Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap

Waste to Value: PSP พลิก "ของเสียเคมี" สู่วัตถุดิบเพิ่มมูลค่า

Homeday
21 ตุลาคม 2569
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 21/10/2569

Waste to Value: PSP พลิก "ของเสียเคมี" สู่วัตถุดิบเพิ่มมูลค่า

สรุปประเด็นสำคัญ

บทความพิเศษโดย นายเสกสรร ครองพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP ชี้ว่าการบริหารจัดการของเสียเคมีและน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วกำลังกลายเป็นสมรภูมิใหม่ของภาคอุตสาหกรรมไทย ภายใต้แรงกดดันจากมาตรการ ESG, CBAM และเป้าหมาย Net Zero โดย PSP ต่อยอดธุรกิจผ่านการเข้าซื้อหุ้น 100% ในบริษัท รีไซเคิล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (RE) มูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 630 ล้านบาท พร้อมพัฒนาเทคโนโลยี Re-Refined Base Oil (RRBO) เปลี่ยนน้ำมันใช้แล้วกลับเป็นวัตถุดิบคุณภาพสูง รองรับการแข่งขันในห่วงโซ่อุปทานคาร์บอนต่ำ

เมื่อน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วกลายเป็นวัตถุดิบแห่งอนาคต และตัวชี้ขาดความสามารถในการแข่งขันยุคคาร์บอนต่ำ

ภาพประกอบบทความพิเศษ Waste to Value ของ PSP

โดย นายเสกสรร ครองพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP

สมรภูมิการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยได้ก้าวพ้นยุคของการห้ำหั่นกันด้วย "ต้นทุน" หรือ "สเกลการผลิต" ไปแล้ว เมื่อบริบทโลกยุค ESG และเข็มทิศ Net Zero กำลังบีบให้ทุกองค์กรต้องเขียนสมการทางธุรกิจใหม่ วันนี้ "การบริหารจัดการของเสียเคมี" (Chemical Waste Management) จึงไม่ใช่งานหลังบ้านที่จ่ายเงินเพื่อให้จบไปอีกต่อไป หากแต่เป็นสนามแข่งขันสำคัญที่เปลี่ยนสารเคมีและน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วให้กลายเป็น "ทรัพยากรรูปแบบใหม่" ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ (Waste-to-Value) และกลายเป็นจิ๊กซอว์ชี้ขาดว่า ใครจะอยู่หรือไปในห่วงโซ่อุปทานคาร์บอนต่ำแห่งอนาคต

โจทย์สำคัญคือ ประเทศไทยจะเปลี่ยนของเสียเหล่านี้ให้กลับมาเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะ “น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว” (Used Lubricating Oil) ที่เกิดขึ้นจากรถยนต์ เครื่องจักร และสายการผลิตทั่วประเทศ ซึ่งหากจัดการไม่เหมาะสมอาจสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่หากผ่านกระบวนการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐาน ก็สามารถกลับมาเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับภาคอุตสาหกรรมได้อีกครั้ง

ภาพประกอบกระบวนการรีไซเคิลของเสียเคมีของ PSP และ RE

ข้อมูลจาก Kline ระบุว่า ในปี 2567 ทั่วโลกมีการใช้น้ำมันหล่อลื่นประมาณ 39.2 ล้านตัน และเกิดน้ำมันใช้แล้วราว 21.5 ล้านตัน แต่มีเพียงราว 6.5 ล้านตันที่ถูกนำกลับไปกลั่นซ้ำเป็นน้ำมันพื้นฐาน หรือไม่ถึงหนึ่งในสามของน้ำมันใช้แล้วทั้งหมด ขณะที่ประเทศไทยมีการใช้น้ำมันหล่อลื่นประมาณ 682 ล้านลิตรต่อปี ช่องว่างดังกล่าวสะท้อนถึงโอกาสในการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ ควบคู่กับความท้าทายในการรวบรวมและจัดการน้ำมันใช้แล้วให้เข้าสู่ระบบรีไซเคิลอย่างมีประสิทธิภาพ

