Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap

เอสซีจี 9 เดือน Adjusted Cash EBITDA โต 19% สู่ TOP 10 โลก

Homeday
29 ตุลาคม 2569
4 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 29/10/2569

เอสซีจี 9 เดือน Adjusted Cash EBITDA โต 19% สู่ TOP 10 โลก
มหกรรมบ้านและคอนโด

สรุปประเด็นสำคัญ

เอสซีจีรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 และ 9 เดือนปี 2569 โดย Adjusted Cash EBITDA 9 เดือนอยู่ที่ 57,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสำหรับงวด 20,143 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% และรายได้จากการขาย 382,236 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3%

บริษัทประกาศแผนผนึกกำลังธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในประเทศไทยระหว่าง SCGC และ GC คาดสร้าง Synergy 150-200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และมุ่งขึ้นเป็น 1 ใน 10 ผู้ผลิตพอลิโอเลฟินส์รายใหญ่ที่สุดของโลก พร้อมเดินหน้าโครงการอีเทนที่ LSP เวียดนามและขยาย Low Carbon Cement Platform ในอาเซียน

เอสซีจีเผยผลประกอบการไตรมาส 3 และ 9 เดือนของปี 2569 โดย Adjusted Cash EBITDA 9 เดือนอยู่ที่ 57,357 ล้านบาท เติบโต 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลจากการปรับโครงสร้างธุรกิจและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันที่เร่งทำต่อเนื่อง แม้เผชิญพลังงานโลกปรับตัวขึ้นสูงจาก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เอสซีจียังคงความแข็งแกร่งทางการเงิน หนี้สินสุทธิลดลง 42,656 ล้านบาทจากไตรมาสที่ 4 ปี 2568 มีระบบบริหารจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพ พร้อมมาตรการรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างทันท่วงที ล่าสุดประกาศแผนผนึกกำลังธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในประเทศไทยระหว่าง SCGC และ GC เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยสู่การแข่งขันในเวทีโลก รวมจุดแข็งตลอดห่วงโซ่คุณค่า ต่อยอดนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง คาดว่าบริษัทร่วมทุนจะจัดตั้งแล้วเสร็จ ในครึ่งปีหลัง 2570 ขณะที่ทุกธุรกิจยกระดับประสิทธิภาพทั่วอาเซียนด้วย AI & Robotics เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด สร้างภูมิคุ้มกันรับมือวิกฤตพลังงานผันผวน นอกจากนี้ ตลาดวัสดุก่อสร้างและบรรจุภัณฑ์ในอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนามเติบโตดี

ผู้บริหารเอสซีจี

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “ปี 2569 เป็นหนึ่งในปีที่ธุรกิจเผชิญบททดสอบหนักที่สุด ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า ราคาพลังงานผันผวน และเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่เอสซีจีเร่งทรานฟอร์มธุรกิจสร้างความเข้มแข็งสู่การเติบโตระยะยาวผ่าน 3 ด้าน คือ 1) สร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจด้วยการผนึก SCGC และ GC ยกระดับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีสู่ระดับโลก พร้อมเร่งโครงการอีเทนที่เวียดนาม รวมทั้ง ขยาย Low Carbon Cement Platform ในอาเซียน 2) เสริมความเข้มแข็งทางการเงินโดยการปรับลดหนี้สินสุทธิต่อเนื่อง 3) เพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI & Robotics ทั่วทั้งอาเซียน ส่งผลให้ผลประกอบการ 9 เดือนปี 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน Adjusted Cash EBITDA อยู่ที่ 57,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 20,143 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% หากไม่รวมการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือและรายการปรับปรุงอื่น ๆ Adjusted Profit อยู่ที่ 14,437 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,831 ล้านบาท และรายได้จากการขายอยู่ที่ 382,236 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3%”

