการที่ยอดเยี่ยม ตอกย้ำพันธกิจหลักของสายการบินฯ ในการให้บริการด้วยความสนุกสนานและเป็นมิตร ควบคู่กับความปลอดภัย ตรงต่อเวลา และราคาที่เข้าถึงได้ นอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องด้วยรางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2025 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีและความส่งเสริมการพัฒนาของพนักงาน พร้อมกันนี้ยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจากเวทีรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 15 หรือ ‘รางวัลกินรี’ ได้แก่ รางวัลดีเด่น Thailand Tourism Outstanding Awards และ รางวัลแห่งความยั่งยืน Thailand Tourism Sustainability Awards ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังคว้าอีก 3 รางวัลจากเวที TCCTA Contact Center Awards 2025 สะท้อนความเป็นเลิศด้านการบริการลูกค้า
ปัจจุบัน เวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้บริการครอบคลุม 12 เส้นทางบินภายในประเทศ ได้แก่ เส้นทางบินจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ ขอนแก่น อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช รวมถึงเส้นทางบินข้ามภูมิภาค จากภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย พร้อมกันนี้ สายการบินฯ ได้ขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่หลากหลายจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เชื่อมต่อประเทศไทยกับ ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม ไทเป กัมพูชา อินเดีย เกาหลีใต้ และอีกหลายจุดหมายปลายทางทั่วทั้งภูมิภาค
















