รวมสินทรัพย์แบรนด์คุณภาพระดับโลกในทำเลที่หาทดแทนไม่ได้ พร้อมผลตอบแทนคาดการณ์ ปี 2570 ที่ 5.44%-6.51% และผลตอบแทนรวมคาดการณ์ ปี 2570 ที่ 13.39%-14.91% จากการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ พร้อมผนึก 11 สถาบันการเงินชั้นนำทั้งไทยและระดับโลก ได้แก่ BofA Securities, Morgan Stanley, DBS, Mizuho, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารทหารไทยธนชาต และธนาคารยูโอบี ร่วมเปิดช่องทางเชื่อมเครือข่ายผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเตรียมการเข้าลงทุน AWR REIT IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

- ดีมั่นคง: เป็นเจ้าของทรัพย์สิน มิใช่สิทธิการเช่า พอร์ตสินทรัพย์กรรมสิทธิ์ 100% จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ ดิ เอ็มไพร์ และโรงแรม 4 แห่งภายใต้แบรนด์ระดับโลก บันยันทรี มิเลีย และแมริออท มูลค่าการลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 51,388 ล้านบาท สร้างฐานรายได้ที่มั่นคงและเติบโต พร้อมผลตอบแทนคาดการณ์ ปี 2570 ที่ 5.44%-6.51%
- ดีเติบโตต่อเนื่อง: สิทธิลงทุนเพิ่มในทรัพย์สินคุณภาพของ AWC สิทธิ Evergreen ROFR ใน 9 โครงการคุณภาพ รวมประมาณ 3,100 ห้องพัก รองรับด้วยอัตราการกู้ยืมเริ่มต้นเพียง 20% เปิดศักยภาพการขยายพอร์ตอย่างต่อเนื่อง
- ดีเพิ่มพูนระยะยาว: มูลค่าเพิ่มจากกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ ภายใต้ธรรมาภิบาลมาตรฐานสากล โอกาสได้รับประโยชน์จากมูลค่าที่ดินและสินทรัพย์ที่อาจเพิ่มขึ้นในระยะยาว ผลตอบแทนรวมคาดการณ์ ปี 2570 ที่ 13.39%-14.91% โครงสร้างธรรมาภิบาลมีกรรมการอิสระสูงถึง 60% และกลไก Golden Share เพื่อรักษาผลประโยชน์และสร้างความโปร่งใสแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์
- REIT IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ผนึก 11 สถาบันการเงินชั้นนำไทยและต่างประเทศ ได้แก่ BofA Securities, Morgan Stanley, DBS และ Mizuho, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารทหารไทยธนชาต และธนาคารยูโอบี ร่วมเปิดช่องทางเชื่อมเครือข่ายผู้ลงทุนคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรของประเทศไทย เปิดกลยุทธ์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เอดับเบิ้ลยูซี ไลฟ์สไตล์ พร็อพเพอร์ตี้ หรือ AWR ที่มุ่งสู่การเป็น REIT คุณภาพชั้นนำแห่งเอเชีย พร้อมก้าวสู่การเป็นกองทรัสต์อสังหาริมทรัพย์แบบกรรมสิทธิ์ 100% (Freehold) คุณภาพสูง ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดย AWR มุ่งเป็นการลงทุนคุณภาพสำหรับนักลงทุนไทยและต่างประเทศ พร้อมส่งเสริมการพัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรม REIT ไทย และเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ภาคอสังหาริมทรัพย์และตลาดทุนของประเทศ
Sustainable Growth Platform: โมเดลการเติบโตอย่างยั่งยืนเต็มรูปแบบของ AWC
AWR คือ ส่วนสำคัญของ Sustainable Growth Platform ซึ่งเชื่อมโยงศักยภาพการพัฒนาจุดหมายปลายทางด้านธุรกิจและการท่องเที่ยวของไทยเข้ากับการสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินทรัพย์ และการส่งมอบผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาวแก่ผู้ลงทุน ภายใต้โมเดลดังกล่าว AWC ทำหน้าที่เป็น Development Engine ในการสร้างมูลค่าจากการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพของสินทรัพย์ ตั้งแต่การพัฒนาและปรับตำแหน่งสินทรัพย์ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลอดจนการผลักดันการเติบโตจนสินทรัพย์สามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มศักยภาพและสร้างกระแสรายได้ที่แข็งแกร่ง