กฎคาร์บอนเร่งเกมแข่งขัน เปลี่ยนของเสียเป็นโอกาสทางธุรกิจ

แรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมกำลังทำให้การบริหารจัดการของเสียมีความสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น ทั้งร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่วางกลไกราคาคาร์บอนทั้งภาษีคาร์บอนและระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ที่ยึดหลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย มาตรการ CBAM และข้อกำหนดด้านความยั่งยืนของ EU ผลักดันให้ธุรกิจลดคาร์บอน ขณะที่ระบบราคาคาร์บอนของไทยอาจช่วยให้ผู้ส่งออกหักลบค่าคาร์บอนกับภาระ CBAM ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งเข้าสู่ระยะบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2569 สำหรับสินค้ากลุ่มแรก เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม และซีเมนต์ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ขณะเดียวกัน CBAM เปิดช่องให้ผู้ส่งออกนำราคาคาร์บอนที่จ่ายจริงในประเทศต้นทางมาหักลบภาระได้ การมีระบบราคาคาร์บอนของไทยเองจึงเป็นอีกแรงผลักให้เร่งผลักดันกฎหมายด้านสภาพภูมิอากาศ

แม้การใช้วัตถุดิบรีไซเคิลยังไม่ได้เป็นข้อบังคับทั่วไปสำหรับผู้ผลิตไทย แต่การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดการปล่อยคาร์บอนกำลังเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะธุรกิจที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ยิ่งเมื่อผู้เล่นระดับโลกเริ่มนำร่องพัฒนาสินค้าคาร์บอนต่ำ ผู้ผลิตที่ปรับตัวช้าย่อมเสี่ยงเสียโอกาสในห่วงโซ่อุปทานของลูกค้ารายใหญ่

ภาพประกอบการบริหารจัดการของเสียอุตสาหกรรมของ PSP

PSP ต่อยอดธุรกิจรีไซเคิล ผ่าน RE สร้างห่วงโซ่มูลค่าใหม่

บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP ผู้นำด้านโซลูชันผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแบบครบวงจร วางกลยุทธ์ต่อยอดธุรกิจสู่การบริหารจัดการของเสียเคมี ผ่านการลงทุนในบริษัท รีไซเคิล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (RE) ผู้เชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลสารเคมีและการจัดการของเสียอุตสาหกรรมที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี โดย PSP เข้าซื้อหุ้น RE ทั้งหมด100% ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 630 ล้านบาท ในช่วงปี 2586 ที่ผ่านมา

ในขณะที่ RE ให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การรีไซเคิลสารเคมี ตัวทำละลาย และน้ำมันใช้แล้ว การกำจัดของเสียที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ไปจนถึงการล้างบรรจุภัณฑ์อุตสาหกรรม เช่น ถังเหล็กขนาด 200 ลิตรและถัง IBC ตามมาตรฐาน UN โดยข้อมูลที่ PSP เปิดเผยระบุว่า การนำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่ช่วยลดงบประมาณจัดซื้อได้เฉลี่ย 40–50% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 80% เมื่อเทียบกับการใช้บรรจุภัณฑ์ใหม่

การลงทุนดังกล่าวช่วยให้ PSP ขยายขอบเขตจากธุรกิจผลิตน้ำมันหล่อลื่นและเคมีภัณฑ์ ไปสู่การจัดการทรัพยากรหลังการใช้งาน เปิดโอกาสให้ของเสียจากภาคอุตสาหกรรมกลับมาเป็นวัตถุดิบที่สร้างมูลค่าได้อีกครั้ง

ภาพประกอบเทคโนโลยี RRBO เปลี่ยนน้ำมันใช้แล้วเป็นวัตถุดิบคุณภาพสูง

RRBO เทคโนโลยีเปลี่ยนน้ำมันใช้แล้วเป็นวัตถุดิบคุณภาพสูง

หนึ่งในหัวใจสำคัญของแนวทาง Waste-to-Value คือ Re-Refined Base Oil (RRBO) หรือน้ำมันพื้นฐานที่ผลิตจากการกลั่นน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วซ้ำ ผ่านกระบวนการกำจัดน้ำและสิ่งปนเปื้อน การกลั่นภายใต้สุญญากาศ และการปรับปรุงคุณภาพด้วยไฮโดรเจน เพื่อกำจัดสารปนเปื้อนและองค์ประกอบที่เสื่อมสภาพจากการใช้งาน เมื่อผ่านกระบวนการที่ได้มาตรฐาน น้ำมันใช้แล้วสามารถกลับมาเป็นน้ำมันพื้นฐานสำหรับผลิตน้ำมันหล่อลื่นได้อีกครั้ง โดยเทคโนโลยีปัจจุบันสามารถผลิต RRBO ได้ถึงระดับ Group II และ II+ และบางโรงงานผลิตได้ถึงระดับ Group III ขณะที่การผลิตน้ำมันพื้นฐานจากการกลั่นซ้ำมีศักยภาพในการใช้พลังงานน้อยกว่าการผลิตจากน้ำมันดิบ โดยประมาณการของ Chevron Oronite ระบุว่า RRBO มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำกว่าน้ำมันพื้นฐานทั่วไปราว 50% และอาจสูงถึง 80% RRBO จึงเป็นอีกทางเลือกในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