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี

ขณะที่ไตรมาส 3 ปี 2569 Adjusted Cash EBITDA อยู่ที่ 14,444 ล้านบาท กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 2,385 ล้านบาท รายได้จากการขายอยู่ที่ 122,666 ล้านบาท หนี้สินสุทธิลดลง 42,656 ล้านบาทจากไตรมาสที่ 4 ปี 2568 อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลดลงต่อเนื่องมาที่ 3.6 เท่า และมีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2569 อยู่ที่ 75,147 ล้านบาท

อินโฟกราฟิกผลประกอบการเอสซีจี ไตรมาส 3 ปี 2569

ธุรกิจเคมิคอลส์ หรือเอสซีจีซี ประกาศแผนผนึกกำลังธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในประเทศไทยร่วมกับ GC คาดว่าจะสร้างประโยชน์จากการดำเนินธุรกิจร่วมกัน (Synergy) เพิ่มขึ้นประมาณ 150-200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย พร้อมก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน 10 ผู้ผลิตพอลิโอเลฟินส์รายใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยการรวมจุดแข็งของทั้งสองบริษัท ทั้งด้านฐานการผลิต ความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนเครือข่ายลูกค้าและตลาดทั่วโลก มุ่งสร้างธุรกิจที่มีขนาดใหญ่และแข็งแกร่งขึ้น สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมต่อเนื่องในไทย พร้อมรับความผันผวนของอุตสาหกรรมและความท้าทายจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ในระยะยาว ขณะที่โรงงานระยองโอเลฟินส์ (ROC) กลับมาเดินโรงงานตั้งแต่กลางเดือนกันยายน 2569 หลังหยุดชั่วคราวจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง รวมทั้งยังเร่งโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทน ที่ LSP เวียดนาม ช่วยลดต้นทุนได้มากกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี คาดแล้วเสร็จกลางปี 2570 ซึ่งเร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้

ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ตามแนวทาง One CBM เพิ่มยอดขายข้ามกลุ่มสินค้าเติบโต 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน ลดความซ้ำซ้อนและใช้ทรัพยากรร่วมกัน ส่งผลให้ลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้กว่า 1,000 ล้านบาทภายในปี 2569 นอกจากนี้ ยังใช้เชื้อเพลิงทดแทน (AF) อยู่ที่ 25%-35% ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นด้านต้นทุน

ธุรกิจแพคเกจจิ้ง ได้ต่อยอดการฟื้นตัวของธุรกิจในอินโดนีเซีย รวมถึงบูรณาการเครือข่ายการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร พร้อมขยายโอกาสในตลาดเวียดนามและอินเดีย เสริมความแข็งแกร่งในตลาดและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ เอสซีจีและมูลนิธิเอสซีจี ผนึกกำลังธุรกิจในเครือและเครือข่ายพันธมิตร ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที ครอบคลุมหลายพื้นที่ โดยจัดตั้งโรงครัวชุมชน มอบอาหารพร้อมทาน น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็น สนับสนุนสุขากระดาษ เตียงสนามกระดาษ และผ้าห่มสำหรับศูนย์อพยพ นอกจากนี้ เอสซีจีซีได้สนับสนุนทุ่นลอยน้ำคุณภาพสูงจาก SCGC Floating Solar Solution ให้เป็นแพกู้ภัยและทางเดินลอยน้ำ เพื่อใช้ลำเลียงอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก ขณะที่เอสซีจีพีส่งทีมจิตอาสา Emergency Response Team (S.E.R.T.) ลงพื้นที่ช่วยเหลือชุมชน ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มอบส่วนลดวัสดุก่อสร้างเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านเรือนหลังน้ำลดด้วย

นายธรรมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ปี 2570 เอสซีจีมุ่งต่อยอดการทรานฟอร์มธุรกิจที่ทำมาต่อเนื่องให้เกิดผลลัพธ์อย่างชัดเจน ปรับโครงสร้างธุรกิจควบคู่กับการเดินหน้าโครงการเชิงกลยุทธ์ อาทิ การผนึก SCGC และ GC ยกระดับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีสู่ระดับโลก โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP เวียดนาม การขยาย Low Carbon Cement Platform ในอาเซียน รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพฐานผลิตในอาเซียน ผ่าน AI & Robotics เชื่อมั่นว่าจะช่วยให้เรารับมือกับทุกความท้าทาย และเสริมธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในระยะยาว”