เมื่อสินทรัพย์มีผลการดำเนินงานที่มั่นคง AWC จะส่งต่อสินทรัพย์ดังกล่าวเข้าสู่ AWR ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ถือครองพอร์ตสินทรัพย์คุณภาพที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง พร้อมศักยภาพในการเติบโตของผลตอบแทนในระยะยาว
บทบาทที่เกื้อหนุนกันของ AWC และ AWR ทำให้สามารถสร้างมูลค่าอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การพัฒนาและเพิ่มศักยภาพสินทรัพย์ การเติบโตของมูลค่าทรัพย์สิน ตลอดจนการส่งมอบผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนแก่ผู้ลงทุนในระยะยาว
AWR โดดเด่นในกลุ่ม REIT ชั้นนำของเอเชีย
เมื่อเปรียบเทียบกับ REIT ชั้นนำในสิงคโปร์ ญี่ปุ่น มาเลเซีย อินเดีย และฟิลิปปินส์ AWR โดดเด่นด้วยการเป็นกองทรัสต์ที่ผสานการถือครองสินทรัพย์แบบกรรมสิทธิ์ 100% เข้ากับสิทธิในการลงทุนเพิ่มเติมในสินทรัพย์คุณภาพของ AWC (Evergreen ROFR) ซึ่งช่วยสนับสนุนโอกาสการเติบโตในระยะยาว นอกจากนี้ AWR ยังมีอัตราการกู้ยืมเริ่มต้นเพียง 20% ต่ำกว่า REIT ส่วนใหญ่ในกลุ่ม สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและความยืดหยุ่นในการรองรับการเติบโตในอนาคต
ผนึก 11 สถาบันการเงินชั้นนำทั้งไทยและระดับโลก
BofA Securities, Morgan Stanley, DBS, Mizuho, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารทหารไทยธนชาต และธนาคารยูโอบี ผนึกกำลังร่วมเปิดช่องทางเชื่อมเครือข่ายผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเตรียมการเข้าลงทุน AWR REIT IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย นับเป็นพลังในการนำ AWR รีทคุณภาพมาตรฐานระดับท็อปของภูมิภาคสู่นักลงทุนคุณภาพทั่วโลก ร่วมส่งเสริมตลาดทุนและอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างยั่งยืน
5 จุดแข็งโอกาสการลงทุนพิเศษ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของ AWR
1. เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน 100% มิใช่เป็นสิทธิการเช่า คุณภาพระดับโลกในโลเคชั่นที่หาไม่ได้อีก มีผลตอบแทนคาดการณ์ ปี 2570 ที่ 5.44%-6.51% สร้างรายได้ที่เติบโตมั่นคง
เริ่มจาก Lifestyle Commercial Property ตึก เอ็มไพร์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนโลเคชั่นท็อปสุดของประเทศที่เป็นจุดหมายสำคัญของภาคธุรกิจ พร้อมด้วยประสบการณ์พิเศษของรูปแบบไลฟ์สไตล์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สร้างจุดแข็งเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วย EA Rooftop at The Empire จุดหมายปลายทางด้านอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่และสูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ รวมถึง EA Wellness Club ที่จะช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้า เวลเนสคุณภาพซึ่งกำลังเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง และพื้นที่ Co-Living แห่งแรกและแห่งเดียวที่สร้างการเติบโตด้วยพื้นที่การทำงานที่เชื่อมไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกัน ร่วมเติบโตด้วยพลังของ Ecosystem ที่ช่วยสร้างประสบการณ์และมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้เช่า อาทิ สิทธิประโยชน์และการเข้าถึงโรงแรมและรีสอร์ทในเครือ AWC ทั่วประเทศ

กลุ่ม Ultra Luxury Wellness Destinations บันยันทรี เกาะสมุย และบันยันทรี กระบี่ รีสอร์ทเวลเนส ระดับอัลตร้าลักชูรี่บนโลเคชั่นที่โดดเด่นและหายาก ทั้งภูเขาที่โอบล้อมหาดส่วนตัวที่ยาวที่สุด พร้อมมอบประสบการณ์การเข้าพักด้วยห้องพักที่เปิดรับวิวทะเลได้อย่างเต็มที่ และสปา Hydrotherapy ที่รวบรวมประสบการณ์ด้านเวลเนสไว้อย่างครบครันทั้งในสมุยและกระบี่


Friends and Families Luxury Destinations มีเลีย เกาะสมุย และ แมริออท พัทยา รีสอร์ทลักชูรี่สำหรับกลุ่มครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ที่มอบประสบการณ์การพักผ่อนผ่านกิจกรรมทางน้ำที่โดดเด่นแตกต่าง พร้อมด้วยประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มในจุดหมายปลายทางชั้นนำของสมุยและพัทยา


