Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap

สยามคูโบต้า เปิดตัวรถตัดอ้อย SH-K1 ลดแรง ทำงานไว 30 ตัน/ชม.

Homeday
10 กันยายน 2569
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 10/9/2569

สยามคูโบต้า เปิดตัวรถตัดอ้อย SH-K1 ลดแรง ทำงานไว 30 ตัน/ชม.

สรุปประเด็นสำคัญ

บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดตัวรถตัดอ้อยคูโบต้า “SH-K1” ภายใต้แนวคิด “แรงตัดไม่สะดุด บริการไม่หยุดทุกฤดู” ชูสมรรถนะเครื่องยนต์ 173 แรงม้า ตัดอ้อยได้ 15-30 ตันต่อชั่วโมง หรือ 12-24 ไร่ต่อวัน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ต่อฤดูการผลิต ช่วยลดต้นทุนประมาณ 30% เมื่อเทียบกับแรงงานคน พร้อมใบมีดตัดโคนอัตโนมัติควบคุมระดับการตัดและลดความเสียหายต่อตออ้อย

การเปิดตัวครั้งนี้สอดรับทิศทางอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลที่มุ่งเพิ่มสัดส่วนอ้อยสดและลดการเผา โดยฤดูการผลิตปี 2568/2569 ไทยมีอ้อยเข้าหีบกว่า 105.86 ล้านตัน เป็นอ้อยสด 96.20% และอ้อยเผาลดเหลือ 3.80% สอดคล้องแนวทาง Low Carbon Agriculture เป้าหมาย Net Zero และวิสัยทัศน์ Global Major Brand 2030 ของสยามคูโบต้า

บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านเครื่องจักรกลเกษตร เปิดตัวรถตัดอ้อย “SH-K1 แรงตัดไม่สะดุด บริการไม่หยุดทุกฤดู” นวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรที่พัฒนาเพื่อตอบโจทย์การทำงานของเกษตรกรไทย ชูประสิทธิภาพการเก็บเกี่ยวสูงถึง 15–30 ตันต่อชั่วโมง พร้อมระบบควบคุมความแม่นยำและระดับความสูงในการตัด เพื่อช่วยลดความเสียหายต่อตออ้อย ลดการพึ่งพาแรงงาน และเพิ่มความต่อเนื่องในการเก็บเกี่ยว รองรับทิศทางอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายที่มุ่งส่งเสริมการรับซื้ออ้อยสดและลดการเผาอ้อยที่เติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับแนวทาง Low Carbon Agriculture และเป้าหมาย Net Zero พร้อมเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ Global Major Brand 2030 และผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางด้านโซลูชันการเกษตรของภูมิภาคอาเซียน

การผลิตและประกอบรถตัดอ้อย SH-K1
บรรยากาศพิธีเปิดตัวรถตัดอ้อยคูโบต้า SH-K1

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “ONE MIND” เพื่อผนึกกำลังทุกภาคส่วนให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่หน่วยงานภาครัฐ เกษตรกรชาวไร่อ้อย ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาล ผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตร ไปจนถึงสถาบันการเงิน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทยให้สามารถเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และอยู่ร่วมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

โดยอ้อยยังคงเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี แต่อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายยังเผชิญความท้าทายทั้งการขาดแคลนแรงงาน ต้นทุนการผลิต รวมถึงข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลดการเผาอ้อย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อปัญหาฝุ่น PM 2.5 และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงมุ่งขับเคลื่อนนโยบายพลัง 3 ประสาน ผ่านความร่วมมือระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายที่ยั่งยืน โดยในฤดูการผลิตปี 2568/2569 ประเทศไทยมีอ้อยเข้าหีบกว่า 105.86 ล้านตัน แบ่งเป็นอ้อยสดสูงถึง 96.20% ขณะที่อ้อยเผาลดลงเหลือเพียง 3.80% สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาการเผาอ้อยอย่างเป็นรูปธรรม

