Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

10 ขั้นตอน ซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วม

Homeday
15 ตุลาคม 2565
3 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 15/10/2565

10 ขั้นตอน ซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วม

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
Article Image
ปัญหาการซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วม เป็นปัญหาที่หลายคนหนักอก เริ่มต้นไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากส่วนไหนก่อนดี ยิ่งบ้านเสียหายมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งปวดใจมากเท่านั้น เพราะสภาพบ้านภายในของเราจะเต็มไปด้วยขยะ กลิ่นเหม็น รอยคราบน้ำบนผนัง เชื้อราต่าง ๆ และปัญหาอื่น ๆ ที่กองอยู่ตรงหน้าอีกมากมาย แต่ไม่ต้องห่วงไปค่ะ สำหรับใครที่เก็บของหนีน้ำได้ทัน เหลือส่วนที่แช่น้ำไว้เพียงพื้น ประตู หน้าต่าง ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ทนน้ำ ส่วนใหญ่จะไม่ได้รับความเสียหายมากนักค่ะ เพียงแค่เราค่อย ๆ ซ่อมแซมไปทีละจุด บ้านของเราก็จะกลับมาเหมือนใหม่ได้ดั่งเดิม ยิ่งใครที่ติดตั้งบานประตูหน้าต่างไม้จริง, ใช้วัสดุพื้นบ้านที่ทนน้ำ, ก่อผนังด้วยอิฐแล้วล่ะก็ รับรองว่าเบางานซ่อมและเงินในกระเป๋าไปได้เยอะทีเดียวค่ะ ส่วนทั้ง 10 ขั้นตอน ในการซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วมจะมีอะไรบ้างนั้น ติดตามอ่านต่อที่บทความนี้ได้เลยค่ะ
"@homeday.co.th 🛠️10 ขั้นตอนซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วม🏚️ #น้ําท่วม #ซ่อมบ้าน #ซ่อมบ้านน้ําท่วม #รีโนเวทบ้าน #รู้หรือไม่ #บ้านพัง #น้ําท่วมบ้าน ♬ Chill Vibes – Tollan Kim"

1. เช็กไฟ ก่อนก้าวเท้าเข้าบ้าน

Article Image
หากใครที่อาศัยอยู่ในบ้านตั้งแต่เริ่มต้น ก็จะรู้กันอยู่แล้วค่ะ ว่าบ้านของเรานั้นมีการจ่ายไฟเข้ามาหรือไม่ เพราะไม่ใช่ทุกพื้นที่ที่จะมีไฟฟ้าใช้เสมอไป ดังนั้น ใครที่อพยพหนีน้ำท่วมไปพักที่อื่นเป็นการชั่วคราว ก่อนจะกลับเข้ามาสำรวจสภาพบ้าน ให้โทรสอบถามการไฟฟ้าในพื้นที่ก่อนค่ะ
• บ้านอยู่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ให้โทรสอบถามการไฟฟ้านครหลวงที่เบอร์ 1130 บ้านในพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ให้โทรสอบถามการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่เบอร์ 1129
หากมีการจ่ายไฟฟ้าเข้ามาในพื้นที่บ้านของเรา ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ด้วยการสวมรองเท้ายางและถุงมือยาง เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกไฟฟ้าดูด ตรวจสอบแผงไฟฟ้า ว่าได้มีการปิดคัทเอาต์ สะพานไฟ หรือเบรกเกอร์หลักแล้วหรือยัง ถ้าพบว่ายังไม่ได้ปิด ให้รีบปิดทันทีค่ะ จากนั้นให้หาป้ายหรือเขียนใส่กระดาษเอาไว้ว่า “ห้ามจ่ายไฟ” ด้วยตัวหนังสือใหญ่เห็นชัดเจน และเพื่อความแน่ใจ ว่ามีระบบไฟฟ้าในจุดใดรั่วไหลหรือไม่ ให้ใช้ไขควงวัดไฟฟ้า วัดที่เต้ารับภายในบ้านด้วยค่ะ

