
ถ้าคนยุคใหม่ หมายถึงคนเพิ่งเริ่มมีกำลังซื้อ อย่าง Gen Z ตอนต้น และ Gen Y ตอนปลาย คำตอบคือ ‘จริง’ เพราะคน Gen ดังกล่าวเป็นเจ้าของบ้านได้ยากกว่าในรุ่นก่อน ๆ เนื่องจากปัญหาค่าครองชีพแพงขึ้น ค่าเดินทางในกรุงเทพฯ ที่มีต้นทุนสูง เฉลี่ยแล้วประมาณ 20-30% ของรายได้ รวมทั้งสภาพเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น รวมทั้งสถาบันการเงินยังมีเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น ส่งผลต่อการกู้ซื้อบ้านในกลุ่มที่มีรายได้ปานกลาง ไปจนถึงผู้ที่มีรายได้น้อย ซึ่งส่วนมากเป็นเด็กจบใหม่ เพิ่งเริ่มทำงานมาได้สัก 3-5 ปี
นอกจากนี้ การปรับราคาของวัสดุก่อสร้าง ที่ดิน ก็เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บ้านและคอนโด มีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ในขณะที่รายได้ไม่เติบโตตามไปด้วย หรือตามไม่ทัน รวมไปถึงแนวคิดการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนยุคนี้ ที่ไม่ได้ต้องการแต่งงานมีครอบครัว หรือไม่ต้องการมีลูก รวมทั้งการไม่ลงหลักปักฐานที่ใดที่หนึ่งในระยะยาว โดยมองหาโอกาสเปลี่ยนงาน การเติบโตทางอาชีพอยู่เสมอ ทำให้ต้องย้ายที่อยู่อาศัยบ่อย ดังนั้นการเช่าบ้านหรือคอนโด จึงตอบโจทย์ได้ดีกว่าการซื้อบ้านในปัจจุบัน

ข้อดีและข้อเสียแบ่งออกเป็น 4 ด้าน
การซื้อบ้าน
• ข้อดีด้านการลงทุน ของการซื้อบ้าน คือเราได้เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ ทำให้สามารถทำกำไรด้วยการปล่อยเช่าหรือขายเพื่อทำกำไรในอนาคตได้ (ราคาขึ้นอยู่กับศักยภาพการเติบโตของแต่ละทำเล)
• ข้อดีด้านการใช้สิทธิทางภาษี สามารถลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านได้
• ข้อดีด้านการใช้ชีวิต มีอิสระในการปรับปรุงหรือตกแต่งบ้านได้ตามความชอบ ซึ่งทุกวันนี้คนให้ความสำคัญและนิยมแต่งบ้านกันมากขึ้น
• ข้อดีด้าน Self-Esteem ความภาคภูมิใจใจตนเอง ความสำคัญกับภาพลักษณ์ ปัจจุบันบ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัยทั่วไป แต่บ้านบ่งบอกถึงความภาคภูมิใจของผู้ที่เป็นเจ้าของ และสังคมของผู้อยู่อาศัยด้วย จากราคาบ้านที่มีราคาสูง สภาพแวดล้อม และเพื่อนบ้านจึงสำคัญ และอาจเป็นมรดกตกทอดได้ในอนาคต
• ข้อเสียด้านการลงทุน การเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทำให้หากมีความจำเป็นต้องขาย หรือต้องการขายเพื่อทำกำไร อาจจะต้องใช้เวลาเนื่องจากไม่ใช่สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่อง
• ข้อเสียด้านการใช้สิทธิทางภาษี คือดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย สามารถลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
• ข้อเสียด้านการใช้ชีวิต ทำให้มีค่าใช้จ่ายรายเดือนที่เป็น Fix cost ค่อนข้างสูง ซึ่งอาจเป็นภาระในระยะยาวได้
• ข้อเสียด้าน Self-Esteem ความเครียด ในกรณีย้ายไปอยู่ร่วมกับกลุ่มหรือสังคมที่ไม่ดี ไม่สามารถหนี หรือหนีได้ยาก
การเช่าบ้าน
• ข้อดีด้านการลงทุน ไม่จำเป็นต้องมีเงินดาวน์ หากปัจจุบันคุณเป็นผู้เช่าและต้องการซื้อในอนาคต การมาเช่าอยู่ก่อนทำให้รู้ถึงคุณภาพของทำเล และการเติบโตในระยะยาว
• ข้อดีด้านการเงิน เหมาะกับผู้มีสภาพคล่องน้อย ไม่มีหนี้ระยะยาว ชำระเดือนต่อเดือน สัญญาระยะสั้น หากยกเลิกก่อนกำหนดก็เสียแค่เฉพาะค่ามัดจำ
• ข้อดีด้านการใช้ชีวิต มีอิสระในการโยกย้ายที่อยู่ สามารถย้ายได้ตามสถานที่ทำงานหรือความเหมาะสม
• ข้อดีด้าน Self-Esteem สามารถแสดงความภาคภูมิใจต่อสิ่งของที่มีคุณค่า มีมูลค่าสูง และมีสภาพคล่องที่ดีกว่าการมีบ้านได้
• ข้อเสียด้านการลงทุน หากเราเช่าอยู่มาสักระยะจะเกิดการเติบโตของราคาที่พักอาศัยในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกิดการเสียโอกาสในการลงทุนได้
• ข้อเสียด้านการเงิน ราคาค่าเช่า มีการเติบโตขึ้นทุกปีทำให้การเช่าในระยะยาวต้องจ่ายค่าเช่าเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
• ข้อเสียด้านการใช้ชีวิต หากต้องการโยกย้ายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่ตลอดเวลา จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการขนย้ายเพิ่มเข้ามา หากมีภาระสิ่งของจำนวนมาก และอาจมีปัญหาเรื่องค่าครองชีพที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละพื้นที่
• ข้อเสียด้าน Self-Esteem การเช่าบ้านอาจไม่เหมาะกับคนที่ต้องการลงหลักปักฐาน หรือสร้างครอบครัว อาจทำให้รู้สึกถึงความไม่แน่นอนในการอยู่อาศัย

กู้ซื้อบ้านตอนนี้ยากไหม ?