การดำเนินงานที่สำคัญในไตรมาส 3 ปี 2569 รายธุรกิจ มีดังนี้

1.) ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง สามารถรับแรงกดดันจากความต้องการตามฤดูกาลที่ชะลอตัวและต้นทุนพลังงานผันผวน โดยการบริหารต้นทุนอย่างเข้มงวด การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการปรับพอร์ตสินค้าและกลยุทธ์การขายให้เหมาะสมกับตลาด

ผลประกอบการ 9 เดือน ปี 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ธุรกิจมี Adjusted Cash EBITDA 16,018 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% กำไรสำหรับงวด 7,459 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 มี Adjusted Cash EBITDA อยู่ที่ 4,611 ล้านบาท และมีกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 1,669 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานที่สำคัญในไตรมาส 3 ปี 2569 ได้แก่

  • เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน รับมือราคาพลังงานสูงขึ้น ภายใต้แนวทาง One CBM สามารถเพิ่มยอดขายข้ามกลุ่มสินค้าเติบโต 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน ช่วยลดความซ้ำซ้อนและใช้ทรัพยากรร่วมกัน ส่งผลให้ลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้กว่า 1,000 ล้านบาทภายในปี 2569 นอกจากนี้ ยังใช้เชื้อเพลิงทดแทน (AF) อยู่ที่ 25%-35% ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นด้านต้นทุน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต
  • บริหารพอร์ตสินค้าให้ครอบคลุมทุกกลุ่มตลาด ผลักดันสินค้า HVA สำหรับโครงการระดับพรีเมียมที่ต้องการสินค้าคุณภาพและมีความแตกต่าง ควบคู่กับสินค้า SVP ซึ่งเติบโตกว่า 20% จากไตรมาสก่อน
  • ขยายตลาดอาเซียน เสริมการเติบโตระยะยาว โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านการลงทุนจากภาครัฐและเอกชน ทำให้มีความต้องการสินค้าวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น
การบริหารพอร์ตสินค้าให้ครอบคลุมทุกตลาด

เอสซีจี เดคคอร์ Adjusted cash EBITDA ไตรมาส 3 ปี 2569 เทียบกับไตรมาสก่อนอยู่ที่ 839 ล้านบาท เติบโต 36% และมีกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 314 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานที่สำคัญในไตรมาส 3 ปี 2569 ได้แก่

  • เพิ่มกำลังการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนในเวียดนาม รองรับตลาดในประเทศและส่งออก โดยยอดขายกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนเติบโตกว่า 32% พร้อมเดินหน้าโครงการเพิ่มกำลังการผลิตที่โรงงาน Dai Loc ประมาณ 6 ล้านตารางเมตร คาดแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2569
  • ปรับแผนเชิงรุกในไทยรับตลาดชะลอตัว เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและรุกสินค้าใหม่ พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตกระเบื้อง Stone Plastic Composite (SPC) เป็น 2 เท่า หรือ 2.88 ล้านตารางเมตรต่อปี
  • ขยายตลาดส่งออกจาก PRIME ไปยังสหรัฐฯ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งมีความสามารถในการแข่งขันด้านคุณภาพและต้นทุน ตามกลยุทธ์ Regional Optimization
โรงงาน PRIME เวียดนามผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลน
การขยายตลาดต่างประเทศสร้างการเติบโต

2.) ธุรกิจเคมิคอลส์ หรือเอสซีจีซี ยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะอุปทานส่วนเกินในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี การแข่งขันด้านราคา และความผันผวนของส่วนต่างราคาสินค้ากับวัตถุดิบตั้งต้นจากราคาน้ำมันที่แกว่งตัวสูงขึ้นตามความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง เอสซีจีซีจึงให้ความสำคัญกับการบริหารวัตถุดิบการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การจำหน่ายสินค้า HVA และการบริหารความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจและความสามารถในการแข่งขัน

