ประเทศไทยได้รับการเรียกร้องให้เดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมเวลเนสควบคู่ไปกับการรักษาเอกลักษณ์ของประเทศ ในงาน BEING Thailand 2026 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 900 คน มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองกับผู้นำในอุตสาหกรรมเวลเนสภายในงาน B2B ครั้งนี้


ผู้จัดงาน BEING: (จากด้านซ้าย) David Johnson, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Delivering Asia; Sumi Soorian, ผู้ก่อตั้ง Mrs B Group; Viona Zhang, Viona Healing Flow and Bill Barnett, กรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks, (รูปขวา) Wellness dog
โรงแรมต่าง ๆ กำลังขยายแนวคิดด้านเวลเนสให้ครอบคลุมมากกว่าแค่สปาและรีทรีตเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะ เนื่องจากนักเดินทางรุ่นใหม่มองหาประสบการณ์ด้านสุขภาพ การออกกำลังกาย อาหาร และการเข้าสังคม ที่สามารถผสานเข้ากับการเข้าพักในโรงแรมระดับลักชัวรีได้อย่างลงตัว ตามมุมมองของผู้บริหารจากแบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมเวลเนสและการบริการ
Ingo Schweder ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GOCO Hospitality และกรรมการผู้จัดการของ Horwath HTL Health & Wellness กล่าวภายในงาน BEING Thailand 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต ว่า “เรื่องนี้ไม่ใช่การตามเทรนด์ที่มักมีทั้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด คำว่า ‘เทรนด์’ หมายถึงสิ่งที่เข้ามาแล้วก็ผ่านไป ดังนั้น การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์จึงไม่ควรเลือกทำอะไรที่เป็นเพียงกระแสระยะสั้น” Ingo Schweder ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GOCO Hospitality และกรรมการผู้จัดการของ Horwath HTL Health & Wellness กล่าวภายในงาน BEING Thailand 2026 ที่ภูเก็ต
Ingo กล่าวว่า แนวคิดด้านเวลเนสที่กำลังได้รับความสนใจ เช่น การแช่น้ำเย็น (Ice Bath) และการบำบัดด้วยเสียง (Sound Healing) สามารถช่วยขยายตลาดเวลเนสได้ โดยเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้รู้จักและทดลองประสบการณ์ด้านสุขภาพในรูปแบบใหม่ ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่ความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับผู้ให้บริการด้านเวลเนสที่มีความเชี่ยวชาญในอนาคต
ความคิดเห็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงจากแนวคิด Immersive Wellness ซึ่งผู้เข้าพักเลือกพักในรีสอร์ตด้านเวลเนสโดยเฉพาะเพื่อดูแลสุขภาพตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไปสู่รูปแบบที่ผสมผสานเวลเนสให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเข้าพักในโรงแรมโดยรวม
Jael Fischer หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Six Senses กล่าวว่า “ที่ Six Senses แขกสามารถเลือกรูปแบบการดูแลสุขภาพได้ตามความต้องการ ตั้งแต่โปรแกรมเวลเนสแบบเต็มรูปแบบ ไปจนถึงการเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ กิจกรรมที่คำนึงถึงความยั่งยืน กิจกรรมออกกำลังกาย ซึ่งทั้งหมดสามารถผสานเป็นส่วนหนึ่งของการเข้าพักได้อย่างลงตัว”
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจากกลุ่มผู้บริโภคที่มีอายุน้อยลง โดย Ingo กล่าวว่า กลุ่มมิลเลนเนียลมีสัดส่วนถึง 41% ของการใช้จ่ายด้านเวลเนสทั่วโลก ขณะที่ผู้บริโภครุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายกับประสบการณ์ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น
ความต้องการดังกล่าวกำลังส่งผลต่อการพัฒนาโรงแรมด้วยเช่นกัน Ingo กล่าวว่า จากเดิมที่พื้นที่สำหรับบริการด้านเวลเนสในโรงแรมมีขนาดเพียงไม่กี่ร้อยตารางเมตร ปัจจุบันโรงแรมและรีสอร์ตระดับไฮเอนด์หลายแห่งเริ่มขยายพื้นที่ดังกล่าวเป็นหลายพันตารางเมตร เพื่อรองรับกิจกรรมด้านการออกกำลังกาย การฟื้นฟูร่างกาย และเวลเนสที่เน้นการมีปฏิสัมพันธ์และทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นมากขึ้น