ความยากหรือง่าย ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และทางเลือกของผู้ซื้อ สภาพเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และเกณฑ์การปล่อยกู้ของธนาคารที่ยากขึ้นกว่าเดิม เหล่านี้ถือเป็นปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ แต่เราสามารถควบคุมปัจจัยภายในได้ ด้วยการเตรียมความพร้อมก่อนการซื้อบ้าน การประเมินตนเอง วางแผนการเงินก่อน และกำหนดตัวเลือกในการซื้อให้เหมาะกับการอยู่อาศัย
การเตรียมความพร้อมในการซื้อบ้านเบื้องต้นมีดังนี้
1. สร้างเป้าหมาย – สร้างแรงบันดาลใจ ลิสต์บ้านที่อยากได้ ในราคาที่เอื้อมถึง อาจดูทั้งโครงการใหม่ หรือโครงการมือสองเป็นทางเลือก
2. เคลียร์หนี้เก่า – เริ่มจากบัตรเครดิตหรือเริ่มเคลียร์หนี้จากก้อนเล็กก่อน โดยลดภาระหนี้สินไม่ให้เกิน 30-40% ของรายได้
3. เก็บเงิน – เพื่อใช้เป็นเงินดาวน์ให้ได้ 20% ของราคาบ้านที่ต้องการซื้อ
4. คำนวณการกู้ – การกู้ซื้อ ธนาคารจะกำหนดเงื่อนไขการกู้ โดยทั่วไปจะเป็น 40% ของรายได้ และการผ่อนอยู่ประมาณล้านละ 7,000 สามารถคำนวณเบื้องต้นคือ 15,000 กู้ได้ 900,000 บาท หรือ 20,000 กู้ได้ 1,200,000 ทั้งนี้แล้วแต่เงื่อนไขธนาคารที่กำหนด สามารถคำนวณเงินกู้เบื้องต้นบนเว็บไซต์ Homeday ได้ เช่นกัน https://homeday.co.th/calculator/
โดยราคาบ้านปัจจุบันหากอยู่แถวชานเมือง หรือรอบนอก ทาวน์โฮมโครงการใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 1.99 ลบ.* ซึ่งต้องมีเงินเดือนขั้นต่ำอยู่ที่ 33,000 บาทขึ้นไป (การคาดการณ์เบื้องต้นทั้งนี้โปรดตรวจสอบกับธนาคารผู้ปล่อยกู้อีกครั้ง) ทำให้โอกาสในการมีบ้านใหม่ยากขึ้น และการอยู่อาศัยในชานเมืองที่ไกลกว่าเดิม ยังส่งผลต่อต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น
ปัจจุบันบ้านมือสอง หรือทาวน์โฮมมือสอง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางลง แต่ได้อยู่ในพื้นที่ที่มีการขนส่งสาธารณะสะดวกมากขึ้น เช่น ใกล้รถไฟฟ้าหรือทางด่วน
แต่ถ้าหากดูความพร้อมทางการเงินแล้ว ยังไม่สามารถกู้เพื่อซื้อบ้านได้ การเช่าบ้านก็เป็นตัวอีกตัวเลือกในการอยู่อาศัย ด้วยการเตรียมตัวเองให้พร้อมก่อน ลดหนี้ครัวเรือน หนี้บัตรเครดิต หรือลดการจับจ่ายใช้สอยที่ไม่จำเป็นลง การมีวินัยในการออม และบริหารจัดการเงินให้ดี แม้ปัจจัยภายนอก อย่างสภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น หรือมาตรการ LTV จะไม่เอื้ออำนวย ก็มีโอกาสกู้ซื้อบ้านได้เช่นกัน การบริหารจัดการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับคนยุคใหม่ ที่ต้องการซื้อบ้านในยุคนี้
บทความที่คุณอาจสนใจ
• รีไฟแนนซ์บ้าน 2566 เลือกธนาคารไหน คุ้มค่า เสียดอกเบี้ยต่ำที่สุด
• เตรียมเงินให้พร้อม ซื้อคอนโดต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง?
• 5 ข้อดีของการซื้อบ้านโครงการจัดสรร
• เช่าบ้าน หรือ ซื้อบ้านดีกว่ากัน?
• ซื้อบ้านเงินสดหรือเงินผ่อนดี แบบตอบโจทย์ดีกว่ากัน?
• เงินเดือนเท่านี้ ซื้อบ้าน-คอนโด ได้เท่าไร?