ผลประกอบการ 9 เดือน ปี 2569 Adjusted EBITDA ไม่รวม LSP อยู่ที่ 14,441 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสำหรับงวด 4,160 ล้านบาท ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 เอสซีจีซี มี Adjusted EBITDA ไม่รวม LSP 2,756 ล้านบาท และขาดทุนสำหรับงวด อยู่ที่ 1,738 ล้านบาท เนื่องจากการหยุดเดินโรงงาน ROC เป็นการชั่วคราวและโรงงาน LSP ปรับปรุง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบอีเทน

ผลการดำเนินงานที่สำคัญในไตรมาส 3 ปี 2569 ได้แก่

  • เสริมแกร่งธุรกิจเคมิคอลส์ผ่านการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่าง GC และ SCGC ผนึกกำลังธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในประเทศไทย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยสู่การแข่งขันในเวทีโลก ด้วยการรวมจุดแข็งของทั้งสองบริษัท ทั้งด้านฐานการผลิต ความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนเครือข่ายลูกค้าและตลาดทั่วโลก คาดว่าจะสร้างประโยชน์จากการดำเนินธุรกิจร่วมกัน (Synergy) เพิ่มขึ้นประมาณ 150-200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี มุ่งสร้างธุรกิจที่มีขนาดใหญ่และแข็งแกร่งขึ้น สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมต่อเนื่องในไทย พร้อมก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน 10 ผู้ผลิตพอลิโอเลฟินส์รายใหญ่ที่สุดของโลก
  • โรงงาน ROC กลับมาเดินเครื่องโรงงานตั้งเเต่ช่วงกลางเดือนกันยายน 2569 พร้อมบริหารจัดการวัตถุดิบและวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของตลาด
  • โรงงาน LSP เวียดนาม มีแผนกลับมาเดินเครื่องโรงงานกลางปี 2570 เร่งเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและถังจัดเก็บอีเทน ซึ่งคืบหน้าเร็วกว่ากำหนด
อินโฟกราฟิก GC และ SCGC ผนึกกำลังเสริมแกร่งปิโตรเคมีไทยสู่ศูนย์กลางภูมิภาค
โรงงาน LSP เวียดนาม ใน SCGC
ถังเก็บอีเทนสำหรับโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP เวียดนาม

3.) ธุรกิจแพคเกจจิ้ง มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเสริมความสามารถในการแข่งขันผ่านเครือข่ายการผลิตในภูมิภาค โดยให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้า ท่ามกลางความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่แตกต่างกันในแต่ละตลาด

ผลประกอบการ 9 เดือน ปี 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ธุรกิจมี Adjusted Cash EBITDA 15,725 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% กำไรสำหรับงวด 5,896 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106% ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 มี Adjusted Cash EBITDA 5,253 ล้านบาท และกำไรสำหรับงวด 2,026 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานที่สำคัญในไตรมาส 3 ปี 2569 ได้แก่

  • ต่อยอดการฟื้นตัวของธุรกิจในอินโดนีเซีย มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารต้นทุน รวมถึงบูรณาการเครือข่ายการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร
  • เสริมความแข็งแกร่งในอาเซียนรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น เพิ่มฐานการผลิตกระดาษสำหรับผลิตแผ่นยิปซัมและกระดาษทำผิวกล่องลูกฟูกคุณภาพสูง รวมทั้งลงทุนในบริษัทจินจงฟา อุตสาหกรรมกระดาษ จำกัด (JZF) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายการผลิต ให้บริการลูกค้าจีนและตลาดผลไม้ส่งออก
  • ขยายโอกาสในตลาดเวียดนามและอินเดีย เสริมความแข็งแกร่งในตลาดและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
กระดาษสำหรับผลิตแผ่นยิปซัม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ผลประกอบการ 9 เดือนปี 2569 ของเอสซีจีเป็นอย่างไร

