กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ บริหารจัดการมังคุดภาคใต้ ปี 2569 ซึ่งมีผลผลิต 139,000 ตัน เพิ่มขึ้น 75% จับมือ “พี่เอ ศุภชัย” ร่วมรณรงค์กระตุ้นการบริโภค พร้อมเชื่อมโยงตลาดกระจายมังคุดกว่า 500 ตัน และเปิดลานประมูล 3 จุดในนครศรีธรรมราชและชุมพร ตั้งเป้ารวบรวม 10,000 ตัน เพิ่มทางเลือกและสร้างการแข่งขันด้านราคาให้เกษตรกร ชวนคนไทย “กินมังคุดใต้ ช่วยเกษตรกรไทย”

นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้เป็นช่วงที่ผลผลิตมังคุดจากภาคใต้ทยอยออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก โดยปี 2569 คาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 139,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ประมาณร้อยละ 75 ซึ่งเป็นปริมาณที่กรมการค้าภายในต้องเร่งบริหารจัดการและเพิ่มช่องทางการตลาด เพื่อให้ผลผลิตสามารถกระจายออกจากแหล่งผลิตเข้าสู่ผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและชุมพร ซึ่งเป็นแหล่งผลิตมังคุดสำคัญของภาคใต้

“ปีนี้มังคุดภาคใต้มีผลผลิตเพิ่มขึ้นถึง 75% กรมการค้าภายในจึงไม่ได้รอให้ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วค่อยแก้ปัญหา แต่ได้เตรียมช่องทางการตลาดและเร่งกระจายผลผลิตล่วงหน้า ทั้งการเปิดจุดจำหน่ายในงานแสดงสินค้า ห้างสรรพสินค้า รวมถึงประสานหน่วยงานราชการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่จำหน่ายและกระจายมังคุดให้เข้าถึงผู้บริโภคมากที่สุด” นายจิรวุฒิ กล่าว

รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการบริหารจัดการมังคุดภาคใต้ปีนี้ คือการนำพลังของ “อินฟลูเอนเซอร์” เข้ามาช่วยสร้างการรับรู้ กระตุ้นการบริโภค และเพิ่มช่องทางจำหน่าย และเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนมังคุดไทย พร้อมนำมังคุดคุณภาพจากภาคใต้เข้าจำหน่ายภายใน “งาน A FAIR” ซึ่งจัดโดยพี่เอ ศุภชัย ระหว่างวันที่ 13–19 สิงหาคม 2569 ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว กรุงเทพฯ

ภายในงานได้นำมังคุดภาคใต้บรรจุตะกร้าขนาด 4.5 กิโลกรัม มาจำหน่ายในราคาพิเศษเพียง 180 บาท เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อผลไม้คุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มช่องทางกระจายผลผลิตจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง และช่วยสร้างรายได้กลับคืนสู่เกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก

“การช่วยเกษตรกรในวันนี้ ไม่ได้มีเพียงการรับซื้อ แต่ต้องช่วยกันสร้างตลาดและสร้างความต้องการบริโภคด้วย พี่เอ ศุภชัย ถือเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญที่จะช่วยสื่อสารไปยังประชาชนในวงกว้าง ทำให้คนรู้ว่าเวลานี้มังคุดใต้กำลังออกสู่ตลาด และการเลือกซื้อมังคุดไทยของผู้บริโภค คือการช่วยเกษตรกรได้โดยตรง” นายจิรวุฒิ กล่าว
สำหรับมาตรการด้านการตลาด กรมฯ ได้เร่งเปิดพื้นที่จำหน่ายมังคุดในงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตั้งเป้านำมังคุดภาคใต้ออกกระจายผ่านช่องทางดังกล่าวประมาณ 500 ตัน อาทิ งานแสดงสินค้าชุมชน ระหว่างวันที่ 13–19 สิงหาคม 2569 และวันที่ 27 สิงหาคม–3 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า งาน Premium Durian Fest 2026 ระหว่างวันที่ 14–20 สิงหาคม 2569 ณ เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ และวันที่ 3–7 กันยายน 2569 ณ ลานพาร์ค พารากอน รวมถึงจัดหาช่องทางจำหน่ายให้แก่กลุ่มเกษตรกรที่มีความพร้อม ผ่านห้างโมเดิร์นเทรด หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรขนาดใหญ่ อาทิ คุรุสภา โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมศุลกากร บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด กองทัพบก และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงผลผลิตคุณภาพได้สะดวกมากขึ้น โดยมีทั้งการจำหน่ายตามน้ำหนักและรูปแบบบรรจุภัณฑ์ในราคาพิเศษตามกิจกรรมและช่องทางจำหน่ายแต่ละแห่ง