Full Immersion: นิยามใหม่ของเวลเนสในธุรกิจโรงแรมและการบริการ (จากด้านซ้าย) Matthew Brennan, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน, Kamalaya Wellness Sanctuary & Holistic Spa; Jael Fischer, หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Six Senses Hotels Resort Spas; Ingo Schweder ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GOCO; Bill Barnett (ผู้ดำเนินรายการ), กรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks
อาหารกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของเวลเนส โดยผู้ประกอบการเริ่มเปลี่ยนจากเมนูที่มีข้อจำกัดมากมาย มาเป็นการนำเมนูที่คุ้นเคยมาปรับให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน อาหารหมักดองและ Adaptogens หรือสารจากธรรมชาติที่ช่วยให้ร่างกายปรับตัวต่อความเครียด ก็กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น สำหรับ Six Senses มีการผสมผสานเมนูอาหารทั่วไปเข้ากับเมนูที่ออกแบบให้เหมาะกับโปรแกรมเวลเนสแต่ละประเภท เช่น การดีท็อกซ์ การออกกำลังกาย และการควบคุมน้ำหนัก
นอกจากนี้ เวลเนสยังมีมิติของการเข้าสังคมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะคอมมูนิตี้ ซาวน่าแบบใช้พื้นที่ร่วมกัน และกิจกรรมแบบกลุ่ม ซึ่งกำลังเปลี่ยนมุมมองเดิมที่ว่าการดูแลสุขภาพต้องเป็นกิจกรรมที่ทำเพียงลำพัง โดย Matthew Brennan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Kamalaya กล่าวว่า โต๊ะคอมมูนิตี้ของรีสอร์ตได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้เข้าพักที่เดินทางมาคนเดียว
การออกกำลังกายกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญของการเข้าถึงเวลเนส โดยกิจกรรมอย่างการวิ่ง ว่ายน้ำ และกิจกรรมกลางแจ้ง ช่วยให้โรงแรมสามารถเชื่อมโยงเรื่องสุขภาพและการเคลื่อนไหวเข้ากับประสบการณ์ที่จะได้รับจากโรงแรมได้
แนวโน้มดังกล่าวยังขยายเข้าสู่โรงแรมในเมือง โดย Six Senses ได้พัฒนาแนวคิด Urban Wellness ที่ผสมผสานการออกกำลังกาย สปา อาหาร และพื้นที่สำหรับการพบปะและทำกิจกรรมร่วมกัน ขณะที่ Ingo กล่าวว่า โรงแรมหรูในเมืองกำลังจัดสรรพื้นที่สำหรับเวลเนสมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้การดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แทนที่จะเป็นเพียงการเดินทางไปเวลเนสรีทรีตปีละครั้ง
สำหรับประเทศไทย โอกาสในการเติบโตนี้ก็มาพร้อมกับสิ่งที่ต้องคำนึงถึง นั่นคือการพัฒนาและปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ของประเทศไทยเอาไว้
ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานอุตสาหกรรมสปาระดับนานาชาติในเอเชีย และมีจุดแข็งจากการผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านการบริการ โครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ และภูมิปัญญาด้านสุขภาพแบบดั้งเดิม โดยผู้ร่วมเสวนามองว่า “การแพทย์แผนไทย” (Traditional Thai Medicine) ควรเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการพัฒนาบริการและประสบการณ์ด้านเวลเนสของประเทศไทยในอนาคต
Matthew กล่าวว่า “ประเทศไทยต้องรักษาความเป็นเอกลักษณ์ มรดกทางวัฒนธรรม และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยของเราเอาไว้”
Jael กล่าวว่า ความสามารถของประเทศไทยในการผสมผสานแนวทางการดูแลสุขภาพแบบตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน ประกอบกับวัฒนธรรมการบริการที่โดดเด่น ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของประเทศ ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมเวลเนสทั่วโลกกำลังพัฒนาและมีความหลากหลายมากขึ้น ผู้บริหารยังเตือนถึงแนวคิด Well-washing หรือการนำคำว่าเวลเนสมาใช้ในการสร้างภาพลักษณ์ หรือเพิ่มอุปกรณ์และบริการที่กำลังเป็นกระแส โดยไม่ได้ผสานเรื่องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีเข้าไปในประสบการณ์ของผู้เข้าพักอย่างแท้จริง
ดังนั้น การแข่งขันในอุตสาหกรรมเวลเนสจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมีเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ด้านเวลเนสที่ใหม่กว่า แต่อยู่ที่ว่าโรงแรมสามารถผสานสุขภาพ การออกกำลังกาย โภชนาการ ความยั่งยืน และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเข้าพักโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด



เกี่ยวกับภาพรวมและผู้จัดงาน
Being Thailand 2026 เป็นงาน B2B ที่จัดขึ้นในรูปแบบออนไซต์ เพื่อเชื่อมโยง สร้างแรงบันดาลใจ และแบ่งปันความรู้ให้กับผู้นำในอุตสาหกรรม ผ่านเนื้อหาเชิงกลยุทธ์และประสบการณ์ที่สะท้อนแนวคิดด้านเวลเนส งานนี้จัดขึ้นโดย C9 Hotelworks, QUO และ Mrs. B Group พร้อมด้วยการสนับสนุนจาก Delivering Asia, Phuket Hotels Association, SAii Laguna Phuket, Meliá Hotels International, Layan Life by Anantara, Gardens of Eden, Laguna Phuket, เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพในจังหวัดภูเก็ต และ Lemongrass House

