ประมาณการของ Kline และ Chevron Oronite ระบุว่า กำลังการผลิต RRBO ทั่วโลกอยู่ที่ราว 5.1 ล้านตัน (ข้อมูลปี 2565) โดยเอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีกำลังการผลิตมากที่สุดราว 1.9 ล้านตัน มีจีน อินเดีย และออสเตรเลียเป็นตลาดหลัก และคาดว่า RRBO เติบโตเฉลี่ยราว 6% ต่อปีในช่วงปี 2566–2571 สะท้อนโอกาสของตลาดที่ให้ความสำคัญกับการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่มากขึ้น

สำหรับ PSP โครงการพัฒนา RRBO ซึ่งต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลของ RE เป็นส่วนหนึ่งของแผนสร้าง New Growth Engine โดยวางเป้าหมายให้ RE เป็น Green Platform หลักของกลุ่ม และพัฒนาสู่ศูนย์กลางการรีไซเคิลสารเคมีในภูมิภาคอาเซียน

นายเสกสรร ครองพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน)

จากการกำจัดของเสีย สู่ความได้เปรียบในการแข่งขัน

ตัวอย่างจากยุโรปแสดงให้เห็นว่า การนำน้ำมันใช้แล้วกลับมาผลิตเป็นน้ำมันพื้นฐานสามารถพัฒนาเป็นระบบจัดการทรัพยากรในระดับอุตสาหกรรมได้ โดยสเปนกำหนดให้น้ำมันใช้แล้วอย่างน้อย 65% ต้องถูกนำกลับไปผลิตเป็นน้ำมันพื้นฐาน ขณะที่เยอรมนีและอิตาลีเป็นผู้นำตลาดด้านการกลั่นซ้ำน้ำมันใช้แล้ว ส่วนสหรัฐฯ รวบรวมน้ำมันใช้แล้วได้ราว 72% และราว 60% ของปริมาณที่รวบรวมได้ถูกนำไปกลั่นซ้ำ ที่น่าจับตาคือในเอเชีย อินเดียเริ่มบังคับใช้เป้าหมายน้ำมันรีไซเคิลตั้งแต่ 1 เมษายน 2567 ที่ 5% ของน้ำมันพื้นฐานหรือน้ำมันหล่อลื่นที่จำหน่าย และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 50% ภายในปี 2573 บทเรียนสำคัญคือ การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดผลจริงต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี ระบบรวบรวมของเสีย มาตรฐานการผลิต และกลไกสนับสนุนที่เหมาะสม เพื่อให้ทรัพยากรที่ผ่านการใช้งานแล้วสามารถกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ

ในวันที่ภาคอุตสาหกรรมต้องแข่งขันภายใต้ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น การเปลี่ยนของเสียให้เป็นวัตถุดิบจึงไม่ใช่เพียงทางเลือกในการลดภาระการกำจัด แต่เป็นโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับ PSP การลงทุนใน RE และการพัฒนา RRBO คือการวางรากฐานธุรกิจที่เชื่อมโยงการผลิตกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อรองรับการแข่งขันในห่วงโซ่อุปทานคาร์บอนต่ำในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

PSP ต่อยอดธุรกิจรีไซเคิลอย่างไร?

PSP วางกลยุทธ์สู่การบริหารจัดการของเสียเคมีผ่านการลงทุนในบริษัท รีไซเคิล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (RE) ผู้เชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลสารเคมีและของเสียอุตสาหกรรมมากว่า 30 ปี โดยเข้าซื้อหุ้น RE ทั้งหมด 100% ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 630 ล้านบาท

RRBO คืออะไร และมีข้อดีอย่างไร?

RRBO (Re-Refined Base Oil) คือน้ำมันพื้นฐานที่ผลิตจากการกลั่นน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วซ้ำ ผ่านการกำจัดน้ำและสิ่งปนเปื้อน การกลั่นภายใต้สุญญากาศ และการปรับปรุงคุณภาพด้วยไฮโดรเจน โดยมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำกว่าน้ำมันพื้นฐานทั่วไปราว 50% และอาจสูงถึง 80% ตามการประมาณการของ Chevron Oronite

ทำไมการจัดการของเสียเคมีจึงสำคัญต่อการแข่งขัน?