นอกจากนี้ กรมฯ ได้ดำเนิน “โครงการส่งเสริมตลาดรวบรวมรับซื้อผลไม้ในรูปแบบประมูล” เพื่อเพิ่มทางเลือกในการจำหน่ายมังคุดให้แก่เกษตรกรในพื้นที่แหล่งผลิตสำคัญ ตั้งเป้ารวบรวมผลผลิตรวมประมาณ 10,000 ตัน ผ่านลานประมูลจำนวน 3 จุด ประกอบด้วย จังหวัดนครศรีธรรมราช 2 จุด ดำเนินการระหว่างวันที่ 17 สิงหาคม–20 กันยายน 2569 และจังหวัดชุมพร 1 จุด ดำเนินการระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม–20 กันยายน 2569

สำหรับรูปแบบการซื้อขาย เกษตรกรสามารถนำผลผลิตเข้าสู่ลานประมูล โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและผู้รับซื้อหลายรายเข้ามาแข่งขันเสนอราคา และพิจารณาราคาตามคุณภาพของผลผลิต ทำให้เกษตรกรมีโอกาสได้รับราคาที่สะท้อนคุณภาพมังคุดมากขึ้น แตกต่างจากจุดรับซื้อทั่วไปที่เกษตรกรนำผลผลิตไปจำหน่ายให้ผู้รับซื้อแต่ละรายโดยตรง ทั้งนี้ ลานประมูลจะทำหน้าที่เป็นจุดกลางในการรวบรวมผลผลิต ซื้อขาย ชั่งน้ำหนัก และตรวจสอบคุณภาพ เพื่อให้กระบวนการซื้อขายมีความชัดเจนและโปร่งใส ซึ่งเป็นรูปแบบที่กรมการค้าภายในเคยนำร่องกับมังคุดในจังหวัดจันทบุรีมาแล้ว

การดำเนินโครงการดังกล่าวจะช่วยให้เกษตรกรได้รับความเป็นธรรมในการจำหน่ายมังคุดและมีโอกาสได้รับราคาสูงสุดตามคุณภาพของผลผลิต สามารถเลือกช่องทางการจำหน่ายได้ด้วยตนเอง รวมทั้งได้เรียนรู้รูปแบบการคัดคุณภาพและการซื้อขาย เพื่อนำไปพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาดมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มกลไกการซื้อขายอีกช่องทางหนึ่ง นอกเหนือจากระบบการรับซื้อที่ดำเนินการอยู่ตามปกติในพื้นที่

นายจิรวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า การบริหารจัดการมังคุดในปีนี้ กรมการค้าภายในจะดำเนินการควบคู่กันทั้งด้านการเพิ่มช่องทางตลาด การเชื่อมโยงผู้ซื้อ การเปิดพื้นที่จำหน่าย การเพิ่มทางเลือกการซื้อขายผ่านระบบประมูล และการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ เพื่อให้ผลผลิตสามารถกระจายเข้าสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ซึ่งมังคุดใต้ปีนี้มีมากขึ้นถึง 75% เพราะฉะนั้นความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและการบริโภคของประชาชนจะมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษาสมดุลของตลาด จึงขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมกัน ‘กินมังคุดใต้ ช่วยเกษตรกรไทย’ อร่อยด้วย ได้อุดหนุนเกษตรกรด้วย เพราะการเลือกซื้อมังคุดไทยถือเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทย
















