เมื่อ Wellness ไม่ได้หมายถึงเพียงการเข้าฟิตเนส สปา หรือเดินทางไป Wellness Retreat อีกต่อไป แต่กำลังขยับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและพื้นที่อยู่อาศัย “บ้าน” จึงกำลังกลายเป็นอีกพื้นที่สำคัญของอุตสาหกรรมสุขภาพ และเปิดโอกาสใหม่ให้กับแบรนด์ที่สามารถเชื่อม Technology, Self-care และ Lifestyle เข้าไว้ด้วยกัน ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า Wellness Economy ของประเทศไทยมีมูลค่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 เพิ่มขึ้นจาก 38.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2023 หรือเติบโต 10.1% ภายในหนึ่งปี โดยประเทศไทยมีอัตราการเติบโตเป็นอันดับ 7 ในกลุ่ม 25 ตลาด Wellness ชั้นนำของโลกในช่วงปี 2023–2024 ขณะที่ขนาด Wellness Economy ของไทยอยู่ในอันดับ 24 ของโลก

อีกหนึ่งสัญญาณที่สะท้อนการขยับ Wellness เข้าใกล้ชีวิตประจำวันมากขึ้น คือ Wellness Real Estate ของไทยที่เติบโต 22.9% ระหว่างปี 2023–2024 ขณะที่ธุรกิจสปาเติบโต 18% ในช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ UOB ASEAN Consumer Sentiment Study 2025 ยังพบว่า 44% ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยเพิ่มการใช้จ่ายด้านการศึกษา สุขภาพ และ Wellness แม้อยู่ท่ามกลางความกังวลด้านค่าครองชีพ สำหรับ OSIM Thailand การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนโอกาสของตลาดที่ใหญ่กว่า “Massage Chair” เพราะเมื่อผู้บริโภคเริ่มนำการดูแลตัวเองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่บ้าน โจทย์ของผลิตภัณฑ์ Wellness จึงไม่ได้อยู่เพียงจำนวนโปรแกรมหรือประสิทธิภาพของการนวด แต่รวมถึงความสามารถของเทคโนโลยีในการเข้าใจผู้ใช้ และการออกแบบประสบการณ์ที่สามารถอยู่ร่วมกับ Lifestyle ของแต่ละคนได้
จาก Massage Chair สู่ Personalized Home Wellness

OSIM จึงเปิดตัว OSIM uDream.AI Flagship AI Well-being Chair ในประเทศไทย ในฐานะหนึ่งในก้าวสำคัญของแบรนด์สู่แนวคิด Personalized Home Wellness โดยนำ AI Wellness Analysis มาเชื่อมโยงกับองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านการนวดของประเทศไทย จีน และญี่ปุ่น พร้อมเทคโนโลยีและประสบการณ์ด้านประสาทสัมผัสจากพันธมิตรระดับโลก
“อนาคตของเก้าอี้นวดสำหรับเรา ไม่ใช่การเพิ่มจำนวนโปรแกรม แต่คือการทำให้เทคโนโลยีเข้าใจมนุษย์มากขึ้น เพราะไม่มีใครเหนื่อยเหมือนกัน และไม่มีใครต้องการการพักผ่อนในรูปแบบเดียวกันทุกวัน uDream.AI จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อก้าวข้ามแนวคิด One-size-fits-all ด้วยการนำ AI มาเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ใช้เข้ากับองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับมาสเตอร์ด้านการนวด เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สามารถตอบสนองต่อแต่ละบุคคลได้มากขึ้น และนี่คือทิศทางที่เรามองเห็นสำหรับอนาคตของ Personalized Home Wellness” มุทิตา ปดิวรดาพัทธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โอซิม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว
ในมุมของ OSIM การเปิดตัว uDream.AI จึงไม่ใช่เพียง Product Launch แต่เป็นความพยายามในการขยาย Positioning ของ Category จาก Massage Chair ที่มักถูกเชื่อมโยงกับการแก้อาการเมื่อยล้า ไปสู่ Wellness Technology for Home ที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน

AI เปลี่ยนโจทย์จาก “เลือกโปรแกรม” สู่ “เข้าใจผู้ใช้”
หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญของ uDream.AI คือ AI Wellness Analysis ที่พัฒนาร่วมกับ Binah.ai โดยใช้เทคโนโลยี rPPG (remote photoplethysmography) วิเคราะห์ข้อมูลผ่านกล้องสมาร์ตโฟนโดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ Wearable และนำข้อมูลที่ได้มาใช้ประกอบการแนะนำ Wellness Experience ที่เหมาะสมกับผู้ใช้งานในช่วงเวลานั้น สำหรับ OSIM ความสำคัญของ AI จึงไม่ได้อยู่ที่การเพิ่ม AI เข้าไปเป็นอีกหนึ่ง Feature แต่เป็นการเปลี่ยน Logic ของประสบการณ์ จากเดิมที่ผู้ใช้งานเป็นฝ่ายเลือกจาก Preset Programs ที่เหมือนกันสำหรับทุกคน ไปสู่แนวคิดที่ Technology สามารถเข้ามาช่วยทำความเข้าใจว่า “วันนี้ผู้ใช้งานต้องการการพักผ่อนแบบไหน”
นี่คือหัวใจของ Personalized Wellness ที่ OSIM ต้องการพัฒนาต่อ เพราะสภาวะร่างกาย ความเหนื่อยล้า และความต้องการพักผ่อนของคนคนเดียวกัน ยังสามารถแตกต่างกันได้ในแต่ละวัน

