A5 หรือ บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำศักยภาพการบริหารจัดการทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ เดินหน้าเปิดเฟสใหม่ในทุกโครงการ พร้อมขยายธุรกิจต่อเนื่อง สร้าง New S-Curve ท่ามกลางความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ มุ่งให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ควบคู่กับรักษาสภาพคล่อง และเสริมความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันไม่มีความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ (Default) สะท้อนฐานะการเงินที่มั่นคง และสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน
นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบและแนวสูงระดับลักชัวรี เปิดเผยว่า โครงการภายใต้การบริหาร ประกอบด้วย โครงการ Cinq Royal The Eighteen Bangna KM.7 (แซงค์ รอยัล ดิ เอททีน บางนา กม.7), โครงการ VANA Ratchapruek-Westville (วนา ราชพฤกษ์-เวสต์วิลล์) และ โครงการ CINQUIÈME Krungthep Kreetha (แซงเคียม กรุงเทพกรีฑา) มีกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง จากการพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับบน ทั้งในด้านทำเล การออกแบบ และคุณภาพ ส่งผลให้บริษัทยังคงรักษาระดับยอดขายได้อย่างสม่ำเสมอ โดยบริษัทได้เตรียมเร่งเปิดเฟสใหม่ในทุกโครงการ เพื่อรองรับดีมานด์ที่ยังมีอยู่ในตลาด และต่อยอดรายได้ในช่วงถัดไป
ทั้งนี้ บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.20 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) อยู่ที่ 1.06 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงิน ความสามารถในการรักษาสภาพคล่อง และการบริหารหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ






นอกจากนี้ บริษัทได้ขยายธุรกิจใหม่ผ่านแนวคิด 5-Pillar Expansion Strategy โดย 2 ธุรกิจใหม่ ได้แก่ A5 Design และ Upper Class Solution ได้เริ่มสร้างรายได้ และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการสร้าง New S-Curve ช่วยกระจายแหล่งรายได้ ลดการพึ่งพิงธุรกิจเดียวที่อาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ เสริมความแข็งแกร่งของกระแสเงินสด และสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจในระยะยาว
“แม้ภาพรวมตลาดจะมีความท้าทาย แต่ A5 ยังคงรักษาความแข็งแกร่งทั้งด้านการเงินและการดำเนินงาน เรามีกระแสเงินสดที่มั่นคง โครงสร้างเงินทุนอยู่ในระดับที่เหมาะสม และทุกโครงการยังได้รับการตอบรับที่ดี ขณะเดียวกันธุรกิจใหม่เริ่มสร้างรายได้เพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้บริษัทเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากฐานะการเงินที่มั่นคง และความสามารถในการบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพบริษัทจึงไม่มีความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ (Default)” นายศุภโชค กล่าว