2. ตรวจสอบระบบไฟฟ้า

Article Image
• หลังจากทำการปิดคัทเอาต์ สะพานไฟ หรือเบรกเกอร์หลักเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าและปิดสวิตซ์ไฟทั้งหมด • หากมีหลอดไฟ ให้ถอดหลอดไฟออกมาตรวจเช็กดูว่าเปียกชื้นหรือไม่ หากเปียกชื้น ให้ทำการเช็ดทำความสะอาดให้แห้งสนิท จากนั้นใส่กลับคืนได้ตามปกติเลยค่ะ • ส่วนสายไฟฟ้า ให้ตรวจดูว่ามีความผิดปกติใด ๆ หรือไม่ เช่น แตก บวม ขาด หรือเปียก • หากทุกอย่างปกติเรียบร้อยดี ให้ลองเปิดคัทเอาต์ สะพานไฟ หรือเบรกเกอร์หลัก หากเกิดความผิดปกติ เช่น ฟิวส์ขาด, เบรกเกอร์ตัด, มีกลิ่นเหม็นไหม้ หรือมีประกายไฟ ให้รีบปิดทันที แล้วแจ้งช่างเข้ามาซ่อมค่ะ • หากทุกอย่างปกติดี ให้ทำการตรวจสอบดูว่า แผงสวิตซ์และเต้ารับ ที่ถูกน้ำท่วมใช้งานได้หรือไม่ หากไม่สามารถเปิดไฟ หรือเมื่อใช้ไขควงวัดไฟที่เต้ารับแล้วไม่เกิดกระแสไฟ ก็แปลว่าสวิตซ์และเต้ารับนั้น ๆ ได้รับความเสียหายค่ะ ให้ติดต่อช่างเข้ามาซ่อมบำรุงได้เลย • จากนั้น ให้เปลี่ยนจากข้อความ “ห้ามจ่ายไฟ” เป็น “จ่ายไฟแล้ว” เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาภายในบ้านคนอื่น ๆ ได้รับรู้ และระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น • ‘อย่าเพิ่ง’ เปิดสวิตซ์ เสียบปลั๊ก หรือใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้านะคะ ให้ทำการตรวจเช็กมิเตอร์ไฟเสียก่อน หากเราสับคัทเอาต์เปิดแล้ว แต่ยังไม่ได้ใช้ไฟฟ้า มิเตอร์จะต้องไม่หมุนค่ะ หากหมุน ก็แปลว่าน่าจะมีกระแสไฟฟ้ารั่วค่ะ ให้ทำการปิดคัทเอาต์ทันที และตามช่างผู้เชี่ยวชาญมาซ่อมแซมโดยด่วนค่ะ

3. ทำความสะอาดพื้นและผนัง

Article Image
เมื่อระบบไฟฟ้าภายในบ้านปลอดภัยดีแล้ว ให้เราทำการขนเก็บขยะต่าง ๆ ออกจากบ้านให้เรียบร้อย ทำความสะอาดบริเวณพื้น ด้วยการราดน้ำ ขัดทำความสะอาด เอาดินโคลน และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกไปให้ได้มากที่สุด จากนั้นเริ่มต้นการทำความสะอาดผนัง ด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำ เช็ดทำความสะอาดคราบต่าง ๆ ที่เกาะอยู่
• คราบน้ำมัน ให้เช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำส้มสายชูผสมเบกกิงโซดาในอัตรา 1:1 หรือใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดคราบไขมันสำหรับงานครัวก็ได้เช่นกันค่ะ คราบตะไคร่น้ำ เชื้อรา และเชื้อโรค ให้ใช้น้ำยาฟอกขาว (โซเดียมไฮโปคอลไรต์ 0.5-1 เปอร์เซ็นต์) เช็ดล้างทำความสะอาดได้เลยค่ะ แนะนำให้สวมถุงมือยางในขั้นตอนนี้ด้วยนะคะ ไม่งั้นมือจะแสบร้อนและลอกได้
พยายามเปิดบ้าน ทั้งประตู หน้าต่าง ในช่วงเวลากลางวัน เพื่อระบายอากาศ และลดกลิ่นอับชื้นภายในบ้านด้วยนะคะ จะใช้สารดูดความชื้นหรือถ่าน วางไว้รอบ ๆ บ้านด้วยก็ได้เช่นกันค่ะ หากมีกลิ่นเหม็นเน่าจากท่อน้ำทิ้ง ให้เทน้ำหมักชีวภาพลงไปในบ่อพักน้ำ ก็ช่วยลดปัญหาได้ค่ะ