เมื่อ AI ต้องทำงานร่วมกับ Human Expertise
แม้ AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ แต่ OSIM ไม่ได้วาง Technology เพื่อทดแทนองค์ความรู้จากมนุษย์ ตรงกันข้าม uDream.AI ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิดที่นำ Traditional Wellness Knowledge + Human Expertise + Technology มาทำงานร่วมกัน หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญคือ World Masters Massage Series ซึ่งนำองค์ความรู้และเอกลักษณ์ของศาสตร์การนวดจาก 3 วัฒนธรรมสำคัญของเอเชียมาถ่ายทอดผ่านเทคโนโลยีของ OSIM

เริ่มจาก Thai Stretch Massage ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการนวดและยืดเหยียดแบบไทยร่วมกับ Master Therapist คุณพาย จาก Loft Thai Spa & Nuad Thai School ขณะที่ Chinese Tui Na Massage พัฒนาจากองค์ความรู้ของ Chien Chi Tow และ Physician Liu Yucheng ถ่ายทอดแนวคิดและเทคนิคสำคัญของศาสตร์ Tui Na และ Japanese Shiatsu Massageพัฒนาร่วมกับ Sato Tsuyoshi ผู้เชี่ยวชาญด้าน Chiropractic และ Shiatsu เพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์ของศาสตร์การกดแบบญี่ปุ่น แนวคิดดังกล่าวสะท้อน Position ของ OSIM ที่มองว่า Technology ไม่จำเป็นต้องเข้ามาแทน Human Expertise แต่สามารถเป็นเครื่องมือที่ช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้เหล่านั้นให้เข้าถึงชีวิตประจำวันได้มากขึ้น
Premium Wellness ต้องแข่งขันมากกว่าแค่ “นวดดี”
อีกหนึ่งทิศทางที่ OSIM ใช้ในการขยาย Category คือการพัฒนา Wellness Experience ให้ครอบคลุมมากกว่าการสัมผัสทางกายเพียงอย่างเดียว ผ่านแนวคิด 5 Senses Wellness Experience

OSIM เลือกร่วมงานกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรม ได้แก่ Sensortech ผู้เชี่ยวชาญด้าน Multisensory Light Therapy จากประเทศแคนาดา สำหรับประสบการณ์ด้าน Sight, Devialet ผู้เชี่ยวชาญด้าน Acoustic Engineering จากฝรั่งเศส สำหรับ Sound, dsm-firmenich สำหรับประสบการณ์ด้าน Scent และ TWG Tea จากสิงคโปร์ เพื่อเติม Tea Ritual เข้าไปเป็น Moment of Pause ใน Wellness Journey ขณะที่ Touch ยังคงอยู่บนพื้นฐานของ Massage Technology ที่ OSIM พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับ OSIM ความร่วมมือเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการขยายภาพของ Massage Chair จากผลิตภัณฑ์เพื่อการผ่อนคลาย ไปสู่ Wellness Experience ที่เชื่อมโยงกับ Premium Lifestyle มากขึ้น แทนที่จะสร้างทุกองค์ประกอบด้วยตัวเอง แบรนด์เลือกนำ Expertise จากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละศาสตร์เข้ามาประกอบเป็น Ecosystem ครอบคลุมประสบการณ์ของผู้ใช้ ซึ่งสะท้อนอีกหนึ่งทิศทางของ Premiumization ที่ไม่ได้เกิดจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากคุณภาพของ Experience โดยรวม
เมื่อเก้าอี้นวดต้องเป็นทั้ง Wellness Technology และ Furniture

อีกหนึ่งโจทย์ของตลาด Home Wellness คือ เมื่อผลิตภัณฑ์ต้องอยู่ในพื้นที่บ้าน Design จึงมีความสำคัญไม่ต่างจาก Function uDream.AI ได้รับแรงบันดาลใจจาก Chambered Nautilus โดยใช้แนวคิด Golden Ratio เป็นแนวทางในการกำหนดเส้นโค้ง พื้นผิว และสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ พร้อม Signature Design อย่าง SkyCanopy ที่สามารถกางออกเพื่อสร้าง Personal Space รอบตัวผู้ใช้งาน OSIM มองว่า สำหรับ Wellness Product ระดับพรีเมียม Design มีบทบาทต่อ Value Proposition มากขึ้น เพราะผลิตภัณฑ์ไม่ได้ถูกซ่อนอยู่เมื่อไม่ได้ใช้งาน แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Living Space และ Interior ของบ้าน
โจทย์ของ Product Design จึงเปลี่ยนจากการทำให้เก้าอี้ “ดูเหมือนเครื่องมือเพื่อสุขภาพ” ไปสู่การทำให้ Wellness Technology สามารถอยู่ร่วมกับพื้นที่และ Lifestyle ของผู้ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ

Brand Ambassador กับการทำให้ Wellness เชื่อมกับชีวิตจริง
ในประเทศไทย OSIM เลือก ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช เป็น Brand Ambassador เพื่อถ่ายทอดภาพของ Modern Wellness Lifestyle ที่ไม่ได้แยกการดูแลตัวเองออกจากชีวิต แต่เชื่อมโยงอยู่กับหลายบทบาท ทั้งการทำงาน ธุรกิจ ครอบครัว และเวลาส่วนตัว สำหรับแบรนด์ บทบาทของ Ambassador จึงไม่ได้อยู่เพียงการสร้าง Awareness แต่เป็นการทำให้แนวคิด Wellness เชื่อมโยงกับสถานการณ์จริงของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มที่มีเวลาจำกัดและเริ่มให้ความสำคัญกับ Quality Time for Recovery มากขึ้น
แนวทางดังกล่าวต่อยอดจาก Brand Association ที่ OSIM สร้างมาอย่างต่อเนื่องในระดับเอเชีย ผ่านการร่วมงานกับบุคคลที่มีชื่อเสียง อาทิ Hyun Bin, Andy Lau, JJ Lin, Fan Bingbing, Lee Min-ho และ Sammi Cheng

จาก Product Launch สู่ Experience Marketing
อีกหนึ่งส่วนสำคัญของกลยุทธ์การเปิดตัวครั้งนี้ คือ OSIM ไม่ได้เลือกนำ uDream.AI เข้าสู่ตลาดผ่านหน้าร้านหรือการสื่อสาร Product Feature เพียงอย่างเดียว แต่เปลี่ยนพื้นที่ A SPACE ชั้น 3 ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ให้กลายเป็น “OSIM uDream.AI: The Realm of Wellness” ระหว่างวันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 พื้นที่ดังกล่าวถูกออกแบบให้ผู้บริโภคเริ่มต้นจาก uDream.AI Gallery เพื่อทำความรู้จักเบื้องหลัง Design, Technology และ Global Collaboration ก่อนเข้าสู่ uDream.AI Experience และทดลอง World Masters Massage Series ด้วยตัวเอง
ภายในงานยังมีกิจกรรม Wellness ร่วมกับพันธมิตร ทั้ง Executive Wellness Talk จาก BDMS Wellness Clinic, Executive Recovery Experience จาก Loft Thai Spa, Sound & Wellness Experience ร่วมกับ Devialet Thailand และ Thai Herbal Hot Compress Workshop

สำหรับสินค้าระดับ Premium และ High-Consideration การออกแบบ Launch Experience ในลักษณะนี้สะท้อนแนวคิดของ OSIM ว่า Customer Journey ไม่ควรเริ่มต้นด้วยการขาย แต่ควรเริ่มจากการทำให้ผู้บริโภค เข้าใจ สัมผัส และเห็นคุณค่าของ Experience ก่อนตัดสินใจ
OSIM วางหมากจาก Massage Chair สู่ Wellness Lifestyle Brand

เมื่อมองจากภาพใหญ่ uDream.AI จึงเป็นส่วนหนึ่งของทิศทางที่ OSIM ต้องการขยายพื้นที่การแข่งขันจากตลาด Massage Chair ไปสู่ Personalized Home Wellness ซึ่งเชื่อมโยง Technology, Premium Self-care, Human Expertise, Design และ Lifestyle เข้าด้วยกัน สำหรับ OSIM โอกาสในอนาคตจึงไม่ได้อยู่เพียงคำถามว่า “ตลาดเก้าอี้นวดจะเติบโตอีกเท่าไร” แต่คือการทำให้ Wellness Technology กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Lifestyle และพื้นที่บ้านของผู้บริโภคได้มากเพียงใด
และนั่นคือพื้นที่ที่แบรนด์กำลังวาง Personalized Home Wellness ให้เป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของการเติบโตต่อจากนี้
เกี่ยวกับ OSIM

OSIM ก่อตั้งขึ้นในปี 1979 และดำเนินธุรกิจด้าน Wellness Technology มาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ โซลูชัน บริการ และแอปพลิเคชันที่เชื่อมโยงการดูแลสุขภาพเข้ากับชีวิตประจำวัน ภายใต้แนวคิดการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างประสบการณ์ Wellness ที่เข้าใจผู้ใช้งานมากขึ้น
ผู้สนใจสามารถร่วมสัมผัส OSIM uDream.AI: The Realm of Wellness ระหว่างวันที่ 21–31 สิงหาคม 2569 ณ A SPACE ชั้น 3 ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์

