“การเพิ่มสัดส่วนอ้อยสดส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพและมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรม เนื่องจากอ้อยสดสามารถรักษาค่าความหวานและคุณภาพของวัตถุดิบได้ดีกว่าอ้อยที่ผ่านการเผา โดยข้อมูลภาครัฐพบว่า ในฤดูการผลิตปี 2568/2569 การรับอ้อยสดเข้าหีบที่เพิ่มขึ้นช่วยให้ปริมาณน้ำตาลที่ผลิตได้เฉลี่ยต่อตันอ้อยเพิ่มจาก 110 กิโลกรัม เป็น 113 กิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 2.7 ต่อตันอ้อย เมื่อพิจารณาจากปริมาณอ้อยเข้าหีบทั่วประเทศกว่า 105.86 ล้านตัน การเพิ่มประสิทธิภาพเพียงเล็กน้อยในระดับหน่วยจึงสามารถสร้างผลผลิตและมูลค่าเพิ่มให้แก่อุตสาหกรรมในภาพรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน ยังช่วยลดการสูญเสียน้ำหนักและคุณภาพของอ้อยระหว่างรอส่งเข้าโรงงาน ทำให้เกษตรกรมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากค่าความหวานเพิ่มขึ้น ส่วนโรงงานน้ำตาลสามารถบริหารวัตถุดิบและกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเปลี่ยนผ่านสู่อ้อยสดจึงไม่ได้เป็นเพียงมาตรการลดฝุ่น PM2.5 แต่เป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพ ลดความสูญเสีย และสร้างรายได้เพิ่มตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่เกษตรกร ผู้รับจ้างเก็บเกี่ยว โรงงานน้ำตาล ไปจนถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทั้งนี้การขับเคลื่อนการเก็บเกี่ยวอ้อยสดให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมในวงกว้าง จำเป็นต้องอาศัยเครื่องจักรกลการเกษตรและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต อันจะนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทยในระยะยาว”

การควบคุมคุณภาพชิ้นส่วนรถตัดอ้อย SH-K1

นายคาซึโนริ ทานิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ภาคเกษตรไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญไปสู่การใช้เครื่องจักร เทคโนโลยี ผสานองค์ความรู้และประสบการณ์ของเกษตรกร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและรับมือกับความท้าทายด้านต้นทุน แรงงาน และสิ่งแวดล้อม สยามคูโบต้าจึงเดินหน้าพัฒนาบทบาทจากผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรที่เป็น Total Agri-Solutions Partner ที่สามารถนำเสนอทั้งเครื่องจักร เทคโนโลยี ระบบบริหารจัดการ และบริการหลังการขายให้เชื่อมโยงกันตลอดกระบวนการผลิต โดยอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลเป็นหนึ่งในภาคการผลิตที่สยามคูโบต้าให้ความสำคัญ ด้วยบทบาทในฐานะพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมกำลังเร่งปรับตัวสู่การผลิตที่มีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนอ้อยสดและลดการเผาอ้อย สยามคูโบต้าจึงนำความเชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรกลการเกษตรมาต่อยอดสู่การเปิดตัวรถตัดอ้อยคูโบต้า “SH-K1” เพื่อเป็นอีกหนึ่งโซลูชันที่ช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมอ้อยไทย

“การเปิดตัวรถตัดอ้อย SH-K1 สะท้อนทิศทางของสยามคูโบต้าในการพัฒนาโซลูชันที่ช่วยสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ Global Major Brand 2030 รวมถึงการยกระดับประเทศไทยให้มีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางด้านโซลูชันการเกษตรของภูมิภาค” นายคาซึโนริกล่าวสรุป

นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายในปัจจุบันต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งความผันผวนของสถานการณ์โลกและภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและปัจจัยการผลิต ความแปรปรวนของสภาพอากาศ ตลอดจนการแข่งขันจากพืชทางเลือก ซึ่งล้วนมีผลต่อต้นทุนและรายได้ของเกษตรกรโดยตรง ในขณะที่การทำไร่อ้อยยังมีโจทย์เฉพาะตั้งแต่การขาดแคลนแรงงาน ระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่มีจำกัด ไปจนถึงการรักษาคุณภาพตออ้อยสำหรับการผลิตในรอบถัดไป ทำให้การบริหารจัดการฤดูเก็บเกี่ยวมีความสำคัญมากขึ้น ทั้งในด้านความรวดเร็ว ความต่อเนื่อง และการควบคุมต้นทุน สยามคูโบต้าในฐานะผู้นำด้านเครื่องจักรกลการเกษตรจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมอ้อยที่ครอบคลุมตั้งแต่ประสิทธิภาพการทำงานในแปลง การลดข้อจำกัดด้านแรงงาน การบริหารต้นทุน ไปจนถึงความพร้อมของเครื่องจักรและบริการหลังการขาย เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนและบริหารการเก็บเกี่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคู่กับการสนับสนุนทิศทางของอุตสาหกรรมในการเพิ่มสัดส่วนการเก็บเกี่ยวอ้อยสดและลดการเผา ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยในระยะยาว

สำหรับรถตัดอ้อยรุ่นคูโบต้า SH-K1 ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “แรงตัดไม่สะดุด บริการไม่หยุดทุกฤดู” ให้ตอบโจทย์ช่วงเวลาเก็บเกี่ยวที่มีความสำคัญต่อเกษตรกรชาวไร่อ้อย โดยผสานประสิทธิภาพของเครื่องจักรที่รองรับการทำงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการออกแบบวิศวกรรมเพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดของการเก็บเกี่ยวแบบเดิม ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 173 แรงม้า ให้กำลังเหมาะสมกับการทำงานในไร่อ้อย สามารถทำอัตราการตัดได้สูงถึง 15-30 ตันต่อชั่วโมง หรือ 12-24 ไร่ต่อวัน และครอบคลุมพื้นที่เก็บเกี่ยวได้รวมกว่า 1,000 ไร่ต่อฤดูการผลิต ช่วยลดต้นทุนประมาณ 30% เมื่อเทียบกับการใช้แรงงานคน

นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ และนายคาซึโนริ ทานิ ในงานเปิดตัวรถตัดอ้อยคูโบต้า SH-K1
รถตัดอ้อยคูโบต้า SH-K1

และด้วยใบมีดตัดโคนอัตโนมัติที่ช่วยควบคุมระดับการตัด ลดความเสียหายต่อตออ้อย และรักษาสภาพตออ้อยเพื่อการเจริญเติบโตในรอบถัดไป รวมถึงมีเกลียวแยกอ้อยที่สามารถตัดอ้อยล้มและลดโอกาสตัดอ้อยผิดร่อง ด้วยสมรรถนะและการออกแบบที่ตอบโจทย์การทำงานในแปลง รถตัดอ้อยคูโบต้า SH-K1 จึงช่วยลดการพึ่งพาแรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การเก็บเกี่ยวอ้อยสด เพื่อลดการเผาอ้อยซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของมลพิษทางอากาศและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

นางวราภรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สยามคูโบต้าตั้งเป้าให้รถตัดอ้อยคูโบต้า SH-K1 เข้ามาช่วยขยายโอกาสในการเข้าถึงเครื่องจักรสำหรับการเก็บเกี่ยวอ้อยสด ทั้งในกลุ่มเกษตรกร ผู้รับจ้าง และผู้ประกอบการอ้อย เพื่อรองรับทิศทางของอุตสาหกรรมที่ต้องการลดสัดส่วนอ้อยเผาให้เป็นศูนย์หรือ Zero Burn พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรไทยไปสู่เกษตรคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Agriculture) ที่สามารถรักษาทั้งประสิทธิภาพการผลิต ความสามารถในการแข่งขัน และความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน พร้อมต่อยอดตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรสำหรับพืชอุตสาหกรรมในระยะยาว

“สยามคูโบต้าเชื่อว่า นวัตกรรมที่ดีต้องเริ่มจากความเข้าใจ และต้องสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้จริง SH-K1 จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำความเข้าใจในรูปแบบการทำงานของเกษตรกรชาวไร่อ้อยมาต่อยอดเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บเกี่ยว พร้อมลดข้อจำกัดด้านแรงงาน และสนับสนุนการตัดอ้อยสด ขณะที่ยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกรตลอดการใช้งาน เพื่อให้ทั้งเครื่องจักรและบริการสามารถเดินหน้าไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของการ Force the Future ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชันเพื่อขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางด้านโซลูชันการเกษตรของภูมิภาค” นางวราภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

รถตัดอ้อยคูโบต้า SH-K1 มีสมรรถนะอย่างไร

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 173 แรงม้า ตัดอ้อยได้สูงถึง 15-30 ตันต่อชั่วโมง หรือ 12-24 ไร่ต่อวัน ครอบคลุมพื้นที่เก็บเกี่ยวรวมกว่า 1,000 ไร่ต่อฤดูการผลิต และช่วยลดต้นทุนประมาณ 30% เมื่อเทียบกับการใช้แรงงานคน

SH-K1 จุดเด่นด้านการออกแบบมีอะไรบ้าง

มาพร้อมใบมีดตัดโคนอัตโนมัติที่ช่วยควบคุมระดับการตัด ลดความเสียหายต่อตออ้อย และรักษาสภาพตออ้อยเพื่อการเจริญเติบโตในรอบถัดไป รวมถึงเกลียวแยกอ้อยที่สามารถตัดอ้อยล้มและลดโอกาสตัดอ้อยผิดร่อง

การเปิดตัว SH-K1 เกี่ยวข้องกับทิศทางอุตสาหกรรมอ้อยอย่างไร

สอดรับการเปลี่ยนผ่านสู่การเก็บเกี่ยวอ้อยสดและลดการเผาอ้อย ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของมลพิษทางอากาศและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รองรับเป้าหมาย Zero Burn และแนวทางเกษตรคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Agriculture) รวมถึงวิสัยทัศน์ Global Major Brand 2030 ของสยามคูโบต้า