เพราะข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มาตรการ CBAM ของ EU และเป้าหมาย Net Zero กำลังบีบให้ธุรกิจลดการปล่อยคาร์บอนและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ผู้ผลิตที่ปรับตัวช้าอาจเสียโอกาสในห่วงโซ่อุปทานของลูกค้ารายใหญ่

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ข่าวสาร
#พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์
#Waste to Value
#เศรษฐกิจหมุนเวียน
#PSP
#ความยั่งยืน
#สาระ
#RRBO

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE
HOMEDAY
ข่าวสาร
HOMEDAY
RE ให้บริการอะไรบ้าง?

RE ให้บริการตั้งแต่การรีไซเคิลสารเคมี ตัวทำละลาย และน้ำมันใช้แล้ว การกำจัดของเสียที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ไปจนถึงการล้างบรรจุภัณฑ์อุตสาหกรรม เช่น ถังเหล็กขนาด 200 ลิตรและถัง IBC ตามมาตรฐาน UN

Homeday AgentHomeday Agent
Homeday AgentHomeday Agent
Hausty

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

โครงการแนะนำ

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี
บ้านเดี่ยว
ACTIVE

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี ตั้งอยู่ที่ ถนนเส้นบายพาส 36 / บ้านแลง จันทบุรี สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, Co-working space, สนามเด็กเล่น, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 2,690,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก

เริ่ม 2,690,000 บาท
ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110
ทาวน์โฮม
ACTIVE

ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110 ตั้งอยู่ที่ สุดยอดทำเลเชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทาง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 3,150,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก

เริ่ม 3,150,000 บาท
ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา ตั้งอยู่ที่ จอหอ - บึงทับช้าง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ คลับเฮ้าส์, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ (Palm Springs Essence Hatyai)
บ้านเดี่ยว
บ้านแฝด
ทาวน์โฮม
ACTIVE

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ (Palm Springs Essence Hatyai)

ศุภาลัย
ศุภาลัย
หาดใหญ่, สงขลา

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ เป็นโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม 3 ชั้น สไตล์ Modern Tropical Luxury ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้พักอาศัย โครงการนี้มีแนวคิดในการใช้ชีวิตที่หรูหรา มีระดับ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบสนองทุกมิติของการใช้ชีวิตสมัยใหม่ โครงการเน้นการออกแบบที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามและเงียบสงบ

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
วว. ปลดล็อกศักยภาพจุลินทรีย์ สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ
ข่าวสาร

วว. ปลดล็อกศักยภาพจุลินทรีย์ สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ

วว. จัดงานสัมมนาและเปิดบ้าน Microbial Innovation for Industry 2026 ปลดล็อกศักยภาพจุลินทรีย์สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ ผนึกภาครัฐ-เอกชน ขับเคลื่อนงานวิจัยเชิงลึกสู่ตลาดพาณิชย์ พร้อมจับคู่ธุรกิจให้ผู้ประกอบการ SMEs และ Startups

2 นาที
EnCo เปิดพื้นที่แห่งการให้ สานต่อสมบัติผลัดกันชม สร้างระบบนิเวศแห่งการแบ่งปัน
ข่าวสาร

EnCo เปิดพื้นที่แห่งการให้ สานต่อสมบัติผลัดกันชม สร้างระบบนิเวศแห่งการแบ่งปัน

EnCo จัดกิจกรรม "สมบัติผลัดกันชม" ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนและความยั่งยืน พร้อมเปิดจุดรับบริจาคสิ่งของเพื่อทุนการศึกษา

1 นาที
TCMC ผนึก QSNCC ส่งต่อพรม IMF–World Bank แก่วัด-โรงเรียน 14 แห่ง
ข่าวสาร

TCMC ผนึก QSNCC ส่งต่อพรม IMF–World Bank แก่วัด-โรงเรียน 14 แห่ง

TCMC ร่วมกับ QSNCC และ Carpets Inter ส่งต่อพรม 50,000 ตารางเมตร จากงานประชุม IMF–World Bank Group ปี 2569 ให้วัดและสถานศึกษา 14 แห่ง นำกลับไปใช้ประโยชน์ต่อ ด้วยมูลค่าดำเนินการรวม 4.7 ล้านบาท

1 นาที
วว. ต้อนรับ สกสว. ลงพื้นที่ติดตามศักยภาพวิจัยผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง
ข่าวสาร

วว. ต้อนรับ สกสว. ลงพื้นที่ติดตามศักยภาพวิจัยผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง

วว. ต้อนรับคณะ สกสว. นำโดย ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ลงพื้นที่ติดตามศักยภาพงานวิจัยสู่ความเป็นเลิศด้านผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง พร้อมเร่งขับเคลื่อนงานวิจัย ATMPs จากห้องปฏิบัติการสู่การใช้ประโยชน์จริงในระบบสาธารณสุขของประเทศ

1 นาที