4. ตรวจสอบระบบน้ำ

Article Image
เริ่มต้นจากการตรวจเช็กถังเก็บน้ำก่อนเลยค่ะ ตัวถังเก็บน้ำจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ถังเก็บน้ำใต้ดินและถังเก็บน้ำบนดิน ซึ่งวิธีการตรวจสอบก็จะแตกต่างกันเล็กน้อยค่ะ
• ถังเก็บน้ำใต้ดิน มักมีเศษดินโคลน เข้าไปอยู่ด้านในตัวถัง ก่อนที่จะเริ่มการทำความสะอาดถัง หากน้ำในถังแห้ง ก็มีโอกาสที่ถังอาจจะรั่วได้ค่ะ แต่หากยังมีน้ำเหลืออยู่ในถัง ให้ทำการตรวจเช็กมิเตอร์น้ำประปาของเรา ว่าหมุนหรือไม่ หากเรายังไม่ได้เปิดใช้น้ำ แต่มิเตอร์มีการหมุน ก็แปลว่ามีการรั่วไหลของน้ำค่ะ แต่หากทุกอย่างปกติดี ให้เราทำความสะอาดตัวถังให้เรียบร้อย แล้วใส่น้ำลงไปใหม่ให้เต็มถัง ห้ามปล่อยให้ถังไม่มีน้ำนะคะ เพราะแรงกดใต้ดิน อาจทำให้ถังถูกบีบอัดจนเกิดความเสียหายได้ ถังเก็บน้ำบนดิน ปัญหาจะค่อนข้างน้อยกว่าค่ะ มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับวัสดุของตัวถัง อายุการใช้งาน และระยะเวลาที่แช่อยู่ในน้ำเป็นหลักค่ะ ให้เช็กดูรอบตัวถัง ว่ามีการผุ แตก รั่ว ร้าว หรือไม่ หากทุกอย่างปกติดี ก็ให้ทำความสะอาดตัวถังให้เรียบร้อยค่ะ
หลังจากตรวจสอบถังเก็บน้ำเรียบร้อยแล้ว บ้านไหนที่มีปั๊มน้ำ ให้ทดสอบการใช้ปั๊มน้ำดูค่ะ แต่ต้องแน่ใจว่าปั๊มแห้งสนิทดีแล้วนะคะ บางบ้านน้ำท่วมขังอยู่ไม่นาน ใบพัดยังไม่เกิดสนิมก็สามารถเปิดใช้งานได้เลยตามปกติค่ะ แต่หากเปิดใช้งานปั๊มแล้ว พบว่ามีเสียงดังออกมาจากตัวเครื่องและน้ำไม่ไหล แสดงว่าใบพัดเป็นสนิมค่ะ ให้ทำการทดลองหมุนใบพัดดู เพราะบางครั้ง สนิมอาจจะมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่ได้เปิดใช้งานมาเป็นเวลานาน ก็มีโอกาสที่จะติดขัดได้บ้างค่ะ แต่หากไม่สามารถหมุนได้เลย ให้ใช้น้ำมันหล่อลื่นช่วยค่ะ หากเปิดใช้งานแล้ว เครื่องไม่ทำงาน ก็ให้เรียกช่างเข้ามาเปลี่ยนตัวปั๊มได้เลยค่ะ