สินทรัพย์โรงแรมทุกแห่งมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยในไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPAR) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดในกลุ่มเดียวกันทั้งหมด ขณะที่ EBITDA ของพอร์ตเติบโตประมาณ 20% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สะท้อนความสามารถในการสร้างรายได้และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของสินทรัพย์ในพอร์ต AWR
2. เติบโตก้าวกระโดดจากสัญญาให้สิทธิการเข้าลงทุนเพิ่มในทรัพย์สินคุณภาพของ AWC
AWR ได้รับสิทธิในการลงทุนแบบไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด (Evergreen Right of First Refusal: ROFR) ในการลงทุน 9 โครงการระดับไฮเอนด์ถึงอัลตราลักชัวรี ที่ AWC คัดสรรไว้ รวมประมาณ 3,100 ห้องพัก หากใช้สิทธิครบทั้ง 9 โครงการ พอร์ตจะขยายเป็นประมาณ 3,747 ห้องพัก และ AWR ยังมีโอกาสเข้าถึงสินทรัพย์คุณภาพในพอร์ตของ AWC ในอนาคตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีอัตราการกู้ยืมเริ่มต้นเพียง 20% มีศักยภาพในการกู้ยืมเพื่อลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติมได้อย่างยืดหยุ่น
3. มูลค่าเพิ่มในสินทรัพย์ที่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ตลอดไป สร้างผลตอบแทนรวมคาดการณ์ ปี 2570 ที่ 13.39%-14.91% พร้อมการเติบโตเพิ่มพูน ต่อเนื่องระยะยาวอย่างยั่งยืน
สินทรัพย์ทั้ง 5 แห่งเป็นกรรมสิทธิ์ 100% (Freehold) ที่ผู้ลงทุนมีส่วนเป็นเจ้าของในมูลค่าทรัพย์สินอย่างเต็มรูปแบบ โดยไม่มีความเสี่ยงจากการสิ้นสุดสัญญาเช่าที่ดิน พร้อมเปิดโอกาสให้ได้รับประโยชน์จากมูลค่าที่ดินและสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในระยะยาว
การเพิ่มขึ้นของมูลค่าดังกล่าวช่วยสนับสนุนการเติบโตของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) และเพิ่มความสามารถในการกู้ยืมเพื่อรองรับการเข้าซื้อสินทรัพย์เพิ่มในอนาคต คาดการณ์ผลตอบแทนรวม ปี 2570 ที่ 13.39%-14.91% พร้อมศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มและผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาว
4. โครงสร้างการกำกับดูแลมาตรฐานสากล เพื่อรักษาผลประโยชน์ สร้างความเชื่อมั่นและโปร่งใสให้นักลงทุนได้ผลตอบแทนเติบโตอย่างมั่นคง
AWR วางโครงสร้างธรรมาภิบาลตามมาตรฐานสากล เพื่อส่งเสริมความโปร่งใส และการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยทรัสต์ สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน ผ่านกลไกการกำกับดูแลที่สอดคล้องกับการสร้างคุณค่าและผลตอบแทนที่ยั่งยืน โดยมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
- คณะกรรมการที่มีกรรมการอิสระสูงถึง 60% โดยร่วมพิจารณาแต่งตั้งโดยทรัสตี
- Golden Share และสิทธิอนุมัติในเรื่องสำคัญของผู้เช่าหลักเพื่อคุ้มครองผู้ถือหน่วยทรัสต์
- ค่าธรรมเนียมที่ผูกกับผลการดำเนินงาน ซึ่งจ่ายเฉพาะเมื่อ DPU เติบโตเกินเกณฑ์ที่กำหนด
- คณะกรรมการชุดย่อย 4 คณะ ดูแลด้านธรรมาภิบาล ความเสี่ยง กลยุทธ์ และการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล
5. ซื้อขายคล่องในตลาดหลักทรัพย์ ด้วยกองทรัสต์สินทรัพย์กรรมสิทธิ์ IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทย
ภายหลังการเสนอขาย AWR จะเป็น REIT IPO ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย โดยมีสัดส่วนหน่วยทรัสต์หมุนเวียนในตลาด (Free Float) ประมาณ 72% คิดเป็นมูลค่าราว 31,088 ล้านบาท สะท้อนสภาพคล่องในการซื้อขายที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ AWC จะถือหน่วยทรัสต์ไม่เกิน 28% เพื่อสะท้อนผลประโยชน์ที่สอดคล้องกับผู้ถือหน่วยทรัสต์ในระยะยาว
อสังหาริมทรัพย์คุณภาพ ยั่งยืนระดับท็อป (Top Sustainable Real Estate)