เอสซีจีมี Adjusted Cash EBITDA 9 เดือนอยู่ที่ 57,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% กำไรสำหรับงวด 20,143 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% และรายได้จากการขาย 382,236 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3%

แผนผนึกกำลัง SCGC และ GC มีเป้าหมายอะไร

แผนดังกล่าวจะรวมธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในประเทศไทย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยสู่เวทีโลก คาดสร้าง Synergy ประมาณ 150-200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และมุ่งขึ้นเป็นหนึ่งใน 10 ผู้ผลิตพอลิโอเลฟินส์รายใหญ่ที่สุดของโลก

โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่ LSP เวียดนามมีความคืบหน้าอย่างไร

เอสซีจีซีเร่งโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่ LSP เวียดนาม ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนได้มากกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และคาดแล้วเสร็จกลางปี 2570 เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#GC
#ข่าวสาร
#การเงิน
#พอลิโอเลฟินส์
#SCGC
#SCG
#ปิโตรเคมี
#ผลประกอบการ
#เอสซีจี

หมายเหตุ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเว็บไซต์ Homeday โดย บริษัท โฮมเดย์ กรุ๊ป จำกัด เท่านั้น บริษัทไม่สามารถให้คำมั่นหรือคำรับประกันเกี่ยวกับเนื้อหา รวมถึงไม่สามารถรับรองความเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์เฉพาะใดๆ ตามขอบเขตของกฎหมาย เราจะพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลที่ปรากฏในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วนสมบูรณ์ ณ เวลาที่จัดทำ ข้อมูลดังกล่าวไม่ควรนำไปใช้ในการพิจารณาตัดสินใจด้านการเงิน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือประเด็นกฎหมายโดยทันที ผู้อ่านไม่ควรอาศัยข้อมูลในบทความนี้แทนคำแนะนำจากผู้ชำนาญการที่ได้รับการฝึกฝนซึ่งสามารถวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและสภาวะเฉพาะของท่านได้ ทั้งนี้ ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ หากท่านเลือกที่จะนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจของท่าน

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE
HOMEDAY
ข่าวสาร
HOMEDAY
เอสซีจีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างไร

เอสซีจีและมูลนิธิเอสซีจีร่วมกับธุรกิจในเครือและพันธมิตร จัดตั้งโรงครัวชุมชน มอบอาหารพร้อมทาน น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็น รวมถึงสุขากระดาษ เตียงสนามกระดาษ และผ้าห่มสำหรับศูนย์อพยพ ขณะที่ SCGC สนับสนุนทุ่นลอยน้ำเป็นแพกู้ภัยและทางเดินลอยน้ำ และ SCGP ส่งทีมจิตอาสา S.E.R.T. ลงพื้นที่ช่วยเหลือชุมชน

Homeday AgentHomeday Agent
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

โครงการแนะนำ

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี
บ้านเดี่ยว
ACTIVE

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี ตั้งอยู่ที่ ถนนเส้นบายพาส 36 / บ้านแลง จันทบุรี สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, Co-working space, สนามเด็กเล่น, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 2,690,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก

เริ่ม 2,690,000 บาท
ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110
ทาวน์โฮม
ACTIVE

ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110 ตั้งอยู่ที่ สุดยอดทำเลเชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทาง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 3,150,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก

เริ่ม 3,150,000 บาท
ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา ตั้งอยู่ที่ จอหอ - บึงทับช้าง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ คลับเฮ้าส์, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ (Palm Springs Essence Hatyai)
บ้านเดี่ยว
บ้านแฝด
ทาวน์โฮม
ACTIVE

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ (Palm Springs Essence Hatyai)

ศุภาลัย
ศุภาลัย
หาดใหญ่, สงขลา

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ เป็นโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม 3 ชั้น สไตล์ Modern Tropical Luxury ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้พักอาศัย โครงการนี้มีแนวคิดในการใช้ชีวิตที่หรูหรา มีระดับ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบสนองทุกมิติของการใช้ชีวิตสมัยใหม่ โครงการเน้นการออกแบบที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามและเงียบสงบ

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
เอสซีจี เผย Adjusted Cash EBITDA ครึ่งปีแรก 2569 แกร่งขึ้น 35%
ข่าวสาร

เอสซีจี เผย Adjusted Cash EBITDA ครึ่งปีแรก 2569 แกร่งขึ้น 35%

เอสซีจี เผย Adjusted Cash EBITDA ครึ่งปีแรก 2569 อยู่ที่ 42,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากการบริหารต้นทุน-วัตถุดิบ วินัยการเงินเข้ม ปรับโครงสร้างธุรกิจ พร้อมเคาะปันผลระหว่างกาล 3.5 บาท/หุ้น

3 นาที
‘เอสซีจี โซลาร์ รูฟ โซลูชัน’ รุกตลาดด้วย SCG Solar Expert Station คาดเติบโต 200% ในปี 66  ขยายให้บริการทั่วประเทศ ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมหลังคาโซลาร์
ข่าวสาร

‘เอสซีจี โซลาร์ รูฟ โซลูชัน’ รุกตลาดด้วย SCG Solar Expert Station คาดเติบโต 200% ในปี 66 ขยายให้บริการทั่วประเทศ ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมหลังคาโซลาร์

คุณวชิระชัย คูนำวัฒนา Head of Smart System Solution Business ในธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า ‘เอสซีจี โซลาร์ รูฟ โซลูชัน’ ในฐานะผู้

2 นาที
12 Developers – 4 Main Contractors ชั้นนำของเมืองไทย ชูแนวคิดใช้ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก หวังผลักดันลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์  เพื่อก้าวสู่สังคม NET ZERO สร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน
ข่าวสาร

12 Developers – 4 Main Contractors ชั้นนำของเมืองไทย ชูแนวคิดใช้ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก หวังผลักดันลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ เพื่อก้าวสู่สังคม NET ZERO สร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

เพราะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เป็นสัญญาณเตือนที่บอกว่า นี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ที่ผ่านมาการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change Conference of the Parties: UNFCCC COP) ครั้งที่ 28 เน้นย้ำถึงเป้าหมายกา

3 นาที
เอสซีจี แถลงผลประกอบการไตรมาส 3 และ 9 เดือนปี 2567  แก้เกมระยะสั้น เร่งลดต้นทุนทั้งองค์กร ปิดกิจการไม่ทำกำไร  เดินเกมระยะยาวลุยโครงการอีเทนปิโตรเคมีเวียดนาม ดันปูนคาร์บอนต่ำ-พลาสติกรักษ์โลกมูลค่าเพิ่มสูง  เติบโตตามแนวทาง Inclusive Green Growth
ข่าวสาร

เอสซีจี แถลงผลประกอบการไตรมาส 3 และ 9 เดือนปี 2567 แก้เกมระยะสั้น เร่งลดต้นทุนทั้งองค์กร ปิดกิจการไม่ทำกำไร เดินเกมระยะยาวลุยโครงการอีเทนปิโตรเคมีเวียดนาม ดันปูนคาร์บอนต่ำ-พลาสติกรักษ์โลกมูลค่าเพิ่มสูง เติบโตตามแนวทาง Inclusive Green Growth

เอสซีจี แถลงผลประกอบการไตรมาส 3 และ 9 เดือนปี 2567 แก้เกมเศรษฐกิจรุมเร้า ตั้งเป้า 1) มุ่งลดต้นทุนภาพรวมองค์กร 5,000 ล้านบาท ภายในปี 2568 2) ลดเงินทุนหมุนเวียนลง 10,000 ล้านบาท ภายในไตรมาส 1 ปี 2568 3) ยกเลิกกิจการที่ไม่ทำกำไร เเละ 4) ขายสินทรัพย์ (Asset Divestment) ลดต้นทุนการผลิต เร่งเพิ่มเชื้อเพลิ

4 นาที