5. ซ่อมแซมห้องน้ำ

Article Image
• ก่อนการทำความสะอาด ให้ตรวจเช็กสุขภัณฑ์ทั้งหมดภายในห้องน้ำให้เรียบร้อยค่ะ ว่ามีชิ้นใดที่แตก หัก รัวซึม หรือไม่ หากมี ให้ทำการเปลี่ยนชิ้นใหม่เลยนะคะ การซ่อมแซมด้วยการยาแนวต่าง ๆ ไม่ได้ช่วยอะไรค่ะ ซ้ำอาจยังเป็นอันตรายในการใช้งานได้อีกด้วย • หากสุขภัณฑ์ของเราปกติดี ก็ให้ทำความสะอาดห้องน้ำให้เรียบร้อยค่ะ ห้องน้ำที่แช่อยู่ในน้ำสกปรกเป็นเวลานาน จะเกิดคราบฝังแน่น ล้างทำความสะอาดค่อนข้างยากค่ะ ให้ใช้อุปกรณ์เพิ่มแรงดันน้ำ ฉีดล้างทำความสะอาด และใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสุขภัณฑ์ช่วยลบรอยคราบอีกแรงหนึ่ง หรือหากไม่สะดวก ก็สามารถเรียกใช้บริการทำความสะอาดได้เช่นกันค่ะ • ในระหว่างทำความสะอาด เราจะสามารถรับรู้ได้เลยค่ะ ว่าระบบน้ำทิ้งภายในห้องน้ำมีปัญหาหรือไม่ หากน้ำไหลลงท่อช้าผิดปกติ ก็แปลว่าอาจมีเศษขยะที่พัดมากับน้ำ เข้าไปติดอยู่ ให้ใช้น้ำหรือลมแรงดันสูง อัดล้างท่อของเรา เพื่อให้สิ่งที่ขวางทางอยู่หลุดออก หากน้ำยังคงระบายได้ช้าอยู่ ให้นำไม้แขวนเสื้อมาดัดปลายเป็นจะงอย แล้วล้วงเข้าไปเพื่อเกี่ยวเศษขยะออกมาอีกทีหนึ่ง • หากชักโครกกดไม่ลง แปลว่าบ่อเกรอะมีน้ำอยู่เต็มถัง รวมถึงดินรอบ ๆ มีการอิ่มตัว ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำได้ ให้เราเปิดบ่อเกรอะออก แล้วเช็กดูระดับน้ำ หากสูงกว่าระดับปกติ ให้ตามช่างเข้ามาดูดน้ำออกค่ะ แต่หากระดับน้ำปกติ อาจจะมาจากดินที่เปียก รอให้ดินแห้งสนิท แล้วลองกดน้ำใหม่ดูอีกครั้งค่ะ หากยังไม่สามารถกดน้ำได้ ก็ให้เรียกช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบค่ะ

6. ซ่อมแซมประตูและหน้าต่าง

Article Image
• ประตูและหน้าต่าง ที่ทำมาจากไม้จริง ส่วนใหญ่แม้จะแช่น้ำเป็นเวลานาน ก็จะไม่เสียหายค่ะ แต่จะบวมอย่างแน่นอน ให้นำมาตากลมให้แห้งสนิท สัก 1-2 อาทิตย์ ก็จะคืนตัวได้เองค่ะ ส่วนบานประตูประเภทอื่น ๆ ส่วนใหญ่จะได้รับความเสียหายทั้งหมดค่ะ หากแช่น้ำอยู่เป็นเวลานาน แต่หากไม่ได้อยู่ในน้ำนานมากนัก ประตูไม้บางชนิดก็สามารถทนต่อการแช่น้ำได้อยู่ค่ะ ส่วนประตูพลาสติก PVC ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้รับผลกระทบค่ะ หากประตูยังใช้งานได้ ก็ให้ซ่อมแซมในเรื่องของสีที่หลุดลอกให้เรียบร้อย หากวงกบไม้บวมเยอะ จนไม่สามารถปิดประตูได้ แม้ประตูจะหดตัวแห้งสนิทแล้ว ต้องนำออกมาไสตัวบานค่ะ • ประตูเหล็กและประตูอลูมิเนียม ให้ทำการไล่น้ำที่ขังอยู่ในโครงสร้างวงกบและกรอบประตูออก จากนั้นซ่อมแซมรอยต่อต่าง ๆ ให้เรียบร้อย หากมีบานกระจกที่แตกเสียหาย ก็ให้ติดตั้งใหม่ จากนั้นทำการยาแนวและซ่อมแซมสีต่อได้เลยค่ะ • ตรวจสอบกลอนและบานพับ ว่าเกิดสนิมหรือไม่ หากถูกสนิมกร่อนไปค่อนข้างเยอะ แนะนำให้เปลี่ยนใหม่เพื่อความปลอดภัยค่ะ แต่หากสนิมไม่ได้เกาะมากนัก รอให้แห้งสนิท ทำความสะอาดคราบสนิมออก และใส่สารหล่อลื่น เท่านี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ

7. ซ่อมแซมพื้น

Article Image
• พื้นคอนกรีต หากแตกเสียหาย ต้องทุบทิ้งทำใหม่ค่ะ • พื้นเซรามิค พื้นหินอ่อน และพื้นแกรนิต ให้เคาะแต่ละแผ่นเพื่อเช็กดูว่ากระเบื้องหลุดร่อนออกมาหรือไม่ หากเคาะแล้วมีเสียงก้อง แสดงว่ากระเบื้องหลุดค่ะ ให้เรียกช่างมาซ่อมแซมแต่ละจุดได้เลย หากไม่มีกระเบื้องแผ่นใดหลุดออกมา ก็ให้ทำการซ่อมแซมกาวยาแนวใหม่ค่ะ • พื้นไม้ปาเก้ ถึงแม้จะเป็นไม้แท้ และไม่ได้รับความเสียหาย แต่ก็จะบวม และหลุดออกจากพื้นคอนกรีตอยู่ดีค่ะ การจะนำกลับมาปูใหม่นั้นเป็นเรื่องยาก ยกเว้นในกรณีที่น้ำท่วมขังไม่นานมากนัก และมีการหลุดเสียหายเพียงบางชิ้น ให้แจ้งช่างเข้ามาซ่อม เมื่อพื้นแห้งสนิทแล้วได้เลยค่ะ • พื้นไม้ลามิเนต หากมีการบิดโก่งงอ ก็แนะนำให้รื้อปูใหม่ได้เลยค่ะ
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.nytimes.com

8. ซ่อมแซมผนังและฝ้าเพดาน

Article Image
ผนัง
1. หลังจากทำความสะอาดแล้ว ให้สำรวจความเสียหายค่ะ ผนังก่ออิฐ หากมีรอยแตกร้าวเล็ก ๆ ให้วัดขนาดของรอยเอาไว้ จากนั้นรอให้แห้งสนิท หากรอยมีขนาดเท่าเดิม ให้ทำการโป๊วอุดฉาบรอยร้าวได้เลยค่ะ แต่หากรอยมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจมีปัญหาในส่วนของโครงสร้าง ต้องเรียกวิศวกรโครงสร้างเข้ามาตรวจสอบ และซ่อมแซมตามคำแนะนำต่อไปค่ะ ทางด้านของสมาร์ทบอร์ด, ไม้อัดซีเมนต์, ไม้อัด และแผ่นยิปซั่ม หากโก่งงอ ให้รอวัสดุแห้งด้วยลมธรรมชาติ แล้วค่อยมาซ่อมแซมเฉพาะจุดเอาค่ะ หากเสียหายเยอะ ก็สามารถเปลี่ยนใหม่ได้เลยค่ะ เมื่อทำความสะอาด ตรวจเช็กสภาพ และซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว อย่าเพิ่งทาสีทับนะคะ ควรปล่อยให้แห้งสนิทอย่างน้อย ๆ 3 เดือนขึ้นไปค่ะ ก่อนการลงสี ให้ทาน้ำยารองพื้นกันความชื้นและสีรองพื้นก่อนด้วยนะคะ
ฝ้าเพดาน
1. ฝ้านอกบ้านที่เป็นไม้สมาร์ทวูดหรือสมาร์ทบอร์ด สามารถรื้อเปลี่ยนเฉพาะจุดที่ได้รับความเสียหายได้เลยค่ะ ฝ้ายิปซั่ม หากเสียรูป หรือเสียหาย ต้องรื้อเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดค่ะ โครงคร่าวเพดาน สามารถเปลี่ยนเฉพาะจุดที่เสียหายได้ค่ะ

9. ตรวจสอบสภาพกำแพงบ้าน

Article Image
ให้ตรวจสอบว่ากำแพงหรือรั้วบ้านของเราเอียงหรือไม่ หากเอียงแม้เพียงเล็กน้อย ต้องรีบหาสิ่งค้ำยัน และแจ้งช่างเข้ามาซ่อมแซมในทันที แม้กำแพงของเราจะตั้งตรงตามปกติ แต่หากฐานรากมีช่องโหว่ ก็ควรอัดดินเสริมเข้าไปให้เต็มค่ะ ส่วนในเรื่องของการทำความสะอาดและซ่อมแซม ก็สามารถทำได้เหมือนกันกับผนังภายในบ้านเลยค่ะ

10. การซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์

Article Image
เฟอร์นิเจอร์ประเภทไม้แท้ที่จมน้ำอยู่เป็นเวลานาน ส่วนใหญ่มักไม่ได้รับความเสียหายค่ะ แต่จะมีการหลุดร่อนของสีเคลือบต่าง ๆ เป็นธรรมดา ให้รอจนกว่าไม้จะแห้งสนิทด้วยลมธรรมชาติ เมื่อแห้งสนิทแล้ว ให้ทำการขัด ทำสี หรือทาสีเคลือบไม้ใหม่ได้เลยค่ะ ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ประเภทอื่น ๆ หากเสียหายค่อนข้างมาก ก็แนะนำให้ทำการเปลี่ยนใหม่เพื่อความปลอดภัยค่ะ บางวัสดุหากเสียหายเพียงเล็กน้อย ก็สามารถซ่อมแซมเฉพาะจุดได้ สามารถสอบถามช่างที่รับซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์ได้เลยค่ะ
ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่มีการทำงานร่วมกับไฟฟ้า เช่น ตู้เสื้อผ้าพร้อมไฟอัตโนมัติ, โต๊ะหนังสือพร้อมปลั๊กไฟ, เตียงพร้อมโคมไฟหัวเตียง, โต๊ะเครื่องแป้งพร้อมไฟในตัว ให้ทำการตรวจเช็กไฟฟ้าด้วยไขควงวัดไฟ หากไฟไม่ทำงาน แปลว่าระบบไฟฟ้าด้านในได้รับความเสียหาย ให้ทำการซ่อมแซมเฉพาะจุดได้เลยค่ะ
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับทั้ง 10 ขั้นตอนการซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วมที่เรานำมาฝากทุกคนกัน รายละเอียดค่อนข้างเยอะใช่มั้ยล่ะคะ เพราะบ้านหลังใหญ่ ก็ย่อมมีจุดที่ต้องบำรุงรักษาและซ่อมแซมค่อนข้างเยอะเป็นธรรมดาค่ะ หากใครที่เตรียมตัวไม่ทัน ในสถานการณ์น้ำครั้งต่อไปที่อาจจะมาถึง โดยเฉพาะในหน้าฝน ให้ติดตามข่าวสาร และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดด้วยนะคะ เพื่อที่เราจะได้เตรียมตัว เก็บข้าวของขึ้นที่สูงให้ทัน ก็จะลดความเสียหายและค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงหลังน้ำท่วมไปได้เยอะเลยค่ะ
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ซ่อมแซม
#น้ำท่วม
#ข้อควรระวัง
#เกี่ยวกับบ้าน
#หน้าฝน
#ซ่อมแซมบ้าน
#สาระ

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
7 ข้อควรรู้ ขับรถลุยน้ำยังไง ให้ไปรอด!
ทั่วไป

7 ข้อควรรู้ ขับรถลุยน้ำยังไง ให้ไปรอด!

1. เช็กสถานการณ์พื้นที่ หากเป็นไปได้ ก่อนจะออกเดินทางไปที่ไหน ที่ไม่ได้รีบด่วน หรือกระทันหัน แนะนำให้เช็ก CCTV ของย่านนั้นดูเสียก่อนค่ะ ที่เว็บไซต์ www.bmatraffic.com/index.a

2 นาที
น้ำท่วม ระวังปลิง! จะทำอย่างไร หากโดนปลิงดูด
ทั่วไป

น้ำท่วม ระวังปลิง! จะทำอย่างไร หากโดนปลิงดูด

1. เมื่อโดนปลิงเกาะ ห้าม! ดึงออก เมื่อโดนปลิงเกาะ ห้าม! ดึงออก เด็ดขาดนะคะ เพราะจะทำให้เนื้อเราฉีกขาด แผลใหญ่ เลือดหยุดยากขึ้น 3. ทำแผลให้ถูกวิธี หากแผลปกติ ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ใส่ยาฆ่าเชื้อที่คอตตอนบัดเช็ดเป็นวงรูปก้นหอย เริ่มจากส่วนในของแผลวนออกรอบนอก เช็ดเพียงรอบเดียว แล้วเปลี่ยนคอตตอนบัดอ

1 นาที
เบอร์โทรฉุกเฉิน สายด่วนน้ำท่วม
ทั่วไป

เบอร์โทรฉุกเฉิน สายด่วนน้ำท่วม

เบอร์โทรฉุกเฉิน สายด่วนน้ำท่วม‘น้ำท่วม’ มาพร้อมกับเหตุอันตรายมากมาย อย่างที่เป็นข่าวกันไปกับเหตุการณ์ไฟฟ้ารั่วในขณะที่น้ำท่วม, รถไหลไปกับน้ำในบางพื้นท

1 นาที
เตรียมความพร้อม รับมือน้ำท่วม
ทั่วไป

เตรียมความพร้อม รับมือน้ำท่วม

การเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วม นับว่าเป็นเรื่องสำคัญมากๆค่ะ ☔ ยิ่งสำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงหากมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้สามารถควบคุม หร

1 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
คอร์สฮวงจุ้ย
Homeday AgentHomeday Agent