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#Kubota
#ข่าวสาร
#เครื่องจักรกลการเกษตร
#สยามคูโบต้า
#รถตัดอ้อย SH-K1
#ชลบุรี
#อ้อย

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE
HOMEDAY
ข่าวสาร
HOMEDAY
Homeday AgentHomeday Agent
Hausty
Homeday AgentHomeday Agent

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

โครงการแนะนำ

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี
บ้านเดี่ยว
ACTIVE

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี ตั้งอยู่ที่ ถนนเส้นบายพาส 36 / บ้านแลง จันทบุรี สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, Co-working space, สนามเด็กเล่น, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 2,690,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก

เริ่ม 2,690,000 บาท
ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110
ทาวน์โฮม
ACTIVE

ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110 ตั้งอยู่ที่ สุดยอดทำเลเชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทาง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 3,150,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก

เริ่ม 3,150,000 บาท
ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา ตั้งอยู่ที่ จอหอ - บึงทับช้าง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ คลับเฮ้าส์, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ (Palm Springs Essence Hatyai)
บ้านเดี่ยว
บ้านแฝด
ทาวน์โฮม
ACTIVE

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ (Palm Springs Essence Hatyai)

ศุภาลัย
ศุภาลัย
หาดใหญ่, สงขลา

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ เป็นโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม 3 ชั้น สไตล์ Modern Tropical Luxury ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้พักอาศัย โครงการนี้มีแนวคิดในการใช้ชีวิตที่หรูหรา มีระดับ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบสนองทุกมิติของการใช้ชีวิตสมัยใหม่ โครงการเน้นการออกแบบที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามและเงียบสงบ

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
สยามคูโบต้า เปิดตัวรถตัดอ้อย SH-K1 ชูศักยภาพเก็บเกี่ยวอ้อยต่อเนื่อง
ข่าวสาร

สยามคูโบต้า เปิดตัวรถตัดอ้อย SH-K1 ชูศักยภาพเก็บเกี่ยวอ้อยต่อเนื่อง

สยามคูโบต้า เปิดตัวรถตัดอ้อย “SH-K1 แรงตัดไม่สะดุด บริการไม่หยุดทุกฤดู” พัฒนาจากโจทย์จริงของไร่อ้อยไทย เครื่องยนต์ 173 แรงม้า ตัดได้ 15-30 ตันต่อชั่วโมง ครอบคลุมกว่า 1,000 ไร่ต่อฤดูการผลิต ช่วยลดต้นทุนเกษตรกรประมาณ 30%

1 นาที
สยามคูโบต้า ดึงเทคโนโลยี AI ยกระดับบริการหลังการขายแบบไร้รอยต่อ
ข่าวสาร

สยามคูโบต้า ดึงเทคโนโลยี AI ยกระดับบริการหลังการขายแบบไร้รอยต่อ

สยามคูโบต้า เดินหน้ากลยุทธ์ “เลือกคูโบต้า คุ้มค่าไม่รู้จบ” ยกระดับบริการหลังการขายด้วยเทคโนโลยี AI และพัฒนาทีมช่างกว่า 1,600 คน สู่ High-Skilled Workforce พร้อมเครือข่ายบริการกว่า 3,000 จุดทั่วประเทศ คว้า 2 รางวัล Gold จากเวที Stevie Awards 2026

2 นาที
“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” เปิด ‘Lio2 พัทยากลาง’ เริ่ม 2.89 ล้านบาท
ข่าวสาร

“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” เปิด ‘Lio2 พัทยากลาง’ เริ่ม 2.89 ล้านบาท

“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” เปิดตัว “Lio2 พัทยากลาง” ทาวน์โฮม 2 ชั้น 173 ยูนิต มูลค่าโครงการ 550 ล้านบาท บนทำเลพัทยากลาง ชูจุดแข็งเชื่อมต่อถนนสุขุมวิทและมอเตอร์เวย์สาย 7 เจาะกลุ่ม Real Demand ราคาเริ่ม 2.89 ล้านบาท

2 นาที
ศุภาลัย เปิดตัว 'พรีมา วิลล่า' บ้านเดี่ยวพรีเมียมที่พัทยา
ข่าวสาร

ศุภาลัย เปิดตัว 'พรีมา วิลล่า' บ้านเดี่ยวพรีเมียมที่พัทยา

ศุภาลัย ปักหมุดโครงการใหม่ “ศุภาลัย พรีมา วิลล่า พัทยา” บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Tropical บนถนนทุ่งกลมตาลหมัน พื้นที่กว่า 29 ไร่ 101 แปลง มูลค่าโครงการ 960 ล้านบาท 4 ห้องนอนทุกแบบบ้าน ราคา 6.99-15 ล้านบาท เปิด Pre-Sales 31 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569

2 นาที