สินทรัพย์ในพอร์ตของ AWR ได้รับการยอมรับจากสถาบันและเวทีรางวัลระดับสากล สะท้อนคุณภาพการบริหารจัดการ มาตรฐานความยั่งยืน และศักยภาพในการสร้างมูลค่าในระยะยาว โดย ดิ เอ็มไพร์ ได้รับการรับรอง WELL Core Platinum เป็นอาคารแรกของประเทศไทย ควบคู่กับมาตรฐาน LEED Gold และ Fitwel 2-Star (2569) ขณะที่ โรงแรมบันยันทรี เกาะ สมุย ได้รับการรับรอง EarthCheck ระดับ Platinum และได้รับการจัดอันดับ Best Resorts in Thailand อันดับ 3 จาก Condé Nast Traveler (2567) ส่วน โรงแรมมิเลีย เกาะสมุย ได้รับรางวัล Best Luxury Beach Resort ระดับโลกจาก World Luxury Hotel Awards และทั้ง โรงแรมบันยันทรี กระบี่ และ โรงแรมบันยันทรี เกาะสมุย ได้รับการรับรอง MICHELIN Key Hotels ระดับ 2 Keys
นอกจากนี้ AWR ยังได้รับประโยชน์จากรากฐานด้านความยั่งยืนของ AWC ซึ่งได้รับการจัดอันดับ ESG ในระดับสูงสุดจากสถาบันชั้นนำ ได้แก่ SET ESG Rating ระดับ AAA, MSCI ESG Rating ระดับ AAA และ S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) กลุ่ม Top 1% ประจำปี 2569 สะท้อนมาตรฐานการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับแนวทางการลงทุนอย่างยั่งยืนในระดับสากล พร้อมโอกาสได้รับการพิจารณาเข้าสู่ดัชนีความยั่งยืนและดัชนีอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก เช่น FTSE EPRA และ Nareit ซึ่งช่วยขยายการเข้าถึงฐานนักลงทุนสถาบันและกองทุนที่มุ่งเน้นการลงทุนอย่างยั่งยืนในอนาคต
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
“AWC มุ่งมั่นร่วมพลังสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับประเทศไทย ผ่านการสร้างโมเดล Sustainable Growth Platform เต็มรูปแบบด้วย REIT คุณภาพ โดยการจัดตั้ง AWR รีทคุณภาพท็อปของเอเชีย เพื่อเชื่อมโยงสินทรัพย์คุณภาพระดับโลกเข้ากับโอกาสการลงทุนระยะยาว และเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้ร่วมเป็นเจ้าของสินทรัพย์ในทำเลที่หาทดแทนได้ยากของประเทศไทย พร้อมร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของประเทศ
AWC รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ 11 สถาบันการเงินชั้นนำทั้งในประเทศ และระดับโลกได้ร่วมพลังกันเปิดช่องทาง เชื่อมเครือข่ายผู้ลงทุนคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของสินทรัพย์ไทย และตลาดทุนไทย นับเป็นการร่วมสร้างพลังสำคัญในการสร้างคุณค่าให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
AWR โดดเด่นด้วยการเป็นเจ้าของสินทรัพย์กรรมสิทธิ์ 100% ในทำเลที่หทดแทนได้ยากของประเทศไทย พร้อมสิทธิในการลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินของ AWC ผ่านสัญญาให้สิทธิในการเข้าลงทุนเพิ่ม (Evergreen ROFR) แบบไม่มีกำหนดระยะเวลา ภายใต้โครงสร้างธรรมาภิบาลมาตรฐานสากลที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้ถือหน่วยทรัสต์ และความโปร่งใสในการกำกับดูแล
ด้วยจุดแข็งดังกล่าว ประกอบกับสภาพคล่องจากการเป็น REIT IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย เราเชื่อมั่นว่า AWR จะเป็นการลงทุนคุณภาพที่สำคัญสำหรับนักลงทุนคุณภาพทั้งไทยและต่างประเทศ ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและการเติบโตในระยะยาว สอดคล้องกับพันธกิจ ‘Building Better Future’ ของ AWC ในการสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน”
AWR เปิดโอกาสพิเศษที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนให้นักลงทุนได้ร่วมเป็นเจ้าของทรัพย์สินโรงแรม และไลฟ์สไตล์คอมเมอร์เชียลระดับโลกแบบกรรมสิทธิ์ 100% ในทำเลที่หาไม่ได้อีก ผ่าน REIT กรรมสิทธิ์ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ นับเป็นการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนที่ดีมั่นคง เติบโตต่อเนื่อง เพิ่มพูนระยะยาว อย่างยั่งยืน













